- หน้าแรก
- ช่วยแฟนสาวให้เป็นดาวเด่นนักเล่นเชลโล่
- บทที่ 54 นายอยากสอบเข้ามหาวิทยาลัยไหน? (ฟรี)
บทที่ 54 นายอยากสอบเข้ามหาวิทยาลัยไหน? (ฟรี)
บทที่ 54 นายอยากสอบเข้ามหาวิทยาลัยไหน? (ฟรี)
“เต้นไม่ยั่วก็คือไม่สวยเหรอ?” หลินเทียนถาม
“เต้นไม่ยั่วจะโพสต์ลงทำไมล่ะ?” ฉีหย่งถามกลับด้วยความสงสัย
“พูดแบบนั้นได้ไง”
ทันใดนั้น ซูหรันที่นั่งโต๊ะหน้าก็หันกลับมา ที่แท้เธอก็แอบฟังอยู่ตลอดนี่เอง
“เพลงนี้น่ารักมากเลยนะคะ~ คนแต่งชื่อ ‘แสงจันทร์และแมว’ ฉันติดตามเขามานานแล้ว เพลงของเขามีมิติลุ่มลึกสุดๆ ฉันชอบเป็นพิเศษเลย!”
“ตอนที่เขายังไม่ดังฉันก็ติดตามเขาแล้วนะ ตอนนั้นฉันยังคิดอยู่เลยว่านักดนตรีที่มีรสนิยมดีขนาดนี้ทำไมไม่มีใครเห็นคุณค่า แต่สุดท้ายก็ดังขึ้นมาจริงๆ หึหึ~ แสดงว่าฉันมีสายตาแหลมคมเรื่องศิลปะจริงๆ ด้วย”
ซูหรันพูดอย่างออกรสออกชาติ ดวงตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
คำพูดชุดใหญ่ทำเอาหลินเทียนและฉีหย่งถึงกับอึ้งไปตามๆ กัน
ฉีหย่งอึ้งไป เพราะเขารู้สึกว่าชื่อ ‘แสงจันทร์และแมว’ มันคุ้นหูมาก
ส่วนหลินเทียนที่อึ้งไป ก็เพราะเขารู้สึกว่าคำพูดของซูหรันมันแปลกๆ พิกล
ดังนั้นหลินเทียนจึงเอ่ยถามขึ้นมาว่า
“เอ่อ... คือว่า ฉันขอถามอะไรหน่อยนะ.”
“เธอรู้รึเปล่าว่า ‘แสงจันทร์และแมว’ น่ะ เป็นคนสองคน?”
“เอ๊ะ?”
ซูหรันชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด
สีหน้าของเธอแข็งค้าง
“มะ...ไม่ใช่คนเดียวกันเหรอคะ?”
“ไม่ใช่”
“คนแต่งเพลงชื่อแสงจันทร์ แล้วเขาก็เลี้ยงแมวตัวหนึ่ง ไม่ใช่แบบนี้เหรอคะ?”
“‘แมว’ เป็นคน เป็นคู่หูของแสงจันทร์ ชื่อ ‘แมว’”
“...”
หลินเทียนอยากจะหัวเราะออกมา
พวกเสแสร้งทำเป็นรู้ดีน่ะเขาเคยเจอมาเยอะ แต่ที่ทำเป็นรู้ดีได้ขนาดนี้เพิ่งเคยเห็นนี่แหละ
หลินเทียนเป็นคนค่อนข้างมีมารยาทดี โดยปกติจะไม่หัวเราะเยาะใครต่อหน้า
แต่ฉีหย่งไม่เหมือนกัน
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ!!!”
ฉีหย่งหัวเราะก๊ากจนเหมือนคนบ้า เขาชี้หน้าซูหรันแล้วหัวเราะเสียงดัง
“แฟนพันธุ์แท้สิบปีเลยนี่หว่า? รสนิยมดีเลิศเลยสิ? แม่สาวนอกกระแสเอ๊ย!!”
แม้จะเป็นถึงดาวของห้อง ฉีหย่งก็ยังล้อเลียนอย่างไม่ไว้หน้า
ก็นะ พวกชาวบอร์ดก็เป็นแบบนี้แหละ
ไม่สนเพศหรอก ถ้าเจอพวกงี่เง่าก็ด่าซึ่งๆ หน้าเลย!
“อ๊าาาา!!!”
“ฉะ...ฉันแค่จำผิดน่ะ! ฉันนึกว่าผู้หญิงในวิดีโอของแสงจันทร์มีชื่ออื่น...”
ซูหรันอับอายจนหน้าแดงก่ำ แม้แต่คำแก้ตัวก็ยังฟังดูซีดเซียวไร้น้ำหนัก
ในไม่ช้า ความวุ่นวายตรงนี้ก็ดึงดูดสายตาของเพื่อนร่วมห้องคนอื่นๆ
สถานการณ์ทำท่าจะบานปลาย.
ในตอนนั้นเอง เสียงออดเริ่มเรียนก็ดังขึ้น
ตามมาด้วยอาจารย์ประจำชั้นที่เดินเข้ามาในห้องเรียน นักเรียนทุกคนรีบกลับเข้าที่นั่งของตัวเองทันที เรื่องวุ่นวายครั้งนี้จึงได้จบลงอย่างเป็นทางการ
อาจารย์ประจำชั้นแซ่จาง ชื่อว่าจางเจวียน
เรื่องราวของเธอไม่ได้มีอะไรซับซ้อน สรุปง่ายๆ ได้ว่า: เป็นครูสอนภาษาจีนผู้หญิงที่ค่อนข้างอ่อนโยนและเข้าอกเข้าใจนักเรียน
ทันทีที่เข้ามาในห้อง จางเจวียนก็ยืนอยู่หน้าชั้นเรียนแล้วเคาะโต๊ะ
“ต่อก ต่อก!”
ก่อนจะประกาศเรื่องสำคัญให้นักเรียนทั้งห้องฟังอย่างจริงจัง:
“สัปดาห์หน้า จะสอบพรีเทสครั้งที่หนึ่ง!”
หัวใจของนักเรียนทุกคนหล่นวูบไปตามๆ กัน
ในที่สุด สิ่งที่ต้องมาก็มาถึงจนได้!
การสอบพรีเทสครั้งแรกของชั้นม.6 เรียกได้ว่าเป็นการสอบที่สำคัญที่สุดในชีวิตมัธยมปลาย นอกเหนือจากการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว
และยังเป็นจุดสำคัญที่ทำให้นักเรียนม.6 ทุกคนตระหนักได้อย่างแท้จริงว่าการสอบเข้ามหาวิทยาลัยใกล้เข้ามาทุกที
นักเรียนหลายคนที่ยังไม่จริงจังกับการเรียน พอผลสอบพรีเทสครั้งนี้ออกมา ก็คงจะได้สติกันเสียที
สำหรับนักเรียนที่ผลการเรียนดีคงที่มาตลอดอย่างหลินเทียน ตามหลักแล้วก็ไม่มีอะไรน่ากังวล
แต่ช่วงนี้หลินเทียนมัวแต่ยุ่งอยู่กับเรื่องเพลง กระทั่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วยังเผลอหลับในห้องเรียนเป็นครั้งแรก... สภาพร่างกายและผลการเรียนจะตกลงหรือไม่ ยังเป็นเรื่องที่บอกได้ยากจริงๆ
“เป็นอะไรไปวะ เมื่อกี้ตอนอาจารย์พูดเรื่องสอบพรีเทส ทำหน้าเครียดเชียว?”
หลังเลิกเรียน ฉีหย่งโอบไหล่หลินเทียนแล้วเอ่ยแซว
“ระดับผลการเรียนของพี่เทียนเราแล้ว เรื่องให้กลุ้มน่าจะน้อยไม่ใช่เหรอ?”
“ถ้าเทียบกับมึง ก็คงน้อยกว่าจริงๆ นั่นแหละ”
ข้อนี้หลินเทียนต้องยอมรับ
เพราะฉีหย่งคือยอดมนุษย์ที่แม้จะเป็นนักเรียนม.6 แล้ว ก็ยังไปทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านอาหารเพื่อหาเงินซื้อคอม.
ส่วนหลินเทียนนั้นทำไปเพราะความจำเป็น ไม่มีทางเลือก
“ว่าแต่ มึงจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยไหนเหรอ? คบกันมาตั้งนานยังไม่เคยถามเลย”
ฉีหย่งพูดจบก็กล่าวต่ออย่างตื่นเต้น “กูจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยชวนตู ได้ยินมาว่าที่เมืองชวนตูมีสาวสวยเยอะ!”
“มึงจะไปเพราะเรื่องนี้เนี่ยนะ?”
“ล้อเล่นน่า กูอยากเรียนแอนิเมชั่น คณะแอนิเมชั่นของมหาวิทยาลัยชวนตูเป็นสาขาระดับท็อปเลย คะแนนก็ไม่สูงเกินไป กูว่าเหมาะกับกูดี”
ตอนที่พูดประโยคนี้ ฉีหย่งที่ปกติจะมีมาดหื่นๆ ทะเล้นๆ กลับดูหล่อเท่ขึ้นมาหลายส่วนอย่างไม่น่าเชื่อ
หลินเทียนรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง
มหาวิทยาลัยชวนตู แม้จะไม่ใช่มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับประเทศ แต่ก็มีชื่อเสียงโด่งดัง ทั้งยังตั้งอยู่ในเมืองชวนตูซึ่งเป็นทำเลที่ดีเยี่ยม
แถมด้วยความที่ชื่อมหาวิทยาลัยตั้งตามชื่อเมืองใหญ่ เลยทำให้คนมักเข้าใจผิดว่าเป็นมหาวิทยาลัยระดับท็อปได้ง่ายๆ...
สำหรับฉีหย่งที่ผลการเรียนไม่ค่อยดี คะแนนแค่พอผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำมานิดหน่อย ที่นี่จึงเป็นเป้าหมายที่คุ้มค่าให้พยายามพุ่งชนจริงๆ
แต่ที่หลินเทียนประหลาดใจ ไม่ใช่ตัวเลือกของฉีหย่ง
แต่เป็นฉีหย่งที่ปกติไม่เคยจะเอาจริงเอาจังกับอะไร กลับตั้งเป้าหมายของตัวเองไว้เรียบร้อยแล้ว มีสิ่งที่อยากจะทำในอนาคตอย่าง ‘แอนิเมชั่น’ และพร้อมที่จะพยายามเพื่อมัน
“แล้วมึงล่ะ? อยากสอบเข้ามหาลัยไหน?” ฉีหย่งถาม
“ก็คงเป็นชิงเป่ยล่ะมั้ง... แต่ก็ไม่แน่เหมือนกัน”
หลินเทียนเว้นช่วงไปครู่หนึ่ง ไม่ได้ตอบแบบฟันธง
สำหรับคนเรียนเก่ง แน่นอนว่าชิงเป่ยคือเป้าหมายอันดับหนึ่ง
แต่ในวินาทีที่ฉีหย่งเอ่ยคำว่า ‘แอนิเมชัน’ ออกมาอย่างภาคภูมิใจ ความมั่นใจของหลินเทียนกลับสั่นคลอนไปชั่วขณะ
นั่นคือสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ หรอ?
ตลอดเส้นทางที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ หลินเทียนยึดถือเป้าหมายที่ว่า ‘ต้องมีชีวิตที่ดีขึ้น’ มาโดยตลอด แต่กลับไม่เคยค้นพบสิ่งที่ตัวเองอยากทำจริงๆ เลยสักอย่าง
แม้แต่เรื่องดนตรีที่กำลังทุ่มเททำอย่างเต็มที่อยู่ในตอนนี้ ก็เป็นเพียงสิ่งที่หลินเทียนเลือกทำเพื่อเดินตามเส้นทางที่ระบบกำหนดไว้ให้
พูดตามตรง... แม้แต่เรื่องเรียนต่อมหาวิทยาลัย เขาก็ยังหาเหตุผลที่ว่าทำไมถึง ‘ต้องเรียน’ ไม่เจอเลย
ถ้าเป็นแค่เรื่องหาเงิน เพียงแค่ใช้ประโยชน์จากระบบ ไม่ช้าก็เร็วหลินเทียนก็สามารถมีชีวิตอย่างที่ต้องการได้อยู่แล้ว
“ถามจริง ไอ้เทียน!”
พอเห็นสีหน้าลังเลของหลินเทียน ฉีหย่งก็อุทานด้วยความประหลาดใจ “นี่มึงยังไม่มีมหาลัยในใจอีกเหรอ? ทั้งที่เรียนเก่งขนาดนี้เนี่ยนะ!”
“ยังไม่ได้คิดไว้จริงๆ” หลินเทียนยอมรับตามตรง
“ยังต้องคิดอีกเหรอ?! ระดับมึงเลือกเข้ามหาวิทยาลัยท็อปๆ ที่ไหนก็ได้ทั้งนั้นแหละ! แค่หาคณะที่ชอบก็พอ!”
“มึงว่า... พวกเราจำเป็นต้องเรียนมหาวิทยาลัยด้วยเหรอ?” หลินเทียนถาม
พอได้ยินประโยคนี้ ฉีหย่งก็พลันน้ำตาคลอขึ้นมา
“เฮียเอ้ย ไอ้เทียน สมัยม.4 กูเคยพูดเรื่อง ‘เรียนไปก็เท่านั้น’ ให้มึงฟังบ่อยๆ ตอนนั้นมึงก็ยังด่ากูว่าไอ้โง่อยู่ทุกวันเลย...”
“ไม่นึกเลยว่าเวลาจะผ่านไปไวขนาดนี้ พอขึ้นม.6 มา คนซื่อๆ อย่างมึงดันเผือกมาเชื่อทฤษฎีนี้เข้าซะได้!!”
ฉีหย่งรู้สึกปลื้มใจราวกับเห็นลูกชายเติบโตเป็นผู้ใหญ่ พูดจบก็ทำท่าจะโผเข้ากอดหลินเทียน
“ไปไกลตรีน.”
หลินเทียนใช้มือกดหัวของอีกฝ่ายแล้วผลักออกไป
ตกกลางคืน หลังจากล้มตัวลงนอนแล้ว ไม่รู้ทำไมหลินเทียนถึงได้กลับมาคิดถึงเรื่องนี้อีกครั้ง
พอดีกับที่เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น
เป็นข้อความจากกานเหยียนหยี่
【พรุ่งนี้เช้าไปหาอาจารย์เกาเจิ่นหยางด้วยกันนะ อย่าลืมล่ะ】
【สถานที่คือ: สถาบันดนตรีซิงเหย่】
【ว่าแต่ นี่เป็นครั้งแรกของฉันเลยนะที่จะได้ไปมหาวิทยาลัย พรุ่งนี้เราแวะเดินเที่ยวกันด้วยเลยดีไหม 😊 😊】
(จบตอน)