เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22: ขอคุณหนูฉู่ รับพวกเราเป็นศิษย์ด้วย

บทที่ 22: ขอคุณหนูฉู่ รับพวกเราเป็นศิษย์ด้วย

บทที่ 22: ขอคุณหนูฉู่ รับพวกเราเป็นศิษย์ด้วย


บทที่ 22: ขอคุณหนูฉู่ รับพวกเราเป็นศิษย์ด้วย

เมื่อผีอดอยากได้ยินคำพูดของหนานหลี ก็ยิ่งบันดาลโทสะมากขึ้นไปอีก

มันอยู่มาได้นับร้อยปี สังหารผู้คนไปแล้วก็นับไม่ถ้วน แม้แต่พวกนักพรตปรมาจารย์อะไรนั่นก็ยังทำอะไรมันไม่ได้

คาดไม่ถึงเลยว่า...วันนี้จะมียัยเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนหนึ่งกล้ามาพูดจาโอหังกับมัน

เช่นนั้นก็ดี... มันจะทำให้นางได้ประจักษ์ถึงความร้ายกาจของตนเอง!

มันควบคุมพลังอาฆาตของตนเอง ทันใดนั้น... ผู้คนที่เดิมทีกำลังก้มหน้าก้มตากินอาหาร ก็พลันเคลื่อนไหวราวกับหุ่นเชิดถูกกระตุกเชือก ทีละคนๆพุ่งเข้าใส่หนานหลี

ปรมาจารย์หลี่เบิกตากว้าง ก่อนจะถอยหลังไปด้วยความหวาดหวั่น หากถูกคนพวกนี้รุมทับ คงจะต้องถูกกัดกินจนตายทั้งเป็นอย่างแน่นอน

เเต่ใครเลยจะคาดคิดว่า...หนานหลีกลับพุ่งเข้าใส่คนเหล่านั้นเเทน

นางเพียงแค่ยกข้อมือขึ้น ตวัดดาบจันทราในมืออย่างแผ่วเบา ก็สามารถสลายพลังอาฆาตออกจากร่างของคนสองสามคนได้แล้ว

เพียงแต่ว่า...ผีอดอยากตนนี้ก็นับว่ามีฝีมืออยู่บ้าง

พลังอาฆาตของมันพลันกลับมารวมตัวกันอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเข้าควบคุมบ่าวไพร่ในคฤหาสน์สกุลเซียวให้ลุกขึ้นสู้อีกครั้ง

ด้านข้าง ปรมาจารย์หลี่ใช้ยันต์ของตนเองต้านทานไว้อย่างยากลำบาก พลางเอ่ยขึ้นว่า

“หากไม่โจมตีที่ร่างจริง เรื่องนี้คงไม่มีวันจบสิ้นแน่!”

แต่คนเยอะขนาดนี้ จะไปรู้ได้อย่างไรว่าคนไหนคือร่างจริง?

หากคาดเดาผิดพลาด ก็จะทำให้ดวงวิญญาณของคนผู้นั้นต้องบาดเจ็บ

หนานหลีตวัดดาบกวาดคนสองสามคนออกไป เพื่อเปิดทางชั่วคราว สายตาของนางจับจ้องไปที่สาวใช้หน้าตางดงามคนหนึ่ง

ผีอดอยากคาดไม่ถึงว่านางจะสามารถหาร่างจริงของมันเจอได้อย่างง่ายดายถึงเพียงนี้

มันคิดจะใช้พลังอาฆาตเข้าขัดขวาง แต่ก็คาดไม่ถึงอีกเช่นกันว่าหนานหลีจะยกดาบขึ้นแล้วฟันผ่านเข้ามาได้อย่างง่ายดาย พร้อมกับเสียงเปรี๊ยะปร๊ะที่ดังขึ้น

หนานหลีเก็บดาบ ก่อนจะรีบประสานอิน แล้วบีบเข้าที่ลำคอของสาวใช้หน้าตางดงามคนนั้นทันที

อินคาถานั้นทำให้ผีอดอยากไม่สามารถหนีไปไหนได้ ทำได้เพียงถูกกักขังอยู่ในร่างของสาวใช้ต่อไป

“ปล่อยข้า! ปล่อย!”

“มีคนนำเจ้ามาไว้ที่นี่ใช่หรือไม่?” หนานหลีเอ่ยถาม

ฮวงจุ้ยของคฤหาสน์สกุลเซียวก็ไม่เลว อีกทั้งยังไม่ใช่สถานที่จองจำวิญญาณ เเล้วมันจะมีผีอดอยากโผล่มาโดยไม่มีเหตุผลได้อย่างไร

“นังเด็กนี่...เเกมีสิทธิ์อะไรมาถามข้า...”

แต่แล้วหนานหลีก็แปะยันต์อีกแผ่นลงไป เปลวไฟจากยันต์แผดเผา เผาจนผีอดอยากต้องทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด มันจึงรีบเปลี่ยนคำพูดทันที

“ใช่...มีนักพรตคนหนึ่งเก็บข้ามาจากลานประหาร แล้วนำข้ามาไว้ที่นี่”

หนานหลีหรี่ตาลงเล็กน้อย

เป็นไปตามคาด...มีคนจงใจทำเรื่องนี้ขึ้นจริงๆ

เซียวหว่านอี๋คือคู่หมั้นของพี่ใหญ่ของนาง หรือว่านี่จะเป็นเรื่องที่พุ่งเป้ามาที่ตระกูลฉู่ของนางอีกแล้ว?

“เขาชื่ออะไร?” นางดึงยันต์อัคคีกลับ

“ข้าไม่รู้...รู้แต่เพียงว่าเห็นนักพรตคนนั้นค้อมตัวโค้งคำนับสตรีผู้หนึ่งอย่างนอบน้อม” ผีอดอยากเอ่ยตอบ

สตรีรึ?

เช่นนั้น...ก็ไม่ใช่ศัตรูทางการเมืองแล้ว

หรือว่าจะเป็น...หนี้รักของท่านพ่อ?

นางเผลอใจลอยไปเพียงชั่วครู่เดียว ผีอดอยากก็หาโอกาสได้ทันที…มันหนีออกจากร่างของสาวใช้หน้าตางดงามคนนั้น แล้วรวบรวมพลังอาฆาตขึ้นมาใหม่

“นังเด็กสารเลว! กล้าดีอย่างไรมาขวางข้ากินข้าว ข้าจะถลกหนังเลาะกระดูกเจ้า!” ผีอดอยากแยกเขี้ยวเคี้ยวฟัน ท่าทางน่าสยดสยองราวกับจะกลืนกินหนานหลีเข้าไปทั้งเป็น

“แค่เจ้า...ยังไม่คู่ควร” หนานหลีเงยหน้าขึ้นมองอย่างไม่เกรงกลัว

นางประสานอินเพียงครั้งเดียว ก็สามารถต้านทานพลังอาฆาตที่แพร่กระจายออกมาได้…จากนั้นก็ซัดยันต์อีกแผ่นออกไป พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงใสกังวาน

“อัสนีบาตสวรรค์!”

ยันต์แผ่นนั้นล็อกเป้าหมายไว้ในทันที และเมื่อสิ้นเสียงของหนานหลี อัสนีบาตสายหนึ่งก็ฟาดลงมาจากฟากฟ้า!

เปรี้ยงงงง!!!

เสียงเปรี้ยงปร้างดังสนั่นขึ้น

ในชั่วพริบตา...ก็ฟาดใส่ผีอดอยากตนนั้นจนต้องเผยร่างจริงออกมาอีกครั้ง

แต่ยังไม่ทันที่หนานหลีจะต้องลงมือ อานุภาพของยันต์อัสนีบาตสวรรค์ก็อวดพลังอย่างยิ่งยวด มันฟาดใส่ผีอดอยากจนเหลือเพียงกลุ่มควันลอยอ้อยอิ่ง เเละพลังอาฆาตก็สลายหายไปพร้อมกัน

ผู้คนในห้องครัวหยุดการกัดกิน พวกเขาได้สติกลับคืนมา แต่ละคน...ต่างมองดูมือและใบหน้าที่สกปรกมอมแมมของตนเอง แล้วยืนนิ่งตะลึงงันอยู่กับที่

ปรมาจารย์หลี่ซึ่งหนีไปหลบอยู่ข้างๆก่อนหน้านี้ ก็รีบปรากฏตัวออกมาทันที

“ช่างน่าหวาดเสียนี่กระไร! ต้องขอบคุณนักพรตผู้นี้กับคุณหนูผู้นี้ที่ร่วมมือกันปราบปีศาจร้าย ถึงได้ช่วยให้ทุกคนรอดชีวิตมาได้”

หนานหลีเหลือบมองเขาอย่างไม่สบอารมณ์

“เมื่อครู่ ท่านไม่ได้กำลังยืนดูเฉยๆอยู่หรอกรึ?”

ทั้งๆที่ไม่ได้ช่วยอะไรเลยแม้แต่น้อย…พอตอนจบกลับมาเอาหน้าซะงั้น

ปรมาจารย์หลี่ขยับเข้ามาข้างกายนาง ก่อนจะกระซิบเสียงเบา “ข้าก็อายุอานามป่านนี้แล้ว ให้หน้าข้าบ้างสิ”

หนานหลีถึงกับพูดไม่ออกบอกไม่ถูก

แต่ด้วยคุณธรรมอันดีงามในการเคารพผู้ใหญ่และเอ็นดูเด็ก นางจึงไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาอีก

นางเดินกลับไปยังลานเรือนด้านหน้า ก็เห็นสองสามีภรรยาสกุลเซียวฟื้นคืนสติแล้ว พวกเขากำลังยืนล้อมรอบบุตรสาวที่ยังคงหมดสติอยู่ พลางร่ำไห้เรียกชื่อนาง

“พี่สาวเซียวไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ นางแค่ถูกพลังปีศาจรบกวนพลังหยางไปบ้าง พรุ่งนี้ก็จะฟื้นแล้ว” หนานหลีเอ่ยขึ้น

ฮูหยินเซียวเช็ดน้ำตาที่หางตา ก่อนจะเอ่ยว่า “ไม่ใช่เช่นนั้นหรอก... แต่ถ้านางไม่ฟื้นตอนนี้ พวกเราก็ไม่มีทางพานางกลับห้องได้น่ะสิ”

เพราะบุตรสาวของนางยังไม่ได้ออกเรือน จะให้บ่าวชายที่แข็งแรงมาแตะต้องตัวก็ไม่เหมาะ

แต่...พวกแม่นมกับสาวใช้ก็ไม่มีแรงพอ เเล้วจะให้บุตรสาวนอนอยู่ตรงนี้ทั้งคืนได้อย่างไรกัน?

หนานหลีเก็บดาบจันทรากลับไป ก่อนจะเอ่ยว่า

“ฮูหยินเซียวโปรดนำทางเถิด ข้าจะแบกพี่สาวเซียวกลับไปเอง”

“เจ้า?” ฮูหยินเซียวรีบส่ายหน้าปฏิเสธ

“ไม่ได้ๆ”

ตระกูลฉู่เพิ่งจะตามหาบุตรสาวกลับมาได้แทบตาย  หากว่าต้องมาถูกบุตรสาวของนางทับตาย นางจะไปชดใช้ได้อย่างไรกัน

“เฮ้อ...ยังไงก็ให้บ่าวชายมา...” ท่านเซียวเอ่ยยังไม่ทันจบ ก็เห็นหนานหลีแบกบุตรสาวของตนขึ้นหลังได้อย่างง่ายดาย

สองสามีภรรยาพลันเงียบกริบไปพร้อมกัน ยิ่งไปกว่านั้นยังตกตะลึงจนอ้าปากค้าง

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าหนานหลีจะมีเรี่ยวแรงมหาศาล แต่ว่าเซียวหว่านอี๋ก็หนักมากจริงๆ

นางเองก็แบกได้ไม่นานนัก ดังนั้นจึงเอ่ยเร่งขึ้นว่า “ฮูหยินเซียว เร็วเข้าเถิด”

ฮูหยินเซียวได้สติกลับคืนมา “เร็วเข้า ตามข้ามา”

การแบกเซียวหว่านอี๋จากลานเรือนด้านหน้าไปยังเรือนด้านหลัง ในวินาทีที่หนานหลีวางนางลงบนเตียงได้สำเร็จ นางก็รู้สึกว่าทั้งร่างเบาขึ้นมามากโข

นางเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นบนหน้าผาก ก่อนจะถอนหายใจยาวออกมาเฮือกหนึ่ง

ในตอนแรก...ฮูหยินเซียวนึกว่าพอปีศาจร้ายถูกปราบแล้ว บุตรสาวของนางก็จะตัวเบาลง แต่พอจะลองขยับแขนขาของบุตรสาวดูบ้าง กลับต้องกัดฟันแน่นถึงจะขยับได้เพียงนิดเดียว

สุดท้าย...ก็ยังต้องอาศัยความช่วยเหลือจากหนานหลี ถึงจะจัดท่าทางของเซียวหว่านอี๋ให้เข้าที่เข้าทางได้

“คุณหนูหกช่างมีแรงเยอะเสียจริง”

“ฝึกมาจากในอารามน่ะค่ะ” หนานหลีเอ่ยตอบ

เรื่องอาหารการกินและน้ำใช้ของอารามจันทรา ล้วนต้องลงไปหาบขึ้นมาจากตีนเขาทั้งสิ้น

เเถมอย่าว่าแต่หาบน้ำขึ้นเขาเลย ต่อให้เดินตัวเปล่า นางก็ยังต้องเดินสิบห้านาทีแล้วพักครึ่งชั่วยาม

เพราะเงื่อนไขสำคัญของการบรรลุวิชาอาคมขั้นสูงได้นั้น ก็คือต้องมีร่างกายที่แข็งแรง และมีจิตใจที่แน่วแน่

ดังนั้น...ในตอนนั้นนางจึงกัดฟันสู้ อุตส่าห์หาบน้ำขึ้นเขามาจนได้

ในช่วงแรกๆวันหนึ่งหาบได้แค่สองถัง แต่หลังจากนั้นนางก็สามารถหาบข้างละสองถัง เดินขึ้นลงได้วันละสิบรอบโดยไม่หอบเลยแม้แต่น้อย

หนานหลีหยิบยันต์ออกมาอีกแผ่นหนึ่ง พลิกมือเพียงครั้งเดียว ยันต์แผ่นนั้นก็ลุกไหม้ขึ้นมา

ควันหอมสายหนึ่งที่ลอยออกมาจากยันต์ที่มอดไหม้ วนเวียนอยู่รอบกายของเซียวหว่านอี๋

“ยันต์แผ่นนี้จะช่วยให้พี่สาวเซียวฟื้นฟูพลังหยางได้เร็วขึ้น ฮูหยินเซียวโปรดวางใจเถิด”

ถึงตอนนี้ฮูหยินเซียวจึงได้รู้ว่านางเคยร่ำเรียนวิชามาจากในอารามบนเขา

ในขณะที่รู้สึกสงสารนาง อีกใจหนึ่งก็รู้สึกขอบคุณ

“คืนนี้โชคดีจริงๆที่มีเจ้าอยู่ หากว่าต้องพึ่งปรมาจารย์หลี่ผู้นั้น เกรงว่าคนทั้งคฤหาสน์สกุลเซียวของพวกเราคงจะต้องประสบเคราะห์กรรมครั้งใหญ่เป็นแน่”

….

ทันทีที่สิ้นเสียง ทั้งสองก็ได้ยินเสียงตะโกนดังมาจากข้างนอก

“ขอคุณหนูโปรดรับพวกเราเป็นศิษย์ด้วย!”

หนานหลีและฮูหยินเซียวสบตากันอย่างไม่เข้าใจ

เมื่อออกไปดู ก็เห็นเหล่านักพรตน้อยสองสามคนคุกเข่าอยู่กับพื้น

พอเห็นหนานหลีออกมา พวกเขาก็ยิ่งตะโกนเสียงดังขึ้นไปอีก “ขอคุณหนูโปรดรับพวกเราเป็นศิษย์ด้วย!”

ด้านหลัง ปรมาจารย์หลี่รีบร้อนวิ่งเข้ามา

พอเห็นศิษย์ของตนเองกำลังจะไปขอเป็นศิษย์ของผู้อื่น ก็โกรธจนหน้าเขียวคล้ำ

“พวกเจ้า...พวกเจ้า...ไอ้พวกศิษย์เนรคุณ!”

“ท่านปรมาจารย์หลี่ วิชาอาคมของท่านไม่แก่กล้า เกือบจะทำให้พวกเราต้องตาย ท่านยังกล้าเรียกพวกเราว่าศิษย์เนรคุณอีกรึ?” เหล่านักพรตน้อยต่างเอ่ยแย้งอย่างชอบธรรม

“ใช่แล้ว! คุณหนูฉู่ก็เตือนท่านแล้ว แต่ท่านก็ยังโอหังเช่นนี้”

“ถูกเผง! ตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป พวกเราจะไม่นับว่าท่านเป็นอาจารย์อีกแล้ว พวกเราจะไปขอเข้าสังกัดของคุณหนูฉู่!”

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 22: ขอคุณหนูฉู่ รับพวกเราเป็นศิษย์ด้วย

คัดลอกลิงก์แล้ว