- หน้าแรก
- เกิดใหม่มาเป็นผู้กำกับสุดเจ๋งในฮอลลีวูด
- ตอนที่ 40 แผนการของ MGM
ตอนที่ 40 แผนการของ MGM
ตอนที่ 40 แผนการของ MGM
เมื่อได้ยินข่าวนี้ เควินก็ตอบตกลงทันที
รายการนี้จะทำให้สาธาณะชนได้เห็นหน้าเขาและคุ้นหน้าคุ้นตาของเขามากขึ้น และช่วยให้เขาสร้างภาพลักษณ์ที่ดีออกมาได้
ในเวลาเดียวกันมันก็เป็นผลดีต่อบ็อกซ์ออฟฟิศด้วย ดังนั้นไม่มีทางที่เขาจะปฏิเสธ
………….
ตอนนี้เป็นวันที่ 4 พฤษภาคม และGet Out(ลวงจิตหลอนร่าง)ได้เข้าฉายเป็นเวลาสามวันแล้ว
ในช่วงสามวันมานี้ รายได้จากบ็อกซ์ออฟฟิศในวันแรกอยู่ที่ 10.82 ล้านเหรียญสหรัฐ และอีกสองวันถัดมาก็ไม่น้อยหน้า โดยทำรายได้มากกว่า 12 ล้านเหรียญสหรัฐ และ 13 ล้านเหรียญสหรัฐตามลำดับ
ด้วยอัตรารายได้ที่เพิ่มขึ้นแบบนี้ รายได้จากบ็อกซ์ออฟฟิศของอเมริกาเหนือมีแนวโน้มที่จะสูงเกิน 100 ล้าน
ในอเมริกาเหนือ ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดสำหรับรายได้จากบ็อกซ์ออฟฟิศคือสองสัปดาห์แรก หลังจากนั้นรายได้จะเริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว
ดังนั้นการประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
ต่อให้รายได้ของหนังเรื่องนี้จะมากว่า 100ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ทั้งเควินและวอร์เนอร์จะไม่พอใจแค่นี้อย่างแน่นอน
ดังนั้น โอกาสไปออกรายการทอล์คโชว์ของโอปราห์ วินฟรีย์จึงต้องเป็นการจัดการของวอร์เนอร์อย่างแน่นอน
นี่เป็นโอกาสที่เควินได้รับเนื่องจากเขาได้สร้างประโยชน์ให้วอร์เนอร์เช่นกัน
ไม่งั้นต่อให้ภาพยนตร์ของเขาจะโด่งดังแค่ไหน แต่มือใหม่อย่างเขาไม่มีทางได้โอกาสดีๆแบบนี้แน่นอน
……………
เควิน, วิลล์ สมิธและโจลี่มาร่วมรายการทอล์คโชว์ของโอปราห์ วินฟรีย์ร่วมกัน
หญิงผิวดำวัยกลางคนผมหยิกเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า
"สวัสดีค่ะคุณวิลล์ สมิธ, แองเจลิน่า โจลี่และสตีฟ เควินสบายดีไหม!"
ทั้งสามคนต่างก็ตอบรับอย่างกระตือรือร้น
หลังจากการสนทนาสั้นๆ รายการก็เริ่มอัดอย่างเป็นทางการ
หัวข้อหลักของทอล์คโชว์ของโอปราห์ วินฟรีย์มีเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของแขกรับเชิญและการสร้างแรงบันดาลใจ
เควินเปิดเผยในรายการว่าเขาเป็นเด็กกำพร้า และเขาอาศัยความพยายามของตัวเองจนได้เป็นผู้กำกับที่มีพรสวรรค์ที่มหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย รวมไปถึงข่าวที่ว่าภาพยนตร์ 2 เรื่องติดต่อกันของเขาประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม
“เควิน นี่มันความฝันชัดๆเลย คุณต้องอาศัยความพยายามของตัวเองเพื่อที่จะเป็นเศรษฐีทีละก้าว ตอนนี้ทรัพย์สินสุทธิของคุณน่าจะเกิน 10 ล้านเหรียญแล้วใช่ไหม?”
"ฉันได้ยินมาว่าคุณซื้อคฤหาสน์ราคาหลายล้านเหรียญในเบเวอร์ลี่ฮิลส์ด้วย"
โอปราห์ วินฟรีย์พูดด้วยสีหน้าที่ดูเวอร์ๆ
หลังจากที่ให้เควินได้แสดงความมั่งคั่งสั้นๆแล้ว รายการทอล์คโชว์ก็ได้เข้าสู่จุดสำคัญในที่สุด
"เควิน ทำไมคุณถึงสร้างหนังที่มีตัวละครเป็นคนผิวสีล่ะ?"
โอปราห์ วินฟรีย์ถามด้วยความอยากรู้
“ทำไมคนผิวสีถึงเป็นตัวเอกไม่ได้?”
เควินตั้งคำถามขึ้นมาพูดต่อ "ในหนังของฉัน ผมคัดเลือกนักแสดงตามบทบาทที่ผมต้องการเท่านั้น และผมไม่สนใจเรื่องประเด็นทางเชื้อชาติ"
"ตราบใดที่เขาเหมาะกับหนังของผม ผมก็เลือกเขา"
โอปราห์ วินฟรีย์เองก็คุยถึงประเด็นเรื่องนี้ต่อเช่นกัน
เธอพูดคุยกับเควินเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติที่คนผิวสีต้องเผชิญในสังคมอเมริกัน และเควินแสดงความเห็นอกเห็นใจต่อคนผิวสีเป็นอย่างมาก
คำพูดของวิลล์ สมิธมักจะแทรกอยู่เป็นระยะๆ ในฐานะแร็ปเปอร์ผิวสี ทักษะของเขาคือการสร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้ชม
รายการทอล์คโชว์นี้อัดไว้นานกว่า 2 ชั่วโมง เควินและคนอื่นๆแลกเปลี่ยนข้อมูลติดต่อกับโอปราห์ วินฟรีย์ก่อนจะออกจากรายการและเดินทางกลับบ้าน
วันต่อมา รายการทอล์คโชว์ของโอปราห์ วินฟรีย์ก็ออกอากาศ ซึ่งดึงดูดผู้ฟังทั้งคนผิวดำและผิวขาวจำนวนนับไม่ถ้วนให้ไปดูหนังเรื่องGet Out(ลวงจิตหลอนร่าง)ทันที
ในวันนั้น บ็อกซ์ออฟฟิศก็ประสบความสำเร็จในการพุ่งทะยานสูงถึง20ล้านเหรียญสหรัฐ
อย่าคิดว่านี่มากเกินไป ควรทราบว่ารายการ The Oprah Winfrey Show(ดิโอปราห์วินฟรีย์โชว์) มีผู้ชมประจำ 30 ล้านคนต่อสัปดาห์
เพราะงั้นการที่บ็อกซ์ออฟฟิศเพิ่มมาถึงเท่านี้ก็ไม่ได้นับว่ามากขนาดนั้น
……………
MGM เป็นหนึ่งในแปดบริษัทภาพยนตร์ขนาดใหญ่ของฮอลลีวูด
แต่ถ้าคุณตามอ่านเควินมาถึงจุดนี้ เควินมักจะบอกว่ามันมีแค่ห้าแห่ง
นับตั้งแต่ถูกซื้อกิจการโดยเจ้าพ่อคาสิโนในปี1970 MGMก็ไม่ได้ผลิตผลงานคลาสสิกใดๆออกมาอีกเลย ทำได้แค่พึ่งบุญเก่าของบริษัทเพียงอย่างเดีียว
แฟรนไชส์007 กับทอมแอนด์เจอร์รี่คือความรุ่งโรจน์ครั้งสุดท้ายของพวกเขา
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารของMGMไม่ต้องการให้มันหยุดอยู่แค่นี้
พวกเขากำลังมองหาวิธีที่จะนำMGMออกจากสถานการณ์ที่ยากลำบากและกลับคืนสู่ยุครุ่งเรืองอีกครั้ง
สถานการณ์นี้เองที่ทำให้MGMเล็งเป้าไปที่เควิน
ต่างจากผู้กำกับชื่อดังคนอื่นๆที่มักจะร่วมมือกับบริษัทใหญ่ๆอื่นอยู่เป็นประจำ สตีฟ เควินในฐานะผู้กำกับที่เพิ่งโด่งดังยังไม่ได้ผูกมัดกับบริษัทไหนเป็นพิเศษ
แนวคิดของMGMคือการเสี่ยงโชคและสนับสนุนตัวผู้กำกับหน้าใหม่ไฟแรงอย่างเควิน
ภายในห้องทำงานของประธานบริษัทMGM
“ถ้าเราเชิญชวนสตีฟเควินมาสร้างภาพยนตร์แล้วออกทุนปานกลาง บริษัทของเราจะไหวรึเปล่า?”
ประธานแลดด์ถามออกมาอย่างจริงจัง
ในเวลานี้MGMมีหนี้อยู่หลายร้อยล้านดอลลาร์ เนื่องจากมีหนี้มหาศาลเช่นนี้ พวกเขาจึงลังเลที่จะทำอะไรก็ตาม ที่เสี่ยงจนเกินไป โดยเฉพาะการลงทุนในภาพยนตร์
แต่ในฐานะประธาน แลดด์รู้ดีว่าหากMGMยังเ็นแบบนี้ต่อไป ไม่ช้าก็เร็วคงไม่รอดแน่
เพราะงั้นพวกเขาจะต้องหาทางพลิกสถานการณ์ที่นี่ให้ได้
สำหรับบริษัทภาพยนตร์ ไม่มีอะไรที่จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ปัจจุบันได้มากไปกว่าการสร้างภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จออกมา
แต่ผู้กำกับชื่อดังตัวเป้งในปัจจุบันมักจะสร้างภาพยนตร์เชิงศิลปะที่มีโอกาสขาดทุนสูง หรือไม่ก็ต้องมีการลงทุนมหาศาลถึงหลายร้อยล้านดอลลาร์
ทั้งสองสิ่งนี้ถือเป็นสิ่งที่MGMไม่สามารถทำได้ในตอนนี้
แน่นอนว่ามีผู้กำกับที่มีชื่อเสียงจำนวนหนึ่งที่เต็มใจที่จะสร้างภาพยนตร์จากทุนต่ำอยู่บ้าง แต่ผู้กำกับที่มีชื่อเสียงเหล่านั้นถูกบริษัทภาพยนตร์อื่นซื้อตัวไปนานแล้ว
คนพวกนั้นคงไม่หันมามองMGM
ผู้กำกับเพียงคนเดียวที่MGMมีโอกาสเชิญชวนมาและมีศักยภาพมากพอคือสตีฟ เควิน
“เราพอทำได้อยู่ แต่มันเกิดมันล้มเหลว…”
ความหมายของคนที่พูดนั้นชัดเจนมาก หากบริษัทล้มละลาย ประธานแลดด์จะต้องรับผิดชอบ
ผลที่ตามมาจากการล้มเหลว มีโอกาสสูงที่จะเป็นการโดนไล่ออก
ในฐานะชายวัยกลางคนที่ไต่เต้ามาถึงตำแหน่งผู้บริหารของMGMได้ ไม่มีใครอยากรับผิดชอบและโดนไล่ออก
แต่ทุกคนรู้ดีว่าหากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ต่อไปMGMจะอยู่ไม่ได้อีกไม่นาน ดังนั้นพวกเขาจึงต้องหาทางแก้ไข
ดังนั้นทุกคนจึงสนับสนุนประธานาธิบดีแลดด์จากใจจริง แต่พวกจะไม่ร่วมหัวจมท้ายไปด้วย
"ฉันจะรับผิดชอบอย่างเต็มที่ ขอแค่สนับสนุนการตัดสินใจของฉันก็พอ"
เมื่อเขาพูดมาขนาดนี้แล้ว คนอื่นก็ย่อมไม่ปฏิเสธเป็นธรรมดา
ประธานบริษัทMGMจึงเริ่มค้นหาข้อมูลติดต่อของเควินผ่านช่องทางต่างๆ
…………….
ในวิลล่า เควินกำลังอ่านข่าวในหนังสือพิมพ์
นับตั้งแต่ปรากฏตัวในรายการทอล์คโชว์ของโอปราห์ หนังเรื่องGet Out(ลวงจิตหลอนร่าง)ก็ได้รับการสนับสนุนมากมาย โดยเฉพาะจากดาราภาพยนตร์ผิวสีที่โด่งดังที่หลายๆคน
ดาราหนังผิวสีชื่อดังเหล่านี้ลงข้อความในหนังสือพิมพ์เพื่อสนับสนุนภาพยนตร์Get Out(ลวงจิตหลอนร่าง)ของเควิน
หลังจากที่เควินได้พิสูจน์ตัวเองอย่างชัดเจนว่าเป็นบุคคลที่เคารพสิทธิเท่าเทียมกัน และตัวเอกของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เป็นคนผิวสีจริงๆ
ดาราหนังผิวสีเหล่านี้ต่างก็แสดงการสนับสนุนเควิน