เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 38 ตรรกะการฆ่าของเพื่อนร่วมชั้น (2)

บทที่ 38 ตรรกะการฆ่าของเพื่อนร่วมชั้น (2)

บทที่ 38 ตรรกะการฆ่าของเพื่อนร่วมชั้น (2)


เมื่อเข้าใจตรรกะนี้ รายละเอียดทั้งหมดก็สอดคล้องกันอย่างสมบูรณ์ในหัวของหลินอี้!

ท่าทางที่เพื่อนร่วมชั้นคนนั้นที่เอื้อมมือมาคว้าตัวเขาใต้โต๊ะ ก็เหมือนกับตอนที่มันคลำหาไฟฉายบนพื้น!

แท้จริงแล้ว… ไม่มีอะไรที่เป็นการโจมตีเหนือธรรมชาติที่น่าสะพรึงกลัวเลย มันก็เป็นเพียง ‘เกมเอาตัวรอด’ ที่ถูกจำกัดไว้ด้วยกฎเกณฑ์เท่านั้น!

เราจำเป็นต้องเชื่อในวิทยาศาสตร์ให้มากที่สุด ถึงแม้ความเป็นจริงจะพลิกผันเกินคาด ต่อให้วิทยาศาสตร์ไม่อาจอธิบายว่ากฎเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

และจากการใช้เหตุผลทั้งหมดก็พิสูจน์แล้วว่า คำเตือนของอาจารย์ประจำชั้นที่เน้นย้ำเรื่อง ‘หลักการเพิกเฉย’ นั้นถูกต้อง!

ห้ามหลับตา!

ห้ามเหลียวมองรอบตัวหรือเงยหน้ามองขึ้นไป!

จ้องไปที่ลวดลายบนพื้นหรือขาโต๊ะเท่านั้น

ท่องชื่อกับรหัสนักศึกษาในใจเงียบ ๆ! ห้ามสื่อสารกับใครทั้งสิ้น!

ห้ามสนใจเสียงใด ๆ ก็ตาม!

‘ตราบใดที่เพิกเฉยต่อทุกสิ่งทุกอย่าง ก็จะไม่ไปกระตุ้นกลไกการฆ่าของเพื่อนร่วมชั้น!’

‘และที่สำคัญ เพื่อนร่วมชั้นคนอื่น ๆ ถูกเจอและฆ่า ก็เพราะพวกเขา ‘ถูกมองเห็น’ เข้านั่นเอง!’

ในสภาพมืดสนิทแต่แรก การจ้องขาโต๊ะถือว่าปลอดภัยอยู่แล้ว ทว่าทันใดนั้นกลับมีเจ้าหนูน้อยอัจฉริยะถือไฟฉายปรากฏขึ้น!

เพียงแค่ลำแสงไฟฉายเส้นเดียว ก็เพียงพอที่จะทำให้นักศึกษาธรรมดาที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะมองเห็นเพื่อนร่วมชั้นประหลาดเหล่านั้น และพลันกลายเป็นเหยื่อ!

‘เหลียงจื่อพูดถูกอีกแล้ว ให้ตายสิ นั่นมันกับดักชัด ๆ!’

‘การกระทำสวนทางครั้งเดียว ทำให้พวกเราถูกกวาดล้างครั้งใหญ่!’

‘ไม่เพียงแต่ทำร้ายคนอื่น แต่ยังทำร้ายตัวเองด้วย!’

‘แต่ทำไมอาจารย์ถึงเตือนว่า ‘ห้ามหลับตา’ ล่ะ?’

โดยปกติแล้ว การหลับตาน่าจะเป็นวิธีเพิกเฉยที่ง่ายที่สุดไม่ใช่หรอ? แล้วทำไมถึงไม่ให้ทำ?

“ดูเหมือนว่าในคู่มือนักศึกษาก็มีกฎที่เกี่ยวข้องกับ ‘การหลับตา’ อยู่เหมือนกัน…”

ข้อหนึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับสภาพอากาศผิดปกติ

หากคุณหลงทางในสภาพอากาศผิดปกติ ให้หาต้นเสาไฟที่มีหมายเลขใกล้ที่สุด หากไม่พบเสาไฟที่มีหมายเลขในทันที ให้ก้มหน้า มองพื้น และมองหาจุดอ้างอิงใด ๆ เพื่อยืนยันว่าคุณยังอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง หากคุณพบว่าพื้นกำลังบิดเบี้ยว ยืดออก หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ไม่สมจริง รีบคว้าบัตรนักศึกษาและแผนที่ไว้ในมือให้แน่น และท่องชื่อกับรหัสนักศึกษาของคุณในใจซ้ำ ๆ

อีกข้อหนึ่งเป็นกฎเกี่ยวกับหอพัก หากเปรียบเทียบกับกฎเรื่องสภาพอากาศผิดปกติแล้ว ทั้งหอพักและห้องเรียนต่างก็อยู่ในร่ม จึงดูเหมือนจะใกล้เคียงกว่า

หอพักมีห้องน้ำ หากคุณต้องการสระผม ห้ามหลับตาในระหว่างใช้แชมพู ให้มั่นใจว่าคุณมองเห็นกระเบื้องลายห้องน้ำ หรือสิ่งใดก็ตามที่ช่วยยืนยันว่าคุณยังอยู่ในห้องน้ำ

‘จากที่ดูตามกฎ ถึงแม้เราจะยังไม่รู้เหตุผล แต่ก็เหมือนว่าการหลับตาจะนำไปสู่ภัยอันตรายที่คาดไม่ถึงได้…’

แต่ตอนนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาควรคิดอีกต่อไป

เมื่อหลินอี้เข้าใจคร่าว ๆ เกี่ยวกับกลไกการฆ่าของเพื่อนร่วมชั้นแล้ว สิ่งที่ควรคิดคือหาวิธีตัดการกระตุ้นไม่ให้เพื่อนร่วมชั้นคนนั้นเล็งเป้าใส่เขา

มิฉะนั้น การมีอยู่ของเพื่อนร่วมชั้นคนนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับดาบที่แขวนอยู่เหนือศีรษะ พร้อมจะร่วงลงมาได้ทุกเมื่อ สร้างความรู้สึกถึงภัยคุกคามรุนแรง

หลินอี้ใช้เหตุผลไตร่ตรอง

‘สำหรับเพื่อนร่วมชั้นคนนั้น ก่อนอื่นเราเองต้องเห็นเขาเสียก่อน’

‘และเหตุผลที่เขาสามารถสังเกตเราได้ ก็เพราะเราไปสังเกตเห็นเขา…‘

‘ดังนั้น เขาจึงสามารถสัมผัสตำแหน่งของเราได้อย่างเลือนราง และนี่เองคือเหตุผลที่เขาสามารถตามความสนใจของเราได้ แม้ว่าจะไปซ่อนตัวอยู่หลังชั้นหนังสือก็ตาม…’

หลินอี้สรุป

‘ถ้าเป็นอย่างนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เขาสังเกตเห็นเราได้ ก็แค่ต้องลบความสนใจของเราที่มุ่งไปหาเขาก็พอใช่ไหม?’

หลินอี้นึกย้อนขึ้นมาได้ว่า ความสนใจลักษณะนี้มีอยู่ สองทาง

เมื่อเขาสังเกตเพื่อนร่วมชั้นคนนั้น เพื่อนร่วมชั้นคนนั้นก็ได้รับการตอบสนอง และจากการตอบสนองนั้นเอง จึงทำให้เขาตระหนักถึงการมีอยู่ของหลินอี้

และเมื่อเพื่อนร่วมชั้นคนนั้นสังเกตเห็นเขา ความรู้สึกถูกจ้องก็ตามมาโดยธรรมชาติ

การปรากฏขึ้นของความรู้สึกนี้ จะยิ่งทำให้ความสนใจของเขาที่มุ่งไปยังเพื่อนร่วมชั้นคนนั้นลึกซึ้งยิ่งขึ้น

นี่จึงก่อให้เกิดวงจรอุบาทว์ ที่เพื่อนร่วมชั้นคนนั้นสามารถใช้ความสนใจที่หลินอี้จดจ่อเป็นหลัก ยิ่งเพิ่มความแน่นแฟ้นในการล็อกเป้าไปเรื่อย ๆ

เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลินอี้ก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่น!

หากเขาไม่สามารถวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผลนี้ออกมาได้ พอไฟในห้องเรียนดับลง ถึงเขาจะซ่อนตัวได้ดีแค่ไหน ความสนใจที่ถลำลึกลงไปก็จะนำพาให้เขาก้าวตามรอยเจ้าหนูน้อยอัจฉริยะไปในที่สุด

‘ดังที่ว่าไว้ ‘ผู้ที่ผูกปมก็ต้องเป็นผู้แก้ปม’ ตราบใดที่เราเพิกเฉยต่อเขา เขาก็จะสูญเสีย ‘พิกัด’ ไป’

วกไปวนมา ท้ายที่สุดก็มาลงที่คำเตือนแรกที่อาจารย์ประจำชั้นเคยบอกไว้ เพิกเฉย

‘แต่ตรรกะเบื้องหลังมันคืออะไร?’

‘หรือมันเป็นเพียงแค่ห้ามคิดถึงเท่านั้น?’

ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างนั้นแน่

เขาอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองไปทางเว่ยเหลียง

ใบหน้าของเว่ยเหลียงแทบจะจมอยู่ในหนังสือ

หลินอี้ถอนหายใจหนัก ๆ ในใจ พลางเปรียบเทียบระหว่างเว่ยเหลียงกับเพื่อนร่วมชั้นปกติคนอื่น ๆ และพลันเข้าใจประเด็นสำคัญขึ้นมา การปฏิบัติจริง

การที่ทุกคนมีคู่มือนักศึกษาไว้ในมือจะมีประโยชน์อะไร?

การปฏิบัติตามของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป ระดับการยึดถือกฎก็แตกต่างกันไปด้วย

ท่ามกลางบรรยากาศบิดเบี้ยวเช่นนี้ การที่จะปฏิบัติตามกฎได้อย่างสมบูรณ์ และมากน้อยเพียงใด นั่นต่างหากคือปัญหาใหญ่ที่สุด

ใครกันเล่าจะสามารถรักษาความสุขุม… ไม่สิ รักษาความ ทื่อ ของตัวเองเอาไว้ ไม่ให้คิด ในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์เกินจริงเช่นนี้ได้?

แม้แต่ตัวหลินอี้เอง หลังจากที่ได้รับคำเตือนจากสวีชุ่นคัง เขาก็ยังเกือบตกหลุมพรางอยู่หลายครั้ง

พฤติกรรมที่เกิดขึ้นโดยสัญชาตญาณ ซึ่งอาจนำไปสู่การละเมิดกฎต่างหากที่อันตรายถึงตายที่สุด

หลินอี้สูดลมหายใจยาว ตัดสินใจจะลงมือทำบางอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อรื้อถอนความสนใจของตัวเอง และก้าวข้ามความยากลำบากตรงหน้าให้ได้ก่อน

ดังนั้น เขาจึงหยิบ “ยากัง บยวโต ฉบับดีลักซ์” เล่มแรกขึ้นมาวางไว้ข้างกาย แล้วเลือกการ์ตูนอีกเล่มจากที่หยิบมา

“นินจาเงาน้ำ ตำนานคาวากิ”

หลินอี้เคยอ่าน “นินจาเงาน้ำ” ตั้งแต่ยังเด็ก

เขาได้ยินว่า “ตำนานคาวากิ” เป็นภาคต่อ เล่าเรื่องราวของอุซึมากิ คาวากิ ลูกชายของพระเอก ออกต่อสู้กับโอสึซึกิ โบรุโตะ ฆาตกรของบิดา

เขาตั้งใจจะรื้อฟื้นความทรงจำวัยเด็ก เพื่ออ่านอย่างดื่มด่ำ ใช้เบี่ยงเบนความสนใจออกจากเพื่อนร่วมชั้นคนนั้น

อ่านไปได้ไม่นาน…

ปัง!!

หลินอี้ตบ “นินจาเงาน้ำ: ตำนานคาวากิ” ลงบนพื้น

“นี่มันวาดบ้าอะไรของมันกัน?! หลอกลวงชัด ๆ!”

“คนเขียนคิดถึงความรู้สึกของคนอ่านบ้างหรือเปล่าก่อนจะเอามาวางบนชั้นหนังสือ?!”

เมื่อได้ยินเสียงบ่นของหลินอี้ เว่ยเหลียงก็หันมามองอย่างประหลาดใจ

พอเห็น “ตำนานคาวากิ” บนพื้น เขาก็พลันเข้าใจทันที

“ฉันเตือนแล้วตอนที่นายหยิบมา ‘ตำนานคาวากิ’ น่ะ ผู้ช่วยของนักเขียนต้นฉบับเป็นคนวาด ใส่สไตล์ส่วนตัวมากเกินไป เอาไปเช็ดก้นยังดีกว่า”

“ไม่ชอบ ยากัง บยวโต เหรอ?”

เว่ยเหลียงขมวดคิ้วเล็กน้อย ประหลาดใจกับความจู้จี้ของหลินอี้

แต่พอนึกขึ้นได้ว่าหลินอี้ชอบอะไรที่เข้มข้นกว่านี้ เขาก็นึกถึงแคตตาล็อกการ์ตูนบนชั้นในหัว ก่อนพูดว่า “หลินเกอ รอแป๊บนะ!”

เขาลุกออกจากที่นั่งเหมือนพายุพัด ผ่านกลุ่มเพื่อนร่วมชั้นที่ทำท่าทางแปลกประหลาดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พลางพึมพำระหว่างเดินว่า “ขอทางหน่อย! ให้ฉันผ่านไปหน่อย”

“ให้ตายสิ ทำไมเรียนตอนดึกถึงไม่ง่วงกัน มานั่งแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ไปกันหมดเนี่ย?”

เขาสบถพลางสอดแทรกฝ่าไปถึงชั้นหนังสือ ไม่นานก็กลับมาพร้อมชุดการ์ตูน ตบลงตรงหน้าหลินอี้

“อิ๊กกิโตเซ็น การ์ตูน H แนวต่อสู้เข้มข้น น่าจะตรงสไตล์นาย”

“ถ้าไม่ก็มี โทมารุ นินจา ก็ยังมีธีมนินจาอยู่ แต่รสจัดไปหน่อย ไม่เหมาะกับมือใหม่… นายอยากลองไหม?”

หลินอี้เบิกตากว้าง อ้าปากค้าง มองเว่ยเหลียงพลางนึกถึงท่วงท่าคล่องแคล่วที่อีกฝ่ายหลบเลี่ยงไปยังชั้นหนังสือเมื่อครู่ เขาอดไม่ได้ที่จะถามออกมาว่า

“เหลียงจื่อ… ตอนที่มาคราวก่อน นายไม่ได้ใช้เวลาทั้งเจ็ดวันอ่านการ์ตูนอยู่หรอกนะ?”

จบบทที่ บทที่ 38 ตรรกะการฆ่าของเพื่อนร่วมชั้น (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว