เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 สมุนไพรวิญญาณล้างหน้า

บทที่ 8 สมุนไพรวิญญาณล้างหน้า

บทที่ 8 สมุนไพรวิญญาณล้างหน้า


บทที่ 8 สมุนไพรวิญญาณล้างหน้า

ทันทีที่ย่างเท้าเข้าสู่เรือนหลังเล็ก หลิวเหยาก็รู้สึกว่าจิตใจตนผ่อนคลายลงอย่างมาก เรื่องราวในวิถีแห่งเต๋าที่เคยขัดข้องในระหว่างการบำเพ็ญเพียรก็พลันกระจ่างขึ้นในฉับพลัน ระดับจิตใจก็ทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว

เพียงแค่เดินเข้ามา นางก็บรรลุระดับใหม่ของจิตใจแล้ว

เรือนหลังนี้ช่างไม่ธรรมดาเสียจริง

จ้าวเสี่ยวเป่ยมองทั้งสองที่ยืนอึ้งอยู่ตรงนั้นก็อดกล่าวขึ้นมาไม่ได้ “พวกเจ้าสองคน นั่งก่อนเถอะ”

กล่าวจบก็นำน้ำที่เพิ่งตักจากบ่อมาเทลงอ่างล้างหน้า

นั่นมันของเหลววิญญาณ

หลิวเหยาเบิกตาโพลงอีกครั้ง แม้ศิษย์ตนจะเล่าให้ฟังแล้ว ทว่าเมื่อเห็นกับตาจริง ๆ ก็ยังอดตื่นตะลึงมิได้

ผู้อาวุโสท่านนี้ถึงกับใช้น้ำวิญญาณล้างหน้าเลยหรือ ช่างฟุ่มเฟือยเกินไปแล้ว

หลังจากล้างหน้าเสร็จ จ้าวเสี่ยวเป่ยก็เทน้ำที่ใช้แล้วลงในแปลงผักภายในลานบ้าน

สายตาหลิวเหยาก็จับจ้องตามอ่างใบนั้นไป นางแทบอยากพุ่งเข้าไปคว้าน้ำในนั้นมาดื่มเสียเดี๋ยวนั้น

นั่นมันของเหลววิญญาณเชียวนะ เททิ้งแบบนี้มันช่างบาปมหันต์นัก

แต่เมื่อสายตานางมองเห็นแปลงผักนั้นเต็ม ๆ ร่างนางก็พลันเซเกือบล้ม ดีที่หานหลิงเอ๋อร์รีบประคองไว้ทัน

นั่นมันสมุนไพรวิญญาณ สมุนไพรชั้นยอด กระทั่งมีสมุนไพรศักดิ์สิทธิ์ปะปนอยู่ด้วย

บัดนี้หลิวเหยาจึงเข้าใจเสียทีว่าศิษย์ตนมิได้กล่าวเกินจริง

สายตานางยังคงกวาดมองไปทั่วเรือนเล็ก กระทั่งเห็นหมูหนึ่งตัว สุนัขหนึ่งตัวและฝูงไก่

ในใจนางพลันสับสน ผู้อาวุโสเช่นนี้ เหตุใดจึงเลี้ยงสัตว์ธรรมดาเหล่านี้ด้วย?

ทว่าเพิ่งจะคิดเช่นนั้น คลื่นอาฆาตอันน่าสะพรึงกลัวหลายสายก็พุ่งเข้าหานางทันที

ตูม ตูม

นางรู้สึกว่าจิตแห่งเต๋าของตนแทบแตกสลาย

ในห้วงสำนึกคล้ายมีฝูงอสูรร้ายคำรามกึกก้องหมายฉีกสติให้แหลกเป็นชิ้น ๆ

“อ๊า”

หลิวเหยากรีดร้องออกมาในที่สุด

“ท่านอาจารย์” หานหลิงเอ๋อร์ตกใจสุดขีดเมื่อเห็นปฏิกิริยาของอาจารย์ตน

เสียงนั้นทำเอาจ้าวเสี่ยวเป่ยสะดุ้งสุดตัว

หลิวเหยาเพิ่งได้สติกลับมา ภาพอันน่าสะพรึงในหัวหายไปหมดราวไม่เคยมีอยู่

“ผู้อาวุโส ข้า...ข้าฝันร้ายเจ้าค่ะ”

หลิวเหยารีบกล่าวแก้ตัว ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา นางไม่กล้ามองหมู สุนัข หรือฝูงไก่นั่นอีกแม้แต่นิด

สุนัขตัวนั้น หมูตัวนั้น ไก่ฝูงนั้นไม่มีทางเป็นสัตว์ธรรมดาแน่นอน

จ้าวเสี่ยวเป่ยมองหลิวเหยาแล้วยิ้มแห้ง ‘กลางวันแสก ๆ ยังฝันร้ายได้อีก น่าอัศจรรย์จริง ๆ’

“ผู้อาวุโส ไม่ทราบว่าท่านรู้จักผู้คนในนิกายหลิวหลี่ของพวกเราหรือไม่เจ้าคะ” หลิวเหยารีบฉวยโอกาสถามต่อ

“นิกายหลิวหลี่? ไม่รู้จักหรอก ข้าเป็นเพียงคนธรรมดาจะไปรู้จักผู้บำเพ็ญเพียรได้อย่างไรเล่า”

จ้าวเสี่ยวเป่ยส่ายหัวพลางมองหญิงตรงหน้าด้วยความสงสัย

‘หรือว่านางอยากชวนข้าไปบำเพ็ญเพียร?’

แต่ตอนนี้เขาไม่มีความสนใจในเส้นทางบำเพ็ญเพียรเลยแม้แต่น้อย

เพราะจนตายระบบก็ไม่เคยสอนวิชาบำเพ็ญให้เขาสักอย่าง เดาได้เลยว่าตัวเขาคงไร้พรสวรรค์จนระบบทอดทิ้งไปแล้ว

ตอนนี้ระบบก็ตายแล้ว หากจะบำเพ็ญเพียรตอนนี้ก็ไร้ซึ่งข้อได้เปรียบใด ๆ สู้อยู่ในหมู่บ้านเหล่าปิ้งอย่างปลอดภัยยังดีเสียกว่า

เมื่อได้ฟังคำตอบ สีหน้าของหลิวเหยาและหานหลิงเอ๋อร์ก็เต็มไปด้วยความผิดหวัง

ดูท่าผู้อาวุโสท่านนี้จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับนิกายหลิวหลี่ของพวกนางจริง ๆ พวกนางคงคิดไปเอง

แต่ถึงกระนั้น พวกนางก็ได้รับบุญคุณมากมายจากท่านไปแล้วจึงไม่กล้าร้องขอสิ่งใดอีก

อย่างไรก็ตาม สายตาหลิวเหยากลับจับจ้องอยู่ที่แปลงผักในเรือน ในนั้นเต็มไปด้วยสมุนไพรวิญญาณ หากสามารถนำไปใช้เสริมพลังนิกายได้ นิกายหลิวหลี่ย่อมแข็งแกร่งขึ้นอย่างมหาศาล

จ้าวเสี่ยวเป่ยก็สังเกตเห็นแววตานั้น

‘ศิษย์ของนาง ข้าก็เพิ่งให้ผักไปหนึ่งหัว ทำเอานางดีใจแทบคลั่ง’

‘ตอนนี้นางเองก็ตามมา ดูท่ามาขอบคุณก็ส่วนหนึ่ง อีกส่วนคงอยากได้ผักข้าแน่ ๆ’

คิดได้ดังนี้ จ้าวเสี่ยวเป่ยก็ยักไหล่

‘แค่กะหล่ำปลีไม่กี่หัว คนเขาอุตส่าห์ดั้นด้นมาถึงนี่’

“พวกเจ้าจะเด็ดกะหล่ำปลีจากแปลงกลับไปบ้างก็ได้ ถือเสียว่าเป็นวาสนาระหว่างเราก็แล้วกัน” จ้าวเสี่ยวเป่ยเอ่ยขึ้น

ได้ยินดังนั้น ทั้งหลิวเหยาและหานหลิงเอ๋อร์ก็ปลาบปลื้มอย่างยิ่ง

ผู้อาวุโสถึงกับมอบสมุนไพรวิญญาณให้แก่พวกนาง

เห็นทั้งสองดีอกดีใจนัก จ้าวเสี่ยวเป่ยก็พูดขึ้นว่า “แค่กะหล่ำปลีไม่กี่หัว พวกเจ้าไม่ต้องตื่นเต้นถึงเพียงนั้นก็ได้”

แต่สำหรับหลิวเหยาและหานหลิงเอ๋อร์ มันไม่ใช่กะหล่ำปลีธรรมดา มันคือสมุนไพรวิญญาณ

จ้าวเสี่ยวเป่ยส่ายหัว ‘ผู้คนในโลกนี้ช่างไร้ความรู้กันเสียจริง แค่กะหล่ำปลีธรรมดาก็ทำให้ตื่นเต้นเป็นบ้าได้’

‘จะตื้นตันก็ปล่อยให้พวกเจ้าตื้นตันไปเถอะ’

“ไปเก็บกันเถอะ ข้าจะไปทำกับข้าว พวกเจ้าอยู่กินข้าวก่อนแล้วค่อยกลับ”

“เจ้าค่ะ ผู้อาวุโส”

หลิวเหยาปลื้มใจถึงขีดสุด ในหัวมีแต่คำว่า “สมุนไพรวิญญาณ” เต็มไปหมด

แต่แล้วพลันนึกบางอย่างขึ้นมาได้ นางร้องอย่างตื่นเต้น “หลิงเอ๋อร์ เมื่อครู่ผู้อาวุโสพูดว่าให้พวกเราอยู่กินข้าว”

หานหลิงเอ๋อร์พยักหน้ารัว แววตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง

นางนึกถึงข้าวผัดไข่เมื่อเช้าแล้วยังรู้สึกไม่อิ่มหนำ เผลอแลบลิ้นเลียริมฝีปาก

อาหารที่ผู้อาวุโสทำช่างอร่อยเหลือเกิน

“หลิงเอ๋อร์ เราไปเก็บสมุนไพรกันก่อนเถอะ” แม้ในใจหลิวเหยาจะตื่นเต้นกับเรื่องอาหารไม่แพ้กัน

แต่การได้สมุนไพรก่อนย่อมสำคัญยิ่งกว่า

“เจ้าค่ะ ท่านอาจารย์”

ทั้งสองค่อย ๆ เดินเข้าไปยังแปลงผักด้วยความระมัดระวัง ใช้มือแหวกดินอย่างแผ่วเบา เริ่มขุดอย่างพิถีพิถัน

ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความระแวดระวัง เกรงจะทำลายสมุนไพรแม้แต่น้อย

จ้าวเสี่ยวเป่ยออกจากเรือน ตั้งใจจะเก็บกะหล่ำปลีไปทำหมูต้มพริก

เห็นการกระทำของทั้งสองก็อดตกใจไม่ได้

‘จะเด็ดกะหล่ำปลี ต้องระวังขนาดนั้นเลยหรือ?’

‘เฮ้อ ข้าไม่เข้าใจผู้คนของโลกนี้จริง ๆ’

จ้าวเสี่ยวเป่ยส่ายหน้า เดินลิ่วเข้าไปในแปลงผัก ใช้มือบิดกะหล่ำปลีหัวหนึ่งออกมาอย่างง่ายดาย ใบผักปลิวหล่นกระจายราวกับชาวบ้านทั่วไปที่ออกไปเด็ดผัก

หานหลิงเอ๋อร์และหลิวเหยาเห็นภาพนี้ก็เจ็บปวดใจสุดขีด

‘นั่นมันสมุนไพรวิญญาณเชียวนะ’

แต่ผู้อาวุโสย่อมเป็นผู้อาวุโส ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย

จ้าวเสี่ยวเป่ยไม่สนใจสายตาทั้งสอง เด็ดผักเสร็จก็กลับเข้าครัวต่อ

หลิวเหยาและหานหลิงเอ๋อร์มือสั่นเทา ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงถึงจะเก็บได้สามหัว

พวกนางไม่กล้าเก็บมากไป เกรงจะทำให้จ้าวเสี่ยวเป่ยขุ่นเคือง

แม้ท่านจะบอกว่าให้เก็บตามสบาย แต่ในฐานะผู้เยาว์ ย่อมไม่ควรเอาเปรียบผู้ใหญ่ พวกนางได้รับมากพอแล้ว

หลังจากเก็บเสร็จ ทั้งสองก็นั่งนิ่งอยู่ในลาน ไม่กล้าขยับ ไม่กล้ามองไปรอบ ๆ หวั่นว่าจะล่วงเกินบรรดาผู้ยิ่งใหญ่เข้าอีก

ส่วนจ้าวเสี่ยวเป่ยก็ลงมือทำหมูต้มพริกกับไข่ผัดพริกเขียว

เมื่อเขายกอาหารออกมาก็เห็นสองสาวมือเปื้อนดิน นัยน์ตาก็ขมวดทันที

‘คนในโลกนี้ไม่รักความสะอาดกันเลยหรือไร? จะกินข้าวทั้งทียังไม่ล้างมืออีก’

“พวกเจ้าเหตุใดไม่ล้างมือกันเล่า”

จบบทที่ บทที่ 8 สมุนไพรวิญญาณล้างหน้า

คัดลอกลิงก์แล้ว