เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25: คนที่สลับดวงชะตา น่าจะอยู่ในวังเเห่งนี้

บทที่ 25: คนที่สลับดวงชะตา น่าจะอยู่ในวังเเห่งนี้

บทที่ 25: คนที่สลับดวงชะตา น่าจะอยู่ในวังเเห่งนี้


บทที่ 25: คนที่สลับดวงชะตา น่าจะอยู่ในวังเเห่งนี้

ยิ่งไปกว่านั้นหนานหลียังแต่งกายด้วยเสื้อผ้าหลายชั้นจนแม้แต่การเดินเหินยังลำบาก แล้วจะใช้ดาบได้อย่างไรกัน

หนานหลีไม่สนใจว่าลู่เจิ้งจะจริงใจหรือเสแสร้ง นางเอ่ยขึ้นว่า

“ไม่เป็นไร ขอเพียงข้ารับกระบวนท่าของท่านไม่ได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว ก็ถือว่าข้าแพ้”

นางพูดจาโอหังถึงเพียงนี้ หากว่าลู่เจิ้งไม่ตอบรับ ก็เท่ากับว่าตระกูลลู่ต้องเสียหน้า

ท่านเสนาบดีลู่กระแอมไอเบาๆ “ในเมื่อคุณหนูหกมีน้ำใจถึงเพียงนี้ เจ้าจะปฏิเสธอีกได้อย่างไร?”

ลู่เจิ้งจนปัญญา ทำได้เพียงตอบรับคำท้า…ข้าราชบริพารรีบจัดเตรียมดาบไม้ทันที

….

ชิงเฟิงรู้สึกเป็นกังวลอยู่บ้าง เขารีบเอ่ยขึ้นว่า

“ท่านอ๋อง คุณชายลู่ผู้นั้นเคยได้รับการชี้แนะจากยอดฝีมือในยุทธภพ คุณหนูหกจะรับมือไหวหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

หากว่าแพ้ขึ้นมา จวนอันหยางโหวคงจะต้องเสียหน้าจนหมดสิ้น

เย่ซือเหิงทอดพระเนตรมองร่างของนาง พลางควงจอกหยกขาวในมือเล่นไปมาอย่างไม่ใส่ใจนัก ที่มุมพระโอษฐ์ปรากฏรอยยิ้มจางๆ

“นางสามารถป้องกันอาวุธลับของเจ้าได้ คาดว่าลู่เจิ้งคงจะทนอยู่ในมือของนางได้ไม่เกินสามกระบวนท่ากระมัง”

“ก็ไม่แน่เสมอไปนะพ่ะย่ะค่ะ วันนี้นางแต่งกายเช่นนี้ การเคลื่อนไหวคงจะไม่คล่องแคล่วเท่าใดนัก” ชิงเฟิงพึมพำ

ผู้คนในตำหนักไม่ได้ให้ความสนใจกับเรื่องนี้เท่าใดนัก แค่มองดูร่างที่บอบบางของหนานหลี ชัยชนะของการประลองครั้งนี้ก็แทบไม่ต้องดูก็รู้ผลแล้ว

ทว่าฉู่หานหลินกลับตะโกนขึ้นไป “คุณชายลู่ ท่านต้องใช้ฝีมือที่แท้จริงออกมานะ อย่าได้ดูถูกบุตรสาวของข้าเป็นอันขาด!”

คำพูดนี้ทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยต้องยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะ

ฮูหยินเสิ่นเองก็โกรธขึ้นมาบ้างแล้ว “หัวเราะอะไรกัน ท่านโหวของข้าแค่หวังดีเตือนเท่านั้น”

องค์หญิงฮุ่ยผิงเห็นสองสามีภรรยาผลัดกันพูดปกป้องคนละคำสองคำ ก็ยิ่งแย้มพระสรวลกว้างขึ้นไปอีก…พระนางทรงถอดปิ่นทองคำรูปผีเสื้อหยกประดับไข่มุกตงจูออกจากมวยผมอย่างไม่ใส่ใจนัก

“เสด็จพี่ ในเมื่อเป็นการประลอง ก็ควรจะมีของรางวัลสักหน่อยถึงจะสนุกใช่หรือไม่เพคะ”

ฮ่องเต้อมู่อู่พยักพระพักตร์พร้อมกับฮองเฮา ก็ทรงพระราชทานกำไลหยกคู่รูปหงส์คู่หยอกเย้าไข่มุกเพิ่มเข้ามาอีกคู่หนึ่ง

แม้แต่เย่ซือเหิงผู้ซึ่งปกติแล้วไม่เคยสนพระทัยเรื่องพวกนี้เลย ก็ทรงพระราชทานสายประคำหยกสีม่วงออกมาสายหนึ่งอย่างไม่คาดฝัน

หยกแต่ละเม็ดล้วนกลมกลึงมันวาว สีสันสม่ำเสมอ เป็นของล้ำค่าที่หาชมได้ยาก

“น้องเก้า เจ้า...” ฮ่องเต้อมู่อู่ทรงตกพระทัยเล็กน้อย

“เสด็จพี่ การประลองเริ่มแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เย่ซือเหิงตรัสขัดจังหวะฮ่องเต้อมู่อู่

ฮ่องเต้อมู่อู่จึงต้องทรงหุบปาก

….

ณ กลางตำหนัก ทั้งสองคนได้หยิบดาบไม้ขึ้นมาแล้ว

“คุณชายลู่ ท่านต้องจับดาบของท่านให้มั่น” หนานหลีเอ่ยเตือนอย่างจริงจังอีกครั้ง

“ข้าจะยอมให้คุณหนูหกสองกระบวนท่าก่อน” มิเช่นนั้น ลู่เจิ้งจะรู้สึกว่าตนเองชนะอย่างไม่ขาวสะอาด

“ไม่ต้องยอมให้ข้าหรอก ข้าเหนื่อยแล้ว” การที่นางต้องสวมชุดเช่นนี้แล้วยังต้องถือดาบอีก ช่างเป็นความทรมานอย่างยิ่ง ดังนั้นนางจึงอยากจะรีบจบการประลองโดยเร็วที่สุด

ลู่เจิ้งก็นึกว่านางอยากจะรีบแพ้ จะได้กลับไปนั่งเสียที

ใครเลยจะคาดคิดว่านางจะเป็นฝ่ายจู่โจมก่อน…แถมมการโจมตีทั้งรวดเร็วและเหี้ยมโหด

ลู่เจิ้งเห็นได้ในทันทีว่านางไม่ใช่แค่หมอนปักลายที่สวยแต่รูป ทันทีที่เขาคิดจะเอาจริงเอาจังขึ้นมา นางกลับใช้แรงทั้งหมดฟันดาบลงมาอย่างรุนแรง

เสียงแหวกอากาศดังสนั่น

แกร๊ก!

ดาบไม้ของลู่เจิ้งปรากฏรอยร้าว

มัน...มันถูกหนานหลีฟันจนหักสะบั้น!

ดาบท่อนที่หักลอยออกไปด้านข้าง ทำให้ครอบครัวของเจ้ากรมคลังต้องร้องออกมาด้วยความตกใจ

ทว่า...ดาบท่อนนั้นกลับพุ่งไปปักอยู่บนเสาไม้แกะสลักปิดทอง ปักลึกลงไปถึงสามส่วน

“ขอบคุณที่ออมมือ”

แววตาของหนานหลีเรียบเฉย สีหน้ายังคงไม่เปลี่ยนแปลง

สีหน้าของลู่เจิ้งซีดเผือดเล็กน้อย เขายกมือขวาขึ้นมาอย่างยากลำบาก ก่อนจะประสานมือคารวะ  “ฝีมือดาบของคุณหนูหกยอดเยี่ยมจริงๆ”

มือขวาของเขาได้รับแรงกระแทก ตอนนี้ยังคงสั่นสะท้านอย่างรุนแรง แทบจะไม่สามารถกำดาบไม้ครึ่งท่อนที่เหลือไว้ได้

นี่...คุณหนูหกผู้นี้มีแรงมหาศาลถึงเพียงใดกัน!

เมื่อครู่...อันหยางโหวอุตส่าห์เตือนตนแล้ว แต่เขากลับไม่ใส่ใจ…ไม่สิ ต่อให้เขาจะใส่ใจ ก็คงจะไม่มีประโยชน์อยู่ดี

ทว่าลู่เยี่ยนเยี่ยนกลับไม่ยอมรับ นางเอ่ยขึ้นว่า

“ใช้แค่แรงหักดาบ? นี่จะนับว่าชนะได้อย่างไร? ยังไม่ทันได้เห็นกระบวนท่าอะไรเลยแม้แต่น้อย”

“ใช่แล้ว นี่ไหนเลยจะเรียกว่าการประลองฝีมือดาบ ดูแล้วไม่ต่างอะไรกับการยกโต๊ะมาให้ชายฉกรรจ์สองคนงัดข้อกันเลย” องค์หญิงฮุ่ยผิงก็ทรงขมวดพระขนงเช่นกัน

“อาวุธหักแล้ว ก็คือแพ้แล้ว…คุณชายลู่ ท่านคิดว่าอย่างไร?” เย่ซือเหิงตรัสด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“องค์ชายเก้าตรัสถูกแล้ว เป็นข้าเองที่ฝีมือไม่ดี” ลู่เจิ้งรีบเอ่ย พร้อมกับถลึงตามองลู่เยี่ยนเยี่ยนแวบหนึ่ง

เขากลับไปยังที่นั่งของตน มือถึงจะค่อยๆหายสั่น…ต่อให้คุณหนูหกจะยินดีประลองกับเขาอีกสักรอบ เขาก็คงจะไม่มีแรงกำดาบได้แล้ว

ฮ่องเต้อมู่อู่ทอดพระเนตรมองหนานหลี ก่อนจะแย้มพระสรวลแล้วตรัสว่า

“เช่นนั้น…ก็เป็นคุณหนูหกแห่งจวนอันหยางโหวที่ชนะสินะ ออกมารับของรางวัลของเจ้าที่ข้างหน้าเถิด”

เมื่อลู่เยี่ยนเยี่ยนเห็นหนานหลีขอบพระทัยและรับของรางวัลไป ก็โกรธจนหน้าเขียวหน้าม่วง

“พี่ใหญ่! ทั้งหมดเป็นเพราะท่านประมาทศัตรู ถึงได้ไปแพ้ให้กับนาง!”

“เห็นสายประคำขององค์ชายเก้าหรือไม่ ข้าอยากได้สิ่งนั้น” นางกัดฟันกรอด

“อยากได้ ก็ไปช่วงชิงมาด้วยตนเองสิ จะมาโทษข้าทำไม”

ถึงตอนนี้ลู่เยี่ยนเยี่ยนก็ไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมาอีก

ถึงแม้…ฮ่องเต้และฮองเฮาจะทรงพระเมตตาและอ่อนโยน แต่หากนางกล้าสงสัยในคำตัดสิน ก็เท่ากับเป็นการลบหลู่เบื้องสูง

หนานหลีรับของรางวัลจากองค์หญิงและฮ่องเต้ฮองเฮาก่อน ในท้ายที่สุดก็มาถึงที่ของเย่ซือเหิง

“ขอบพระทัยองค์ชายเก้าเพคะ” ตามธรรมเนียมแล้วอย่างไรก็ต้องขอบพระทัย

“เข้ามาใกล้ๆ” เย่ซือเหิงตรัสด้วยรอยยิ้ม

หนานหลีไม่ค่อยเข้าใจนัก จึงก้าวไปข้างหน้าสองก้าว

เย่ซือเหิงเอนพระวรกายมาข้างหน้าเล็กน้อย ก่อนจะจับมือนางขึ้นมา แล้วสวมสายประคำหยกสีม่วงให้

นางเงยหน้าขึ้นมองอย่างตกตะลึง ก็เห็นแววพระเนตรของเย่ซือเหิงเจือไปด้วยความอบอุ่นราวกับสายลมในฤดูใบไม้ผลิ…ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ในทันใดนั้นหัวใจของนางก็พลันสับสนวุ่นวาย รีบชักมือของตนเองกลับ ก่อนจะย่อตัวคารวะแล้วกลับไปยังที่นั่งของตน

มีคนจำที่มาของสายประคำหยกสีม่วงเส้นนั้นได้

ทันใดนั้น...ในใจของแต่ละคนก็มีความคิดแตกต่างกันไป สีหน้าที่มองไปยังหนานหลีก็ดูแปลกไปอย่างยิ่ง

แต่ในเมื่อฮ่องเต้อมู่อู่และองค์ชายเก้าไม่ได้ทรงตรัสอะไร พวกเขาก็ย่อมไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมา

เมื่องานเลี้ยงดำเนินไปได้ครึ่งหนึ่ง หนานหลีก็ออกมาสูดอากาศข้างนอก

นางเดินเล่นไปรอบหนึ่ง ก็ได้พบกับเย่ซือเหิงระหว่างทาง…ภายใต้แสงตะวันที่สาดส่อง พระองค์ยิ่งดูสูงศักดิ์สง่างามขึ้นไปอีก

“แดดไม่น้อยเลยนะ เหตุใดเจ้าถึงไม่ให้นางกำนัลกางร่มให้?” เย่ซือเหิงตรัสถาม

พระองค์เพียงแค่ยกพระหัตถ์ขึ้นเล็กน้อย ชิงเฟิงก็ให้นางกำนัลที่ติดตามมาเข้าไปกางร่มบังแดดให้หนานหลี

“ข้าแค่เดินเล่นไปเรื่อยเปื่อย ไม่เป็นไรหรอกเพคะ” หนานหลีรับร่มมา ก่อนจะส่งสายตาเป็นนัย

เย่ซือเหิงทรงเข้าพระทัยในความหมายของนาง จึงรับสั่งให้ผู้ติดตามถอยออกไป เหลือไว้เพียงชิงเฟิงคนเดียว

“เมื่อครู่หม่อมฉันลองดูแล้ว ต้นไม้ในวังแห่งนี้ล้อมรอบตำหนักเฉียนหลงเอาไว้ มีการจัดวางตำแหน่งอย่างเป็นระเบียบและเหมาะสม นับเป็นค่ายกลเก้ามังกรม่วงเพคะ” หนานหลีเอ่ยขึ้น

“ค่ายกลนี้ไม่เพียงแต่จะป้องกันสิ่งชั่วร้ายได้ แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองและราษฎรอีกด้วย คนที่วางค่ายกลนี้ช่างเก่งกาจยิ่งนัก มีความเป็นไปได้สูงว่า...จะเป็นคนเดียวกับที่สลับชะตาของพระองค์”

สามารถสลับชะตาของคนในราชวงศ์ได้ คาดว่าก็คงจะอยู่ในพระราชวังแห่งนี้เช่นกัน

การที่วันนี้นางยอมมาร่วมงานเลี้ยง ก็เพื่อเรื่องนี้โดยเฉพาะ

สีพระพักตร์ของเย่ซือเหิงพลันเคร่งขรึมลงเล็กน้อย

“นี่เป็นฝีมือของอดีตราชครู…แต่ว่าเขาได้ป่วยตายไปเมื่อสามปีก่อนแล้ว”

“ป่วยตายแล้วรึเพคะ?” หนานหลีขมวดคิ้วแน่น

หากว่าอดีตราชครูคือคนที่สลับชะตาจริงๆ

เช่นนั้น...ไข่มุกวิญญาณของนางถูกฝังไปพร้อมกับเขา หรือว่าถูกส่งต่อให้ศิษย์ไปแล้ว?

เย่ซือเหิงเห็นนางมีท่าทีร้อนรนถึงเพียงนี้ ในพระทัยก็พลันรู้สึกอ่อนโยนขึ้นมา

“เจ้าเป็นกังวลว่าชะตาของข้าจะสลับกลับคืนมาไม่ได้รึ?”

หนานหลีกำลังคิดถึงเรื่องไข่มุกวิญญาณของตนเองอยู่ จึงไม่ได้ฟังให้ชัดเจนว่าเย่ซือเหิงกำลังตรัสอะไร

นางพยักหน้าส่งๆไปก่อนจะเอ่ยต่อ

“ที่พักของอดีตราชครูอยู่ที่ใดเพคะ? หม่อมฉันขเข้าไปดูได้หรือไม่?”

“ย่อมได้อยู่แล้ว” เย่ซือเหิงทรงตอบรับทันที

อดีตราชครูพักอยู่ที่หอดูดาวมาโดยตลอด ซึ่งตั้งอยู่ทางมุมตะวันตกเฉียงใต้ของพระราชวัง

เย่ซือเหิงรับสั่งให้คนไปแจ้งสองสามีภรรยาอันหยางโหวให้ทราบก่อน จึงจะพาหนานหลีไป

อดีตราชครูไม่มีศิษย์ หลังจากที่เขาป่วยตายไป ก็ได้มีการรับสมัครผู้มีความสามารถที่เชี่ยวชาญการดูดาวเข้ามาหลายคน

เมื่อพวกเขาทราบว่าเย่ซือเหิงเสด็จมา ก็รีบพากันออกไปต้อนรับ

หนานหลีจึงเข้าไปยังที่พักของอดีตราชครู เดินสำรวจไปรอบหนึ่ง

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 25: คนที่สลับดวงชะตา น่าจะอยู่ในวังเเห่งนี้

คัดลอกลิงก์แล้ว