เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 77 ความน่ากลัวของความแข็งแกร่ง 10,000 จิน !

บทที่ 77 ความน่ากลัวของความแข็งแกร่ง 10,000 จิน !

บทที่ 77 ความน่ากลัวของความแข็งแกร่ง 10,000 จิน !


บทที่ 77 ความน่ากลัวของความแข็งแกร่ง 10,000 จิน !

'จงออกมา !'

ด้วยความคิดของเขาเย็นสุดขั้วก็ได้ปรากฏตัวขึ้นมาบนฝ่ามือของเป่ยเฟิง

ผลึกน้ำแข็งของพลังฉีธาตุน้ำแข็งของมันได้ค่อย ๆ เกาะที่แขนของเขาเมื่อมันได้ออกมา แต่มันได้ถูกทำลายลงทันทีด้วยเลือดและพลังฉีอันทรงพลังในตัวของเป่ยเฟิง !

"มันรู้สึกหนักนิดหน่อย แต่ฉันก็ใช้มันได้แล้ว !" เป่ยเฟิงจับหอกของเขาแล้วพึมพำกับตัวเอง "ความแข็งแกร่งของฉันตอนนี้น่าจะมีไม่ต่ำกว่า 10,000 จิน !"

เขาประมาณคร่าว ๆ จากน้ำหนักของเย็นสุดขั้ว

เย็นสุดขั้วมีน้ำหนักกว่า 3,600 จิน แต่เป่ยเฟิงสามารถใช้มันได้อย่างอิสระ แม้ว่ามันจะหนักเล็กน้อย แต่เขาก็สามารถใช้มันได้โดยไม่ติดขัด นี้คือความสำเร็จครั้งใหญ่ที่ไม่อาจคาดเดาได้ของเขา !

มีแรง 10,000 จินไม่ได้หมายความว่าเขาสามารถยกอะไรก็ได้ที่หนักถึง 10,000 จิน น้ำหนักของเย็นสุดขั้วมันหนักถึง 1 ใน 3 ของความแข็งแกร่งของเขา นั่นหมายความว่าแม้เขาจะใช้มันเป็นช่วงสั้น ๆ แต่มันก็ส่งผลให้เขาออกแรงอย่างมหาศาลด้วยเช่นกัน

หลังจากที่อาบน้ำเสร็จ เป่ยเฟิงก็กลับมาเล่นกับเย็นสุดขั้วราวกับว่าเขาเป็นเด็กที่ได้ของขวัญในคืนวันคริสต์มาส

"กรุ้วว .. !"

เสียงท้องร้องของเขามันพยายามจะบอกว่านี้เป็นเวลาที่มันต้องได้รับอาหาร

เป่ยเฟิงหยุดเล่นกับหอกแล้วลูบท้อง ตอนนี้เขารู้สึกหิวอย่างมาก จากนั้นเก็บหอกของเขาลงแล้วไปที่ชั้นใต้ดิน

ด้วยความคิดของเขาเย็นสุดขั้วก็ได้ปรากฏในมือของเขาอีกครั้ง

"ปุชี้ !"

เป่ยเฟิงดึกหอกออกมาแล้วฟันไปที่ซาราแมนเดอร์ยักษ์เบา ๆ โดยเล็งไปที่เนื้อชิ้นใหญ่ของมัน !

มันเหมือนกับมีดร้อน ๆ ที่ตัดเนย มันไม่รู้สึกถึงแรงต้านเลย !

เป่ยเฟิงเต็มไปด้วยความพอใจ "มันใช้ได้สะดวกจริง ๆ เวลาจะตัดอะไร อนาคตน่าจะใช้ได้หลายอย่าง" ใบหน้าตอนนี้ของเขาดูร่าเริงอย่างมาก จากนั่นเขาก็ได้หันไปที่ทางออกจากชั้นใต้ดิน

เมื่อเขาคิดย้อนกลับไปตอนที่เขาต้องใช้เลื้อยไฟฟ้าในการตัดเนื้อสัตว์อสูรพวกนี้ ช่วยไม่ได้ที่จะทำให้เขารู้สึกอับอาย

หลังจากที่ท้องส่งเสียงร้องอีกครั้ง เขาก็หันกลับไปตัดเนื้อชิ้นใหญ่จากซาราแมนเดอร์ยักษ์ แล้วจึงค่อยเดินออกมาจากชั้นใต้ดิน

"ปัง !"

ทันใดนั้นเมื่อเขาจับมีดเตรียมที่จะหั่นเนื้อ พวกมันก็ได้หักเป็น 2 ท่อนทันที

หลังจากที่สาปแช่งอย่างหงุดหงิด เป่ยเฟิงก็สามารถหั่นเนื้อของซาราแมนเดอร์ยักษ์เป็นก้อนเล็ก ๆ ได้ จากนั้นเขาจึงโยนมันลงกระทะ แล้วโยนส่วนผสมอีกหลายอย่างลงไป แล้วเร่งไฟเพื่อปรุงมัน

ครึ่งชั่วโมงต่อมา เป่ยเฟิงก็ถือจานอาหารไปที่ห้องของเขา พร้อมกับหม้อเหล้าที่เขาต้มมาซักพักหนึ่ง จากนั่นเขาก็เทมันลงในชามซุมใหญ่ ๆ แล้วนั่งลงพร้อมกับจานเนื้อขนาดใหญ่

"ปุ้ป !"

ตะเกียบหักขามือของเขาเป็น 2 ท่อน

"ปุ้ป !"

ชามข้าวของเขาหักเป็น 5 ส่วน

'บัดซบ ! ฉันไม่อยากจะเชื่อ !'

เป่ยเฟิงแสดงออกด้วยหน้าตาหน้าเกลียด เขารู้ว่าร่างกายของเขามันก้าวหน้าไวเกินไป เขายังไม่คุ้นชินกับพลังนี้ แต่นี้มันไม่เกินไปหน่อยงั้นหรือ ?

หลังจากที่ทำชามกับตะเกียบแตก เขาก็เริ่มระวังตัวมากขึ้นในขณะที่ค่อย ๆ กิน อย่างใดก็ตามการกินโดยไม่มีชามข้าวกับตะเกียบนี้มันเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญอย่างมาก

เหล้าสมุนไพรสีเหลืองอ่อนอำพัน มันมีสีสันสดใสและกลิ่นหอมเหมือนไวน์ชั้นดีที่ถูกแช่ไว้มานานหลายปี

"เนื้อซาราแมนเดอร์ยักษ์นี้ไม่มีประโยชน์กับตัวฉันอีกแล้ว แต่มันก็สามารถใช้เติมกระเพาะของฉันได้อยู่ แต่เหล้าสมุนไพรนี้ มันไม่เลวเลย !"

เป่ยเฟิงมองไปที่ริมฝีมือของเขาที่สะท้อนอยู่ในถ้วยแล้วเลียริมฝีปาก จากนั่นก็ดื่มเข้าไปอีกจนหยดสุดท้าย

ตอนแรกเขาคิดว่าเหล้าที่ผ่านจากการดองของตะขาบยักษ์กับคางคกที่น่าเกลียดมันจะมีรสชาติแปลก ๆ แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะมีกลิ่นหอมและรสชาติที่บริสุทธิ์มากขนาดนี้ ?

เหล้าราคาถูกที่เขาซื้อมาจากข้างถนนมันเป็นขอบเขตมากสุดที่มันจะกลั่นได้แล้ว แต่ในตอนนี้มันไม่มีรสชาติแบบที่ชาวบ้านได้กลั่นมาเลย

ถึงมันจะมีคุณค่ามากแค่ไหน แต่เหล้าหม้อนึงมันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงร่างกายของเป่ยเฟิงมากนัก มันเป็นไปตามที่เขาคิดเอาไว้

หลังจากดิ่มจนหมด เขาก็กลับไปที่ห้องของเขาในตอนกลางคืน

"ปัง !"

เป่ยเฟิงเดินกลับมาที่ห้องแล้วเปิดประตูห้องนอนตามปกติ แต่ประตูทั้งสองข้างก็ได้พังลงโดยบังเอิญ เป่ยเฟิงยืนอยู่ตรงกลางกองขยะข้าง ๆ เขาแสดงออกด้วยความโง่งมบนใบหน้า

"บูม !"

เสียงเหมือนฟ้าผ่าดังไปทั่วบ้านในตอนกลางคืน

"นี้มันเรื่องบัดซบอะไรเนี่ย ? ไม่ว่าฉันจะจับอะไรมันก็จะพังไปทุกทีสิน่า แม้ว่ามันจะแค่สะกิดโดยปลายขาฉันเท่านั้นเนี่ยนะ ?"

เป่ยเฟิงมองไปรอบ ๆ แล้วดูห้องนอนของเขาที่พังยับเยินเพราะตัวเขา

เขาลูบดวงตาของเขาให้หลับลงไปแล้วดึงผ้าห่มคลุมหัวแล้วจากนั้นก็นอนต่อ

นี้เป็นครั้งแรกที่เป่ยเฟิงนอนโดยมีพระอาทิตย์ขึ้นสูงเหนือท้องฟ้า เขาไม่ได้ตื่นขึ้นมาเพื่อฝึกเคล็ดการหายใจด้วยแสง

เขาบิดขึ้เกียจอย่างช้า ๆ แล้วเดินออกมาจากห้องนอนที่ไม่มีประตูและปรากฏใบหน้าว่างเปล่าบนหน้าของเขา

"ไป่เซียง ทั้งสามคนยังไม่กลับมา ?"

เป่ยเฟิงเห็นไป่เซียงกำลังยุ่งอยู่ในครัว

สำหรับไป่เซียงที่กำลังยุ่งอยู่นั้น มันเป็นเรื่องปกติเพราะเหตุการณ์ที่เป่ยเฟิงทำเมื่อคืน เขากลับไปห้องนอนทันทีที่ทำอาหารแล้วกินเสร็จ เขาออกไปโดยไม่แม้แต่จะล้างจานหรือทำความสะอาดห้องครัว

"อืม ในเมื่อยังไม่กลับมา งั้นทำไมเราสองคนไม่แลกหมัดกันหน่อยละ ?"

เป่ยเฟิงยิ้ม คราวนี้เขามั่นใจว่าเขาสามารถเอาชนะไป่เซียงได้ !

"ได้สิ !"

ตาของไป่เซียงสว่างไสวด้วยความสุข ในความเห็นของเขา เป่ยเฟิงสามารถต่อสู้กับเขาได้ดีกว่าลึกลับทั้งสาม เพราะปกติเขาต้องยั้งมือไว้ตลอดเวลาเพราะกลัวว่าจะทำให้พวกเขาบาดเจ็บสาหัส มันไม่ใช่ความรู้สึกที่เขาต้องการเลย !

'แปลก วันนี้เจ้านายเหมือนจะดูแตกต่างออกไป .. ลืมมันไปซะ บางทีฉันอาจจะคิดมากไปเอง'

ไป่เซียงรีบวางงานที่เขาทำลงแล้ววิ่งไปที่ลานกว้างอย่างตื่นเต้น

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ไป่เซียงก็ได้นอนอยู่บนพื้นพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า เขานอนอยู่อย่างนั่น มองขึ้นไปที่เมฆบนฟ้าโดยไม่สามารถลุกขึ้นมาได้

เป่ยเฟิงวางมือของเขาไว้ข้างหลังแล้วผิวปากเบา ๆ เดินออกไป

ครึ่งชั่วโมงนั่นเป็นเวลาที่แสนสั้นและเป็นฝันร้ายของไป่เซียง เขาไม่สามารถที่จะขยับได้เลยแม้แต่ก้าวเดียว เขาไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะชนะเลย !

ตอนแรกไป่เซียงคิดว่าเขาได้ยั้งมือมากเกินไป เขาคิดว่าเขาไม่ได้ใช้พลังเต็มที่ของเขา แต่ในความจริง เขาเป็นเพียงแค่กระสอบทรายสำหรับเป่ยเฟิงเท่านั้น เขาไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะโต้กลับเลย !

แม้ว่าเป่ยเฟิงจะไม่ได้ใช้เคล็ดการต่อสู้ แต่พลังของเขามีมากกว่าไป่เซียง และเขายังมีความเร็วมากกว่า ดังนั้นแม้ว่าไป่เซียงจะใช้กายานิรันดร์ ทองเจิศจรัสแต่มันก็ไม่เพียงพอที่จะสู้กับเขา !

เขาไม่สามารถแม้แต่จะแตะอีกฝั่งได้ สุดท้ายเขาก็จบลงด้วยการโดนทุบอยู่กับพื้นโดยการต่อยเพียงครั้งเดียวของเป่ยเฟิง

เป่ยเฟิงอารมณ์ดีมาก หนึ่งจะต้องรู้ว่าเราต้องคืนสิ่งที่คนอื่นทำไว้กับเขาเสมอ ! ถ้าหากเขาพ่ายแพ้ เขาก็จะรอเวลาเพื่อที่จะกลับไปล้างแค้นเมื่อแข็งแกร่งขึ้น !

ตอนนี้ดวงอาทิตย์ขึ้นสูงมากแล้ว ไป่เซียงก็สามารถลุกขึ้นมาได้แล้วเดินกลับไปที่ห้องของเขา

"บอส ลึกลับที่ 2 กับผมทำได้แล้ว ! เคล็ดนี้มันยอดเยี่ยมสุด ๆ !"

ลึกลับที่สามระเบิดความตื่นเต้นทันทีเมื่อกลับมาถึงบ้าน

"เอิ่ม รู้แล้ว แต่ฉันคิดว่าพวกนายน่าจะไปอาบน้ำก่อน"

เป่ยเฟิงปิดจมูกด้วยความขยะแขยง ขณะเดียวกันก็ชี้ไปที่ห้องน้ำ

เมื่อถึงมื้อกลางวัน จิตวิญญาณของทุกคนดูหิวกระหายจนน่าตกใจ !

เนื้อซาราแมนเดอร์ยักษ์นไม่เหมือนกับกุ้งอมตะ มันมีพลังงานที่น้อยกว่ามาก แต่ลึกลับที่ 1 กับพวกที่เหลือกลับสามารถกินพวกมันได้เยอะมากด้วยตัวพวกเขาเอง แน่นอนว่าไม่รวมตัวละครหลักของเรานั่นคือ เป่ยเฟิงและไป่เซียง

เนื้อสิบจินหายไปอย่างรวดเร็วโดยผีหิวกระหายไม่กี่ตัว เป่ยเฟิงทำชามกับตะเกียบหักไปอีกหลายอัน มันทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย

เมื่อกินอาหารเสร็จแล้ว เป่ยเฟิงก็ไปที่ลานกว้างแล้วฝึกท่าเคล็ดการเคลื่อนไหวด้วยแสง การเคลื่อนไหวและจังหวะทุกครั้งของเขามันทรงพลังอย่างมาก !

เขาเคลื่อนไหวช้า ๆ แต่มันก็ได้สร้างเสียงแตกหักได้อย่างชัดเจนที่ครั้งที่เขาขยับตัว

หลังจากนั่นเขาก็ยกมือขึ้นเหนือหัวแล้วจินตนาการถึงภูเขาอมตะที่กำลังหล่นทับแล้วส่งพลังมาที่เขา

"ปัง !"

แขนของเขาไม่สามารถรับมันได้ ก่อนที่ทั้งร่างของเขาจะถูกทุบติดพื้น

'บัดซบ ?'

เป่ยเฟิงค่อย ๆ คลานออกมาพร้อมกับโคลนที่เต็มหน้าของเขา โชคดีที่ร่างกายของเขาแข็งแรงอย่างมาก เขาจึงไม่บาดเจ็บมากนัก

"ฉันคิดว่าที่ฉันไม่สามารถทำมันได้เพราะว่ายังอ่อนเกินไป แต่ตอนนี้ฉันแข็งแกร่งขึ้นมากแล้ว แต่ทำไมมันยังเป็นแบบนี้กัน ?"

เป่ยเฟิงคิดไม่ตกว่าเขาติดปัญหาอะไร

จบบทที่ บทที่ 77 ความน่ากลัวของความแข็งแกร่ง 10,000 จิน !

คัดลอกลิงก์แล้ว