เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

[KotB] บทที่ 89: หัตถ์เทพเจ้าบาร์ทัส (จบ)

[KotB] บทที่ 89: หัตถ์เทพเจ้าบาร์ทัส (จบ)

[KotB] บทที่ 89: หัตถ์เทพเจ้าบาร์ทัส (จบ)


บทที่ 89: หัตถ์เทพเจ้าบาร์ทัส (จบ)

เมื่อมีคนตัดสินใจที่จะหลบซ่อน ย่อมไม่ง่ายที่จะค้นหาพวกเขาได้อย่างทันที มันเป็นพื้นฐานของการแกะรอยและวิเคราะห์พฤติกรรมบุคลิกของแต่ละบุคคล

และมูยองรู้จักถึงความหยิ่งทะนงของหัตถ์เทพพระเจ้าบาร์ทัส

มีโอกาสสูงที่เขาไม่ได้ซ่อนตัวอยู่ในใต้ดินลึก แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่น่าจะมองเห็นได้ยาก

หลังจากตรวจสอบสถานที่ที่น่าสงสัยสองสามแห่ง เขาก็เจอพื้นที่แปลกประหลาดที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้

หิมะปกคลุมสูง และรอบๆเต็มไปด้วยเถาของต้นไม้

ถ้าไม่ใช่มูยองผู้ที่เคยใช้กับดักทุกประเภทยังไม่รู้ ก็คงไม่มีใครรู้ดีไปกว่านี้แล้ว

'มีเวทมนตร์บิดเบือนการรับรู้ และเวทมนตร์ล่องหน'

แม้ว่าพวกเขาจะเดินเข้าไปในดงเถาไม้พวกนั้น ก็จะไม่พบเจออะไร

เมื่อตระหนักถึงความจริงนี้ มูยองก็สามารถไปยังทิศทางที่ถูกต้องได้

มูยองสามารถใช้การรับรู้ที่ดีของเขาในการหาทางเดินที่ถูกต้อง

เมื่อเข้าไปยังส่วนที่ลึกที่สุด เขาก็สามารถรู้สึกได้ถึงกำแพงโปร่งใสท่ามกลางอากาศที่ว่างเปล่า

ปัญหาคือวิธีที่จะเผยให้กำแพงที่โปร่งใสนี้ปรากฎออกมา

บาร์ทัสได้เตรียมการไว้ทุกอย่างแล้ว

วิธีการค้นหาและวิธีการยกเลิกเวทมนตร์ทั้งหมดอยู่ภายในเข็มทิศ

หลังจากปลุกพลังอันบริสุทธิ์ได้ เขาก็สามารถตรวจจับการไหลเวียนของเวทมนตร์ได้ตามสัญชาตญาณ และยังสามารถบอกได้ว่าการไหลเวียนของเวทมนตร์นี้มีความแตกต่างกันยังไงบ้าง

และการไหลเวียนที่แตกต่างนั้น มันตรงกันข้ามกับพลังเวทย์ที่เขารู้สึกได้จากเข็มทิศ

ดูเหมือนว่ากระแสพลังทั้งสองที่ค้นพบจะหวนกลับไปสู่จุดดั้งเดิมที่ถูกต้อง

ดังนั้นเขาจึงเดินไปรอบปราสาทที่มองไม่เห็น และพยายามจับคู่ทิศทางของเข็มทิศที่ขึ้นอยู่กับลักษณะของอริยาบท

'อย่างที่คิดไว้'

จากนั้นการไหลเวียนของพลังเวทที่ออกจากเส้นทางก็กลับมาเป็นปกติ

ในที่สุดรูปลักษณ์ของปราสาทก็ค่อยๆปรากฏตัวขึ้น

บาร์ทัส

เขาเป็นคนแคระที่หยิ่งทะนง

เขาทิ้งวิธีการเอาไว้อย่างเปิดเผย ราวกับกำลังท้าทายผู้อื่นให้เข้ามาหาเขาหากมันผู้นั้นสามารถทำได้

ทักษะของมันถือว่ายอดเยี่ยม แต่ความหยิ่งทะนงที่มีจะต้องทำให้มันตกสู่ความยากลำบาก

หลังจากที่เวทย์ล่องหนถูกลบออกแล้ว มูยองก็เตรียมพร้อมสำหรับขั้นตอนต่อไป

ภายใต้การทำงานของการ์มูสในการเป็นเหยื่อล่อพวกโทรลน้ำแข็งและมนุษย์หิมะ

'ยาทีดีต่อร่างกายมักจะมีรสขม'

มันเป็นวิธีที่จะช่วยปลุกความตื่นตัวของบาร์ทัส

มูยองได้แต่หวังว่ามันจะไม่ขมเกินไปจนมันต้องคายทิ้ง

หน้าที่ง่ายๆของการ์มูสคือ การล่อโทรลน้ำแข็ง และดึงความสนใจของมนุษย์หิมะ

โดยทั่วไประหว่างมันทั้งสองมักจะต่อสู้กันอย่างดุเดือดเพื่อแย่งชิงทรัพยากรที่จำกัด

"ข้าไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องมาทำเรื่องแบบนี้ด้วย"

"เจ้าต้องวิ่งเร็วกว่านั้นอีก!"

การ์มูสวิ่งอย่างบ้าคลั่งบนพื้นน้ำแข็งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

ข้างๆเขา นักล่าปีศาจวิญญาณกำลังใช้กลุ่มภูติผีเพื่อซ่อนตัวตนของตัวเอง และให้พวกมันช่วยทำให้การเคลื่อนที่ของการ์มูสเป็นไปอย่างราบลื่น

และการ์มูสก็เปรียบเสมือน...

แหขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยปลา

หากปราศจากความช่วยเหลือจากพวกวิญญาณมันจะเป็นไปไม่ได้เลย พวกเขาสามารถขโมยอาหารของมนุษย์หิมะและโทรล์น้ำแข็งไปต่อหน้าต่อตาพวกมัน

ทว่าสิ่งมีชีวิตเดียวที่พวกโทรลน้ำแข็งและมนุษย์หิมะสามารถมองเห็นได้นั้นมีเพียงการ์มูส

โฮกกก!

พวกมันไล่ตามการ์มูสอย่างดุเดือดขณะที่ส่งเสียงตะโกนโห่ร้อง

แน่นอนว่ามีมอนสเตอร์จำนวนหนึ่งที่ได้รับอิทธิพลจากความบ้าครั่งของเหล่าภูติผีทำให้สูญสิ้นสติและตกสู่ความป่าเถื่อน

นับตั้งแต่ที่เสียสติและเริ่มบ้าไป มันย่อมส่งผลกระทบต่อมอนสเตอร์ตัวอื่นๆด้วย

'พวกมันบ้าไปแล้ว!'

การ์มูสคิดอย่างนั้นจริงๆ

ด้วยร่างกายที่เปลือยเปล่าของเขากำลังกระตุ้นมอนสเตอร์กว่า 2,000 ตัว?

มันเป็นอะไรบางอย่างที่แม้แต่ฆ่าตัวตายยังง่ายกว่า

เขาจะหายไปทันทีโดยไม่เหลือแม้แต่กระดูกหากว่าถูกจับโดยพวกมัน

เหนือสิ่งอื่นใดในขณะที่กำลังวิ่งล่อมอนสเตอร์ที่บ้าคลั่งโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อโจมตีบาร์ทัส เขาก็รู้สึกผิดเล็กน้อย

อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถถอนตัวได้

การ์มูสกัดฟันและวิ่งต่อไป

ผลลัพธ์ที่ได้สามารถมองได้จากสถานการณ์ปัจจุบัน

เมื่อมอนสเตอร์ 2,000 ตัวเคาะไปที่ประตูอย่างบ้าคลั่ง จนทำให้ทางเข้าของปราสาทสั่นไหวอย่างรุนแรง

หากรวมความแข็งแรงของโทรลและมนุษย์หิมะเข้าด้วยกัน ชื่อเสียงของพวกมันก็ไม่ต่างอะไรกับพวกโอเกอร์

ไม่ว่ากำแพงปราสาทจะแข็งแรงแค่ไหน ถ้ามีหลายสิบโอเกอร์มาเคาะประตูโดยที่ไม่หยุด ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะสามารถอดทนต่อพวกมันได้

ถ้าเหตุการณ์ยังคงดำเนินแบบนี้ต่อไป เห็นได้ชัดว่าประตูทางเข้าจะต้องถูกทำลาย

‘เขามีการตอบสนองที่เชื่องช้าจริงๆ’

มูยองปีนขึ้นกำแพงด้านนอกและมองไปรอบ ๆ

แม้ว่าจะมีกับดัก, เวทย์มนต์, และอื่นๆที่เตรียมพร้อมสำหรับป้องกันผู้บุกรุก แต่พวกมันก็ไม่อาจหลุดลอดสายตาของมูยองไปได้

มีช่องโหว่สำหรับพวกมันเสมอ และมูยองก็เหมือนกับมัจฉาในสายธารที่สามารถแหวกว่ายได้อย่างสบายๆ

"ถ้ายังเป็นเช่นนี้ประตูอาจแตกได้!"

"พวกเขารายงานมาว่าตัวเลขของพวกมันมีมากกว่า 2,000 ?"

คนแคระเริ่มระส่ำระส่าย พวกมันไม่สามารถเดินหน้าจัดการสถานการณ์ได้อย่างง่ายดาย

พวกมันคิดไว้เพียงวิธีการหลบหนีในกรณีที่มีการโจมตีจากมังกร แต่ไม่ใครคาดคิดว่าปราสาทจะถูกค้นพบและรุกรานโดยมอนสเตอร์ปกติ

อะไรคือสิ่งที่วัดความทนทานของกำแพงปราสาท?

สิ่งที่คนแคระหลายพันคนทำเมื่อพวกเขารวมกลุ่มกันคืออะไร?

เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะพวกเขาเชื่อมั่นในกำแพงตนมากเกินไป ทำให้ไม่มีวิธีรับมือกับสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงนี้

และตอนนี้ผู้ที่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนก็คือ บาร์ทัส

แค่มองจากด้านนอก มูยองก็สามารถชี้ได้เลยว่าคนไหนคือเขา

เมื่อบาร์ทัสเป็นลอร์ดของพันธมิตรพลั่วสามกระสอบ ดูเหมือนว่าเขาจะใช้งานคนแคระอื่นไม่ต่างไปจากทาส

นอกจากปราสาท ทุกอาคารอื่นๆต่างอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่

"ระเราควรทำอย่างไรดี?"

" ไปหาบาร์ทัสกันเถอะ ถ้าเป็นบาร์ทัสเขาจะต้องมีทางออกแน่ๆ "

สำหรับคนแคระที่กำลังสับสน พวกมันมองไม่เห็นทางแก้ไขใดๆ

พวกมันเชื่อใจเพียงบาร์ทัสเท่านั้น ดังนั้นไม่แปลกที่ทุกบทสนทนาจะปรากฎชื่อของบาร์ทัสออกมาสำหรับการแก้ไขปัญหาต่างๆ

หากศัตรูปรากฏขึ้นพวกเขาควรสวมเกราะและยกดาบเพื่อป้องกันประตูจากการถูกทำลาย

เช่นเดียวกับเวลาที่โดเกบิเผชิญหน้ากับเหล่าไฟทาร์ แม้จะมีกำลังพลไม่เพียงพอต่อการป้องกันแต่พวกเขาก็พร้อมเข้าร่วมต่อสู้

ทว่าเหล่าคนแคระเพียงรวมตัวกันอยู่ภายในปราสาท

ไม่มีคนแคระใดตัดสินใจลุกขึ้นสู้

น่าจะเป็นเพราะบาร์ทัสนั้นยอดเยี่ยมมากเกินไป และหลังจากที่เห็นเรื่องพวกนี้มูยองดูผิดหวังเล็กน้อย

'ทาสที่แท้จริงมักจะไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นทาส'

เมื่อมองไปที่คนแคระที่ไม่สามารถทำอะไรได้หากปราศจากคำสั่งของบาร์ทัส มูยองได้แต่ส่ายหัว

อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาใส่ใจ

มูยองเข้าไปในปราสาทและเริ่มเคลื่อนไหว

"พวกเรามีกำลังพลจำนวนมาก แม้ว่ากำแพงล่องหนจะถูกทำลาย แต่มันคงไม่มีอะไรมากไปกว่าเรื่องบังเอิญ ไม่มีเหตุผลที่จะต้องกลัวหากมันไม่ใช่มังกร! "

คนแคระที่สวมมงกุฎบนศีรษะพร้อมกับเครื่องประดับมากมายที่ห้อยลงมาจากร่างกาย กำลังกล่าวสุนทรพจน์หน้าปราสาท

มูยองสามารถบอกได้ทันที

คนแคระคนนี้คือบาร์ทัส

"เราสามารถต่อสู้กับพวกโทรลได้เหรอ?"

"มีคนแคระไม่มากนักที่รู้วิธีต่อสู้  พวกเขารู้แค่วิธีเป่าลมในเครื่องหลอมเท่านั้น "

คนแคระยังคงขวัญหนีดีฝ่อ

มันเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน

มูยองรอดูปฏิกิริยาของบาร์ทัส

กับมอนสเตอร์แค่ 2,000 ตัว และไม่ใช่มังกร มันก็ดูมีท่าทางอึดอัดแล้ว

ในฐานะลอร์ด สีหน้าของมันดูหมองคล้ำ

และในที่สุด บาร์ทัสก็ชักดาบออกมา

"อาวุธที่เราสร้างขึ้นสามารถฉีกร่างได้แม้กระทั่งโอเกอร์! พวกเจ้ากำลังกังวลเรื่องอะไร? จับอาวุธของเจ้าขึ้นมา! ถึงเวลาแล้วที่จะแสดงความเข้มแข็งที่แท้จริงของคนแคระ! "

ตามที่คาดไว้บาร์ทัสเลือกที่จะสู้

คนแคระไม่ได้เป็นสายพันธุ์ที่มีร่างกายแข็งแกร่ง

อย่างไรก็ตามอุปกรณ์ที่พวกเขาสร้างขึ้นอาจปิดช่องว่างความแตกต่างทางกายภาพได้

การเคลื่อนไหวต่อไปของบาร์ทัสก็ไม่ได้เลวร้ายนัก

เขาคัดเลือกเฉพาะคนที่รู้วิธีการต่อสู้ไปป้องกันประตู

พวกเขายิงธนู และหน้าไม้ขนาดใหญ่

นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์บางอย่างที่คล้ายกับปืนใหญ่

และด้วยการแบ่งกองกำลังในการจู่โจม พวกเขาแอบออกประตูด้านหลังเพื่อลอบโจมตีมอนสเตอร์ที่บาดเจ็บได้อีกด้วย

‘กลยุทธ์ก็ไม่เลวเช่นกัน’

หลังจากต่อสู้กันมานานกว่าครึ่งวัน พวกเขาสามารถสังหารหมู่ 2,000 มอนสเตอร์ได้

มันดูเหมือนว่าบาร์ทัสไม่ได้เป็นลอร์ดที่ดีแต่ชื่อ

คนแคระทุกคนยิ้มรับในชัยชนะของพวกเขา

อย่างไรก็ตามพวกมันจะรู้หรือไม่?

ว่านี่ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุด

ทุกอย่างกำลังเริ่มต้น!

หลังจากการต่อสู้ บาร์ทัสร่ายพลังโปร่งใสใส่กำแพงและตรวจสอบความปลอดภัย

อย่างไรก็ตามก่อนที่เขาจะสามารถหาสาเหตุหลักได้ การโจมตีระรอกที่สองก็ตามมา

ออร์คสีฟ้าจำนวนหลายร้อยตัวกำลังคันพบปราสาท

'ออร์คจันทรา!'

บาร์ทัสมีสีหน้าซีดเซียวหลังจากมองไปที่พวกออร์ค

'ออร์คจันทราควรเป็นสายพันธุ์ที่อาศัยอยู่ทางด้านเหนือซึ่งไกลจากที่นี่?

มันยากที่จะเข้าใจว่าทำไมออร์คจันทรามุ่งหน้ามายังปราสาท

และเวทย์ล่องหนก็ถูกทำลายลงอีกครั้ง

ปกติแล้วมันไม่เคยถูกทำลายได้เอง

'ใครบางคนกำลังทำลายระบบความปลอดภัย'

เหงื่อเย็นเยือกไหลออกจากตัวบาร์ทัส

พวกเขาสามารถยืนหยัดต่อเหล่าออร์คจันทราได้ แต่ทว่าก่อนที่ทุกอย่างจะได้รับการฟื้นฟู ฝูงมนุษย์หมาป่าจำนวนมากก็ปรากฎตัวขึ้นอีก

"เรา เราทุกคนได้ตายกันแน่ๆ"

"เช่นนี้ไม่มีความหวังแล้ว ... "

คนแคระไม่แม้แต่สามารถข่มตาลงได้

พวกเขาค่อยๆถูกจู่โจมด้วยความหวาดกลัว

และ บาร์ทัสเริ่มมีช่วงเวลาที่ลำบากในการตัดสินใจ

'มันกำลังรอให้เราหนีออกไปจากปราสาทหรือไม่? หากไม่ใช่มังกร แล้วใครมันสามารถทำเรื่องเช่นนี้ได้อีก?

ปัญหาใหญ่ที่สุดคือเขาไม่รู้ว่าใครเป็นฝ่ายตรงข้าม และมีความตั้งใจอะไรในการทำลายระบบความปลอดภัย

ถ้าเป็นมังกรมันจะไม่ใช้วิธีการที่ซับซ้อนเช่นนี้

บาร์ทัสเค้นสมองคิดอย่างหนัก

ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม มันไม่สามารถเดาความตั้งใจของฝ่ายตรงข้ามได้

อย่างไรก็ตาม จำนวนและชนิดของมอนสเตอร์ที่บุกรุเท่ากับจำนวนทั้งหมดที่พวกเขาจะต้องปกป้องอย่างต่อเนื่องเสมอ

มันน่าหวาดระแวงหากจะหลบหนี และลำบากใจที่จะต้องปกป้อง

ถึงมันจะดูแปลกแค่ไหน แต่มันก็ไม่มีเวลาพอที่จะคิดอะไรได้มาก

ในที่สุดสติของบาร์ทัสก็เริ่มแตกสลายเนื่องจากคลื่นมอนสเตอร์ที่ถาโถมเข้ามา

เรื่องนี้เกิดขึ้นเนื่องจากการสู้รบที่ยาวนานอย่างต่อเนื่องซึ่งมันไม่คุ้นเคย

โครมมม !

และท้ายที่สุดประตูปราสาทก็พังทลายลง

หลังจากผ่าน 15 วันเต็ม มอนสเตอร์ที่ปรากฏตัวขึ้นเป็นโอเกอร์สองหัว

แม้ว่าจะมีเพิ่มขึ้นมาอีกแค่หนึ่ง แต่พลังความแข็งแกร่งของมันเทียบได้กับโอเกอร์ธรรมดาถึง 20 ตัว

อ๊าา…”

"โอเกอร์สองหัว!"

"วิ่ง เราจำเป็นต้องวิ่งงงง"

สายตาของคนแคระเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

แกร๊ง!

ถึงขนาดที่คนแคระบางคนยอมทิ้งอาวุธลงพื้น

‘เราควรทำไงดี?’

แม้แต่บาร์ทัสยังถอยกลับไป อย่างไรก็ตามมันสายเกินไปแล้ว

โอเกอร์สองหัวได้เข้าไปในปราสาท และกำลังสังหารหมู่คนแคระ

วิธีเดียวที่จะทำให้พวกเขาหนีไปได้

เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีของมังกร พวกเขาไม่ได้เตรียมตัวสำหรับการทิ้งปราสาทเลยสักครั้ง?

"ข้าจะออกจากปราสาท พวกเจ้าทุกคนไปหยุดโอเกอร์สองหัวเดี๋ยวนี้! "

ขณะที่ลอร์ดบาร์ทัสหนีถอย จิตวิญญาณการต่อสู้ของพวกคนแคระก็ตกวูบ

และในขณะที่ดวงตาของคนแคระทั้งหมดเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

ลุกโชน!

โดเกบิปรากฏตัวในขณะที่เขาตัดแขนของโอเกอร์สองหัวออก

โฮกกกก!

โอเกอร์สองหัวจับแขนที่ขาดของมันและร้องอย่างเจ็บแค้น

ในขณะเดียวกัน โดเกบิหันไปกล่าวกับเหล่าคนแคระที่กำลังเตรียมหนี

"โอเกอร์สองหัวแพ้ไฟ! เราสามารถหยุดมันได้หากเทดินปืนไปที่มันแล้วเผา! "

อย่างไรก็ตามร่างกายของคนแคระทุกคนกลับไม่ยอมเคลื่อนไหว

ดังนั้น โดเกบิจึงตะโกนขึ้นอีกครั้ง

"คนแคระของเทพเฮมดอลล์มีเพียงพวกขี้ขลาดหรือยังไง?! "

เฮมดอลล์ เป็นชื่อของเทพพระเจ้าที่คนแคระเคารพบูชา

กึด!

หลังจากฟังคำพูดของเขาแล้ว บาร์ทัสก็หยุดการเคลื่อนไหว

โดเกบิตนนี้เห็นได้ชัดว่าคือมูยอง

รอยยิ้มปรากฎอยู่ลึกๆในจิตใจของเขาหลังจากมองไปยังบาร์ทัส

หัตถ์เทพเจ้าบาร์ทัส

คนแคระมีความเข้าใจลึกซึ้งและความรู้ แต่ก็มักทำตัวเย่อหยิ่งทะนงตน แต่ในตอนท้ายพวกมันกลับแสดงถึงความขี้ขลาด

อย่างไรก็ตามบาร์ทัสไม่น่าจะขี้ขลาดขนาดนั้น

"คนขี้ขลาดคงไม่สามารถกลายเป็นลอร์ดได้"

และความคิดของมูยองก็ถูกต้อง

บาร์ทัสหยุดการวิ่งหนี และเห็นได้ชัดว่าร่างกายของมันกำลังสั่นอย่างรุนแรง

เขาอุทิศจิตวิญญาณให้กับเฮมดอลล์มากกว่าใคร

"โดเกบิกล้าพูดถึงพวกเราแบบนั้นได้ยังไง!"

อารมณ์ที่มันระงับไว้จนถึงขณะนี้ได้ระเบิดออกมาแล้ว

จบบทที่ [KotB] บทที่ 89: หัตถ์เทพเจ้าบาร์ทัส (จบ)

คัดลอกลิงก์แล้ว