เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 34 ออกไปจากที่นี่ซะ

ตอนที่ 34 ออกไปจากที่นี่ซะ

ตอนที่ 34 ออกไปจากที่นี่ซะ


การถ่ายรูปอย่างลับๆโดยไม่ขออนุญาติถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่สุภาพอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คริสไม่คาดคิดก็คือ หลังจากที่ได้รับแสงแฟลชจากกล้อง ชายผิวสีคนนั้นกลับวิ่งมาหาเขาอย่างบ้าคลั่ง

เขายังตะโกนออกมาใส่เขาว่า “ออกไปจากเมืองนี้ซะ”

ไม่นาน คนอื่นๆที่อยู่บริเวณใกล้เคียงก็ดึงชายผิวดำคนนั้นออกไป

พ่อของโรสเข้ามาอธิบายให้คริสฟังว่าชายผิวดำคนนั้นเป็นโรคลมบ้าหมู และแสงแฟลชจากกล้องก็ทำให้เขาเกิดอาการชัก

แต่คริสรู้ว่ามันคงไม่ใช่โรคลมบ้าหมูแน่

เมืองนี้มีอะไรไม่ปกติ

คริสมาพบกับแฟนสาวของเขาและบอกเธอถึงสิ่งที่เขากำลังคิดอยู่

อย่างไรก็ตาม โรสปฏิเสธความคิดของคริส

เมื่อเนื้อเรื่องของภาพยนตร์ดำเนินมาถึงจุดนี้ ทุกคนที่อยู่ที่นี่ต่างก็สนใจมากว่าเนื้อเรื่องจะเป็นยังไงต่อ และเมืองนี้มันยังไงกันแน่

ที่นี่มีชายผิวดำที่ทำตัวเหมือนกับคนผิวขาว แม่บ้านผิวดำที่ยิ้มและร้องไห้ในเวลาเดียวกัน และแม่ของโรสผู้สามารถสะกดจิตได้

ภายในโรงภาพยนตร์ คนผิวสีที่แต่เดิมส่งเสียงดัง ตอนนี้กลับถูกดึงดูดด้วยเนื้อเรื่อง จนตั้งใจดูแบบเงียบๆและถึงกับไม่กล้าหายใจดังด้วยซ้ำ

ภาพแบบนี้หาชมได้ยากจริงๆ

บางครั้งคนที่ส่งเสียงดังออกมาก็จะถูกคนข้างๆมองแรกใส่จนต้องเงียบลง

คริสซึ่งถูกโรสปฏิเสธความคิดนั้นไม่ต้องการอยู่ในเมืองนี้อีกต่อไป เมืองนี้ทำให้เขารู้สึกแปลกๆและไม่สบายใจอย่างมาก

คริสบอกโรสตรงๆว่าเขาอยากจะจากไป

แม้ว่าโรสจะไม่พอใจ แต่เธอก็ตอบตกลงอยู่ดี

เมื่อเห็นว่าโรสเห็นด้วย คริสก็ยิ้มอย่างมีความสุขในที่สุด

ฉากเปลี่ยนไป และความลับของเมืองเล็กๆแห่งนี้ก็กำลังจะถูกเปิดเผยแบบเงียบๆในสนามหญ้าของบ้านโรส

พ่อของโรสกำลังจัดการประมูลแบบเงียบๆ และสิ่งของที่ถูกประมูลนั้นคือภาพถ่ายของคริส

แต่ผู้ชมทุกคนสามารถบอกได้จากเลยว่ามันไม่ได้หมายถึงรูปคริสหรอก แต่มันคือตัวคริสเองแน่ๆ

คริสกลับไปที่บ้านของโรส หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วโทรหาเพื่อนของเขาซึ่งเป็นตำรวจ

เขาเล่าถึงรูปร่างหน้าตาของคนผิวสีที่เจอในที่แห่งนี้และบอกเล่าถึงสิ่งแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นให้เพื่อนเขาฟัง

และจากคำอธิบายของคริส เพื่อนของคริสก็ค้นพบตัวตนของบุคคลที่ตรงกับคำอธิบายได้อย่างรวดเร็ว

เป็นชายผิวดำที่หายตัวไปหลายเดือนแล้ว

“แกต้องรีบหนีแล้วคริส!”

ผู้ชมบางคนอดไม่ได้ที่จะตะโกนออกมา ตัวเอกชายผิวสีทำให้พวกเขารู้สึกอินกับเนื้อเรื่องอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในขณะนี้ คริสตกอยู่ในอันตรายในตอนนี้ ทำให้คนดูผิวสีรู้สึกว่าเขาตกอยู่ในอันตรายไปด้วย

เมื่อคริสได้ยินข่าวนี้จากเพื่อนของเขา เขาก็รู้สึกกลัวอย่างอธิบายไม่ถูกในใจ

ความรู้สึกกลัวนี้ทำให้เขารีบเรียกแฟนสาวเพื่อจะได้เตรียมตัวออกจากที่นี่ทันที

“อย่านะไอโง่ แกไม่รู้หรอว่าเธอก็เป็นพวกเดียวกับพวกมันนั่นแหละ?”

ผู้ชมถูกดึงดูดเข้าสู่เรื่องราวอย่างเต็มที่และเป็นห่วงคริสที่ยังไม่รู้ความจริง

หลังจากเก็บสัมภาระแล้ว คริสก็เดินออกมาพร้อมกับแฟนสาวของเขา

เมื่อเขาเดินลงไปข้างล่างก็พบว่าครอบครัวแฟนสาวเขากำลังยืนเฝ้าอยู่ที่ประตูพร้อมกับสีหน้าที่ดูน่ากลัว

คริสกำลังจะขัดขืน แต่แม่ของโรสก็ใช้การสะกดจิตอันน่ากลัวอีกครั้ง เธอเพียงแค่เคาะถ้วยชาเบาๆก็ทำให้คริสหมดสติไป

แน่นอนว่าเมื่อคริสตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เขาถูกมัดอยู่กับเก้าอี้โดยมีเพียงทีวีตั้งอยู่ตรงหน้าเขา

จู่ๆก็มีชายชราผิวขาวคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นทางทีวี และเปิดเผยความจริงทั้งหมดนี้ให้คริสทราบ

ปรากฏว่าผู้คนในเมืองเล็กๆแห่งนี้ต้องการแสวงหาความเป็นอมตะ พวกเขาจึงอธิษฐานต่อซาตานและได้รับความสามารถพิเศษมา

โดยผ่านการผ่าตัดแบบพิเศษ พวกเขาสามารถปลูกถ่ายสมองของคนผิวขาวเข้าไปในร่างของคนผิวดำที่แข็งแกร่งได้ ทำให้ได้รับชีวิตที่เหลืออยู่ของคนผิวดำไป

อย่างไรก็ตาม การย้ายร่างนี้ไม่ได้สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง แม้จะสามารถยึดร่างของคนผิวดำได้ก็จริง แต่เพื่อให้สามารถควบคุมร่างกายได้ดี จำเป็นต้องเก็บร่องรอยของจิตสำนึกของเจ้าของร่างผิวดำเอาไว้

จิตสำนึกนี้จะปรากฏตัวออกมาในช่วงสั้นๆหลังจากได้รับการกระตุ้นจากแสง

เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในเมืองนี้มานานแล้ว คนผิวสีที่ปรากฏในเมืองนี้ แท้จริงๆแล้วถูกควบคุมร่างโดยคนผิวขาวอยู่

และโรสคือนังแม่มดที่ทำหน้าที่ล่อลวงคนผิวดำเข้ามาในเมืองนี้

"ไอ้พวกผิวขาว พวกมันจ้องเล่นงานคนผิวสีอย่างพวกเรา"

…………………

ผู้ฟังเริ่มถกเถียงกันอีกครั้ง

ไม่เคยมีหนังเรื่องไหนที่สามารถทำให้พวกเขาอินได้ขนาดนี้

ไม่เคยมีมาก่อน!

อารมณ์ของผู้ชมที่เป็นคนผิวสีถูกกระตุ้นจากภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างมาก

คริสเต็มไปด้วยความเคียดแค้น เขาบีบที่รองแขนของโซฟาอย่างแรงโดยไม่ตั้งใจ จนทำให้มันถลอกและเผยให้เห็นสำลีข้างใน

คริสยิ้มเมื่อมองไปที่สำลีราวกับว่าเขาได้พบกับสิงที่จะช่วยชีวิตเขาได้แล้ว

ฉากเปลี่ยนไป และทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงแม่ของโรสเคาะแก้วในทีวี เห็นได้ชัดว่าเธอจะสะกดจิตคริสอีกครั้ง จากนั้นจึงทำการผ่าตัดปลูกถ่ายสมอง

คริสก็ตกอยู่ในอาการหมดสติเหมือนเช่นเคย

ผู้ชมเกิดความกังวลทันที เพราะกลัวว่าคริสจะถูกยึดร่างเหมือนกัน

พร้อมกันนั้น น้องชายของโรสก็เข้ามาในห้อง แก้เชือกให้คริส และเตรียมพาเขาไปที่ห้องผ่าตัด

ทันทีที่หันหลังกลับ คริสก็ตื่นจากอาการหมดสติ หยิบเก้าอี้ขึ้นมาแล้วทุบที่หัวของน้องชายโรสโดยตรง

น้อยชายของโรสถูกฟาดจนล่วงลงไป และพยายามจะลุกขึ้นยืนบนพื้น แต่คริสก็ทุบเขาอย่างแรงอีกครั้ง จนนอนอาบเลือดไร้ลมหายใจอีกตลอดกาล

"ทำได้ดีมาก คริส!"

"นั่นแหละ ฆ่าไอ้พวกขาวเวรนั่นที่ต้องการยึดร่างนายซะ!"

……………

อารมณ์ที่ถูกเก็บกดไว้นานเกือบชั่วโมง ได้รับการปลดปล่อยบางส่วนแล้วในขณะนี้ และชาวผิวสีก็ตะโกนกู่ร้องเพื่อแสดงอารมณ์ของพวกเขา

จากนั้นคริสก็หยิบสำลีออกจากหูของเขา ซึ่งอธิบายได้ว่าทำไมคริสถึงไม่ถูกสะกดจิต

คริสที่เกือบโดนยึดร่างไปแล้ว ตอนนี้กลับรู้สึกอยากแก้แค้นมากและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

ไม่เพียงแต่เพื่อตัวเขาเองเท่านั้น แต่ยังเพื่อเพื่อนร่วมเผ้าพันธ์ของเขาอีกด้วย

คริสหยิบเขากวางที่แหลมคมออกมาจากห้อง จากนั้นค่อยๆคลำหาไปทั่วบ้าน แล้วก็ได้เจอพ่อแม่ของโรส แล้วก็ใช้เขากวางฆ่าพวกเขาทั้งคู่

เลือดสาดกระจายไปทั่วบนใบหน้าของคริส ทำให้ผู้ชมโห่ร้องแสดงความยินดีอีกครั้ง

พวกเขาดีใจมาก

ขณะนี้ โรสยังคงฟังเพลงอยู่ในห้องชั้นล่าง โดยไม่รู้ตัวเลยว่าเธอได้กลายเป็นเด็กกำพร้าไร้พ่อแม่ไปแล้ว

คริสวิ่งออกจากบ้าน ก่อนจะพบรถและขับตรงออกไป แต่บังเอิญไปชนแม่บ้านผิวดำเข้า

เนื่องจากประสบการณ์ในวัยเด็กของเขา ทำให้เขาไม่สามารถเพิกเฉยต่อเหตุการณ์รถชนได้ ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะอุ้มแม้บ้านที่หมดสติเข้ามาในรถ

เสียงดังที่เกิดขึ้นทำให้โรสรู้ตัว และตอนนี้คริสก็กำลังเสียเวลากับการอุ้มร่างแม่บ้านขึ้นรถด้วย

โรสที่รู้ตัวแล้วได้สังเกตเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นและได้หยิบปืนขึ้นมาและไล่ตามเขาไป แต่คริสได้ขับรถออกไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม คริสที่เป็นคนขับในขณะนั้นไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าแม่บ้านผิวดำในรถที่เขาอุ้มมาจะเป็นคนที่ถูกคนผิวขาวที่ผ่านการผ่าตัดปลูกถ่ายสมองสำเร็จยึดร่างเอาไว้ และตัวตนของเธอก็คือยายของโรสนั่นเอง

จบบทที่ ตอนที่ 34 ออกไปจากที่นี่ซะ

คัดลอกลิงก์แล้ว