เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 : กล้าดียังไงมาโกงคนสกุลฉู่ของเรา?!

บทที่ 7 : กล้าดียังไงมาโกงคนสกุลฉู่ของเรา?!

บทที่ 7 : กล้าดียังไงมาโกงคนสกุลฉู่ของเรา?!


บทที่ 7 : กล้าดียังไงมาโกงคนสกุลฉู่ของเรา?!

เสียงตะโกนนั้นดึงดูดสายตาชาวบ้านให้เข้ามามุงดูเป็นจำนวนมาก…กระทั่งลูกค้าในร้านก็ยังหยุดซื้อของ แล้วพากันออกมายืนออกันอยู่หน้าร้าน

เถ้าแก่ได้ยินเรื่องราวจึงรีบเดินออกมา พร้อมกับประดับรอยยิ้มบนใบหน้าพลางกล่าวว่า  "คุณชายท่านนี้ เรื่องนี้ต้องมีความเข้าใจผิดอะไรกันแน่ๆ"

"น้องสาวของข้าเป็นคนดูของเป็น เรื่องนี้ไม่มีทางเข้าใจผิดเด็ดขาด!" ฉู่ซั่วกล่าวด้วยท่าทีที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจ

เถ้าแก่เอี้ยวศีรษะมองไปด้านข้าง ก็เห็นเด็กสาวคนหนึ่งยืนอยู่ข้างกายฉู่ซั่ว…ดูจากรูปการณ์แล้ว นางน่าจะอายุราวสิบสี่สิบห้าปี ใบหน้ากลมมนยังคงมีเค้าของความเป็นเด็กหลงเหลืออยู่

ทว่า...ดวงตาของนางกลับเรียบเฉยและลึกล้ำจนมองไม่เห็นความรู้สึกใดๆ

เถ้าแก่แสร้งทำเป็นเดินเข้าไปตรวจดูสินค้าเหล่านั้น ก่อนจะเอ่ยขึ้น

"นี่ไม่ใช่ของที่ขายออกจากร้านข้า ร้านตัวฝูถังไม่เคยขายของมีตำหนิและของปลอม"

"เจ้า...นี่มันเป็นของที่ซื้อมาจากร้านของเจ้าชัดๆ!" ใบหน้าของฉู่ซั่วแดงก่ำด้วยความโกรธ

"ของออกจากร้านไปแล้ว ใครจะไปรู้ได้ว่าคุณชายจงใจสับเปลี่ยนของหรือไม่ ร้านของเราแห่งนี้เป็นร้านที่ท่านนักพรตหลิงหยวนแห่งอารามซานชิงเปิดขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ชาวบ้าน ดังนั้นเราจึงทำธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต”

“คุณชายคิดจะมาต้มตุ๋นเงิน คงจะมาผิดที่แล้วกระมัง!” เถ้าแก่สะบัดแขนเสื้อกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ร้านนี้มีผู้ศรัทธาอยู่ไม่น้อย พวกเขาจึงพากันประสานเสียงด่าทอขึ้นมาทันที

"มีมือมีเท้าดีๆไม่ชอบ ดันมาคิดต้มตุ๋นเงินคนอื่น รีบไสหัวไปซะ!"

"ใช่แล้ว! ยันต์ของท่านนักพรตใช้ได้ผลที่สุด ร้านของท่านจะขายของปลอมได้อย่างไร!"

"นี่มันคุณชายบ้านไหนกัน? มีพ่อให้กำเนิดแต่ไม่มีแม่สั่งสอนหรืออย่างไร ถึงได้กล้ามาใส่ร้ายท่านนักพรต ไม่กลัวว่าจะไปล่วงเกินภูตผีเทพเจ้าบ้างรึ!"

“…...”

นอกจากนี้ ยังมีคำพูดอีกมากมายที่ฟังไม่เข้าหู…สีหน้าของฉู่ซั่วยิ่งมายิ่งบูดบึ้ง

ในทางกลับกัน แววตาของหนานหลียังคงเรียบเฉย…สุดท้าย นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่หนักไม่เบาจนเกินไปว่า

"เถ้าแก่ ท่านแน่ใจนะว่านี่ไม่ใช่ของจากร้านของท่าน?"

เถ้าแก่คิดจะปฏิเสธ แต่คำพูดที่หลุดออกจากปากของเขากลับกลายเป็น

"เป็นของจากร้านข้าเอง สำหรับลูกค้าที่ไม่รู้เรื่อง ข้าก็มักจะขายของมีตำหนิกับของปลอมพวกนี้ให้เป็นปกติอยู่แล้ว"

คำพูดนี้ทำให้ผู้คนโดยรอบต่างพากันส่งเสียงฮือฮา

"แล้วเรื่องที่ท่านขายของพวกนี้ ท่านนักพรตหลิงหยวนรู้เรื่องด้วยหรือไม่?" หนานหลีเอ่ยถามต่อ

"แน่นอน..." เถ้าแก่พยายามจะยกมือขึ้นปิดปากของตนเอง แต่คำพูดก็ยังคงเล็ดลอดออกมาอยู่ดี

"แน่นอนว่าต้องรู้เรื่องอยู่แล้ว นี่เป็นความประสงค์ของท่านนักพรตเอง"

"หึ…ที่แท้ ท่านนักพรตผู้มีอาคมแก่กล้าและเป็นที่นับถือของชาวบ้าน ก็กลับเป็นคนสั่งการให้คนอื่นขายของมีตำหนิกับของปลอมนี่เอง" หนานหลีแค่นเสียงหัวเราะออกมา

เถ้าแก่พยายามจะกล่าวคำโป้ปดเพื่อโต้แย้ง แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่อาจเอ่ยปากออกมาได้…เหงื่อเม็ดโตเท่าเม็ดถั่วผุดขึ้นเต็มหน้าผากของเขา เเละสุดท้ายเขาก็ไม่อาจฝืนต้านทานพลังนั้นได้ จนต้องอ้าปากพูดออกมาอีกครั้ง

"ก็ถ้าไม่ขายให้คนที่ไม่รู้เรื่อง แล้วข้ากับท่านนักพรตจะไปหาเงินก้อนโตมาจากที่ไหนกันเล่า?!"

ชาวบ้านที่มุงดูอยู่โดยรอบต่างส่งเสียงฮือฮาอื้ออึงขึ้นมาอีกครั้ง…ทำการค้าไม่ซื่อสัตย์ถึงเพียงนี้ ต่อไปพวกเขาคงไม่มาซื้อยันต์ที่นี่อีกแล้ว

ในตอนนี้ ใบหน้าของเถ้าแก่ซีดเผือดราวกับผักเหี่ยวเฉา…เขารู้ซึ้งแก่ใจแล้วว่าเด็กสาวตรงหน้าคนนี้มีวิชาอาคมอยู่บ้าง ดังนั้นจึงไม่กล้าโต้เถียงอะไรอีกต่อไป เพราะกลัวว่ายิ่งพูดก็จะยิ่งผิด

"ข้าคืนเงินให้ก็ได้!" เถ้าแก่คิดจะโยนตั๋วเงินใส่หน้าของฉู่ซั่ว

แต่ทว่าหนานหลีกลับก้าวมาข้างหน้าหนึ่งก้าว …สายตาของนางคมกริบราวกับมีด พลางแผ่พลังกดดันที่ไม่น่าจะมาจากเด็กในวัยเดียวกันออกมา

ร่างกายของเถ้าแก่สั่นสะท้าน เขารีบประคองตั๋วเงินด้วยสองมืออย่างนอบน้อมแล้วกล่าวว่า

"เป็นข้าเองที่หน้ามืดตามัวไปชั่วขณะ ถึงได้ขายของมีตำหนิและของปลอมไป ได้โปรดคุณชายผู้สูงศักดิ์โปรดเมตตา ยกโทษให้ข้าน้อยในครั้งนี้ด้วยเถิด"

ฉู่ซั่วแค่นเสียง 'หึ' ออกมาคราหนึ่ง ก่อนจะรับตั๋วเงินมานับดู

"ก็ได้! ข้าจะไม่ถือสาหาความกับเจ้าแล้วกัน!"

เถ้าแก่ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะรีบกลับเข้าร้านไปปิดประตู

ดูท่าว่าอีกครึ่งเดือนข้างหน้าคงไม่กล้าเปิดร้านทำการค้าอีกเป็นแน่

หลังจากนั้น สองพี่น้องก็ได้ไปซื้อกระดาษเหลืองและชาดจอแสจากร้านอื่น…ส่วนศาสตราวุธพิทักษ์อะไรต่างๆนานานั้น ล้วนไม่มีชิ้นใดที่อยู่ในสายตาของหนานหลีเลย

…..

บนรถม้า

"น้องหก นี่เจ้าใช้วิธีอะไรกันรึ ถึงทำให้เขาพูดความจริงออกมาได้?" ฉู่ซั่วรู้สึกสะใจเป็นอย่างยิ่ง

"ก็แค่ยันต์สัจจวาจาแบบล่องหนแผ่นหนึ่งเท่านั้นแหละ"

หนานหลีใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางคีบเข้าด้วยกัน ก่อนจะดึงยันต์สัจจวาจากลับคืนมา…จากนั้นนางก็ร่ายอาคมประสานอินอีกครั้ง ยันต์สัจจวาจาก็พลันปรากฏขึ้นในมือนาง

เมื่อได้เห็นภาพอันน่าเหลือเชื่อตรงหน้า ฉู่ซั่วถึงกับเบิกตาโตเป็นไข่ห่าน

เขา…อยากจะขอยันต์สักแผ่นสองแผ่นมาเล่นดูบ้าง

"ของแบบนี้นำไปเล่นสนุกไม่ได้เด็ดขาด มิฉะนั้นแล้ว มันจะบั่นทอนพลังบำเพ็ญเพียรของข้า" หนานหลีกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

เพราะว่าวิชาอาคมที่พวกนางร่ำเรียนมานั้น หากนำไปใช้ในทางที่ชั่วร้าย สักวันหนึ่งจะต้องถูกสวรรค์ลงทัณฑ์อย่างแน่นอน

พอได้ฟังเช่นนั้น ฉู่ซั่วก็ไม่กล้าเอ่ยปากขออีกต่อไป

เพราะอย่างไร เขาก็อยากให้น้องหกของตนเก่งกาจเช่นนี้ไปตลอดกาล

….

ณ จวนเจิ้นเป่ยโหว

ขณะที่เซี่ยเป่ยหานกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้า เขาก็พลันเห็นยันต์คุ้มภัยแผ่นหนึ่งร่วงหล่นลงมา…ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่ต้องเป็นฝีมือของฉู่ซั่วที่แอบใส่เข้ามาแน่ๆ

เขาไม่อยากทำลายน้ำใจของสหายรัก ดังนั้นจึงพกมันติดตัวเอาไว้

เขานั้นเลี้ยงปลาคาร์ปโค่ยไว้เต็มสระ และมักจะไปให้อาหารพวกมันด้วยตนเองทุกวัน

เเต่พอท้องฟ้าเริ่มมืดลง เขาก็พลันเห็นสตรีรูปงามคนหนึ่งในชุดสาวใช้ยืนอยู่เบื้องหน้า เขาจึงคิดจะวิ่งตามไปถามนางว่ายินดีจะมาเป็นสาวใช้อุ่นเตียงของตนหรือไม่

ใครจะไปคาดคิดว่า ทันทีที่เขาก้าวเท้าออกไป ความรู้สึกร้อนผ่าวก็พลันแล่นปราดขึ้นมาที่ใจ…ความรู้สึกนั้นทำให้เซี่ยเป่ยหานได้สติกลับคืนมาในทันที

เบื้องหน้าของเขาตอนนี้ ไหนเลยจะมีสาวใชรูปงามอะไรกัน…นั่นมันสระน้ำในจวนชัดๆแถมเท้าข้างหนึ่งของเขาก็ก้าวพ้นขอบสระไปแล้วครึ่งหนึ่ง

เขาตกใจจนต้องรีบถอยหลังกลับมา พลางมองไปรอบๆก็เห็นว่าพวกสาวใช้และบ่าวชายต่างก็อยู่ห่างออกไปไกล…ถ้าหากว่าเขาตกลงไปในสระจริง ถึงแม้จะจมน้ำตาย ก็คงไม่มีใครสังเกตเห็นในทันทีเป็นแน่

เซี่ยเป่ยหานลูบหน้าอกของตนเองเบาๆก่อนจะหยิบยันต์คุ้มภัยแผ่นนั้นออกมา…ทว่าตอนนี้ มันกลับไม่มีร่องรอยของการแผ่ความร้อนแต่อย่างใด

"ท่านพี่!" เซี่ยเป่ยเจ๋อวิ่งเหยาะๆมาจากที่ไม่ไกลนัก

"ท่านเป็นอะไรไปรึ? ข้าเรียกท่านตั้งนาน ท่านไม่ได้ยินหรือ?"

"ข้า...ข้าเกรงว่าข้าจะเจอดีเข้าให้แล้ว" เซี่ยเป่ยหานกล่าวด้วยใจที่ยังไม่หายตื่นตระหนก

พอเซี่ยเป่ยเจ๋อเห็นยันต์คุ้มภัยในมือเขา ก็หัวเราะออกมาทันที

"ท่านพี่ไปเชื่อเรื่องพวกนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? คงจะไม่ได้ไปซื้อมาจากร้านตัวฝูถังหรอกนะ?"

เซี่ยเป่ยหานเคยได้ยินชื่อเสียงของร้านตัวฝูถังอยู่บ้าง เขาจึงเอ่ยถามทันที

"มีอะไรเกิดขึ้นรึ?"

"ก็ร้านตัวฝูถังนั่นน่ะสิ ขายของมีตำหนิกับของปลอมให้ลูกค้า ตอนนี้ข่าวลือไปทั่วทุกตรอกซอกซอยแล้ว…ผู้คนมากมายต่างก็พูดกันว่ายันต์ที่นั่นใช้ไม่ได้ผลหรอก”

“เเต่ในความคิดข้านะท่านพี่...เรื่องผีสางอะไรพวกนี้ไม่มีอยู่จริงในโลกหรอก ท่านคงจะพักผ่อนไม่เพียงพอมากกว่า” เซี่ยเป่ยเจ๋อกล่าว

เซี่ยเป่ยหานรู้สึกว่าคำพูดของน้องชายมีเหตุผล และพลันคิดไปว่าหนานหลีที่เพิ่งกลับมาจากข้างนอก…นางคงจะแค่สร้างเรื่องลี้ลับขึ้นมาเพื่อหลอกเอาเงินจากตนเท่านั้น

"ถ้าเช่นนั้นข้าจะกลับไปพักผ่อนก่อนก็แล้วกัน เจ้าอย่าลืมให้ท่านพ่อตรวจการบ้านด้วยล่ะ"

"ขอรับท่านพี่ ท่านวางใจได้เลย" เซี่ยเป่ยเจ๋อรับคำอย่างว่าง่าย

ทว่า...ทันทีที่เขามองแผ่นหลังของพี่ชายที่เดินจากไป รอยยิ้มบนใบหน้าก็พลันเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว แปรเปลี่ยนเป็นแววตาที่เย็นชาจนน่าขนลุก

เเละถึงแม้ปากจะพูดไปอย่างนั้น แต่ตอนจะเข้านอน เซี่ยเป่ยหานก็ยังคงวางยันต์คุ้มภัยไว้ข้างหมอนอยู่ดี ก็เพื่อความสบายใจนั่นแหละ

….

ยามรัตติกาลล่วงลึก กลุ่มหมอกสีดำสายหนึ่งได้ลอยลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา พุ่งตรงไปยังร่างของเซี่ยเป่ยหานที่นอนอยู่บนเตียงทันที

กลุ่มหมอกนั้นดูคล้ายจะกลายร่างเป็นบ่วงเชือกเส้นหนึ่ง ก่อนจะรัดเข้าที่ลำคอของเขาแล้วบีบแน่นขึ้นอย่างรวดเร็ว…ความรู้สึกหายใจไม่ออกอย่างกะทันหันทำให้เซี่ยเป่ยหานสะดุ้งตื่นจากความฝัน

เขาดิ้นรนพยายามจะดึงบ่วงหมอกสีดำที่รัดคอออก แต่กลับไม่สามารถสัมผัสมันได้เลย

เขากำลังจะขาดอากาศหายใจ กระทั่งเรี่ยวแรงที่จะดิ้นรนก็แทบไม่เหลือแล้ว

เเละในเสี้ยววินาทีนั้น เขานึกถึงยันต์คุ้มภัยที่อยู่ข้างหมอนขึ้นมาได้ จึงรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดเฮือกสุดท้ายเอื้อมมือไปคว้ามันมาได้สำเร็จ

วิ้งงงง!!!

ทันใดนั้น พลันเกิดแสงสีทองสว่างวาบขึ้น กลุ่มหมอกสีดำจึงถอยและออกไป

“แค่กๆ” เซี่ยเป่ยหานไอออกมาอย่างรุนแรง

แต่ทว่ากลุ่มหมอกยังไม่ยอมแพ้ มันยังคงพุ่งเข้าโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่า และทุกครั้งที่ยันต์คุ้มภัยเปล่งแสงปกป้อง สีของชาดบนแผ่นยันต์ก็จะยิ่งซีดจางลงเรื่อยๆ

เสียงดังโครมครามขนาดนี้ทำให้บ่าวไพร่ที่อยู่เวรยามด้านนอกรีบเข้ามาดู…แต่พวกเขาไม่สามารถมองเห็นกลุ่มหมอกสีดำนั้นได้ เห็นเพียงคุณชายของตนกำลังกำยันต์คุ้มภัยไว้แน่นด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดผวา ราวกับถูกผีเข้าจริงๆ

"ไป...ไปเชิญคุณหนูหกที่จวนอันหยางโหวมา”

“ไม่สิ! ข้าจะไปเอง! รีบไปเตรียมรถม้าเร็วเข้า! ข้าจะไปจวนอันหยางโหว!” เซี่ยเป่ยหานตะโกนลั่น

ในเวลาไม่นาน เซี่ยเป่ยหานก็ได้ขึ้นไปนั่งบนรถม้าเพื่อมุ่งหน้าไปยังจวนอันหยางโหว…ทว่าระหว่างทางนั้นเอง กลุ่มหมอกสีดำก็ได้พุ่งเข้าโจมตีอย่างรุนแรงอีกครั้ง จนทำให้สีชาดบนยันต์คุ้มภัยเลือนหายไปจนหมดสิ้น

เซี่ยเป่ยหานกลิ้งตกลงมาจากรถม้า ถูกกลุ่มหมอกสีดำรัดคออีกครั้งจนตาเหลือกขาว…สารถีและบ่าวรับใช้ที่มองดูอยู่เห็นเพียงภาพเซี่ยเป่ยหานกำลังใช้มือของตัวเองบีบคอตัวเอง

และในขณะที่พวกเขากำลังจนปัญญาอยู่นั่นเอง รถม้าไม้สีดำคันหรูหราคันหนึ่งก็ได้แล่นเข้ามาจากทางด้านหลัง

ม่านหน้าต่างถูกเลิกขึ้นเล็กน้อย ประคำข้อมือที่ทำจากไม้ท้อเส้นหนึ่งก็ลอยออกมา สลายกลุ่มหมอกสีดำนั้นไปในพริบตา

เซี่ยเป่ยหานกลับมาหายใจได้อีกครั้ง ตอนนี้ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับกระดาษ…เเละเมื่อได้เห็นชายผู้หนึ่งที่นั่งอยู่บนรถเข็นลงมาจากรถม้าคันพิเศษนั้น ความรู้สึกตื้นตันเมื่อครู่ก็พลันจุกขึ้นมาที่ปลายจมูก

"ท่าน...ท่านอ๋องเก้า!"

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 7 : กล้าดียังไงมาโกงคนสกุลฉู่ของเรา?!

คัดลอกลิงก์แล้ว