เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 พ่ายแพ้ในพริบตา

บทที่ 6 พ่ายแพ้ในพริบตา

บทที่ 6 พ่ายแพ้ในพริบตา


บทที่ 6 พ่ายแพ้ในพริบตา

หลิวเหยามองหานหลิงเอ๋อร์ด้วยความยินดีปรีดา ทว่าชั่วขณะต่อมา ใบหน้ากลับเศร้าหมองลง

“หลิงเอ๋อร์ ในเมื่อเจ้ายังไม่ตาย เช่นนั้นก็ไม่ควรกลับมานะ”

หลิวเหยาส่ายหน้า นางรู้ดีว่าการกลับมาครั้งนี้ของหานหลิงเอ๋อร์คือการเดินเข้าสู่หายนะอย่างแน่นอน

เว่ยเฟิงในยามนั้นกลับมองหานหลิงเอ๋อร์อย่างตะลึงงัน หานหลิงเอ๋อร์ผู้นี้ไม่น่าจะยังมีชีวิตอยู่ เขาเองเห็นกับตาว่านางตกลงสู่พื้นที่ต้องห้ามแห่งขุนเขาหมื่นอสูร

“หานหลิงเอ๋อร์ เจ้าคนหรือผีกันแน่?” เว่ยเฟิงถามอย่างหวาดหวั่น

“เว่ยเฟิง ข้าเป็นคนหรือผี เจ้าในฐานะยอดฝีมือระดับหยวนอิงถึงกับมองไม่ออกหรือ?” หานหลิงเอ๋อร์ย้อนถาม ดวงตาเย็นเยียบจับจ้องเบื้องหน้า

ภายในใจของนางในยามนี้พลันพลุ่งพล่าน แท้จริงแล้วท่านผู้อาวุโสมิได้หมายจะขับไล่นาง หากแต่รู้ว่านิกายหลิวหลี่ตกอยู่ในอันตรายจึงส่งนางกลับมาช่วยเหลือ

เมื่อคิดได้ดังนี้ หานหลิงเอ๋อร์พลันรู้สึกอบอุ่นขึ้นมา ท่านผู้อาวุโสมิได้ผลักไสตนออกเลย

เว่ยเฟิงหรี่ตาลงเพ่งมองหานหลิงเอ๋อร์

“ในเมื่อเจ้าตกลงไปในขุนเขาหมื่นอสูรแล้วยังไม่ตาย เช่นนั้นวันนี้ข้าจะเป็นคนส่งเจ้าไปตายเอง”

สิ้นคำ เว่ยเฟิงก็ลงมือทันที พลังก่อเกิดเป็นเปลวเพลิงอันร้อนแรงพวยพุ่งออกจากร่าง

เปลวเพลิงนี้ปรากฏขึ้นอย่างฉับพลัน ไหลบ่าเข้าใส่หานหลิงเอ๋อร์ดั่งสายฟ้าฟาด

“หลิงเอ๋อร์ ระวังตัว”

“องค์หญิงศักดิ์สิทธิ์ ระวัง”

เหล่าศิษย์แห่งนิกายหลิวหลี่ต่างร้องตะโกนด้วยความตกใจ

เว่ยเฟิงคือผู้แข็งแกร่งระดับหยวนอิงส่วนหานหลิงเอ๋อร์นั้นเพียงแค่ขั้นต้นของระดับจินตันเท่านั้น หากถูกไฟนี้เข้าประชิด นางย่อมสิ้นชีพเป็นแน่

ทว่าในขณะที่ทุกผู้คนล้วนเชื่อว่าหานหลิงเอ๋อร์ถึงคราวมรณาแล้วนั้น

หานหลิงเอ๋อร์ขยับตัว เพียงสะบัดมือเบา ๆ เปลวไฟอันร้อนแรงที่พุ่งเข้ามากลับมลายหายไปอย่างไร้ร่องรอยดั่งว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน

นั่น...นั่นมัน...

ผู้คนเบิกตาค้าง รับความจริงเบื้องหน้าแทบไม่ได้

เป็นไปได้อย่างไร หานหลิงเอ๋อร์ที่เพียงจินตันขั้นแรกกลับสามารถสลายการโจมตีของเว่ยเฟิงได้อย่างง่ายดาย

เหลือความเป็นไปได้เพียงหนึ่งเดียว

หานหลิงเอ๋อร์มิใช่จินตันขั้นแรกอีกต่อไปแล้ว

“หลิงเอ๋อร์ เจ้าทะลวงขั้นสำเร็จแล้วหรือ” หลิวเหยาเปล่งเสียงถามด้วยความหวัง

“เจ้าค่ะ อาจารย์ ข้าพบพานท่านผู้อาวุโสผู้หนึ่ง ท่านไม่เพียงช่วยชีวิตข้า หากยังช่วยให้ข้าทะลวงถึงระดับหยวนอิงอีกด้วย”

กล่าวพลาง หานหลิงเอ๋อร์ก็ปลดปล่อยกลิ่นปราณจากภายในออกมา กลิ่นอายของระดับหยวนอิงแผ่กระจายทั่วทั้งโถง

“หยวนอิง เป็นระดับหยวนอิงจริง ๆ นิกายหลิวหลี่ของพวกเรากลับมียอดฝีมือหยวนอิงอีกคนแล้ว” หลิวเหยาแหงนหน้าหัวเราะด้วยความปิติ

ก่อนหน้านี้ในนิกายหลิวหลี่มีเพียงนางผู้เดียวที่เป็นระดับหยวนอิงแถมนางยังได้รับบาดเจ็บหนัก

บัดนี้นิกายหลิวหลี่กลับมีหานหลิงเอ๋อร์ที่ก้าวสู่หยวนอิงแถมยังอายุไม่ถึงยี่สิบห้าปี อนาคตช่างไร้ขีดจำกัด

เว่ยเฟิงยืนเงียบงัน ดวงตาเต็มไปด้วยครุ่นคิด

บาดแผลของหานหลิงเอ๋อร์ เขาย่อมรู้ดีกว่าใคร เป็นตนลงมือด้วยตนเองกระทั่งแก่นแท้ระดับจินตันก็ถูกทำลาย

หากไม่มีผู้ใดช่วยเหลือ นางไม่มีทางรอดกลับมาได้แน่นอน

แต่ไม่เพียงหายดี นางยังสามารถทะลวงถึงหยวนอิงได้อีก

ผู้ที่ช่วยเหลือนางย่อมมิใช่ผู้ที่เขาจะไปแตะต้องได้

ตั้งแต่เมื่อไรที่ภายในเขตแดนแคว้นหนิงปรากฏยอดฝีมือถึงเพียงนั้นขึ้นมา

เว่ยเฟิงรู้สึกเหงื่อเย็นไหลซึมไปทั่วแผ่นหลัง

“พวกเราไป”

เว่ยเฟิงหันหลังทันใด แปรเปลวเพลิงกลายเป็นเงาพุ่งหายไปในอากาศ

คนของนิกายหลิวหลี่มองภาพเว่ยเฟิงจากไปด้วยความฉงน

เมื่อครู่เขายังขู่จะล้างนิกายอยู่หยก ๆ ทำไมพอได้ยินเรื่องของท่านผู้อาวุโสกลับรีบร้อนหลบหนีไปทันที?

หรือว่าเว่ยเฟิงรู้ถึงความน่ากลัวของท่านผู้นั้น?

“เกิดอะไรขึ้นกันแน่ เจ้าบอกข้าละเอียดที” หลิวเหยาถามขึ้นอย่างไม่อาจรอได้อีกต่อไป

หานหลิงเอ๋อร์ไม่ปิดบังใด ๆ เล่าเรื่องทั้งหมดที่ตนประสบพบในขุนเขาหมื่นอสูรให้นางฟัง

“ไม่น่าเชื่อว่าภายในขุนเขาหมื่นอสูรจะยังมีผู้แข็งแกร่งระดับนั้นอาศัยอยู่” หลิวเหยาอุทานด้วยความตื่นตะลึง

ขุนเขาหมื่นอสูร นับเป็นพื้นที่ต้องห้ามแห่งทวีปหลิงอู่ แม้แต่มหาเซียนระดับต้าเฉิงเข้าไปก็อาจมิได้กลับออกมา

แต่ภายในนั้นกลับมีผู้คนอาศัยอยู่ เช่นนั้นท่านผู้อาวุโสผู้นั้นต้องเป็นยอดคนเหนือคนเป็นแน่

“ไม่รู้ว่าท่านผู้อาวุโสนั้นมีความเกี่ยวพันอันใดกับนิกายหลิวหลี่ของพวกเรา” หลิวเหยาก้มหน้าครุ่นคิด

เพราะในความทรงจำของนาง นิกายหลิวหลี่ไม่เคยมีสัมพันธ์ใดกับผู้แข็งแกร่งลึกล้ำเพียงนี้

หรือว่าเป็นสหายเก่าของผู้เฒ่าในนิกาย ไม่เช่นนั้นก็อธิบายไม่ได้เลย

“อาจารย์เจ้าคะ นี่คือสมุนไพรที่ท่านผู้อาวุโสมอบให้ มันจะช่วยรักษาอาการบาดเจ็บของท่านได้แน่นอน”

หานหลิงเอ๋อร์ยื่นต้นผักกาดขาวให้นางด้วยความตื่นเต้น

หลิวเหยามองดูผักกาดขาวต้นนั้น ดวงตาสะท้อนแสงแห่งความไม่อยากเชื่อ

นี่คือสมุนไพรวิญญาณชั้นยอด

สมุนไพรชั้นนี้สามารถให้เนื้อขึ้นจากกระดูกได้ หากยังมีลมหายใจก็ย่อมสามารถฟื้นคืนชีพได้

เมื่อเทียบกับพลังของสมุนไพรต้นนี้ บาดแผลของตนก็ไม่ต่างอะไรกับรอยขีดข่วน

“ท่านผู้อาวุโสโปรดรับคำนับจากข้า นิกายหลิวหลี่ของข้าซาบซึ้งสุดจะพรรณนา” หลิวเหย่าทรุดตัวคุกเข่าด้วยความตื้นตัน

นางไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งจะได้ใช้สมุนไพรระดับนี้จริง ๆ

เหล่าศิษย์แห่งนิกายต่างปลื้มปีติสุดแสนจะพรรณนา

“อาจารย์ ท่านรีบกลืนมันลงไปเพื่อรักษาอาการก่อน แล้วค่อยไปคำนับท่านผู้อาวุโสพร้อมข้า” หานหลิงเอ๋อร์พยุงนางขึ้น

“หลิงเอ๋อร์พูดถูก ท่านผู้อาวุโสมีพระคุณยิ่ง ข้าต้องไปคารวะต่อหน้าด้วยตนเอง” หลิวเหยาพยักหน้ารับ

จากนั้นก็นำผักกาดขาวใส่เข้าปากโดยตรง

สมุนไพรชั้นยอดเช่นนี้ ไม่จำเป็นต้องปรุงยาใด ๆ ยิ่งปรุงกลับยิ่งลดทอนพลังฤทธิ์เสียอีก

ทันทีที่ผักกาดขาวเข้าปาก ก็สลายกลายเป็นของเหลวสีเขียวมรกตไหลเข้าสู่ภายใน

ของเหลวสีเขียวเริ่มหล่อเลี้ยงอวัยวะภายในของหลิวเหยา

หยวนอิงของนางซึ่งเคยมืดหม่นพลันเปล่งแสงเจิดจ้า

เดิมหยวนอิงนั้นซูบซีดราวเด็กอดอาหาร เวลานี้กลับอวบอิ่มดั่งเด็กอ้วน

ไม่เพียงเท่านั้น หลิวเหยายังรู้สึกว่าพลังฝึกปรือของตนกำลังจะทะลวงขึ้นอีกขั้น

ตูม ตูม

กลิ่นปราณอันรุนแรงแผ่กระจายออกมาอย่างบ้าคลั่ง

ผู้คนในนิกายหลิวหลี่ต่างเปล่งเสียงยินดี

“ระดับเฟินเสิน ท่านเจ้านิกายทะลวงถึงระดับเฟินเสินแล้ว”

“นิกายหลิวหลี่ของพวกเรา ในที่สุดก็มีผู้ฝึกปรือถึงระดับเฟินเสิน เราจะรุ่งเรืองแล้ว”

เสียงแซ่ซ้องเปี่ยมด้วยความปีติจากทุกสารทิศ

ระดับเฟินเสินนั่นหมายความว่านิกายหลิวหลี่มีโอกาสไต่ขึ้นเป็นระดับเซวีย

ทั้งแคว้นหนิง ไม่มีแม้แต่นิกายระดับเซวียน แม้แต่นิกายเพลิงอัคคียังเป็นเพียงระดับหวง

หลิวเหยาเองก็ปลื้มปิติจนน้ำตาไหล ในที่สุดตนก็สามารถทะลวงผ่านขีดจำกัดได้เสียที

ท่านผู้อาวุโสผู้นั้นจะต้องมีความเกี่ยวพันกับนิกายหลิวหลี่เป็นแน่ หาไม่แล้ว เหตุใดจึงมอบสมุนไพรอันล้ำค่าเช่นนี้?

พระคุณของท่านยิ่งใหญ่ปานนี้ นางไม่มีวันลืมได้ลง ต่อให้ต้องปีนเขาลุยไฟก็จะต้องไปคารวะให้ถึงที่

“ศิษย์นิกายหลิวหลี่ทั้งปวง จงเปิดค่ายกลป้องกันนิกาย จงเฝ้าระวังภัย ทุกอย่างรอข้ากลับมาก่อน”

“หลิงเอ๋อร์ พวกเราไปตามหาท่านผู้อาวุโสกันเถอะ”

จบบทที่ บทที่ 6 พ่ายแพ้ในพริบตา

คัดลอกลิงก์แล้ว