เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 40 แผนการของ MGM

ตอนที่ 40 แผนการของ MGM

ตอนที่ 40 แผนการของ MGM


เมื่อได้ยินข่าวนี้ เควินก็ตอบตกลงทันที

รายการนี้จะทำให้สาธาณะชนได้เห็นหน้าเขาและคุ้นหน้าคุ้นตาของเขามากขึ้น และช่วยให้เขาสร้างภาพลักษณ์ที่ดีออกมาได้

ในเวลาเดียวกันมันก็เป็นผลดีต่อบ็อกซ์ออฟฟิศด้วย ดังนั้นไม่มีทางที่เขาจะปฏิเสธ

………….

ตอนนี้เป็นวันที่ 4 พฤษภาคม และGet Out(ลวงจิตหลอนร่าง)ได้เข้าฉายเป็นเวลาสามวันแล้ว

ในช่วงสามวันมานี้ รายได้จากบ็อกซ์ออฟฟิศในวันแรกอยู่ที่ 10.82 ล้านเหรียญสหรัฐ และอีกสองวันถัดมาก็ไม่น้อยหน้า โดยทำรายได้มากกว่า 12 ล้านเหรียญสหรัฐ และ 13 ล้านเหรียญสหรัฐตามลำดับ

ด้วยอัตรารายได้ที่เพิ่มขึ้นแบบนี้ รายได้จากบ็อกซ์ออฟฟิศของอเมริกาเหนือมีแนวโน้มที่จะสูงเกิน 100 ล้าน

ในอเมริกาเหนือ ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดสำหรับรายได้จากบ็อกซ์ออฟฟิศคือสองสัปดาห์แรก หลังจากนั้นรายได้จะเริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว

ดังนั้นการประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

ต่อให้รายได้ของหนังเรื่องนี้จะมากว่า 100ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ทั้งเควินและวอร์เนอร์จะไม่พอใจแค่นี้อย่างแน่นอน

ดังนั้น โอกาสไปออกรายการทอล์คโชว์ของโอปราห์ วินฟรีย์จึงต้องเป็นการจัดการของวอร์เนอร์อย่างแน่นอน

นี่เป็นโอกาสที่เควินได้รับเนื่องจากเขาได้สร้างประโยชน์ให้วอร์เนอร์เช่นกัน

ไม่งั้นต่อให้ภาพยนตร์ของเขาจะโด่งดังแค่ไหน แต่มือใหม่อย่างเขาไม่มีทางได้โอกาสดีๆแบบนี้แน่นอน

……………

เควิน, วิลล์ สมิธและโจลี่มาร่วมรายการทอล์คโชว์ของโอปราห์ วินฟรีย์ร่วมกัน

หญิงผิวดำวัยกลางคนผมหยิกเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า

"สวัสดีค่ะคุณวิลล์ สมิธ, แองเจลิน่า โจลี่และสตีฟ เควินสบายดีไหม!"

ทั้งสามคนต่างก็ตอบรับอย่างกระตือรือร้น

หลังจากการสนทนาสั้นๆ รายการก็เริ่มอัดอย่างเป็นทางการ

หัวข้อหลักของทอล์คโชว์ของโอปราห์ วินฟรีย์มีเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของแขกรับเชิญและการสร้างแรงบันดาลใจ

เควินเปิดเผยในรายการว่าเขาเป็นเด็กกำพร้า และเขาอาศัยความพยายามของตัวเองจนได้เป็นผู้กำกับที่มีพรสวรรค์ที่มหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย รวมไปถึงข่าวที่ว่าภาพยนตร์ 2 เรื่องติดต่อกันของเขาประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม

“เควิน นี่มันความฝันชัดๆเลย คุณต้องอาศัยความพยายามของตัวเองเพื่อที่จะเป็นเศรษฐีทีละก้าว ตอนนี้ทรัพย์สินสุทธิของคุณน่าจะเกิน 10 ล้านเหรียญแล้วใช่ไหม?”

"ฉันได้ยินมาว่าคุณซื้อคฤหาสน์ราคาหลายล้านเหรียญในเบเวอร์ลี่ฮิลส์ด้วย"

โอปราห์ วินฟรีย์พูดด้วยสีหน้าที่ดูเวอร์ๆ

หลังจากที่ให้เควินได้แสดงความมั่งคั่งสั้นๆแล้ว รายการทอล์คโชว์ก็ได้เข้าสู่จุดสำคัญในที่สุด

"เควิน ทำไมคุณถึงสร้างหนังที่มีตัวละครเป็นคนผิวสีล่ะ?"

โอปราห์ วินฟรีย์ถามด้วยความอยากรู้

“ทำไมคนผิวสีถึงเป็นตัวเอกไม่ได้?”

เควินตั้งคำถามขึ้นมาพูดต่อ "ในหนังของฉัน ผมคัดเลือกนักแสดงตามบทบาทที่ผมต้องการเท่านั้น และผมไม่สนใจเรื่องประเด็นทางเชื้อชาติ"

"ตราบใดที่เขาเหมาะกับหนังของผม ผมก็เลือกเขา"

โอปราห์ วินฟรีย์เองก็คุยถึงประเด็นเรื่องนี้ต่อเช่นกัน

เธอพูดคุยกับเควินเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติที่คนผิวสีต้องเผชิญในสังคมอเมริกัน และเควินแสดงความเห็นอกเห็นใจต่อคนผิวสีเป็นอย่างมาก

คำพูดของวิลล์ สมิธมักจะแทรกอยู่เป็นระยะๆ ในฐานะแร็ปเปอร์ผิวสี ทักษะของเขาคือการสร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้ชม

รายการทอล์คโชว์นี้อัดไว้นานกว่า 2 ชั่วโมง เควินและคนอื่นๆแลกเปลี่ยนข้อมูลติดต่อกับโอปราห์ วินฟรีย์ก่อนจะออกจากรายการและเดินทางกลับบ้าน

วันต่อมา รายการทอล์คโชว์ของโอปราห์ วินฟรีย์ก็ออกอากาศ ซึ่งดึงดูดผู้ฟังทั้งคนผิวดำและผิวขาวจำนวนนับไม่ถ้วนให้ไปดูหนังเรื่องGet Out(ลวงจิตหลอนร่าง)ทันที

ในวันนั้น บ็อกซ์ออฟฟิศก็ประสบความสำเร็จในการพุ่งทะยานสูงถึง20ล้านเหรียญสหรัฐ

อย่าคิดว่านี่มากเกินไป ควรทราบว่ารายการ The Oprah Winfrey Show(ดิโอปราห์วินฟรีย์โชว์) มีผู้ชมประจำ 30 ล้านคนต่อสัปดาห์

เพราะงั้นการที่บ็อกซ์ออฟฟิศเพิ่มมาถึงเท่านี้ก็ไม่ได้นับว่ามากขนาดนั้น

……………

MGM เป็นหนึ่งในแปดบริษัทภาพยนตร์ขนาดใหญ่ของฮอลลีวูด

แต่ถ้าคุณตามอ่านเควินมาถึงจุดนี้ เควินมักจะบอกว่ามันมีแค่ห้าแห่ง

นับตั้งแต่ถูกซื้อกิจการโดยเจ้าพ่อคาสิโนในปี1970 MGMก็ไม่ได้ผลิตผลงานคลาสสิกใดๆออกมาอีกเลย ทำได้แค่พึ่งบุญเก่าของบริษัทเพียงอย่างเดีียว

แฟรนไชส์007 กับทอมแอนด์เจอร์รี่คือความรุ่งโรจน์ครั้งสุดท้ายของพวกเขา

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารของMGMไม่ต้องการให้มันหยุดอยู่แค่นี้

พวกเขากำลังมองหาวิธีที่จะนำMGMออกจากสถานการณ์ที่ยากลำบากและกลับคืนสู่ยุครุ่งเรืองอีกครั้ง

สถานการณ์นี้เองที่ทำให้MGMเล็งเป้าไปที่เควิน

ต่างจากผู้กำกับชื่อดังคนอื่นๆที่มักจะร่วมมือกับบริษัทใหญ่ๆอื่นอยู่เป็นประจำ สตีฟ เควินในฐานะผู้กำกับที่เพิ่งโด่งดังยังไม่ได้ผูกมัดกับบริษัทไหนเป็นพิเศษ

แนวคิดของMGMคือการเสี่ยงโชคและสนับสนุนตัวผู้กำกับหน้าใหม่ไฟแรงอย่างเควิน

ภายในห้องทำงานของประธานบริษัทMGM

“ถ้าเราเชิญชวนสตีฟเควินมาสร้างภาพยนตร์แล้วออกทุนปานกลาง บริษัทของเราจะไหวรึเปล่า?”

ประธานแลดด์ถามออกมาอย่างจริงจัง

ในเวลานี้MGMมีหนี้อยู่หลายร้อยล้านดอลลาร์ เนื่องจากมีหนี้มหาศาลเช่นนี้ พวกเขาจึงลังเลที่จะทำอะไรก็ตาม ที่เสี่ยงจนเกินไป โดยเฉพาะการลงทุนในภาพยนตร์

แต่ในฐานะประธาน แลดด์รู้ดีว่าหากMGMยังเ็นแบบนี้ต่อไป ไม่ช้าก็เร็วคงไม่รอดแน่

เพราะงั้นพวกเขาจะต้องหาทางพลิกสถานการณ์ที่นี่ให้ได้

สำหรับบริษัทภาพยนตร์ ไม่มีอะไรที่จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ปัจจุบันได้มากไปกว่าการสร้างภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จออกมา

แต่ผู้กำกับชื่อดังตัวเป้งในปัจจุบันมักจะสร้างภาพยนตร์เชิงศิลปะที่มีโอกาสขาดทุนสูง หรือไม่ก็ต้องมีการลงทุนมหาศาลถึงหลายร้อยล้านดอลลาร์

ทั้งสองสิ่งนี้ถือเป็นสิ่งที่MGMไม่สามารถทำได้ในตอนนี้

แน่นอนว่ามีผู้กำกับที่มีชื่อเสียงจำนวนหนึ่งที่เต็มใจที่จะสร้างภาพยนตร์จากทุนต่ำอยู่บ้าง แต่ผู้กำกับที่มีชื่อเสียงเหล่านั้นถูกบริษัทภาพยนตร์อื่นซื้อตัวไปนานแล้ว

คนพวกนั้นคงไม่หันมามองMGM

ผู้กำกับเพียงคนเดียวที่MGMมีโอกาสเชิญชวนมาและมีศักยภาพมากพอคือสตีฟ เควิน

“เราพอทำได้อยู่ แต่มันเกิดมันล้มเหลว…”

ความหมายของคนที่พูดนั้นชัดเจนมาก หากบริษัทล้มละลาย ประธานแลดด์จะต้องรับผิดชอบ

ผลที่ตามมาจากการล้มเหลว มีโอกาสสูงที่จะเป็นการโดนไล่ออก

ในฐานะชายวัยกลางคนที่ไต่เต้ามาถึงตำแหน่งผู้บริหารของMGMได้ ไม่มีใครอยากรับผิดชอบและโดนไล่ออก

แต่ทุกคนรู้ดีว่าหากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ต่อไปMGMจะอยู่ไม่ได้อีกไม่นาน ดังนั้นพวกเขาจึงต้องหาทางแก้ไข

ดังนั้นทุกคนจึงสนับสนุนประธานาธิบดีแลดด์จากใจจริง แต่พวกจะไม่ร่วมหัวจมท้ายไปด้วย

"ฉันจะรับผิดชอบอย่างเต็มที่ ขอแค่สนับสนุนการตัดสินใจของฉันก็พอ"

เมื่อเขาพูดมาขนาดนี้แล้ว คนอื่นก็ย่อมไม่ปฏิเสธเป็นธรรมดา

ประธานบริษัทMGMจึงเริ่มค้นหาข้อมูลติดต่อของเควินผ่านช่องทางต่างๆ

…………….

ในวิลล่า เควินกำลังอ่านข่าวในหนังสือพิมพ์

นับตั้งแต่ปรากฏตัวในรายการทอล์คโชว์ของโอปราห์ หนังเรื่องGet Out(ลวงจิตหลอนร่าง)ก็ได้รับการสนับสนุนมากมาย โดยเฉพาะจากดาราภาพยนตร์ผิวสีที่โด่งดังที่หลายๆคน

ดาราหนังผิวสีชื่อดังเหล่านี้ลงข้อความในหนังสือพิมพ์เพื่อสนับสนุนภาพยนตร์Get Out(ลวงจิตหลอนร่าง)ของเควิน

หลังจากที่เควินได้พิสูจน์ตัวเองอย่างชัดเจนว่าเป็นบุคคลที่เคารพสิทธิเท่าเทียมกัน และตัวเอกของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เป็นคนผิวสีจริงๆ

ดาราหนังผิวสีเหล่านี้ต่างก็แสดงการสนับสนุนเควิน

จบบทที่ ตอนที่ 40 แผนการของ MGM

คัดลอกลิงก์แล้ว