เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4: เข้าพบท่านย่าเฒ่าเป็นครั้งสุดท้าย

บทที่ 4: เข้าพบท่านย่าเฒ่าเป็นครั้งสุดท้าย

บทที่ 4: เข้าพบท่านย่าเฒ่าเป็นครั้งสุดท้าย


บทที่ 4: เข้าพบท่านย่าเฒ่าเป็นครั้งสุดท้าย

สารถีไม่พูดพร่ำทำเพลง เร่งความเร็วรถม้ากลับไปยังจวนอันหยางโหวทันที

ท่านย่าเฒ่าอาศัยอยู่ที่เรือนเซียงเหอ…ฉู่ซั่วสนิทสนมกับท่านย่าเฒ่าเป็นอย่างมาก ตลอดทางจึงเดินอย่างรีบร้อนจนเกือบจะสะดุดล้มอยู่หลายครั้ง

เพียงแต่ทันทีที่ก้าวเข้าสู่เขตเรือนเซียงเหอ เขาก็พลันรู้สึกเย็นเยียบขึ้นมาอย่างประหลาด

ภายในโถงบุปผาเต็มไปด้วยผู้คน นอกจากอันหยางโหวและพี่ชายใหญ่ที่อยู่ที่ค่ายทหารแล้ว คนจากทั้งสองสายหลักก็มากันพร้อมหน้าพร้อมตา

ยังไม่ทันที่ฉู่ซั่วจะได้แนะนำ ทันทีที่หนานหลีก้าวเข้ามาในห้อง ก็มีสตรีผู้หนึ่งเดินตรงเข้ามาจับมือนางไว้แน่น

เส้นผมของสตรีผู้นั้นมีสีขาวแซมอยู่สองสามเส้น และระหว่างคิ้วก็ฉายแววโศกเศร้าออกมาอย่างชัดเจน

เพียงแค่มองใบหน้า หนานหลีก็รู้ได้ในทันทีว่านี่คือมารดาแท้ๆของเจ้าของร่างนี้... ฮูหยินใหญ่แห่งจวนโหว สกุลเสิ่น

“หนาน...หนานหลี?”

“ใช่แล้ว...เจ้าคือหนานหลี เจ้าคือลูกสาวของแม่...”

ดวงตาที่แดงก่ำอยู่แล้วของฮูหยินเสิ่นพลันมีน้ำตาไหลรินออกมาอีกครั้ง

ฉากการกลับมาพบกันที่ทั้งอบอุ่นและซาบซึ้งเช่นนี้ ทำให้หนานหลีตั้งรับไม่ทันอยู่ชั่วขณะ

โชคยังดีที่ฮูหยินเสิ่นยังรู้จักแยกแยะเรื่องสำคัญเร่งด่วน นางจึงไม่ได้พูดอะไรมากความไปกว่านั้น เพียงแต่นำทางพวกเขาทั้งสองเข้าไปพบท่านย่าเฒ่าเป็นครั้งสุดท้าย

พอเข้ามาในห้องบรรทม ความรู้สึกเย็นยะเยือกก็ยิ่งรุนแรงขึ้น…ฉู่ซั่วอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นสะท้านขึ้นมาคราหนึ่ง เขาคิดในใจว่าท่านย่าคงกำลังจะสิ้นใจจริงๆแล้ว ห้องบรรทมนี้ถึงได้เย็นยะเยือกถึงเพียงนี้

แต่หนานหลีกลับขมวดคิ้วมุ่น...ในห้องนี้กลับอบอวลไปด้วยไอปีศาจอย่างน่าประหลาด

ท่านย่าเฒ่าล้มป่วยลงอย่างกะทันหัน ใบหน้าซูบตอบเหี่ยวย่น…ท่านหมอหลวงจึงต้องใช้โสมร้อยปีแผ่นหนึ่งยัดเข้าไปในปากของนาง เพื่อช่วยยื้อชีวิตเอาไว้

พอเห็นท่านย่าอยู่ในสภาพนี้ ฉู่ซั่วก็ทรุดตัวลงคุกเข่าทันที พลางร้องไห้ตะโกนว่า

“ท่านย่า! หลานกลับมาแล้วขอรับ!”

เขายอมรับไม่ได้...ก่อนที่เขาจะออกจากเมืองหลวง ท่านย่ายังคงแข็งแรงดีและยังพูดคุยหยอกล้อกับเขาอยู่เลย

“หลีเอ๋อร์ รีบเข้าไปคารวะท่านย่าเถอะลูก ก่อนที่ท่านจะล้มป่วย คนที่ท่านเป็นห่วงมากที่สุดก็คือเจ้านั่นแหละ” ฮูหยินเสิ่นเร่งเร้า

เพี๊ยะ—

แต่ใครจะไปคาดคิดว่า หนานหลีจะเดินตรงเข้าไปแปะยันต์แผ่นหนึ่งไว้ที่หัวเตียงเเทน…จากนั้นยังหันไปสั่งฉู่ซั่วต่อ

“พี่รองเลิกร้องไห้ได้แล้ว แล้วก็เอาแผ่นโสมออกจากปากท่านย่าเสีย”

ฮูหยินเสิ่นถึงกับนิ่งอึ้งไป ส่วนท่านหมอหลวงตวาดอย่างเกรี้ยวกราดทันที

“เจ้าเด็กน้อยนี่สั่งการอะไรเหลวไหล! ตอนนี้ท่านย่าเฒ่าหายใจรวยรินเต็มทีแล้ว ที่ยังยื้อลมหายใจไว้ได้ก็เพราะแผ่นโสมนั่นเท่านั้น!”

ฉู่ซั่วเหลือบมองยันต์ที่หัวเตียง มันมีลวดลายคล้ายกับยันต์ปราบมารที่เขาเคยเห็น เขาจึงเอ่ยถามเสียงสั่น

“นี่...เจ้าคิดว่าท่านย่าถูกคุณไสยเข้าสิงอย่างนั้นรึ? ไม่ใช่ว่าท่านป่วยจริงๆงั้นหรือ?”

หนานหลีพยักหน้ารับ...อีกทั้งไอปีศาจนั่นก็ยังอยู่ในห้องนี้ด้วย

เมื่อได้ยินดังนั้น ฉู่ซั่วก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงอีกต่อไป เขาเปิดปากของท่านย่าเฒ่าแล้วหยิบแผ่นโสมออกมาทันที

ท่านหมอหลวงกำลังจะอ้าปากตะโกนห้าม แต่หนานหลีกลับแปะยันต์สะกดกายและสะกดวาจาลงบนหน้าผากของเขาเสียก่อน เพื่อไม่ให้เขาโหวกเหวกโวยวายขัดขวางการช่วยชีวิตของนาง...ในเมื่อมีปีศาจออกอาละวาด ก็อย่าหาว่านางคิดจะแย่งชิงคนมาจากท่านยมราชเลยก็แล้วกัน

นางหยิบยาเม็ดพิทักษ์ใจขับไล่สิ่งชั่วร้ายออกมาเม็ดหนึ่ง ป้อนให้ท่านย่าเฒ่ากิน …จากนั้นจึงไปเปิดหน้าต่างในห้องออกให้กว้าง แล้วรวบม่านเตียงขึ้น เพื่อให้แสงแดดสาดส่องลงบนร่างของท่านย่าเฒ่า

“หลีเอ๋อร์ นี่เจ้ากำลังทำอะไรอยู่?” ฮูหยินเสิ่นเองก็ตื่นตระหนกเช่นกัน แต่กลับไม่ได้ส่งเสียงดังออกไป

นี่คือลูกสาวแท้ๆของนาง หากนางเรียกท่านอาสองเข้ามา หนานหลีคงไม่พ้นต้องถูกลงโทษเป็นแน่

“ช่วยคนเจ้าค่ะ” หนานหลีตอบสั้นๆได้ใจความ

อุณหภูมิในห้องบรรทมค่อยๆกลับสู่ภาวะปกติ

ในห้วงฝัน ท่านย่าเฒ่าจมดิ่งอยู่ท่ามกลางความมืดมิด ถูกภูตผีปีศาจสีดำรังควานไม่หยุดหย่อน ไม่ว่านางจะวิ่งหนีไปทางไหน ก็ไม่สามารถหลุดพ้นไปได้

เเต่ทันใดนั้น ก็มีอักขระยันต์สีทองอร่ามสายหนึ่งพุ่งเข้ามา ขับไล่ภูตผีปีศาจตนนั้นให้สลายไป และในที่สุดนางก็สามารถหลุดพ้นออกจากฝันร้ายนั้นได้

เมื่อลืมตาขึ้น ก็เห็นฉู่ซั่วที่ยืนร้องไห้ฟูมฟายอยู่ข้างเตียง

“ซั่วเอ๋อร์ ทำไมเจ้าร้องไห้เป็นเผาเต่าเช่นนี้เล่า?” แม้สภาพร่างกายของท่านย่าเฒ่ายังไม่สู้ดีนัก แต่เสียงพูดกลับยังคงดังฟังชัดและทรงพลัง

ฉากนี้ทำให้ ท่านหมอหลวงตกตะลึงจนตาค้าง…หรือว่าเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้านี้จะเป็นหมอเทวดาที่ไม่แสดงตัวตนออกมากัน?

แค่ยาเม็ดเดียว...ก็สามารถชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นขึ้นมาได้เลยอย่างนั้นรึ?

“ท่านย่าทำเอาหลานตกใจแทบแย่”

“โชคดีที่น้องหกที่แสดงอิทธิฤทธิ์ช่วยชีวิตท่านย่าเอาไว้” ฉู่ซั่วเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้า พลางฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ

ท่านย่าเฒ่ากวาดสายตามองไปรอบๆและเพียงแค่เหลือบมองครั้งเดียว นางก็จำหลานสาวแท้ๆของตนเองได้ทันที

“ถงถง? นั่นถงถงใช่หรือไม่?”

ถงถง?

เมื่อเห็นว่าหนานหลีกำลังยืนงงอยู่ ฮูหยินเสิ่นจึงเอ่ยขึ้นว่า

“หลีเอ๋อร์ เจ้าคงจะลืมไปแล้วสินะ นี่คือชื่อเล่นของเจ้าอย่างไรเล่า”

ร่างของหนานหลีพลันแข็งทื่อไปชั่วขณะ…ชื่อเล่นของเจ้าของร่างเดิม เหตุใดจึงเหมือนกับของนางได้?

“ใช่แล้ว ตอนที่เจ้าทำพิธีรับขวัญน่ะ เจ้าคว้าเหรียญทองแดงเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ท่านย่าก็เลยตั้งชื่อเล่นนี้ให้เจ้า” ฉู่ซั่วเอ่ยอธิบาย

คำพูดนี้ทำให้หนานหลีตกตะลึงอย่างสิ้นเชิง…แม้แต่เหตุการณ์ในพิธีจัวโจวก็ยังเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน ด้วยเหตุนี้อาจารย์ในอีกโลกของนางจึงได้ตั้งชื่อเล่นที่ออกเสียงคล้ายกันให้

นางพลันสงสัยขึ้นมาว่า หรือแท้จริงแล้วจะไม่มีสิ่งที่เรียกว่า ‘เจ้าของร่างเดิม’ อยู่เลย

ไม่ว่าจะเป็นเจ้าสำนักซวนเหมินแห่งศตวรรษที่ 22 หรือคุณหนูหกแห่งตระกูลฉู่... ทั้งหมดก็คือตัวนาง

ทุกสิ่งล้วนยากจะอธิบาย และนี่ก็คือความล้ำลึกน่าอัศจรรย์ของศาสตร์เร้นลับ

หลังจากที่ยอมรับความจริงข้อนี้ได้แล้ว หนานหลีก็คุกเข่าลง ทำความเคารพอย่างสูงสุดต่อท่านย่าเฒ่าและฮูหยินเสิ่น

“คารวะท่านย่า คารวะท่านแม่เจ้าค่ะ”

“ลุกขึ้นเร็วเข้า!” ท่านย่าเฒ่าร้องบอก

ฮูหยินเสิ่นรีบก้าวเข้ามาประคองนางให้ลุกขึ้น เมื่ออาการของท่านย่าเฒ่าคงที่แล้ว หนานหลีจึงได้ดึงยันต์สะกดกายและสะกดวาจาออกจากตัวท่านหมอหลวง

“คุณหนูหก...ยาเทวดานั่น พอจะขายให้ข้าสักเม็ดได้หรือไม่ขอรับ?” ท่านหมอหลวงมีสีหน้าตื่นเต้นอย่างยิ่ง แววตาเต็มไปด้วยความวิงวอน

“นี่คือยาเม็ดพิทักษ์ใจขับไล่สิ่งชั่วร้าย จะมีผลอัศจรรย์ก็ต่อเมื่อผู้ที่ถูกภูตผีปีศาจเข้าสิงกินเข้าไปเท่านั้น ท่านซื้อไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกเจ้าค่ะ” หนานหลีกล่าว

หากเป็นเมื่อก่อน ท่านหมอหลวงคงไม่เชื่อแน่ว่าในโลกนี้จะมีภูตผีปีศาจทำร้ายคนได้…แต่หลังจากที่ได้เห็นฉากอันน่าทึ่งเมื่อครู่นี้ เขาก็เพิ่งจะเข้าใจว่า ภูตผีปีศาจก็สามารถทำให้คนล้มป่วยหรือถึงแก่ความตายได้จริงๆ

และคำพูดนี้ก็ทำให้ท่านย่าเฒ่าเองรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมา

“ภูตผีปีศาจ? ที่ข้าล้มป่วยลงก็เพราะถูกผีเข้าอย่างนั้นรึ?”

หนานหลีพยักหน้า พลางพูดอย่างตรงไปตรงมา

“ในห้องของท่านย่า ดูเหมือนจะมีการเลี้ยงภูตผีปีศาจเอาไว้…มันถึงได้มีพลังกล้าแข็งถึงเพียงนี้ จนเกือบจะคร่าชีวิตท่านย่าไปได้”

คำพูดเหมือนใส่ร้านนี้ทำให้ สีหน้าของท่านย่าเฒ่าพลันเคร่งขรึมลง

“หลีเอ๋อร์อย่าพูดจาเหลวไหล ท่านแม่ของเจ้าเป็นคนซื่อตรงเปิดเผย จะไปเลี้ยงภูตผีปีศาจได้อย่างไรกัน?” ฮูหยินเสิ่นรีบกล่าวขึ้นทันที

หนานหลีจึงไม่พูดอ้อมค้อม เเล้วชี้ตรงไปยังรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมกระเบื้องเคลือบสีขาวที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ

“ข้าไม่ได้พูดเหลวไหล นั่นแหละคือปีศาจที่ท่านย่าเลี้ยงเอาไว้”

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ทุกคนต่างก็มีสีหน้าแตกต่างกันไป

ในทางกลับกัน ท่านหมอหลวงกลับลูบคางของตนเอง แล้วก็พลันเบิกตากว้าง

“นั่นมัน...ของพระราชทานที่ฝ่าบาททรงมอบให้ท่านย่าเฒ่าเมื่อวันก่อนมิใช่หรือขอรับ?”

“เหตุใด... เหตุใดจึง...”

“บังอาจ! นี่คือของพระราชทานจากองค์เหนือหัว จะมีปัญหาได้อย่างไร!” ท่านย่าเฒ่าทำหน้าเคร่งขรึม

ถึงแม้จะรักและเอ็นดูหนานหลีมากเพียงใด แต่นางก็ไม่อาจยอมให้นางกล่าวหาองค์เหนือหัวได้

“ท่านย่า! สิ่งที่น้องหกพูดต้องเป็นความจริงแน่นอนขอรับ!” ฉู่ซั่วไม่อาจทนให้ใครมาสงสัยในตัวน้องหกผู้เก่งกาจของเขาได้

เขาไม่ทันได้คิดหน้าคิดหลัง ตรงเข้าไปทุบรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมกระเบื้องเคลือบสีขาวนั่นจนแตกกระจายอยู่บนพื้นทันที

เมื่อเสียงแตกกระจายดังขึ้น ท่อนไม้แกะสลักท่อนหนึ่งก็กลิ้งหลุนๆออกมา…เเละนั่นคือรูปปั้นของเทพปีศาจที่มีรอยยิ้มอันน่าขนลุก

เพียงแค่มองดูก็รู้สึกไม่สบายไปทั้งตัว ราวกับมีลมเย็นยะเยือกพัดผ่านเข้ามาในห้อง…คนที่อยู่ด้านนอกได้ยินเสียงดัง จึงส่งเสียงจอแจและทำท่าจะเข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น

สีหน้าของฮูหยินเสิ่นเปลี่ยนไปทันที นางรีบออกไปขวางคนเหล่านั้นไว้

การทำลายของพระราชทาน ถือเป็นโทษมหันต์…ท่านย่าเฒ่าเคยเป็นถึงแม่ทัพหญิงที่ผ่านสมรภูมิรบมานับไม่ถ้วน นางจึงสงบสติอารมณ์ลงได้อย่างรวดเร็ว

นางเงยหน้าขึ้นจ้องเขม็งไปที่ท่านหมอหลวง ในแววตานั้นราวกับมีจิตสังหารเดือดพล่านอยู่

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 4: เข้าพบท่านย่าเฒ่าเป็นครั้งสุดท้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว