เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 39 The Oprah Winfrey Show(ดิโอปราห์วินฟรีย์โชว์)

ตอนที่ 39 The Oprah Winfrey Show(ดิโอปราห์วินฟรีย์โชว์)

ตอนที่ 39 The Oprah Winfrey Show(ดิโอปราห์วินฟรีย์โชว์)


กลุ่มผู้บริหารระดับสูงพยักหน้าซ้ำๆหลังจากได้ยิน

โรบินอฟพูดต่อ “จากสถานการณ์นี้ ฉันคิดว่าGet Out(ลวงร่างจิตหลอน)มีศักยภาพที่จะทำรายได้เกิน 100 ล้านเหรียญสหรัฐในอเมริกาเหนือ”

“แต่เนื่องจากเป็นหนังที่เจาะตลาดกลุ่มคนผิวดำ รายได้จากบ็อกซ์ออฟฟิศต่างประเทศจึงอาจลดลงมาก”

“แต่อเมริกาเหนือเป็นแหล่งรายได้ใหญ่ที่สุดสำหรับพวกเราอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่”

“ฉันอยากเสนอให้เพิ่มการลงทุนในการโปรโมตภาพยนตร์เรื่องGet Out(ลวงร่างจิตหลอน)ในอเมริกาเหนือ และหารือกับโรงภาพยนตร์เพื่อเพิ่มรอบฉายของหนังเรื่องี้ พวกคุณคิดว่ายังง?”

"เห็นด้วย!"

"ผมเห็นด้วย"

………….

รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศของภาพยนตร์เรื่องGet Out(ลวงร่างจิตหลอน)กำลังจะระเบิดออกมา และผู้บริหารเหล่านี้จะไม่ตระหนี่กับการลงทุนในครั้งนี้อย่างแน่นอน เพราะมันจะสร้างผลตอบแทนมากกว่า 10 เท่าในอนาคต

เว้นแต่พวกเขาจะเป็นหนอนของบริษัทอื่น ถ้าเป็นแบบนั้นพวกเขาคงหาเหตุผลต่างๆมาค้าเพื่อลดผลกำไรของหนังเรื่องให้ได้มากที่สุดแน่นอน

…………..

ทั้งวอร์เนอร์และนิวไลน์ซินีม่าต่างก็เริ่มโปรโมทภาพยนตร์เรื่องGet Out(ลวงร่างจิตหลอน)อย่างต่อเนื่อง

วิลล์ สมิธที่เป็นตัวเอกของเรื่องได้เดินทางไปที่ชุมชนของชาวแอฟริกันอเมริกันโดยเฉพาะเพื่อกระตุ้นให้ผู้คนไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้ และปรากฏตัวในรายการทีวีเพื่อโปรโมตภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว

ภายในวิลล่าของเควิน

ตอนนี้กำลังมีปาร์ตี้เล็กๆที่นี่

ผู้คนที่อยู่ในสถานที่นี้ได้แก่ทีมงานของเควิน รวมไปถึงเพื่อนบ้านและเพื่อนๆของพวกเขาในบริเวณใกล้เคียง

ในบรรดาพวกเขา ทอมครูซและถรรยาของเขาโดนเด่นมาก

เนื่องจากทั้งคู่เป็นลูกค้ารายสำคัญของ CAA และทั้งคู่(ทอมกับเควิน)ไม่ได้มีความขัดแย้งกันในด้านทรัพยากรของบริษัท ดังนั้นทอมครูซจึงเป็นมิตรกับเควินมาก

เมื่อเห็นเควินกำลังย่างเนื้อ ทอมครูซก็เดินเข้ามาพร้อมกับแก้วไวน์

“ขอแสดงความยินดีด้วยนะเควิน ภาพยนตร์ที่คุณสร้างสำเร็จอีกครั้ง”

ทอมครูซพูดด้วยรอยยิ้ม

“ทอม หนังของคุณเรื่อง Far and Away (ไกลเพียงใดก็จะไปให้ถึงฝัน) จะออกฉายในอีกสองสัปดาห์ ฉันขอให้หนังเรื่องใหม่ของคุณประสบความสำเร็จในบ็อกซ์ออฟฟิศ!”

แม้ว่าเควินจะรู้ดีว่าภาพยนตร์ใหม่ของทอมครูซในครั้งนี้จะล้มเหลว แต่เขาไม่สามารถพูดออกมาได้

และนั่นเป็นเรื่องดีสำหรับเขาด้วย

แม้หนังทั้งสองเรื่องจะไม่ได้ขัดแย้งกันโดยตรงในแง่ของตลาดผู้ชม แต่การออกฉายของ Far and Away (ไกลเพียงใดก็จะไปให้ถึงฝัน) จะทำให้จำนวนโรงฉายของGet Out(ลวงร่างจิตหลอน)ลดลงอย่างแน่นอน

นั่นหมายถึงบ็อกซ์ออฟฟิศจะลดลงด้วย

แต่หากFar and Away (ไกลเพียงใดก็จะไปให้ถึงฝัน)ล้มเหลว ผลกระทบที่มันจะมีต่อGet Out(ลวงร่างจิตหลอน)จะลดลงมากอย่างแน่นอน

หลังจากได้ยินคำแสดงความยินดีของเควิน ทอมครูซก็ยกแก้วในมือขึ้นและและดื่มแสดงความยินดีของเควิน ก่อนจะเข้าร่วมกับงานปาร์ตี้

………….

นิโคล คิดแมนจับมือกับทอมครูซแล้วถามด้วยความสับสน

“เขาไม่ใช่คู่แข่่่งของคุณหรอครูซ?”

“Far and Away (ไกลเพียงใดก็จะไปให้ถึงฝัน)ของคุณจะออกฉายในอีกสองสัปดาห์ และGet Out(ลวงร่างจิตหลอน)คือภาพยนตร์ที่เป็นภัยคุกคามต่อคุณมากที่สุดในช่วงนี้”

ทอมครูซมีรอยยิ้มบนใบหน้า แต่ในดวงตาของเขากลับมีความรู้สึกดูถูกเหยียดหยามต่อนิโคลอยู่เช่นกัน

การที่เขาแต่งงานกับนิโคลไม่ใช่สิ่งที่เรียกว่าความรักอย่างแน่นอน

เขาถูกดึงดูดใจด้วยรูปลักษณ์ของนิโคล ขณะที่นิโคลนั้นก็โลภในชื่อเสียงและคอนเนคชั่นที่ทอมครูซมี

ในความคิดของเขา นิโคลไม่ใช่คนที่คู่ควรกับเขาแน่อน

น่าเสียดายที่เขาไม่รู้ว่าหลังจากการหย่าร้างของทั้งคู่แล้ว นิโคลจะสร้างชื่อเสียงและก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในฐานะนักแสดงชั้นยอดของฮอลลีวูด

“ที่รัก ผู้กำกับกับนักแสดงไม่ควรมีเรื่องขัดแย้งกัน เข้าใจใช่ไหม?”

“โดยเฉพาะผู้กำกับอย่างเควินที่มีศักยภาพมาก”

“แม้ว่าเขาจะประสบความสำเร็จกับภาพยนตร์ทุนต่ำเพียงสองเรื่องเท่านั้น แต่เขาจะไม่หยุดแค่นี้แน่ ฉันเชื่อว่าเขาจะสร้างหนังฟอร์มใหญ่ในอนาคต”

“จากนั้นฉันก็อาจมีโอกาสได้ร่วมงานกับเขา”

นิโคลพยักหน้าด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไป

ดูเหมือนผู้หญิงที่เป็นภรรยาของซุปเปอร์สตาร์จะไม่ดีเท่าผู้หญิงที่เป็นภรรยาของผู้กำกับนะ

…………

แน่นอนว่าเควินในงานปาร์ตี้ไม่มีทางรู้เลยว่านิโคลและทอมครูซกำลังคิดอะไรอยู่

เขากำลังคุยกับทีมงานของเขส

มีเพียงทีมงานที่มีเสถียรภาพเพียงพอเท่านั้นที่จะช่วยให้เขาสร้างภาพยนตร์ในสไตล์ของเขาเองได้ดีขึ้น

เหมือนกับเรื่องSaw(เกมต่อตาย ตัดเป็น)และGet Out(ลวงจิตหลอนร่าง) แม้ว่าจังหวะและโครงเรื่องของผลงานจะยังคงกลิ่นอายเดิมของต้นฉบับเอาไว้ แต่เควินก็ได้จัดเตรียมอีสเตอร์เอ้กเล็กน้อยไว้ในหนังอีกด้วย

เขาเคยคิดเรื่องแบบนี้มาก่อนแล้วตั้งแต่ตอนที่เขาถ่ายทำหนังเรื่องSaw(ลวงจิตหลอนร่าง)

นั่นคือการสร้างจักรวาลภาพยนตร์

การมีอยู่ของจักรวาลภาพยนตร์มีประโยชน์มหาศาลในการเพิ่มรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศของภาพยนตร์ที่เกี่ยวโยงกัน

ในอดีต มาร์เวลสร้างรายได้หลายหมื่นล้านดอลลาร์ด้วยการพึ่งพาจักรวาลของตัวเอง โดยที่หนังเรื่องอื่นๆในเรื่องก็ยังมีภาคต่อเป็นของตัวเองอยู่

และเงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์เป็นแค่ส่วนหนึ่งจากเหมืองทองคำของมาร์เวลเท่านั้น มันมีศักยภาพมากกว่านั้นมาก

แต่ก่อนจะสร้างจักรวาลมาร์เวลขึ้นมา เขายังต้องฝึกฝนและสร้างจักรวาลภาพยนตร์สยองขวัญของตัวเองด้วย

จิ๊กซอว์ได้ลงมือลงโทษผู้คนในนามของพระเจ้า เควินได้เพิ่มองค์ประกอบของตำนานคธูลู(Cthulhu)ลงไป และได้เตรียมตัวตนของจิ๊กซอว์ให้เป็นสาวกของเทพเจ้าชั่วร้าย

ส่วนคนผิวขาวในเรื่องGet Out(ลวงจิตหลอนร่าง)ที่ได้ทำข้อตกลงกับปีศาจไม่มีทางรู้เลยว่าราคาของการทำข้อตกลงกับปีศาจคืออะไร

วิญญาณ ร่างกาย ทุกอย่างของพวกเขาล้วนเป็นของพระเจ้า

แน่นอนว่านี่เป็นเพียงแนวคิดเบื้องต้นเท่านั้น

การสร้างจักรวาลภาพยนตร์ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเควินต้องใช้จักรวาลภาพยนตร์นี้เพื่อซ้อมมือรอสร้างจักรวาลมาร์เวล

นี่คือเป้าหมายสูงสุดของเขา

………………

วันต่อมา

สื่อสิ่งพิมพ์เต็มไปด้วยหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับGet Out(ลวงจิตหลอนร่าง)

“Get Outเป็นภาพยนตร์คลาสสิกอีกเรื่องหนึ่งที่กำกับโดยสตีฟ เควิน ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ผู้กำกับได้นำเรื่องของความมีมนุษยธรรมมาใช้และแนะนำให้คนอื่นๆใส่ใจต่อคนผิวสีที่ถูกเลือกปฏิบัติในสหรัฐอเมริกามากขึ้น…”

“Get Outเป็นภาพยนตร์ที่คนผิวสีต้องดู เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ที่ระทึกขวัญ ตื่นเต้นเร้าใจ และต่อต้านการเลือกปฏิบัติ เป็นภาพยนตร์ที่ต่อสู้เพื่อสถานะของคนผิวสี หากคุณไม่ดู แสดงว่าคุณไม่ใช่คนผิวสี!”

…………..

วอร์เนอร์ใช้หลากหลายวิธีการอย่างมีชั้นเชิง รวมถึงการใช้เหตุผลทางศีลธรรมและปลุกปั่นอารมณ์

ด้านในวิลล่า เควินกำลังนอนอยู่บนเตียง

เควินดูข่าวในหนังสือพิมพ์ ลูบคางของตน และคิดว่าจะขยายอิทธิพลของเขาต่อไปอย่างไร

สื่อสิ่งพิมพ์ล้วนๆสามารถให้ผู้คนรู้จักชื่อเสียงของเควินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ในความเป็นจริงแล้ว แค่การสร้างภาพลักษณ์ว่าเขาเป็นคนที่เคารพสิทธิเท่าเทียมมันยังไม่พอ

จู่ๆโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น โจลี่รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วส่งให้เขา

"เฮ้ เควิน รายการของโอปราห์ วินฟรีย์(Oprah Winfrey)อยากเชิญคุณไปออกรายการด้วย!"

เสียงร่าเริงของดีนดังมาจากปลายสาย

รายการ The Oprah Winfrey Show(ดิโอปราห์วินฟรีย์โชว์) เป็นหนึ่งในรายการทอล์คโชว์ที่โด่งดังที่สุดในสหรัฐอเมริกาในช่วงปี 1990

พิธีกรรายการอย่างโอปราห์ วินฟรีย์สามารถดึงดูดความสนใจของผู้ฟังได้เสมอด้วยความสามารถในการพูดและวาทศิลป์ที่เป็นธรรมชาติของเธอ

แม้ว่าเควินจะไม่เคยเห็นเธอมาก่อน แต่เขาก็เคยได้ยินชื่อนี้

เธอคือคนดังในยุคนี้โดยแท้จริง

การเข้าร่วมรายการทอล์คโชว์ของเธอจะช่วยเพิ่มจำนวนคนที่มาดูGet Out(ลวงจิตหลอนร่าง)ได้อย่างไม่ต้องสงสัย

จบบทที่ ตอนที่ 39 The Oprah Winfrey Show(ดิโอปราห์วินฟรีย์โชว์)

คัดลอกลิงก์แล้ว