เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12: ต่อหัวกลับเข้าไปซะ อย่ามาทำให้พี่รองของข้าตกใจ

บทที่ 12: ต่อหัวกลับเข้าไปซะ อย่ามาทำให้พี่รองของข้าตกใจ

บทที่ 12: ต่อหัวกลับเข้าไปซะ อย่ามาทำให้พี่รองของข้าตกใจ


บทที่ 12: ต่อหัวกลับเข้าไปซะ อย่ามาทำให้พี่รองของข้าตกใจ

“คนผู้นั้นทำเรื่องชั่วช้าเลวทรามถึงเพียงนี้ แน่นอนว่าต้องอิจฉาที่กิจการของข้าไปได้ดีแน่ …ไม่แน่ว่าอาจจะไม่มีเงินชดใช้ก็ได้นะ” ฉู่ซั่วขมวดคิ้วแน่น

“ถ้าหากข้าเดาไม่ผิดล่ะก็ เขาสามารถชดใช้ให้เป็นสองเท่าได้เลย…พวกท่านวางใจเถอะเจ้าค่ะ” หนานหลีกล่าว

ถึงแม้ว่าคนที่เกิดเรื่องจะไม่ใช่อนุเฉียน แต่นางก็จะยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ดี

มีคนใช้วิชาเต๋ามาทำเรื่องแบบนี้ ช่างเป็นการขายหน้าพวกเราเสียจริง

พอฉู่ซั่วได้ยินว่ามีเงินชดใช้ ก็รีบสั่งให้คนไปยังร้านค้าต่างๆ…ให้เถ้าแก่คำนวณตัวเลขความเสียหายออกมาทันที

….

ยามค่ำคืน

ฉู่ซั่วคิดว่าน้องหกของตนกำลังจะออกไปจับผี แต่ใครจะไปรู้ว่านางกลับไปติดยันต์ไว้ตามเรือนต่างๆ

เมื่อราตรีลึกล้ำ ผู้คนเงียบสงัด ภายในจวนอันหยางโหวก็แทบไม่มีใครออกมาเดินเพ่นพ่านแล้ว

หนานหลีออกมาที่ลานเรือน ก่อนจะเริ่มตั้งค่ายกล

หลังจากที่ยุ่งอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าฉู่ซั่วยังคงยืนอยู่ที่นั่น นางจึงเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี

“พี่รอง ท่านยังไม่เคยเห็นวิญญาณร้ายใช่หรือไม่เจ้าคะ….ข้าว่า ท่านกลับไปรอในห้องดีกว่า” (กลัวพี่กรี๊ดแตก)

ฉู่ซั่วแอ่นอกพลางกล่าวว่า

“วางใจเถอะ ข้าเห็นโลกมาเยอะ ไม่มีอะไรทำให้ข้าตกใจได้หรอก”

ทว่าสิ้นเสียงของเขา มันก็มีลมเย็นยะเยือกพัดผ่านเข้ามา

ฉู่ซั่วตัวสั่นเทาขึ้นมา เเละเมื่อเงยหน้าขึ้นเขาก็เห็นสตรีในชุดสีเขียวใบหน้าอาบเลือด แลบลิ้นที่ยาวหลายชุ่นออกมา ลอยตรงเข้ามาหาตน

“อ๊าก──”

เขากรีดร้องออกมาเสียงหนึ่ง จากนั้นก็เหลือกตาขาว ก่อนจะหมดสติล้มลงไป

“พี่รอง!” หนานหลีขมวดคิ้ว

พลันวาดร่างเข้าไปประคองฉู่ซั่วไว้ในท่าอุ้มเจ้าหญิง…ทำให้เขานอนลงบนพื้นอย่างเบามือ

สตรีในชุดสีเขียวเมื่อเห็นว่าตนทำให้คนตกใจจนสลบไปได้ ก็ดีใจจนหัวเราะออกมาเสียงดังออกมา

ไม่สิ…ยังมีเด็กสาวอีกคน...

เด็กคนนี้ทั้งหน้าตางดงามน่ารัก ผิวขาวนวลเนียน รูปร่างก็ดี

สตรีในชุดสีเขียวผู้นี้ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็อยากจะมีร่างกายเช่นนี้แหละ

นางกางมือออก เผยให้เห็นเล็บที่ทั้งยาวและแหลมคม พลางคิดจะเข้าร่างของหนานหลี

“ร่างกายของเจ้า...ข้าขอแล้วกัน!”

“ข้าเกรงว่าเจ้าจะเอาไปไม่ไหว”

น้ำเสียงอันสงบนิ่งของหนานหลีช่างไม่เข้ากับใบหน้าที่ยังดูอ่อนเยาว์ของนางเลยแม้แต่น้อย

“เด็กเมื่อวานซืน กล้าดีอย่างไรมาพูดจาโอหังเช่นนี้” ใบหน้าของสตรีในชุดสีเขียวยิ่งดูน่าสะพรึงกลัวขึ้นไปอีกขั้น

นางรู้สึกว่าตนเองถูกหนานหลีหยามเกียรติ จึงลอยเข้าไปด้วยความโกรธเกรี้ยว พลางคิดจะยึดครองร่างของหนานหลี

ปัง!

แต่ทันใดนั้น ร่างของนางถูกผลักกระเด็นออกไป…แถมวิญญาณของนางยังรู้สึกราวกับถูกไฟแผดเผา

นางจ้องมองหนานหลีด้วยความหวาดผวา

คนผู้นี้…

ไม่ดวงชะตาแข็งแกร่งมากจนภูตผีปีศาจไม่อาจเข้าใกล้ได้ ก็ต้องเป็นผู้มีวิชาเต๋าสูงส่ง ประดุจมีกายเพชรคอยคุ้มครอง

ถ้าหากเป็นอย่างแรกก็ยังพอว่า แต่ถ้าเป็นอย่างหลังล่ะก็...

หนี!

ตอนนี้ ในหัวของนางมีเพียงความคิดนี้เท่านั้น

….

ทว่าเพิ่งจะลอยออกไปได้ไม่ไกล ร่างของนางก็ถูกค่ายกลหนึ่งกักขังเอาไว้ จนไม่สามารถหนีออกจากลานเรือนแห่งนี้ไปได้เลย

“บังอาจมาทำให้พี่รองของข้าตกใจ”

น้ำเสียงของหนานหลีเย็นเยียบลง ก่อนจะเงื้อหมัดแล้วชกออกไป

เปรี้ยงงง!!!!

กรี๊ด​ดดด!!!

สตรีในชุดสีเขียวกครีดร้องอย่างโหยหวน

ศีรษะของนางถูกชกจนหลุดออกจากบ่า แถมยังกลิ้งไปบนพื้นอีกหลายรอบ

นางเป็นเพียงวิญญาณ แต่คนที่สามารถใช้มือเปล่าสัมผัสนางได้นั้น ย่อมต้องมีระดับพลังบำเพ็ญที่สูงส่งมาก

“อย่า...อย่าตีข้าเลย ท่านปรมาจารย์อย่าตีข้าเลย”

“ข้า…ข้าไม่กล้าทำให้คนในครอบครัวของท่านตกใจอีกแล้ว”

ศีรษะที่ตกอยู่บนพื้นร่ำไห้พลางอ้อนวอนขอชีวิต

เด็กสาวคนนี้ดูแล้วอายุน้อย แต่กลับลงมือได้โหดเหี้ยมถึงเพียงนี้ ไม่ใช่คนที่ควรจะไปหาเรื่องด้วยได้อย่างแน่นอน

“หึ เอาหัวไปต่อกลับเข้าที่ซะ” หนานหลีแค่นเสียงเบาๆ

สตรีในชุดสีเขียวได้แต่คลำหาไปทั่ว ก่อนจะหาศีรษะของตนจนเจอแล้วนำมาต่อกลับให้เรียบร้อย…จากนั้นก็ไม่กล้าเผยท่าทีน่าสะพรึงกลัวออกมาอีก

ณ เวลานี้…ถึงแม้ว่ารูปลักษณ์ของนางจะดูธรรมดา แต่ก็ยังดีกว่าเมื่อครู่มากนัก

หนานหลีปลุกฉู่ซั่วให้ฟื้นขึ้นมา ทว่าพอเขาเห็นชายเสื้อสีเขียวเข้า ก็ถึงกับเหลือกตาขาวเตรียมจะสลบไปอีกรอบ

“ท่านพี่รอง ถ้าหากท่านสลบไปอีก ก็ทวงหนี้ไม่ได้เเล้วนะเจ้าคะ” นางจึงรีบกล่าวว่า

ฉู่ซั่วพอได้ยินดังนั้น ก็รีบฝืนตัวเองเอาไว้เเล้วรีบหันหน้าหนีไปทางอื่น ไม่มองสตรีในชุดสีเขียวอีก

“ผีตัวเดียว จะมีเงินที่ไหนมาชดใช้กัน”

“นางไม่มี แต่เจ้านายของนางมีเจ้าค่ะ” หนานหลีพูดจบ ก็หันไปจ้องสตรีในชุดเขียว

“เจ้านายของเจ้าคือหลิงหยวนใช่หรือไม่”

ฉู่ซั่วรู้สึกว่าชื่อนี้คุ้นหูมาก พอคิดดูดีๆ ก็นึกออกว่าคือนักพรตแห่งอารามซานชิงนั่นเอง

เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้​ เขาก็โกรธจนเลือดขึ้นหน้าทันที

“ตัวเองทำธุรกิจไม่ซื่อสัตย์ กลับใช้ให้เจ้ามาทุบร้านของอนุข้า ช่างน่าชังนัก!”

“น้องหก ข้าอยากให้นางวิญญาณสลาย ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด!”

สูญเสียเงินทองไปมากขนาดนั้น เเม่ของเขาร้องไห้จนตาแดงก่ำไปหมดแล้ว

สตรีในชุดสีเขียว รีบคุกเข่าลงบนพื้น

“เป็นเพราะหลิงหยวนคนชั่วนั่นกุมเถ้ากระดูกของข้าไว้ ข้าถึงจำต้องช่วยเขาทำชั่ว ขอคุณชายและคุณหนูโปรดเมตตาด้วยเถิดเจ้าค่ะ”

หนานหลีคาดการณ์เรื่องนี้ไว้นานแล้ว

บางครั้งไม่ใช่แค่การเป็นคนที่มีความลำบาก การเป็นผีก็ลำบากเช่นเดียวกัน

นางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พลางกล่าวว่า

“ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน ถ้าบอก…ข้าสามารถช่วยเจ้ายึดเถ้ากระดูกคืนมาได้ แล้วจะให้เจ้าไปเกิดใหม่”

“ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะ!” สตรีในชุดสีเขียวดีใจอย่างสุดซึ้ง ก่อนจะโขกศีรษะลงบนพื้นสามครั้งเพื่อแสดงความขอบคุณ

นางทนกับชีวิตที่ถูกบงการเช่นนี้มามากพอแล้ว ตอนนี้นางเพียงแค่ต้องการการปลดปล่อยเท่านั้น

….

ในเมื่อต้องส่งผีไปก่อกรรมทำชั่ว แน่นอนว่าหลิงหยวนย่อมต้องอยู่ที่หอตัวฝูในเมืองหลวงเป็นแน่

วันนี้หอตัวฝูเปิดทำการอีกครั้ง แต่ชาวบ้านที่มาซื้อยันต์กลับมีน้อยนิดนับคนได้ แถมยังมีบางคนนำยันต์เก่ามาขอคืนเงินอีกด้วย

พอหลิงหยวนคิดถึงเรื่องที่ตนเองต้องสูญเสียต้นไม้เงินต้นไม้ทองไป ก็เกลียดจนกัดฟันกรอด

“ท่านนักพรต...” เถ้าแก่เม้มปาก พลางกล่าวอย่างกังวล

“อย่างไรเสียนั่นก็คือจวนอันหยางโหว ถ้าหากหลิวหรูไปทำให้คนตกใจจนตายขึ้นมา พวกเราจะไม่เดือดร้อนกันหรือขอรับ”

“จวนอันหยางโหวมีผีหลอก แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกเราด้วย” หลิงหยวนแค่นเสียงเย็นชา​

“ในเมื่อกล้ามาตัดเส้นทางทำมาหากินของนักพรตผู้นี้ ก็ต้องสั่งสอนให้หลาบจำเสียบ้าง”

เถ้าแก่ยิ้มพลางเห็นด้วย

“ถูกต้องแล้วขอรับ กล้าดีมาต่อต้านท่านนักพรต ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียจริง”

“พอเรื่องจวนอันหยางโหวมีผีหลอกแพร่ออกไป หลังจากนั้นท่านนักพรตค่อยไปปราบภูตผีปีศาจ รับรองว่าคนข้างนอกจะต้องยกย่องท่านนักพรตว่ามีจิตใจกว้างขวาง วิชาเต๋าสูงส่งเป็นแน่”

หลิงหยวนหัวเราะตามไปด้วย

ตอนนี้ ในสายตาของเขาราวกับมีภูเขาทองภูเขาเงินกองอยู่ตรงหน้าแล้ว

แต่คาดไม่ถึงว่าหลังจาก​พูด​จบ​ ประตูไม้ของร้านจะถูกเตะจนพังเข้ามา ก่อนจะล้มลงบนพื้นเสียงดัง ‘ปัง’ พร้อมกับฝุ่นที่ฟุ้งกระจายขึ้นมา

ลมราตรีพัดกรูเข้ามาในร้าน แสงเทียนสั่นไหววูบวาบ ก่อนจะดับไปหลายเล่ม

หลิงหยวนตวัดแส้ปัดฝุ่นในมือ รอจนฝุ่นจางลง ถึงได้เห็นว่าผู้มาเยือนคือชายหนึ่งหญิงหนึ่ง

เด็กหนุ่มคนนั้นก็ไม่ต้องพูดถึง

ส่วนเด็กสาวที่ยังไม่ถึงวัยปักปิ่น ถึงแม้ว่าหน้าตาจะยังดูอ่อนเยาว์ แต่ในแววตากลับฉายแววคมกริบเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง

เถ้าแก่ตัวสั่นเทา พลางรีบดึงแขนเสื้อของหลิงหยวน

“ท่านนักพรต นางคือ...คือเด็กสาวในวันนั้นขอรับ”

หลิวหรูได้รับคำสั่งให้ไปที่จวนอันหยางโหวแล้วไม่ใช่รึ แล้วทำไมถึงยังปล่อยให้คนหนีออกมาได้

….

“ในเมื่อส่งวิญญาณร้ายไปที่จวนอันหยางโหว คิดว่าคงไม่ต้องให้ข้าแนะนำตัวเองแล้วกระมัง”

“ท่านนักพรตหลิงหยวน เถ้ากระดูกของหลิวหรูอยู่ที่ไหนรึ” หนานหลีเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน​

หลิงหยวนหรี่ตาลง

เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนยังคงปลอดภัยดี ก็เดาได้ว่าหลิวหรูคงจะแปรพักตร์ไปแล้ว

หึ…ช่างเป็นผีที่เลี้ยงไม่เชื่องเสียจริง

“คุณหนู นักพรตผู้นี้ฟังที่เจ้าพูดไม่เข้าใจ” บนใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มเสแสร้ง​ทันที

“ใช่แล้ว หอตัวฝูข้าขายยันต์ ไม่ได้ขายเถ้ากระดูก” เถ้าแก่ใจชื้นขึ้นมา

เพราะวันนี้มีท่านนักพรตหลิงหยวนอยู่ด้วย เขาจะไปกลัวเด็กสาวคนนี้ทำไม

เเละที่นางยังกล้าบุกมาถึงที่นี่ แน่นอนว่าท่านนักพรตจะต้องสั่งสอนนางให้หลาบจำแน่

“ข้ากำลังคุยกับเขาอยู่ มีสิทธิ์อะไรให้เจ้ามาสอดปาก”

หนานหลีร่ายยันต์ตรึงกายห้ามวาจาออกมาแผ่นหนึ่ง ทำให้เถ้าแก่ขยับตัวไม่ได้…แม้แต่ปากก็ยังอ้าไม่ขึ้น มีเพียงลูกตาสองข้างที่กลอกไปมาอย่างร้อนรน

ฉากนี้​ทำให้​หลิงหยวนโกรธมาก

เด็กเมื่อวานซืน…กล้าดีอย่างไรมาโอ้อวดวิชาต่อหน้าข้า

เขาโบกสะบัดแส้ปัดฝุ่น ทว่ายันต์ตรึงกายห้ามวาจาแผ่นนั้นกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย

ตอนเเรก ใบหน้าของเขาดูน่าอับอายอยู่บ้าง

เเตืจากนั้นในใจก็เริ่มหวาดผวาขึ้นมา

หรือว่า...วิชาเต๋าของเด็กสาวคนนี้จะอยู่เหนือกว่าเขางั้นรึ

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 12: ต่อหัวกลับเข้าไปซะ อย่ามาทำให้พี่รองของข้าตกใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว