เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 คำสารภาพของหานซินเอ๋อร์

บทที่ 19 คำสารภาพของหานซินเอ๋อร์

บทที่ 19 คำสารภาพของหานซินเอ๋อร์


บทที่ 19 คำสารภาพของหานซินเอ๋อร์

หานซินเอ๋อร์ซบไหล่เซียวเหอเงียบ ๆ อย่างอ่อนโยน เห็นเขาไม่มีท่าทีตอบสนองนางจึงเริ่มปลดเสื้อของเขาออกทีละชั้น

เซียวเหอรู้สึกถึงความผิดปกติในร่างกายจึงผลักนางออกพลางกล่าวว่า

“ข้าไม่ได้มีความหมายเช่นนั้น เจ้าอย่าได้ร้องไห้เลย หากมีสิ่งใดเจ้าพูดกับข้ามาตรง ๆ ก็ได้ ในเมื่อข้าเลือกจะช่วยแล้ว ข้าย่อมไม่ทอดทิ้งเจ้าแน่นอน”

หานซินเอ๋อร์เช็ดน้ำตาเบา ๆ ก่อนกล่าวว่า “ข้า...ไม่เหลือใครแล้วจริง ๆ”

เซียวเหอได้ยินเช่นนั้นก็อดถามไม่ได้ “บิดามารดาของเจ้าเล่า?”

หานซินเอ๋อร์ตอบเสียงเรียบ “บิดามารดาของข้าถูกนิกายเงามารฆ่าตายหมดแล้ว”

“เป็นปู่ของข้าที่พาหนีมาอาศัยหลบซ่อนอยู่เชิงเขานี้ หากมิใช่เพราะเขา ข้าคงไม่มีโอกาสมายืนอยู่ต่อหน้าท่านเช่นนี้”

“ที่ข้ายอมลดตัวเองลงเช่นนี้ก็เพียงเพื่อต้องการล้างแค้นให้บิดามารดา ขอท่านอย่ารังเกียจเลย...ร่างกายของข้ายังบริสุทธิ์อยู่จริง ๆ นะเจ้าคะ”

นางกล่าวด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ

เซียวเหอเดินไปมาในห้องด้วยท่าทีกระวนกระวาย ในใจครุ่นคิดอยู่หลายรอบสุดท้ายก็พูดออกมาว่า

“หากไม่รังเกียจต่อไปเจ้าก็อยู่กับข้าเถิด ข้าจะช่วยเจ้าดึงดูดกลิ่นอายแห่งสวรรค์และปฐพีเข้าสู่ร่าง เจ้าว่าอย่างไร?”

สิ้นคำ เซียวเหอก็ได้แต่สบถด่าตัวเองในใจ

ข้าไปรับปากอะไรแบบนั้นได้อย่างไรเล่า ข้าเองยังเป็นแค่คนธรรมดาอยู่เลย

หากพลาดเพียงนิดก็อาจพาหญิงสาวผู้นี้ลงเหวทั้งชีวิต

และแล้วสิ่งที่เขากลัวก็เกิดขึ้นจริง หานซินเอ๋อร์หันมามองเขาด้วยแววตาเปี่ยมหวัง

“ขอบคุณคุณชายที่มอบความมั่นใจให้เช่นนี้...แต่ข้าก็อยากถามตรง ๆ ว่า แท้จริงแล้ว...ระดับพลังของท่านนั้นอยู่ในระดับใดกันแน่?”

“ข้าต้องการทราบไว้ล่วงหน้าเพราะนิกายเงามารมิใช่แค่พรรคเล็ก ๆ หากท่านพร้อม...ข้ายินดีมอบกายให้ท่าน รับใช้ท่านอย่างสุดใจ”

เซียวเหอแสร้งพูดเรียบ ๆ ว่า

“เจ้ากลัวนิกายเงามารมากเช่นนั้นเชียวหรือ? ส่วนเรื่องพลังของข้า เจ้าไม่ต้องห่วง ที่นี่ที่เจ้ากำลังยืนอยู่นี่...ย่อมไม่ใช่ผู้ใดจะเหยียบขึ้นมาได้ง่าย ๆ”

“หากข้าช่วยเจ้าไม่ได้จริง ๆ ข้าก็จะฝึกฝนจนถึงที่สุดเพื่อร่วมมือกับเจ้าแก้แค้นให้สำเร็จ”

หานซินเอ๋อร์ได้ยินถ้อยคำมั่นคงนี้ก็พยักหน้ารับช้า ๆ แล้วกล่าวว่า

“นิกายเงามารสมชื่อ...ไม่มีใครเคยเห็นภาพตอนพวกมันลงมือ มีแต่เงาของพวกมันที่ปรากฏขึ้นก่อน...เงาเพียงอย่างเดียว แล้วศพก็จะปรากฏพร้อมสัญลักษณ์ดอกมีดจารึกไว้ข้าง ๆ”

“ท่าน...คิดว่าตัวเองมีโอกาสเท่าไร?”

เซียวเหอกล่าวเรียบ ๆ ว่า “อย่าเพิ่งไปคิดมากนัก เรามาเริ่มฝึกฝนกันเถอะ โอกาสมีมากน้อยเพียงใดก็ต้องลองถึงจะรู้”

“ไม่มีนิกายใดลึกลับเกินไปนัก แม้จะเร้นกายเพียงใดสักวันก็ต้องมีศิษย์ภายนอกเอาเรื่องไปโอ้อวด”

หานซินเอ๋อร์จ้องหน้าเขาแน่นิ่ง แล้วเอ่ยเบา ๆ ว่า

“แล้ว...ข้าควรทำอย่างไรต่อไป?”

เซียวเหอตอบ “เจ้ารออยู่ข้างนอกก่อน ข้าจะปรุงสมุนไพรให้เจ้าสักหน่อย”

เมื่อนางออกไปอย่างสงบ เซียวเหอก็รีบปิดประตู จัดแจงเสื้อผ้าเรียบร้อย พึมพำกับตัวเอง

เจ้าถุงผ้าผืนน้อยที่หล่นลงมานั่น เจ้าต้องช่วยข้าแล้วล่ะนะ

เขาไม่รู้ว่าถุงผ้าบนตัวของเสี่ยวซานใช้งานอย่างไรเช่นกัน

พูดถึงก็พูดเถอะข้ามาที่โลกนี้ได้อย่างไร แล้วเจ้าหมานี่มันมาจากไหนกันแน่?

เมื่อมาถึงที่นี่สิ่งที่เขามีติดตัวมีเพียงเจ้าหมาน้อยหนึ่งตัวกับถุงผ้าผืนนั้นที่พักที่อยู่อาศัยก็เป็นเขาสร้างขึ้นเองทั้งหมด

ตอนนี้เขาก็กำลังจัดสมุนไพรจำนวนหนึ่ง วางเรียงรายตรงหน้า ทั้งหมดล้วนเป็นพืชที่เขาเองก็ไม่รู้จักชื่อด้วยซ้ำ

แต่ทันทีที่เปิดถุงผ้าออก เขาก็รู้สึกเวียนศีรษะรุนแรง ภายในถุงผ้าปรากฏเงาบุรุษในชุดโบราณสีดำผู้หนึ่ง ยืนหันหลังให้เขา

บุรุษนั้นกล่าวขึ้นโดยไม่หันกลับมา

“ผู้เปิดถุงผ้านี้ เจ้าพร้อมแล้วหรือยัง...ที่จะก้าวสู่เส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียร?”

เซียวเหอรีบโบกมือปฏิเสธ “ไม่ ๆ ข้าแค่มีคำถามอยากจะถามเจ้าสองสามข้อ”

ทว่าบุรุษลึกลับผู้นั้นไม่ใส่ใจ ยังคงกล่าวต่อไปว่า

“ข้า...ผู้เป็นจิตวิญญาณในถุงผ้าผืนนี้มีชีวิตอยู่มาเนิ่นนานแล้ว กลิ่นอายแห่งเต๋าในภูเขาลูกนี้ที่เจ้าซึมซับมาทั้งหมดล้วนหล่อเลี้ยงข้าให้ยังคงมีชีวิตอยู่”

“ถึงเวลาแล้วที่ข้าจะส่งคืนสิ่งนั้นให้กับเจ้า ไม่ว่าเจ้าจะเป็นผู้ใด ข้าหวังว่าเจ้าจะกล้าก้าวเดินไปตามใจปรารถนา...อย่าได้หลงลืมจิตแห่งเต๋าของตนเอง”

เซียวเหออ้าปากค้าง ไม่สามารถเปล่งเสียงใดได้

เพราะแม้จะพูดถึงกลิ่นอายแห่งเต๋าหรือพลังจิต เขาก็ยังไม่เคยสัมผัสอะไรได้เลย เขาเป็นเพียงคนธรรมดาผู้หนึ่งที่บังเอิญมาตกในโลกใบนี้เท่านั้น

เขาจึงตะโกนขึ้น

“เจ้าทำแบบนี้ทำไมกัน? เจ้าไม่พอใจอะไรในโลกนี้งั้นหรือ? หรือแค่อยากเห็นข้าอับอายต่อหน้าหญิงงามกันแน่?”

เสียงตะโกนก้องไปทั่วห้อง บุรุษผู้นั้นยังคงเมินเฉย ทว่าทันใดนั้น เขากลับหันไปเห็นกระบี่เล่มหนึ่งวางอยู่

“กระบี่เล่มนี้ดูดี...เหมาะกับระดับพลังของเจ้าในตอนนี้ เจ้าไม่ต้องบ่นมากหรอก หากเจ้าทำตามคำข้าสั่ง วันหนึ่งเจ้าจะกลายเป็นผู้แข็งแกร่งอย่างแท้จริง”

“เก็บกระบี่ไว้ฝึกให้ดี ทุกสิ่งที่เจ้ายังไม่เข้าใจ ข้าจะค่อย ๆ ชี้แนะเจ้า”

“จงจดจำไว้ให้ดี ดูแลทุกสิ่งรอบตัวเจ้าด้วยใจจริง ไม่ว่าจะเป็นผู้คน สถานการณ์หรือวัตถุใด ๆ โดยเฉพาะเสี่ยวซาน...ดูแลมันให้ดีด้วย”

“ข้าจะรอเจ้าที่โลกอีกฟากหนึ่ง...ข้านามว่าเย่เฟิง”

ทันใดนั้น พลังจิตสายหนึ่งก็ไหลเข้าสู่สมองของเซียวเหอทำให้เขารู้สึกปวดหัวรุนแรง ข้อมูลมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่จิตสำนึกของเขา

“อ๊ากกกกกกก”

เสียงร้องดังลั่นจนหานซินเอ๋อร์เปิดประตูเข้ามาทันที

ภาพที่เห็นคือเซียวเหอกำลังนั่งกุมศีรษะ ใบหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวด มือยังถือถุงผ้าเอาไว้

หานซินเอ๋อร์เดินเข้ามาอย่างเป็นห่วง “คุณชาย ท่าน...ท่านเป็นอะไรหรือเปล่า?”

เซียวเหอแทบไม่ได้ยินเสียงของนาง สมองเขาราวกับถูกกระแทก แล้วกำลังประกอบสร้างใหม่จากเศษซาก

ถ้อยคำสองประโยคสลักลึกในจิตใจของเขา:

“ร่างกายหรือจิตวิญญาณ...อย่างน้อยต้องมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เดินอยู่บนเส้นทาง”

“โลกใบนี้คับแคบเกินไป...ไม่อาจรองรับผู้ที่มีความทะเยอทะยานอย่างแท้จริง”

จากนั้น ข้อมูลเกี่ยวกับลำดับขั้นการฝึกฝนก็ผุดขึ้นในจิตใจ

ระดับพลังแห่งร่างกาย

ขั้นจู้ถี่

ขั้นต้วนจิน

ขั้นเหลียนกู่

ขั้นซิวยิน

ขั้นเจี๋ยเสิน

ขั้นซู่ถี่

ระดับพลังแห่งพลังภายใน

ขั้นจู้จี

ขั้นจินตัน

ขั้นหยวนอิง

ขั้นหลิงจี้

ขั้นตู้เจี๋ย

ขั้นต้าฉั่ง

กลิ่นอายแห่งเต๋าคือความสามารถในการรับรู้และดึงดูดพลังปราณ

จิตแห่งเต๋าคือความสามารถในการแปรเปลี่ยนพลังปราณให้กลายเป็นพลังของตนเองทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความแน่วแน่แห่งจิตใจ

เซียวเหอข้ามขั้นตอนเหล่านี้ไปโดยสิ้นเชิงและเข้าสู่ระดับเดียวกับเจ้าเมืองเฉินโดยตรง เขาได้รับแก่นพลังในตันเถียน

แก่นพลังของเขามีสีขาวบริสุทธิ์คือระดับต่ำสุดแต่กลับเป็นสายพันธุ์หายากเพราะสามารถวิวัฒน์ได้ตามระดับพลังของตน

เขาลืมตาขึ้นช้า ๆ

พบว่าศีรษะของตนซบอยู่บนตักของหานซินเอ๋อร์

เมื่อแหงนมองขึ้นไปสิ่งที่เห็นคือ

“หือออออ”

จบบทที่ บทที่ 19 คำสารภาพของหานซินเอ๋อร์

คัดลอกลิงก์แล้ว