เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 การค้นหาเป้าหมายสูญญากาศ (1)

บทที่ 32 การค้นหาเป้าหมายสูญญากาศ (1)

บทที่ 32 การค้นหาเป้าหมายสูญญากาศ (1)


เมื่อเห็นว่าหลินอี้ยังไม่ตอบสนอง เว่ยเหลียงจึงเป็นฝ่ายคลานออกจากใต้โต๊ะก่อน แล้วโบกมือไปตรงหน้าเขา

“เป็นอะไร ขาชาเพราะนั่งนานเหรอ?”

“ออกมาเถอะ ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว!” เขายื่นมือไปหาหลินอี้และดึงเขาออกมาจากใต้โต๊ะ

“หลินเกอ นายไม่ได้ตกใจจนกลายเป็นบื้อไปแล้วใช่ไหม?”

เว่ยเหลียงเอามือทั้งสองข้างบีบแก้มและลูบหน้าของหลินอี้

ศีรษะของหลินอี้ส่ายไปมาเหมือนตุ๊กตาหัวโยก แต่ก่อนที่เขาจะสะบัดมือเว่ยเหลียงออก รูม่านตาก็พลันหดแคบลงอย่างรุนแรง

เลือดบนใบหน้าถูกดึงหายไปจนซีดเผือด

มีนักศึกษาคนหนึ่งนั่งฝังร่างแน่นอยู่กับเก้าอี้ในห้องเรียน กำลังจ้องตรงมาที่เขา

ดวงตาของอีกฝ่ายเบิกกว้าง แต่ภายในกลับว่างเปล่าไร้ประกาย

ริมฝีปากถูกยืดจนโค้งเกือบจรดถึงใบหู คล้ายตัวตลกสยองขวัญ

บ้าคลั่ง… วิกลจริต… และโง่งม

สีหน้าที่ขัดแย้งกันเหล่านี้ถูกยัดเยียดซ้อนทับอยู่บนใบหน้าเดียว จนกลายเป็นภาพพิกลน่าขนลุก

หลินอี้ไม่แน่ใจว่านักศึกษาคนนั้น มองเห็นเขาจริงหรือไม่ แต่สายตาของมันเหมือนอสุรกายที่นั่งคุกเข่าอยู่บนขอบหน้าต่าง จ้องตะครุบเนื้อสดชิ้นโปรดในตู้กระจก

สิ่งที่ทำให้หนังศีรษะของเขาชายิ่งกว่านั้นคือ ในมือของนักศึกษาคนนั้น… กำไฟฉายพกพาไว้!

เพียงแค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้หลินอี้มั่นใจว่าเพื่อนร่วมชั้นคนนี้คือคนเดียวกับที่ฆ่าเจ้าหนูน้อยอัจฉริยะในตอนที่ไฟดับ!

และคนนี้เอง ที่พยายามจะคว้าตัวเขาถึงสามครั้งท่ามกลางความมืด

“นี่มัน…”

หลินอี้สั่นสะท้านไปทั้งตัว

เมื่อเห็นภาพผิดปกตินี้ เว่ยเหลียงหันกลับมาด้วยสีหน้างงงวย มองตามสายตาของหลินอี้

“เฮ้ หลินเกอ นายกำลังมองอะ….!”

“บ้าเอ้ย!”

ทันทีที่เห็นเพื่อนร่วมชั้นคนนั้น ขาของเว่ยเหลียงก็อ่อนแรงแทบทรุดลงตรงนั้น ยังดีที่เขาคว้าบ่า ของหลินอี้ไว้ทัน ไม่อย่างนั้นคงล้มลงไปแล้ว

เว่ยเหลียงไม่กล้าเอ่ยอะไรอีก

เขาหดคอแนบไหล่ ขยับตัวหลบไปด้านข้างอย่างเชื่องช้า พิงโต๊ะแล้วหอบหายใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง

หลินอี้ค่อย ๆ ก้มตัวไปทางซ้ายเล็กน้อย

เพื่อนร่วมชั้นที่น่าขนลุกก็เอียงคอไปเล็กน้อยในทิศทางเดียวกับหลินอี้…

หลินอี้ตัวสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว รีบยืดตัวตรง ก่อนจะเอียงตัวไปอีกด้านหนึ่งอย่างระมัดระวัง

และเพื่อนร่วมชั้นคนนั้นก็มองตามการเคลื่อนไหวของเขาจริง ๆ ค่อย ๆ เอนคอช้า ๆ ดวงตาไม่กะพริบ รอยยิ้มบนใบหน้าไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย

“เวรเอ๊ย มันมองฉันอยู่จริงๆ” หลินอี้รู้สึกสยดสยอง

แสงอบอุ่นในห้องเรียนส่องลงมาบนร่างเขา แต่สิ่งที่รู้สึกกลับเป็นความหนาวเย็นที่แทรกซึมถึงกระดูก

เขาสะดุ้งเฮือก ก่อนจะวิ่งพรวดไปทางชั้นหนังสือใกล้ ๆ แล้วรีบหลบอยู่ด้านหลัง

ความอึดอัดหลอนประสาทนั้นก็หายไปในทันที

หลินอี้ถอนหายใจเบา ๆ อย่างโล่งอก

แต่ความสงบอยู่ได้ไม่นาน ไม่นานเขาก็รู้สึกเหมือนกำลังถูกจับตามองอีกครั้ง

เขาค่อย ๆ ชะโงกหน้าออกจากด้านหลังชั้นหนังสือ มองตามความรู้สึกนั้น และแน่นอน เขาก็ยังคงเห็นเพื่อนร่วมชั้นคนนั้น กำลังจ้องมาที่ตำแหน่งของเขา

หลินอี้รู้สึกหนาววาบขึ้นมา ดวงตาที่ว่างเปล่าและเย็นชานั้นทำให้ร่างทั้งร่างของเขารู้สึกไม่สบายใจ เหมือนกำลังถูกเมดูซาจ้องมอง

เขาสูดลมหายใจลึก พยายามเปลี่ยนที่กำบังหลายครั้ง แต่สายตาของเพื่อนร่วมชั้นคนนั้นก็มักจะติดตามมาได้เสมอ หลังจากใช้เวลาไปเพียงเล็กน้อย

มันเหมือนเงาที่ตามไม่เลิกรา

ยิ่งนาน ความหนาวสั่นในใจหลินอี้ก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

ไม่นาน เขาก็รู้สึกว่าขนแขนลุกชันทั่วทั้งตัว เหมือนมีเข็มนับไม่ถ้วนค่อย ๆ แทงลงมาตามรูขุมขนรอบกาย…

เขาเกามือที่แขนเบา ๆ ทำให้ความขนลุกนั้นทุเลาลงเล็กน้อย แต่ความอึดอัดก็ไม่ได้หายไปนัก

เว่ยเหลียงเองก็สังเกตเห็นความผิดปกติ เขาก้มตัวลง ย่องเข้ามาหาหลินอี้ด้วยก้าวเล็ก ๆ แล้วกระซิบเสียงเบา

“หลินเกอ นายเจออะไรไม่สะอาดเข้าแล้วหรือเปล่า?”

หลินอี้ไม่รู้จะตอบอะไร แต่ความรู้สึกเหมือนมีหนามทิ่มแทงอยู่ที่หลังมันรุนแรงจนเขาต้องพูดออกมา “ถึงจะเคยบอกให้นายเชื่อในวิทยาศาสตร์ แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีเลย”

“แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะ?” เว่ยเหลียงถามอย่างกังวล

“ฉันก็ไม่รู้”

“อะไรนะ? นายไม่รู้? งั้นนายไปทำยังไงถึงถูกเจ้านั่นเล่นงานได้?” เว่ยเหลียงพูด พลางเหลือบมองไปทางเพื่อนร่วมชั้นคนนั้น

การที่เว่ยเหลียงมาถึง ทำให้ความสนใจของหลินอี้ถูกเบี่ยงไปบ้าง ความรู้สึกกดดันก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย

เขากางมือออก ก่อนจะเล่าให้เว่ยเหลียงฟังทุกเรื่อง ตั้งแต่ตอนที่เจ้าหนูน้อยอัจฉริยะถูกฆ่า จนถึงตอนที่เขาต้องต่อสู้กับเพื่อนร่วมชั้นคนนั้น

“ทั้งหมดก็มีแค่นี้ เฉียดตายไปแล้ว ดีที่รอดชีวิตมาได้”

“โถ่เอ้ย เคราะห์ร้ายจริง ๆ นายโดนเจ้าหนูน้อยอัจฉริยะลากไปซวยด้วยชัด ๆ!” เว่ยเหลียงฟังพลางหัวใจเต้นระรัว

เขาลืมตาโพลง มองหลินอี้อย่างประหลาดใจแล้วอดพูดไม่ได้ว่า “แต่ว่านะ ดีที่เกิดขึ้นกับนาย ถ้าเป็นฉันนะ ป่านนี้คงถูกลากไปแล้วแน่ ๆ!”

“แต่ถึงอย่างนั้น ทำไมเพื่อนร่วมชั้นคนนั้นถึงจ้องเล่นงานนายล่ะ? ฟังจากที่เล่ามา ดูเหมือนมันจะมองนายไม่ชัด หรือว่า… จะเป็น ‘การค้นหาเป้าหมายสูญญากาศ’ กัน?”

‘ไอ้การ ‘การค้นหาเป้าหมายสูญญากาศ’ บ้าอะไรล่ะนั่น!’ หลินอี้สบถอยู่ในใจ แต่ปากก็พูดออกมาว่า “ถ้ามันเหนือธรรมชาติจริง ๆ แบบนั้น นายไม่กลัวโดนลูกหลงเพียงเพราะอยู่ใกล้ฉันเหรอ?”

เว่ยเหลียงยักไหล่ พลางยอมรับว่า “ถึงฉันจะกลัวว่าจะโดนไปด้วย แต่ฉันก็ยังรู้สึกว่าการอยู่ด้วยกันปลอดภัยกว่า อีกอย่างนะ ตอนที่ฉันแอบอยู่ใต้โต๊ะข้างนายเมื่อกี้ก็ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นกับฉันเลยนี่นา”

จบบทที่ บทที่ 32 การค้นหาเป้าหมายสูญญากาศ (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว