เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 ทุกสิ่งล้วนอยู่ในกำมือของผู้อาวุโส

บทที่ 18 ทุกสิ่งล้วนอยู่ในกำมือของผู้อาวุโส

บทที่ 18 ทุกสิ่งล้วนอยู่ในกำมือของผู้อาวุโส


บทที่ 18 ทุกสิ่งล้วนอยู่ในกำมือของผู้อาวุโส

หนิงไห่ตื้นตันจนแทบระเบิด ที่แท้ผู้อาวุโสมิได้เพียงแค่เล่นหมาก แต่กำลังอบรมเขา

ใช่แล้ว ด้วยหมากหนึ่งกระดานกลับยกระดับเจตจำนงจักรพรรดิของเขาจนทะยานฟ้า

ผู้อาวุโสผู้นี้ช่างลึกล้ำเกินหยั่งดั่งที่เจ้านิกายหลิวหลี่เคยกล่าวไว้ ไม่มีทางที่ผู้ใดจะหยั่งถึงเจตนาอันล้ำลึกของท่านได้

“ท่านตาหาน วันนี้ข้ามีแขก ไว้เรามาเล่นกันใหม่คราวหน้า” จ้าวเสี่ยวเป่ยกล่าว

ตาหานก็ยินดีตอบกลับทันที “ได้สิ เสี่ยวเป่ย คราวหน้ามาสู้กันอีก”

“ยืนตะลึงอยู่ทำไม พากันเข้าเรือนไปสิ”

จ้าวเสี่ยวเป่ยหันไปเรียกพวกหลิวเหยา นำทางพาทั้งสามเข้าสู่เรือนเล็กของตนส่วนเสี่ยวเฮยก็ตามเข้ามาอย่างเนิบช้า

ทันทีที่ก้าวเข้ามา หนิงไห่ถึงกับยืนอึ้ง

ในมุมลานเรือนที่ดูเรียบง่ายนั้น ไม้ฟืนที่วางกองกลับคือไม้เจี้ยนจู้

ในแปลงผักที่ดูธรรมดากลับเต็มไปด้วยสมุนไพรวิญญาณที่หายากยิ่ง

ไก่ที่จิกกินอยู่นั้นกลับกินข้าววิญญาณเข้าไปอย่างสบายใจ

ทั้งหมดนี้ประหนึ่งฟ้าผ่าลงกลางหัวหนิงไห่ในบัดดล

สิ่งของเหล่านี้ล้วนเป็นวัตถุดิบล้ำค่าแม้แต่ในราชสำนักยังแทบไม่มี

แต่ในเรือนเล็ก ๆ นี้กลับมีอยู่ทั่วทุกมุม

ผู้อาวุโสผู้นี้เป็นผู้ใดกันแน่

หานหลิงเอ๋อร์และหลิวเหยาเห็นสีหน้าทึ่งของหนิงไห่ก็อดอมยิ้มไม่ได้เพราะเมื่อครั้งแรกที่พวกนางเข้ามาก็ไม่ต่างจากเขาแม้แต่น้อย

“รอสักครู่ ข้าขอล้างหน้าหน่อย เล่นหมากกับท่านตาหานเมื่อครู่เหงื่อแตกไปทั้งหน้า”

จ้าวเสี่ยวเป่ยตักน้ำจากบ่อใส่ลงอ่าง แล้วก้มหน้าล้างอย่างเรียบง่าย

หนิงไห่มองแล้วใจสะท้าน นั่นมันน้ำวิญญาณ

หลังจากล้างหน้าเสร็จ จ้าวเสี่ยวเป่ยก็เทน้ำลงแปลงผักทันที

หนิงไห่แทบกระโจนเข้าไปห้ามด้วยความเสียดายยิ่งนัก

นั่นมันของเหลววิญญาณนะ ใช้รดผักเนี่ยนะ?

แต่เจ้าตัวกลับไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย

“พวกเจ้ามาได้จังหวะดีทีเดียว ลูกพีชเพิ่งสุกใหม่ ลองชิมดูเถอะ”

ข้างเล้าไก่มีต้นพีชต้นหนึ่งออกผลเป็นลูกใหญ่เท่ากำปั้น สีชมพูอมแดงน่ากินยิ่ง

หลิวเหยา หานหลิงเอ๋อร์และหนิงไห่กลืนน้ำลายพร้อมกันโดยไม่รู้ตัว

จ้าวเสี่ยวเป่ยเด็ดมาสี่ลูกแบ่งให้คนละลูก

“ผู้อาวุโส ท่านเมตตาข้ายิ่งนัก ข้าไม่อาจรับของท่านได้อีกแล้ว” หนิงไห่รีบปฏิเสธ

แต่หานหลิงเอ๋อร์กับหลิวเหยากลับรีบคว้าไว้ทันที

พวกนางรู้ดี ของทุกชิ้นที่ผู้อาวุโสมอบให้ไม่เคยธรรมดา

แม้ท่านจะมองว่าเป็นของเล็กน้อย แต่สำหรับผู้ฝึกตนแล้ว สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นของล้ำค่า

“ขอบพระคุณผู้อาวุโสจ้าวเจ้าค่ะ”

ทั้งสองเอ่ยขอบคุณเสียงหวานใส ทำให้จ้าวเสี่ยวเป่ยรู้สึกชื่นใจอย่างบอกไม่ถูก

เสียงขอบคุณอ่อนหวานของหญิงงามสองนาง มีหรือจะไม่มีผลต่อชายใดในโลกนี้?

“เจ้าเด็กหน้าขาวนี่ทำไมถึงไม่มีหัวใจบ้างเลย สองสาวยังรู้คุณเจ้าไม่รู้หรือ? ถ้าไม่กินก็อย่ามาอิดออด”

จ้าวเสี่ยวเป่ยว่าแล้วก็ยกผลพีชขึ้นกัดเสียงกรอบ

เนื้อผลไม้สดชุ่มฉ่ำ กลิ่นหอมหวานยิ่งกว่าผลไม้ใดในโลกเก่า ลิ้นสัมผัสได้ถึงพลังบริสุทธิ์ที่แฝงอยู่ภายใน

หานหลิงเอ๋อร์กับหลิวเหยาเห็นเขากินด้วยความเอร็ดอร่อยก็อดไม่ได้ รีบกัดลูกพีชเข้าปากตามไป

ทันทีที่ผลพีชสัมผัสลิ้น พลังวิญญาณอันหนาแน่นก็แผ่ซ่านทั่วร่าง

ผิวพรรณ กระดูก เส้นชีพจรล้วนถูกพลังนี้ล้างชำระจนหมดจด

สิ่งสกปรกที่สะสมในร่างกาย ถูกไอพลังวิญญาณระเหยจนสิ้น

แม้พลังฝึกตนของทั้งคู่จะยังไม่ทะลุระดับ แต่พื้นฐานพรสวรรค์กลับถูกยกระดับขึ้นในทันใด

จากนี้ไป หนทางการฝึกตนของพวกนางจะเรียบง่ายไร้สิ่งกีดขวางอีกต่อไป

สองสาวแทบจะร้องไห้ออกมาด้วยความตื้นตัน

ส่วนหนิงไห่เพียงแค่ได้กลิ่นพลังวิญญาณจากผลพีชก็รู้แล้วว่าเป็นของล้ำค่า

แม้ไม่ได้กิน แต่พลังที่แผ่ออกมาก็ทำให้จินตันที่แตกสลายเริ่มมีท่าทีเยียวยาตัวเอง

ถ้าได้กินเข้าไปทั้งลูกจินตันของเขาย่อมหายขาดแน่นอน

หนิงไห่ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกเสียใจ

ผู้อาวุโสจ้าวตั้งใจมอบให้ แต่เขากลับปฏิเสธเพราะอวดดี

ตอนนี้จะขอกลับก็คงไร้หน้าเสียแล้ว ได้แต่ยืนกลืนน้ำลายเงียบ ๆ มองตาปริบ ๆ

จ้าวเสี่ยวเป่ยมองหนิงไห่ที่เกือบจะน้ำลายยืดแล้วก็แอบหัวเราะ

ให้แล้วไม่เอา ทีนี้เสียดายล่ะสิ

แต่เขาก็ไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำนักจึงเอ่ยปากว่า

“หยิบขึ้นมากินเถอะ”

ทันทีที่ได้ยินประโยคนี้ หนิงไห่ก็ดั่งรับราชโองการคว้าผลพีชมากัดเข้าไปทันที

พลังมหาศาลจากผลไม้เข้าสู่ร่างพร้อมกับการกัดคำแรก

จินตันที่แตกร้าวเริ่มเชื่อมต่อและเยียวยา

และไม่เพียงแค่นั้น พลังฝึกตนของเขาก็เริ่มพุ่งทะลุระดับราวสายฟ้าฟาด

จินตันขั้นเก้า

หยวนอิงขั้นหนึ่งขั้นสองจนขั้นเก้า

เฟินเสินขั้นหนึ่งจนถึงขั้นเก้า

เมื่อถึงระดับเฟินเสินขั้นเก้า พลังจึงค่อยหยุดลง

หนิงไห่ลืมตาขึ้น คุกเข่าลงอีกครั้ง

“เมตตาธรรมของผู้อาวุโสในครั้งนี้ ข้าหนิงไห่จักสลักไว้ในดวงจิตชั่วชีวิตมิอาจลืมเลือน”

จ้าวเสี่ยวเป่ยโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “แค่ลูกพีชไม่กี่ลูกจะต้องคุกเข่าทำไมให้มากความ”

หนิงไห่ลุกขึ้น สีหน้าเปี่ยมด้วยความเคารพอย่างหาที่สุดมิได้

“ผู้อาวุโสจ้าว ครานี้ข้ามีเรื่องสำคัญอยากจะขอคำชี้แนะ…”

หลิวเหยากำลังจะกล่าวถึงเรื่องแคว้นหนิง

แต่ยังไม่ทันเอ่ยจบ จ้าวเสี่ยวเป่ยก็ชิงพูดตัดเสียก่อน

“พวกเจ้ามาด้วยจุดประสงค์ใดข้ารู้หมดแล้ว สิ่งที่ควรทำข้าก็ทำให้หมดแล้ว ที่เหลือต้องขึ้นอยู่กับพวกเจ้าเองแล้วล่ะ”

“หากถึงคราวจนหนทางจริง ๆ ก็เอาแผ่นอักษรนี้ออกไป มันยังมีประโยชน์อยู่บ้าง”

จ้าวเสี่ยวเป่ยหยิบกระดาษที่เขียนอักษรพู่กันเมื่อคราวก่อนส่งให้

เขามองพวกหลิวเหยาด้วยแววตาเวทนา แต่ละคนดูท่าถูกเจ้าหนี้ตามฆ่าจนต้องหลบมาดอยแบบนี้

ตนก็เป็นเพียงชาวนาคนหนึ่งจะไปมีเงินทองอะไรมาช่วยพวกเขาได้

แต่แผ่นอักษรนี่ อย่างน้อยก็น่าจะเอาไปแลกเงินหรือใช้เจรจาได้บ้าง

ก็ถือเป็นน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเขาแล้วกัน

หลิวเหยาเห็นแผ่นอักษรนั่น รีบเก็บไว้ทันที

เพราะนางเคยเห็นกับตา อักษรนี้สามารถสะกดกระบี่มารได้

หากจะใช้ต้านนิกายเพลิงอัคคี นี่แหละคืออาวุธที่แท้จริง

“ขอบพระคุณผู้อาวุโส พวกเราจะไม่รบกวนอีก ขอคารวะ”

ทั้งสามกล่าวลาแล้วบินออกจากเรือนมุ่งสู่ชายขอบขุนเขาหมื่นอสูร

จบบทที่ บทที่ 18 ทุกสิ่งล้วนอยู่ในกำมือของผู้อาวุโส

คัดลอกลิงก์แล้ว