- หน้าแรก
- นายหญิงแห่งศาสตร์ลึกลับ
- บทที่ 12: ต่อหัวกลับเข้าไปซะ อย่ามาทำให้พี่รองของข้าตกใจ
บทที่ 12: ต่อหัวกลับเข้าไปซะ อย่ามาทำให้พี่รองของข้าตกใจ
บทที่ 12: ต่อหัวกลับเข้าไปซะ อย่ามาทำให้พี่รองของข้าตกใจ
บทที่ 12: ต่อหัวกลับเข้าไปซะ อย่ามาทำให้พี่รองของข้าตกใจ
“คนผู้นั้นทำเรื่องชั่วช้าเลวทรามถึงเพียงนี้ แน่นอนว่าต้องอิจฉาที่กิจการของข้าไปได้ดีแน่ …ไม่แน่ว่าอาจจะไม่มีเงินชดใช้ก็ได้นะ” ฉู่ซั่วขมวดคิ้วแน่น
“ถ้าหากข้าเดาไม่ผิดล่ะก็ เขาสามารถชดใช้ให้เป็นสองเท่าได้เลย…พวกท่านวางใจเถอะเจ้าค่ะ” หนานหลีกล่าว
ถึงแม้ว่าคนที่เกิดเรื่องจะไม่ใช่อนุเฉียน แต่นางก็จะยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ดี
มีคนใช้วิชาเต๋ามาทำเรื่องแบบนี้ ช่างเป็นการขายหน้าพวกเราเสียจริง
พอฉู่ซั่วได้ยินว่ามีเงินชดใช้ ก็รีบสั่งให้คนไปยังร้านค้าต่างๆ…ให้เถ้าแก่คำนวณตัวเลขความเสียหายออกมาทันที
….
ยามค่ำคืน
ฉู่ซั่วคิดว่าน้องหกของตนกำลังจะออกไปจับผี แต่ใครจะไปรู้ว่านางกลับไปติดยันต์ไว้ตามเรือนต่างๆ
เมื่อราตรีลึกล้ำ ผู้คนเงียบสงัด ภายในจวนอันหยางโหวก็แทบไม่มีใครออกมาเดินเพ่นพ่านแล้ว
หนานหลีออกมาที่ลานเรือน ก่อนจะเริ่มตั้งค่ายกล
หลังจากที่ยุ่งอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าฉู่ซั่วยังคงยืนอยู่ที่นั่น นางจึงเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี
“พี่รอง ท่านยังไม่เคยเห็นวิญญาณร้ายใช่หรือไม่เจ้าคะ….ข้าว่า ท่านกลับไปรอในห้องดีกว่า” (กลัวพี่กรี๊ดแตก)
ฉู่ซั่วแอ่นอกพลางกล่าวว่า
“วางใจเถอะ ข้าเห็นโลกมาเยอะ ไม่มีอะไรทำให้ข้าตกใจได้หรอก”
ทว่าสิ้นเสียงของเขา มันก็มีลมเย็นยะเยือกพัดผ่านเข้ามา
ฉู่ซั่วตัวสั่นเทาขึ้นมา เเละเมื่อเงยหน้าขึ้นเขาก็เห็นสตรีในชุดสีเขียวใบหน้าอาบเลือด แลบลิ้นที่ยาวหลายชุ่นออกมา ลอยตรงเข้ามาหาตน
“อ๊าก──”
เขากรีดร้องออกมาเสียงหนึ่ง จากนั้นก็เหลือกตาขาว ก่อนจะหมดสติล้มลงไป
“พี่รอง!” หนานหลีขมวดคิ้ว
พลันวาดร่างเข้าไปประคองฉู่ซั่วไว้ในท่าอุ้มเจ้าหญิง…ทำให้เขานอนลงบนพื้นอย่างเบามือ
สตรีในชุดสีเขียวเมื่อเห็นว่าตนทำให้คนตกใจจนสลบไปได้ ก็ดีใจจนหัวเราะออกมาเสียงดังออกมา
ไม่สิ…ยังมีเด็กสาวอีกคน...
เด็กคนนี้ทั้งหน้าตางดงามน่ารัก ผิวขาวนวลเนียน รูปร่างก็ดี
สตรีในชุดสีเขียวผู้นี้ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็อยากจะมีร่างกายเช่นนี้แหละ
นางกางมือออก เผยให้เห็นเล็บที่ทั้งยาวและแหลมคม พลางคิดจะเข้าร่างของหนานหลี
“ร่างกายของเจ้า...ข้าขอแล้วกัน!”
“ข้าเกรงว่าเจ้าจะเอาไปไม่ไหว”
น้ำเสียงอันสงบนิ่งของหนานหลีช่างไม่เข้ากับใบหน้าที่ยังดูอ่อนเยาว์ของนางเลยแม้แต่น้อย
“เด็กเมื่อวานซืน กล้าดีอย่างไรมาพูดจาโอหังเช่นนี้” ใบหน้าของสตรีในชุดสีเขียวยิ่งดูน่าสะพรึงกลัวขึ้นไปอีกขั้น
นางรู้สึกว่าตนเองถูกหนานหลีหยามเกียรติ จึงลอยเข้าไปด้วยความโกรธเกรี้ยว พลางคิดจะยึดครองร่างของหนานหลี
ปัง!
แต่ทันใดนั้น ร่างของนางถูกผลักกระเด็นออกไป…แถมวิญญาณของนางยังรู้สึกราวกับถูกไฟแผดเผา
นางจ้องมองหนานหลีด้วยความหวาดผวา
คนผู้นี้…
ไม่ดวงชะตาแข็งแกร่งมากจนภูตผีปีศาจไม่อาจเข้าใกล้ได้ ก็ต้องเป็นผู้มีวิชาเต๋าสูงส่ง ประดุจมีกายเพชรคอยคุ้มครอง
ถ้าหากเป็นอย่างแรกก็ยังพอว่า แต่ถ้าเป็นอย่างหลังล่ะก็...
หนี!
ตอนนี้ ในหัวของนางมีเพียงความคิดนี้เท่านั้น
….
ทว่าเพิ่งจะลอยออกไปได้ไม่ไกล ร่างของนางก็ถูกค่ายกลหนึ่งกักขังเอาไว้ จนไม่สามารถหนีออกจากลานเรือนแห่งนี้ไปได้เลย
“บังอาจมาทำให้พี่รองของข้าตกใจ”
น้ำเสียงของหนานหลีเย็นเยียบลง ก่อนจะเงื้อหมัดแล้วชกออกไป
เปรี้ยงงง!!!!
กรี๊ด​ดดด!!!
สตรีในชุดสีเขียวกครีดร้องอย่างโหยหวน
ศีรษะของนางถูกชกจนหลุดออกจากบ่า แถมยังกลิ้งไปบนพื้นอีกหลายรอบ
นางเป็นเพียงวิญญาณ แต่คนที่สามารถใช้มือเปล่าสัมผัสนางได้นั้น ย่อมต้องมีระดับพลังบำเพ็ญที่สูงส่งมาก
“อย่า...อย่าตีข้าเลย ท่านปรมาจารย์อย่าตีข้าเลย”
“ข้า…ข้าไม่กล้าทำให้คนในครอบครัวของท่านตกใจอีกแล้ว”
ศีรษะที่ตกอยู่บนพื้นร่ำไห้พลางอ้อนวอนขอชีวิต
เด็กสาวคนนี้ดูแล้วอายุน้อย แต่กลับลงมือได้โหดเหี้ยมถึงเพียงนี้ ไม่ใช่คนที่ควรจะไปหาเรื่องด้วยได้อย่างแน่นอน
“หึ เอาหัวไปต่อกลับเข้าที่ซะ” หนานหลีแค่นเสียงเบาๆ
สตรีในชุดสีเขียวได้แต่คลำหาไปทั่ว ก่อนจะหาศีรษะของตนจนเจอแล้วนำมาต่อกลับให้เรียบร้อย…จากนั้นก็ไม่กล้าเผยท่าทีน่าสะพรึงกลัวออกมาอีก
ณ เวลานี้…ถึงแม้ว่ารูปลักษณ์ของนางจะดูธรรมดา แต่ก็ยังดีกว่าเมื่อครู่มากนัก
หนานหลีปลุกฉู่ซั่วให้ฟื้นขึ้นมา ทว่าพอเขาเห็นชายเสื้อสีเขียวเข้า ก็ถึงกับเหลือกตาขาวเตรียมจะสลบไปอีกรอบ
“ท่านพี่รอง ถ้าหากท่านสลบไปอีก ก็ทวงหนี้ไม่ได้เเล้วนะเจ้าคะ” นางจึงรีบกล่าวว่า
ฉู่ซั่วพอได้ยินดังนั้น ก็รีบฝืนตัวเองเอาไว้เเล้วรีบหันหน้าหนีไปทางอื่น ไม่มองสตรีในชุดสีเขียวอีก
“ผีตัวเดียว จะมีเงินที่ไหนมาชดใช้กัน”
“นางไม่มี แต่เจ้านายของนางมีเจ้าค่ะ” หนานหลีพูดจบ ก็หันไปจ้องสตรีในชุดเขียว
“เจ้านายของเจ้าคือหลิงหยวนใช่หรือไม่”
ฉู่ซั่วรู้สึกว่าชื่อนี้คุ้นหูมาก พอคิดดูดีๆ ก็นึกออกว่าคือนักพรตแห่งอารามซานชิงนั่นเอง
เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้​ เขาก็โกรธจนเลือดขึ้นหน้าทันที
“ตัวเองทำธุรกิจไม่ซื่อสัตย์ กลับใช้ให้เจ้ามาทุบร้านของอนุข้า ช่างน่าชังนัก!”
“น้องหก ข้าอยากให้นางวิญญาณสลาย ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด!”
สูญเสียเงินทองไปมากขนาดนั้น เเม่ของเขาร้องไห้จนตาแดงก่ำไปหมดแล้ว
สตรีในชุดสีเขียว รีบคุกเข่าลงบนพื้น
“เป็นเพราะหลิงหยวนคนชั่วนั่นกุมเถ้ากระดูกของข้าไว้ ข้าถึงจำต้องช่วยเขาทำชั่ว ขอคุณชายและคุณหนูโปรดเมตตาด้วยเถิดเจ้าค่ะ”
หนานหลีคาดการณ์เรื่องนี้ไว้นานแล้ว
บางครั้งไม่ใช่แค่การเป็นคนที่มีความลำบาก การเป็นผีก็ลำบากเช่นเดียวกัน
นางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พลางกล่าวว่า
“ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน ถ้าบอก…ข้าสามารถช่วยเจ้ายึดเถ้ากระดูกคืนมาได้ แล้วจะให้เจ้าไปเกิดใหม่”
“ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะ!” สตรีในชุดสีเขียวดีใจอย่างสุดซึ้ง ก่อนจะโขกศีรษะลงบนพื้นสามครั้งเพื่อแสดงความขอบคุณ
นางทนกับชีวิตที่ถูกบงการเช่นนี้มามากพอแล้ว ตอนนี้นางเพียงแค่ต้องการการปลดปล่อยเท่านั้น
….
ในเมื่อต้องส่งผีไปก่อกรรมทำชั่ว แน่นอนว่าหลิงหยวนย่อมต้องอยู่ที่หอตัวฝูในเมืองหลวงเป็นแน่
วันนี้หอตัวฝูเปิดทำการอีกครั้ง แต่ชาวบ้านที่มาซื้อยันต์กลับมีน้อยนิดนับคนได้ แถมยังมีบางคนนำยันต์เก่ามาขอคืนเงินอีกด้วย
พอหลิงหยวนคิดถึงเรื่องที่ตนเองต้องสูญเสียต้นไม้เงินต้นไม้ทองไป ก็เกลียดจนกัดฟันกรอด
“ท่านนักพรต...” เถ้าแก่เม้มปาก พลางกล่าวอย่างกังวล
“อย่างไรเสียนั่นก็คือจวนอันหยางโหว ถ้าหากหลิวหรูไปทำให้คนตกใจจนตายขึ้นมา พวกเราจะไม่เดือดร้อนกันหรือขอรับ”
“จวนอันหยางโหวมีผีหลอก แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกเราด้วย” หลิงหยวนแค่นเสียงเย็นชา​
“ในเมื่อกล้ามาตัดเส้นทางทำมาหากินของนักพรตผู้นี้ ก็ต้องสั่งสอนให้หลาบจำเสียบ้าง”
เถ้าแก่ยิ้มพลางเห็นด้วย
“ถูกต้องแล้วขอรับ กล้าดีมาต่อต้านท่านนักพรต ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียจริง”
“พอเรื่องจวนอันหยางโหวมีผีหลอกแพร่ออกไป หลังจากนั้นท่านนักพรตค่อยไปปราบภูตผีปีศาจ รับรองว่าคนข้างนอกจะต้องยกย่องท่านนักพรตว่ามีจิตใจกว้างขวาง วิชาเต๋าสูงส่งเป็นแน่”
หลิงหยวนหัวเราะตามไปด้วย
ตอนนี้ ในสายตาของเขาราวกับมีภูเขาทองภูเขาเงินกองอยู่ตรงหน้าแล้ว
แต่คาดไม่ถึงว่าหลังจาก​พูด​จบ​ ประตูไม้ของร้านจะถูกเตะจนพังเข้ามา ก่อนจะล้มลงบนพื้นเสียงดัง ‘ปัง’ พร้อมกับฝุ่นที่ฟุ้งกระจายขึ้นมา
ลมราตรีพัดกรูเข้ามาในร้าน แสงเทียนสั่นไหววูบวาบ ก่อนจะดับไปหลายเล่ม
หลิงหยวนตวัดแส้ปัดฝุ่นในมือ รอจนฝุ่นจางลง ถึงได้เห็นว่าผู้มาเยือนคือชายหนึ่งหญิงหนึ่ง
เด็กหนุ่มคนนั้นก็ไม่ต้องพูดถึง
ส่วนเด็กสาวที่ยังไม่ถึงวัยปักปิ่น ถึงแม้ว่าหน้าตาจะยังดูอ่อนเยาว์ แต่ในแววตากลับฉายแววคมกริบเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง
เถ้าแก่ตัวสั่นเทา พลางรีบดึงแขนเสื้อของหลิงหยวน
“ท่านนักพรต นางคือ...คือเด็กสาวในวันนั้นขอรับ”
หลิวหรูได้รับคำสั่งให้ไปที่จวนอันหยางโหวแล้วไม่ใช่รึ แล้วทำไมถึงยังปล่อยให้คนหนีออกมาได้
….
“ในเมื่อส่งวิญญาณร้ายไปที่จวนอันหยางโหว คิดว่าคงไม่ต้องให้ข้าแนะนำตัวเองแล้วกระมัง”
“ท่านนักพรตหลิงหยวน เถ้ากระดูกของหลิวหรูอยู่ที่ไหนรึ” หนานหลีเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน​
หลิงหยวนหรี่ตาลง
เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนยังคงปลอดภัยดี ก็เดาได้ว่าหลิวหรูคงจะแปรพักตร์ไปแล้ว
หึ…ช่างเป็นผีที่เลี้ยงไม่เชื่องเสียจริง
“คุณหนู นักพรตผู้นี้ฟังที่เจ้าพูดไม่เข้าใจ” บนใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มเสแสร้ง​ทันที
“ใช่แล้ว หอตัวฝูข้าขายยันต์ ไม่ได้ขายเถ้ากระดูก” เถ้าแก่ใจชื้นขึ้นมา
เพราะวันนี้มีท่านนักพรตหลิงหยวนอยู่ด้วย เขาจะไปกลัวเด็กสาวคนนี้ทำไม
เเละที่นางยังกล้าบุกมาถึงที่นี่ แน่นอนว่าท่านนักพรตจะต้องสั่งสอนนางให้หลาบจำแน่
“ข้ากำลังคุยกับเขาอยู่ มีสิทธิ์อะไรให้เจ้ามาสอดปาก”
หนานหลีร่ายยันต์ตรึงกายห้ามวาจาออกมาแผ่นหนึ่ง ทำให้เถ้าแก่ขยับตัวไม่ได้…แม้แต่ปากก็ยังอ้าไม่ขึ้น มีเพียงลูกตาสองข้างที่กลอกไปมาอย่างร้อนรน
ฉากนี้​ทำให้​หลิงหยวนโกรธมาก
เด็กเมื่อวานซืน…กล้าดีอย่างไรมาโอ้อวดวิชาต่อหน้าข้า
เขาโบกสะบัดแส้ปัดฝุ่น ทว่ายันต์ตรึงกายห้ามวาจาแผ่นนั้นกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย
ตอนเเรก ใบหน้าของเขาดูน่าอับอายอยู่บ้าง
เเตืจากนั้นในใจก็เริ่มหวาดผวาขึ้นมา
หรือว่า...วิชาเต๋าของเด็กสาวคนนี้จะอยู่เหนือกว่าเขางั้นรึ
(จบตอน)