เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 : พี่รองคนซื่อ(บื้อ)ผู้มั่งคั่ง

บทที่ 6 : พี่รองคนซื่อ(บื้อ)ผู้มั่งคั่ง

บทที่ 6 : พี่รองคนซื่อ(บื้อ)ผู้มั่งคั่ง


บทที่ 6 : พี่รองคนซื่อ(บื้อ)ผู้มั่งคั่ง

พอได้ยินเช่นนั้น ทั้งสองคนก็สบตากันทันที

ดูท่าว่าเบื้องหลังเรื่องนี้…จะมีอะไรมากกว่าที่คิดจริงๆ

แต่ทว่าเบาะแสกลับมาขาดสะบั้นลงตรงนี้เสียได้…ทำให้ไม่รู้เลยว่ารูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมกระเบื้องขาวนั่น ถูกเตรียมไว้ให้ท่านย่าโดยเฉพาะ หรือเป็นเพียงแค่เรื่องบังเอิญกันแน่

เซี่ยเป่ยหานเหลือบมองคนทั้งสองแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถาม

"เกิดเรื่องอะไรขึ้นรึ?"

"ก็...ก็ข้าดันทำรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมแตกน่ะสิ เจ้าอย่าเอาไปพูดที่ไหนเชียวนะ" ฉู่ซั่วกล่าวแบบครึ่งจริงครึ่งเท็จ

"จริงสิ ว่าแต่หยกที่พวกเราซื้อมาด้วยกันคราวก่อนน่ะ เจ้าเอาออกมาให้น้องหกของข้าดูหน่อยสิ"

เซี่ยเป่ยหานจึงทำตามที่เขาบอกแต่โดยดี

หนานหลีเพียงปรายตามองปราดเดียวก็เอ่ยขึ้น

"หยกของท่านไม่มีปัญหาอะไร แต่ตัวท่านเองต่างหากที่กำลังติดอยู่ในค่ายกลเจ็ดสังหาร และวันนี้ก็เป็นวันที่เจ็ดแล้วด้วย ดังนั้นก่อนยามจื่อ (23.00 น.) ของคืนนี้ ท่านจะต้องตายอย่างแน่นอน"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ เซี่ยเป่ยหานถึงกับนิ่งอึ้งไปทันที

จู่ๆก็มีคนมาบอกว่าตัวเองจะต้องตายในวันนี้ เขาก็ย่อมต้องมีโทสะเป็นธรรมดา

"ข้าอุตส่าห์ช่วยพวกเจ้าสืบเรื่องราว ไม่ขอบคุณก็แล้วไปเถอะนะ แต่นี่ยังจะมาแช่งให้ข้าตายอีกเหรอ?!"

หนานหลีเคยเจอคนประเภทนี้มานักต่อนักแล้ว  ดังนั้นนางจึงไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองแต่อย่างใด

คนเราก็มักจะเป็นเช่นนี้แหละ...ยอมรับฟังแต่เรื่องดีๆเท่านั้น

"คุณชายรองเจิ้นเป่ย ที่หว่างคิ้วของท่านมีรอยประทับสีดำอยู่ ท่านอาจจะมองไม่เห็นด้วยตนเอง แต่ข้ามองเห็นมันชัดเจนมาก" นางพูดพลางยื่นมือออกไป

"ราคามิตรภาพห้าร้อยตำลึง แล้วข้าจะช่วยจัดการให้ท่านเอง"

คำพูดนี้ทำให้ดวงตาของเซี่ยเป่ยหานเบิกกว้างขึ้นกว่าเดิม

"ฉู่ซั่ว! น้องสาวของเจ้าคนนี้สติไม่ดีหรืออย่างไร? ทำไมไม่หาหมอหลวงมาดูอาการนางหน่อยเล่า!"

"เป่ยหาน...ที่น้องหกของข้าพูดล้วนเป็นความจริงทั้งสิ้น ข้าจะทำร้ายเจ้าได้อย่างไร" ฉู่ซั่วขมวดคิ้วแน่น ถึงแม้จะเป็นสหายรัก แต่ก็ใช่ว่าจะมาพูดจาดูหมิ่นน้องหกของเขาแบบนี้ได้!

"เหอะ! นางก็เป็นแค่เด็กสาวที่ยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม มาพูดจาเหลวไหลอยู่ตรงนี้ ก็มีแต่เจ้าเท่านั้นแหละที่ยังจะเชื่อ"

เซี่ยเป่ยหานคว้าหยกของตนกลับคืน แล้วเดินกระทืบเท้าจากไปอย่างฉุนเฉียว

จะมาบอกว่าเขาต้องตายในวันพรุ่งนี้งั้นรึ…ช่างน่าขันสิ้นดี!

ในเมื่อท่านปรมาจารย์จื้อกวงเคยบอกเอาไว้ว่าชีวิตเขาจะปราศจากเภทภัย อายุยืนยาว แถมในอนาคตยังจะได้แต่งงานกับภรรยาคนงามอีกด้วยนะ!

ฉู่ซั่วแม้จะรู้สึกหงุดหงิดอยู่บ้าง แต่ว่าก็ไม่อาจทอดทิ้งสหายที่คบหากันมานานหลายปีได้…เขาจึงได้แต่รีบวิ่งตามออกไป

….

ครู่ต่อมา เขาก็เดินกลับมาด้วยสีหน้าจนใจ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเกลี้ยกล่อมเซี่ยเป่ยหานไม่สำเร็จ

"น้องหก...เขาเป็นคนปากไวใจเร็ว เจ้าอย่าได้ถือสาเลยนะ"

"เเต่เจ้าต้องหาทางช่วยเขาให้ได้นะ" ฉู่ซั่วทำหน้าอ้อนวอน

"ก็ท่านพี่ยื่นยันต์คุ้มภัยให้เขาไปแล้วไม่ใช่หรือ? ตราบใดที่เขายังมีมันอยู่ อย่างไรเขาก็ยังไม่ตายในเร็วๆนี้หรอก" หนานหลีพูดจบก็หยิบขนมเปี๊ยะขึ้นมากินชิ้นหนึ่ง

"เรื่องนี้...เจ้าก็รู้ด้วยหรือ?" ฉู่ซั่วรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเขาเป็นห่วงสหายรักคนนี้มากจริงๆ…ดังนั้นเมื่อครู่ตอนที่รั้งเขาไว้ เขาจึงได้แอบยัดยันต์คุ้มภัยใส่เข้าไปในสาบเสื้อของเซี่ยเป่ยหานอย่างเงียบๆ

"ยันต์คุ้มภัยที่ข้าให้คนสกุลฉู่จะมีความแตกต่างออกไป ข้าสามารถรับรู้ตำแหน่งของมันได้" หนานหลีไม่ได้อธิบายอะไรมากไปกว่านั้น

"น้องหก ข้ายอมจ่ายให้เจ้าหนึ่งพันตำลึงเลยก็ได้นะ ช่วยจัดการเรื่องนี้ให้เขาหน่อยได้หรือไม่?"

"ชาติที่แล้วเขาเคยช่วยชีวิตท่านไว้หรืออย่างไร?"

"ชาติที่แล้วเขาเคยช่วยข้าไว้หรือไม่ ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆในชาตินี้เขาเคยช่วยชีวิตข้าไว้จริงๆ"

ครั้งหนึ่งในเทศกาลล่าสัตว์ฤดูใบไม้ร่วง เขาพลั้งเผลอออกจากเขตล่าสัตว์ไปโดยไม่ตั้งใจ และเกือบจะกลายเป็นเหยื่อของหมีดำตัวหนึ่ง…และในช่วงเวลาคับขันนั้นเอง ก็เป็นเซี่ยเป่ยหานที่ล่อหมีดำให้ไปทางอื่น เขาจึงรอดชีวิตกลับมาได้

หลังจากหนานหลีฟังเขาเล่าจบก็เข้าใจในทันที

"วางใจเถอะ ไม่ว่าจะเป็นชาติก่อนหรือชาตินี้ เขาก็ได้สั่งสมบุญกุศลเอาไว้ไม่น้อย คงไม่ตายง่ายๆหรอก…ไม่อย่างนั้นแล้ว วันนี้เขาคงไม่ได้มาพบข้าหรอก"

"ที่แท้ที่ชาตินี้เขามีสาวงามมาให้กกกอดมากมายขนาดนี้…ก็เป็นเพราะบุญที่สั่งสมไว้จากชาติที่แล้วนี่เองสินะ" ฉู่ซั่วพึมพำกับตัวเอง

"จะว่าอย่างนั้นก็ได้"

ก็คงเป็นเพราะว่าในชาติที่แล้ว เซี่ยเป่ยหานคงเคยช่วยชีวิตสาวใช้อุ่นเตียงเหล่านั้นเอาไว้กระมัง

เพียงแต่สิ่งที่หนานหลีรู้สึกแปลกใจก็คือ ทั้งๆที่เซี่ยเป่ยหานมีสาวใช้อุ่นเตียงมากมายถึงเพียงนั้น แต่ทำไมดวงชะตาเรื่องบุตรธิดาของเขาถึงได้อ่อนด้อยเช่นนี้ ถึงขั้นถูกลิขิตไว้ว่าให้มีบุตรชายได้เพียงคนเดียว

หรือว่าในอนาคตเขาจะได้แต่งงานกับสตรีขี้หึง แล้วนางก็จะจัดการขายสาวใช้อุ่นเตียงทิ้งไปจนหมด?

แต่อย่างไรเสีย นี่ก็เป็นเรื่องของครอบครัวอื่น คนเราทุกคนต่างก็มีชะตาที่ถูกกำหนดไว้แล้วของตนเอง…หากคิดจะฝืนเปลี่ยนดวงชะตา ก็จำต้องจ่ายค่าตอบแทนอันแสนหนักหน่วง

"ถ้าอย่างนั้นข้าคงต้องไปซื้อของนิดหน่อย วันนี้ท่านพี่จ่ายให้ด้วยก็แล้วกัน" หนานหลีเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

เพราะว่าการลงจากเขาครั้งนี้ ของทุกอย่างล้วนถูกท่านปรมาจารย์ชิงซูริบไปจนเกลี้ยง พวกยันต์อาคมอะไรต่างๆก็เหลืออยู่ไม่มากแล้ว

"ข้าสั่งของให้เจ้าหมดแล้วล่ะ!”

“ไม่ว่าจะเป็นกระดาษยันต์ ชาดจอแส ไม้ท้อ หรือศาสตราวุธต่างๆก็มีครบทุกอย่างเลยนะ” ฉู่ซั่วกล่าวพลางยิ้มอย่างร่าเริง

เขาแอ่นอกขึ้นเล็กน้อย เชิดคางอย่างภาคภูมิใจ รอเพียงให้หนานหลีเอ่ยปากชม ว่านางชอบพี่รองคนนี้ที่สุด

ทว่าหนานหลีที่มองรอยยิ้มนั้นกลับรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

….

พอกลับมาถึงจวนอันหยางโหว หนานหลีก็เห็นสตรีร่างท้วมคนหนึ่งกำลังสั่งการให้บ่าวไพร่ขนของเข้าไปเก็บในห้องคลังพอดี

นางคืออนุเฉียน มารดาผู้ให้กำเนิดของฉู่ซั่ว

นางเป็นคนสมชื่อสกุล "เฉียน" (ที่แปลว่าเงิน) …ครอบครัวเดิมของนางเป็นถึงคหบดีอันดับหนึ่งแห่งลั่วหยาง มีรายได้นับล้านตำลึงต่อปี ทั้งยังมีคนงานในสังกัดอีกหลายพันคน

เมื่อวานนี้ หลังจากฉู่ซั่วเล่าเรื่องหยกที่น่าหวาดเสียวให้ฟัง อนุเฉียนก็รู้สึกซาบซึ้งใจยิ่ง…ดังนั้นนอกจากของใช้ในลัทธิเต๋าที่ส่งมาให้แล้ว นางยังขนเอาเครื่องประดับทองอร่ามและผ้าพรรณล้ำค่าสารพัดชนิดจากร้านของตนเองมามอบให้อีกด้วย

"คุณหนูหก!" อนุเฉียนผู้ซึ่งประดับประดาตนเองด้วยเครื่องทองหยอง แต่กลับไม่ได้ดูรุ่มร่ามจนเกินงาม ตรงกันข้ามมันกลับขับเน้นให้นางดูมีเสน่ห์ไปอีกแบบ

"นี่มัน..." หนานหลีมองห้องคลังที่เต็มไปด้วยข้าวของอย่างไม่เข้าใจ

"เจ้าเคยช่วยซั่วเอ๋อร์เอาไว้ ดังนั้นของพวกนี้ถือเป็นน้ำใจเล็กๆน้อยๆจากแม่ลูกสองคนเรานะ”

“ถ้าหากว่าเจ้าไม่ชอบรูปแบบพวกนี้ เดี๋ยวข้าจะให้คนส่งแบบอื่นมาให้ใหม่” อนุเฉียนกล่าว

ฉู่ซั่วลองเปิดหีบใบหนึ่งดูอย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะอุทานออกมาด้วยความทึ่ง

"ท่านเเม่! ของที่ท่านเลือกมานี่ช่างเรียบง่ายแต่ไม่ขาดความสูงส่ง สง่างามแต่ก็ไม่เสียความเรียบง่าย”

“ช่าง...ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!”

ฉากนี้ ทำให้หนานหลีถึงกับเซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง

เครื่องประดับที่เขาชื่นชม มันเป็นสร้อยคอทองคำบริสุทธิ์ที่ประดับประดาไปด้วยอัญมณีหลากสีสัน เมื่อต้องแสงแดดก็ส่องประกายระยิบระยับจนแทบจะทำให้ตาของนางบอด

"คุณหนูหก มาลองดูสิ ผิวเจ้าทั้งขาวทั้งงาม สวมแล้วต้องดูดีมากแน่ๆ" อนุเฉียนกล่าวอย่างกระตือรือร้น

เพียงแค่นึกถึงน้ำหนักของเครื่องประดับเหล่านี้ หนานหลีก็รู้สึกชาวาบไปทั้งศีรษะ นางจึงรีบโบกมือปฏิเสธทันที

"ไม่เป็นไรหรอกเจ้าค่ะ ของพวกนี้เหมาะที่จะเก็บไว้ในห้องคลังมากกว่า"

เมื่อทั้งสองคนได้ยินเช่นนั้น ก็รู้ได้ทันทีว่าหนานหลีไม่ชอบของพวกนี้

พวกเขาจึงได้แต่เริ่มคิดคำนวณในใจว่าควรจะจ้างช่างฝีมือมาทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อให้นางพอใจดีหรือไม่

เเต่หนานหลีไม่ได้สนใจคนทั้งสองอีก…นางสั่งให้หยวนเป่าและชุนเป่าช่วยกันขนย้ายกระดาษเหลืองและของอื่นๆออกมา เพราะว่านางต้องเตรียมตัววาดอักขระยันต์แล้ว

ทว่า...พอนางได้เห็นของสำหรับเขียนยันต์เหล่านั้น สีหน้าก็พลันเคร่งขรึมลงทันที

กระดาษเหลืองเป็นของมีตำหนิ ชาดจอแสก็เป็นของปลอม กระทั่งดาบไม้ท้อ ก็ยังเป็นแค่ไม้ธรรมดาๆ

"ของพวกนี้ ท่านพี่ไปซื้อมาจากที่ใดรึ?" หนานหลีเอ่ยถาม

"ก็ร้านที่ใหญ่ที่สุดบนถนนฝั่งตะวันตกน่ะสิ ชื่อว่าร้าน ตัวฝูถัง”

“ได้ยินว่าเป็นร้านที่เปิดโดยนักพรตผู้มีอาคมแก่กล้า ชาวบ้านในเมืองหลวงต่างก็ไปซื้อยันต์กันที่นั่นทั้งนั้นแหละ”

ฉู่ซั่วชะโงกหน้าเข้ามาดู…แต่เนื่องจากเขาเป็นคนนอกวงการ จึงมองไม่ออกว่ามีอะไรผิดปกติ

"พวกท่านไม่รู้เรื่อง ก็เลยโดนเขาหลอกขายของมีตำหนิกับของปลอมให้ยังไงล่ะ" หนานหลีกล่าว

พี่รองของนางคนนี้ ช่างเป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของคำว่า ‘คนซื่อ(บื้อ)ผู้มั่งคั่ง’ เสียจริง

เมื่อได้ยินเช่นนี้ อนุเฉียนก็โกรธจนเท้าสะเอว

"นี่มันเห็นว่าซั่วเอ๋อร์ยังเด็กอยู่รึไง ถึงได้กล้ารังแกกันเช่นนี้? ช่างไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย!”

“มานี่! ไปเรียกนักเลงมาสักสองสามคน ข้าจะไปขอคืนของด้วยตัวเอง!”

"ช้าก่อนท่านอนุเฉียน ข้ากับท่านพี่รองไปกันเองก็พอแล้วเจ้าค่ะ" หนานหลีกล่าวห้าม

….

ร้านตัวฝูถังตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมือง ต้องนั่งรถม้าไปเกือบครึ่งชั่วยาม (1 ชั่วโมง)

เมื่อใกล้ถึงยามอู่ (เที่ยงวัน) แสงแดดของเดือนห้ายังไม่ถือว่าร้อนแรงนัก บนท้องถนนจึงยังคงมีผู้คนเดินไปมาขวักไขว่...และมันก็เป็นจริงดังที่ฉู่ซั่วพูด มีชาวบ้านจำนวนมากกำลังซื้อยันต์อาคมจากร้านตัวฝูถัง

ยันต์แต่ละชนิดก็มีราคาแตกต่างกันไป แค่ยันต์สงบจิตธรรมดาๆใบหนึ่ง ก็มีราคาสูงถึงห้าสิบตำลึงเงิน

พอลงจากรถม้า ฉู่ซั่วก็สั่งให้คนยกหีบของเหล่านั้นตามขึ้นมาทันที ก่อนจะตะโกนด้วยความเดือดดาลว่า

"เถ้าแก่! ของพวกนี้ไม่เป็นของมีตำหนิก็เป็นของปลอม แล้วนี่เจ้ายังกล้าขายให้ข้าอีกรึ?”

“รีบคืนของคืนเงินมาเดี๋ยวนี้! มิฉะนั้น ข้าจะพังร้านของเจ้าซะ!”

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 6 : พี่รองคนซื่อ(บื้อ)ผู้มั่งคั่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว