เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 103: กลับ (2)

ตอนที่ 103: กลับ (2)

ตอนที่ 103: กลับ (2)


"อัลเล็นเจ้าพาแขกมาที่นี่งั้นหรือ" แมวสีขาวหันกลับมา

"ครับท่านผู้เฒ่า" อัลเล็นตะโกน "เขามีสิ่งที่เราต้องการ'

"เจ้าจะตะโกนทำไม..." แองเจเล่หมดคำพูด เขาไม่ได้คิดว่ากระรอกจะตะโกนเสียงดัง

"ท่านผู้เฒ่ามีปัญหาเรื่องการได้ยิน...." อัลเล็นยักไหล่

"เจ้าหมายถึงถั่วลิสงคลุกเกลือใช่ไหม มันเป็นสิ่งที่ข้าชอบ" ผู้เฒ่าพยักหน้า

"เจ้ามีถั่วลิสงมากแค่ไหน" ผู้เฒ่าถาม

แองเจเล่คิดอยู่ชั่วครู่ "ข้าคิดว่ามันมีประมาณหนึ่งกิโลกรัม"

"อะไร เจ้าไม่ขายพวกมันหรือ" ผู้เฒ่าถาม

"หนึ่งกิโลกรัม" อัลเล็นวิ่งไปหาแมวและตะโกนใส่หู

"หนึ่งกิโลกรัม" ผู้เฒ่าพยักหน้า "ข้าต้องการมากกว่านี้แต่ข้าจะรับมันไว้ ข้าไม่ได้กินถั่วลิสงคลุกเกลือนานแล้ว ตอนที่ข้าอยู่ซานเตียโก้มีเมืองที่ชื่อว่าโคโดทางตอนเหนือของลิเลียโด้และผู้คนที่นั่นทำถั่วลิสงคลุกเกลือให้ข้า.....เอาล่ะ อัลเล็นให้เขาเลือกสิ่งที่เขาต้องการ"

"เข้าใจแล้วครับ"

"ขอโทษด้วยข้าขอถามอะไรสักหน่อย ท่านรู้จักเมืองมอสไหม" แองเจเล่ตัดสินใจที่จะถาม "เกิดอะไรขึ้นที่นั่นทำไมไม่มีคนอาศัยอยู่"

ผู้เฒ่าไม่ได้ยินคำถามของเขาแต่อัลเล็นได้ยิน "เจ้าพูดถึงเมืองมอสหรือ มันถูกทิ้งร้างเมื่อประมาณสิบปีก่อน เจ้าถามทำไม" อัลเล็นจ้องมาที่แองเจเล่ด้วยความสับสน

"อะไรนะ สิบปีงั้นหรือ" แองเจเล่ตกใจ "ไม่มีอะไร....ข้าแค่ถามดู"

"สิบปีที่แล้วมีคนรอดมาจากคฤหาสน์บ่วงจันทราแล้วก็เป็นบ้าและฆ่าทุกคนในเมือง หลังจากนั้นมันก็ไม่มีใครพยายามที่จะสร้างตัวอยู่ที่นั่น ข้าบอกเจ้าไปแล้วก่อนหน้านี้ว่าคฤหาสน์บ่วงจันทราเป็นสถานที่ที่อันตรายมาก เก้าในสิบที่เข้าไปที่นั่นจะตาย ข้าประหลาดใจจริงๆที่เห็นเจ้าออกมาได้" อัลเล็นอธิบาย "เอาล่ะ ไปเลือกของให้เจ้ากันเถอะ"

'แต่ข้อมูลที่ข้ารวบรวมมันไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้เลย.....' แองเจเล่แน่ใจว่าอาหารที่เขากินเป็นของจริงและเจ้าของโรงแรมที่เขาพบก็ไม่ใช่ภาพลวงตา เขาคิดไปสักพักหนึ่งและตระหนักได้ว่าข้อมูลที่เขาได้รับมันมาจากหนังสือในอดีตที่ผ่านมานานแล้ว

*********************

หนึ่งชั่วโมงต่อมาแองเจเล่ก็ออกจากป่าพร้อมกับไข่สีเทาขนาดเล็กและกลุ่มกระรอกก็นำขนมออกจากรถม้าของเขา

ขณะที่แองเจเล่กำลังจะขึ้นไปที่รถม้าอัลเล็นก็ปรากฏตัวออกมาจากที่ไหนสักแห่งและกระโดดขึ้นไปบนหลังของม้า "เดี๋ยวก่อนแองเจเล่ ท่านผู้เฒ่ามีข้อความสำหรับเจ้า คำสาปของสวนยังไม่หมดและอย่าเดินทางคนเดียว" อัลเล็นพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"อะไร อย่าเดินทางคนเดียวงั้นหรือ" แองเจเล่ลังเล เขาไม่รู้ว่าทำไมแต่เขาเริ่มรู้สึกเย็นยะเยือกอีกครั้ง เขาคิดว่าเขาได้จบกับสวนแล้ว

"ฝากบอกผู้เฒ่าว่าข้าขอบคุณสำหรับคำแนะนำของท่าน" แองเจเล่ฝืนยิ้ม "ข้าคิดว่าข้าไม่เป็นไร ข้าคิดว่าข้าเป็นคนที่โชคดีมาก"

"ข้าก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น" อัลเล็นกระโดดลงจากม้าและเดินไปทางป่า

แองเจเล่สะบัดสายบังเหียนและรถม้าก็เริ่มเคลื่อนที่

"แองเจเล่รักษาตัวด้วย" อัลเล็นตะโกนจากด้านหลัง "ข้าหวังว่าเราจะได้พบกันอีก"

แองเจเล่ได้ยินคำพูดของอัลเล็นและยิ้ม

*********************

แองเจเล่เดินทางเป็นเวลาห้าวันด้วยความเร็วสูงสุดและในที่สุดเขาก็ออกมาจากภูเขามอส

เขามาถึงเมืองขนาดเล็กและเช่าห้องในโรงแรม

"นี่เค้กน้ำมันต้นพลัมและนมของคุณ ทานให้อร่อยนะคะ"

แองเจเล่พยักหน้าเฝ้าดูลูกสาวของเจ้าของเสิร์ฟจานเค้กและแก้วนม เธอออกไปหลังจากที่แน่ใจว่าเสิร์ฟถูกต้อง

แองเจเล่จับไปที่ชิ้นเค้กสีน้ำตาลและกัดมัน เค้กถูกกัดเป็นชิ้นๆ มันมีรสหวานและเปรี้ยวรวมกัน แองเจเล่กินอีกหลายชิ้นและดื่มนมหวานหมดแก้ว เขาวางเหรียญเงินไว้หลายเหรียญบนโต๊ะและไปที่ห้องของเขาที่ชั้นสอง

ห้องของแองเจเล่อยู่สุดทางเดิน เขาต้องการสถานที่ที่เงียบสงบเพื่อนั่งสมาธิและดูวัสดุที่เขาได้รับจากคฤหาสน์บ่วงจันทรา เขาต้องการที่จะดูแลรักษาพวกมันก่อนที่พวกมันจะแห้งดังนั้นเขาจึงเช่าห้องที่ค่อนข้างเงียบเพื่อดำเนินการตามขั้นตอน

แองเจเล่ล็อคห้องและปิดหน้าต่าง เขาจุดไฟที่ตะเกียงน้ำมันและปลดปล่อยอนุภาคพลังงานในอากาศ เขาต้องการทำให้แน่ใจว่าไม่มีใครพยายามแอบมองผ่านประตูหรือหน้าต่าง อนุภาคพลังงานเหล่านี้จะแจ้งเตือนเขาเมื่อมีคนอยู่ใกล้ๆห้องของเขา

แองเจเล่เอาก้ามปูขนาดใหญ่ออกมาจากกระเป๋าสีดำและวางมันลงบนโต๊ะ ก้ามปูหนักประมาณห้ากิโลกรัมและผิวของมันเคลือบไปด้วยน้ำมันโปร่งใส มันกำลังเรืองแสงภายใต้แสงไฟ แองเจเล่ใช้น้ำมันที่เขาได้รับจากโรงเรียนเพื่อบำรุงรักษา

แองเจเล่หยิบขวดสีดำออกมาจากกระเป๋าของเขาและเอาจุกไม้ออก เขาเทผงสีขาวลงบนผิวของก้ามและเริ่มลูบมันให้ทั่ว

เวลาได้ผ่านไปและมันเริ่มมืด

เขาถูตาของเขาแล้วยืนขึ้นเพื่อยืดร่างกาย ทันใดนั้นก็มีอะไรแปลกๆดึงดูดเขา

แองเจเล่เห็นผู้หญิงคนหนึ่งสวมชุดสีแดงยืนอยู่ข้างหลังเขาจากการสะท้อนของหน้าต่าง

"โปรดช่วยข้าด้วย" หญิงสาวร้องไห้ "ข้าเห็นพวกเขาอีกครั้งแต่ไม่มีใครเชื่อข้า"

แองเจเล่หันกลับไปทันที เขาตระหนักได้ว่าหญิงสาวคนนี้เป็นหลานสาวของเมสซี่

ดวงตาของเธอดูราวกับว่าเธอไม่มีชีวิตและคำพูดของเธอก็ดูสับสน เธอยังคงร้องไห้ ชุดสีแดงเกือบขาดออกจากกัน

"เจ้าเข้ามาได้อย่างไร" แองเจเล่ถาม

ห้องถูกล็อคอยู่แต่หญิงสาวก็โผล่ออกมาจากกลางห้อง แองเจเล่แทบไม่เข้าใจสิ่งที่เธอพูด

"ได้โปรด" หญิงสาวจ้องที่แองเจเล่ มันทำให้แองเจเล่รู้สึกไม่สบายใจ

แองเจเล่หายใจเข้าลึกๆ "เจ้ากำลังพูดอะไร วันนั้นเจ้าไปที่ไหน"

"ข้า...." หญิงสาวลังเล แองเจเล่แน่ใจว่าเธอสวมชุดสีแดงเมื่อเขาได้เห็นเธอในวันนั้นและเธอได้รับบาดเจ็บ

แสงจากโคมน้ำมันได้หายไป แองเจเล่หันศีรษะไปเพื่อตรวจสอบแต่ไม่มีใครอยู่รอบโต๊ะ หญิงสาวหายตัวไปหลังจากที่แองเจเล่พยายามพูดกับเธออีกครั้ง

เขารู้สึกเย็นยะเยือกเข้ากระดูกสันหลังของเขา

"ข้าต้องไป ข้าไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไป" แองเจเล่เริ่มเก็บของ

************************

แองเจเล่ออกจากเมืองและเริ่มมุ่งหน้ากลับ หญิงสาวไม่ได้มาหาเขาหลังจากคืนนั้นที่โรงแรม

อย่างไรก็ตามหลายวันต่อมาเธอก็กลับมาหาเขาอีกครั้ง แองเจเล่กำลังนั่งข้างกองไฟในตอนกลางคืนที่ถูกล้อมรอบไปด้วยเงาของต้นไม้ มีแสงจันทร์เพียงสิ่งเดียวที่สามารถมองเห็นได้

หญิงสาวออกมาจากความมืด มีความกลัวและกังวลอยู่บนใบหน้าของเธอ

"ช่วยข้าด้วย ได้โปรด...." เธอร้องครวญคราง "จริงๆแล้วข้าไม่ต้องการ.....ข้าไม่ต้องการจริงๆ...."

แองเจเล่ยืนขึ้นและก้าวถอยหลัง เขาพยายามรักษาระยะห่างจากหญิงสาว

"เจ้าต้องการอะไรจากข้า" แองเจเล่ตะโกน

"ช่วยข้า ได้โปรดช่วยข้า" หญิงสาวร้องไห้และเริ่มเข้ามาหาเขา

"ครั้งที่ผ่านมาเจ้าไม่ได้ตอบคำถามของข้า ตอนนี้ตอบมัน" แองเจเล่รู้ว่าเขาอาจจะไม่ได้พูดคุยกับคนที่ยังมีชีวิต หญิงสาวดูแปลก เธอดูเหมือนไม่มีจิตวิญญาณและเธอสามารถเข้าถึงตำแหน่งของแองเจเล่ได้อย่างง่ายดาย

"คำถาม คำถามอะไร" หญิงสาวหยุดชั่วครู่หนึ่ง

"ที่สวนในวันนั้นเจ้าไปที่ไหน" แองเจเล่ถามเสียงเข้ม

"สวน สวนอะไร"

ทันใดนั้นก็มีสายลมพัดดับไฟ สายตาของแองเจเล่เบลอและหญิงสาวหายตัวไปอีกครั้ง

"บัดซบ" แองเจเล่ด่าขณะที่เขาปาดเหงื่อเย็นๆออกจากหน้าผาก

**************************

สิบวันต่อมาแองเจเล่ก็อยู่ห่างจากเมืองเลนน่อนหนึ่งวัน

เขาตัดสินใจที่จะใช้เวลาในคืนสุดท้ายในเมืองขนาดเล็กจากนั้นก็ไปเมืองเลนน่อน แองเจเล่คิดว่าหญิงสาวจะไม่ปรากฏถ้าเขายังคงเดินทางต่อไป แม้ว่าเขาจะไม่ได้พักผ่อนหลายวันเขาก็รู้สึกโล่งใจ ซีโร่ไม่เคยเตือนเขาเมื่อหญิงสาวปรากฏตัวและบันทึกไม่พบอะไร มันแปลกมาก แองเจเล่ไม่สามารถระบุได้ว่าที่จริงแล้วหญิงสาวคืออะไร

นอกจากนี้มันดูเหมือนว่าเวลาของหญิงสาวจะถูกแช่แข็งอยู่ในช่วงนาทีสุดท้ายในสวน เธอขอร้องให้แองเจเล่ช่วยเขาและเธอก็ปรากฏเมื่อแองเจเล่อยู่คนเดียวในตอนกลางคืน

"บางทีข้าอาจจะอยู่ห่างจากสวนมากเกินไปแล้วและพลังแปลกประหลาดก็ไม่สามารถเข้าถึงข้าได้อีกต่อไป ไม่ว่าอะไรก็ตามข้าต้องการให้มันหยุด"

แองเจเล่ลูบขมับของเขา ในตอนนี้เขาเหนื่อยมาก เขายืนขึ้นและเทน้ำใส่แก้ว

"ได้โปรดช่วยข้า" ทันใดนั้นเสียงของหญิงสาวก็มาจากเบื้องหลัง

แองเจเล่แข็งทื่อ เสียงมันใกล้มากเกือบจะเหมือนกับว่าหญิงสาวกำลังตะโกนอยู่ข้างหูของเขา

เขาหันกลับไปอย่างช้าๆและเห็นหญิงสาวยืนอยู่ที่มุมเงียบๆ ไม่มีหน้าต่างในห้องนี้และประตูที่ล็อคอยู่ก็เป็นทางเข้าออกทางเดียว

"ได้โปรดช่วยข้าด้วย" หญิงสาวตะโกนอีกครั้ง เธอจ้องมาที่ดวงตาของแองเจเล่

"ไสหัวไป" แองเจเล่ตะโกน เขายกมือขึ้นและปามีดไปทางหญิงสาว

*PON*

มีดมันแทงเข้าไปในกำแพงและหญิงสาวก็หายไปอีกครั้ง ห้องได้กลับมาเงียบอีกครั้ง

แองเจเล่ปาดเหงื่อออกจากใบหน้า

"อะไรวะเนี่ย" แองเจเล่เริ่มตื่นตระหนักและการแสดงออกของเขาก็ดูหวาดกลัว

"บัดซบ เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ถ้ามันเป็นคำสาปมันก็ควรมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับข้าและข้าจะหาทางจัดการกับมัน"

แองเจเล่เดินไปรอบห้องและรังสีที่กำลังส่องสว่างผ่านกระเป๋าของเขา แองเจเล่ลังเลชั่วครู่และรู้สึกตื่นเต้น

เขารีบวิ่งไปที่กระเป๋าและเปิดมัน มีเสื้อคลุมสีเทาอยู่ข้างในและไม้กางเขนด้านหลังของมันก็มีแสงออกมา

"อาจารย์กำลังเรียกข้า ในที่สุดข้าก็สามารถกลับไปได้" นี่เป็นครั้งแรกที่เขาอดใจรอไม่ไหวที่จะได้เห็นใบหน้าที่'น่ารัก'ของแม่มดชรา

จบบทที่ ตอนที่ 103: กลับ (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว