เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

[KotB] บทที่ 87: พันธมิตรพลั่วสามกระสอบ (จบ)

[KotB] บทที่ 87: พันธมิตรพลั่วสามกระสอบ (จบ)

[KotB] บทที่ 87: พันธมิตรพลั่วสามกระสอบ (จบ)


บทที่ 87: พันธมิตรพลั่วสามกระสอบ (จบ)

นี่เป็นการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมที่สุดของพวกเขาหลังจากสร้างอาณาเขต

คงจะเป็นเรื่องโกหกหากบอกว่าพวกเขาไม่ได้รับความเสียหาย

โดเกบิประมาณ 4,000 ตนเสียชีวิต และประมาณสองเท่าของจำนวนนั้นบาดเจ็บสาหัส

พวกเขาได้รับพื้นที่ขนาดใหญ่ แต่กลับไม่มีจำนวนประชากรเพียงพอที่จะครอบครอง

พวกเขาไม่สามารถแน่ใจได้ว่าสถานการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก

เขาจำเป็นต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่ากองกำลังป้องกันจะเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา

แม้ว่าจะมีการสกัดกั้นผู้บุกรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็มีขีดจำกัดเกี่ยวกับจำนวนปัจจุบัน

ระหว่างมูยองกำลังคิดวางแผนว่าจะดำเนินการอย่างไร โอการ์ก็เดิมาหาเขาพอดี

"ฮ่า ๆ ! จนถึงตอนนี้เจ้าก็ยังสบายดี? "

"ขอบคุณมากสำหรับความช่วยเหลือ"

"นี่ไม่ได้มากมายอะไรเลย ยังไงเจ้าก็เป็นผู้ช่วยชีวิตของเราอย่างแท้จริง "

ด้วยการหรี่ตากึ่งหนึ่ง เขาพิจารณามูยองก่อนจะเอียงศีรษะ

"เจ้ายังตัดสินใจไม่ได้เหรอ"

“คุณกำลังพูดถึงอะไร ?

"รูปลักษณ์ที่แท้จริงของเจ้า"

อา !

มูยองพยักศีรษะ

เมื่อครั้งสุดท้ายที่เขาแยกทางกับโอการ์ โอการ์กล่าวไว้ว่า "ถ้าเราเจอกันอีกครั้งให้แน่ใจว่าเจ้าต้องการเป็นอะไร"

น่าจะเป็นเพราะมันรู้ว่ามูยองเป็นมนุษย์

มันคงอยากถามตั้งแต่เห็นมูยองมีลักษณะเป็นโดเกบิแล้ว

มันหมายถึงว่ามูยองจะเลือกเป็นอะไรระหว่างมนุษย์กับโดเกบิกันแน่ แต่มูยองไม่สนใจ

ดวงดาวแห่งความสมบรูณ์ที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าแสดงให้เห็นถึงการโกหกที่บริสุทธิ์ของมูยอง

"ตัวตนจริงๆของผมสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ?"

มูยองไม่ตอบคำถาม

เมื่อมองไปที่ท่าทีของมูยอง ดวงตาของโอการ์ก็ส่องประกายแปลกๆ

โอการ์คิดว่ามูยองจะเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่มูยองกลับหลีกเลี่ยงคำตอบแทน

ยังไงก็ตามโอการ์ก็ไม่ได้คาดหวังอะไร

"เจ้าพูดถูกตัวตนนั้นไม่ได้สำคัญอะไร ฮ่า ๆ ! ว่าแต่เจ้ารู้แจ้งถึงจุดนั้นแล้ว? ช่างเป็นการพัฒนาที่เร็วจนน่ากลัวจริงๆ "

โอการ์หัวเราะทันที

มันยอมรับมูยองในฐานะสหาย

นอกจากความคิดที่ว่ามูยองเป็นผู้กอบกู้แล้ว มันยังรู้สึกถึงความสนิทสนมกับมูยองผู้ที่กำลังเดินไปตามเส้นทางของนักรบที่โดดเดี่ยว

แม้ว่าจะเป็นเพียงไม่กี่เดือน มูยองก็ได้บุกเบิกเส้นทางของตนเอง

แม้ว่าโอการ์จะเป็นผู้กระตุ้นการปลุกพลังของเขา แต่นั่นก็เป็นการเปิดโอกาสเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

'มันเป็นเรื่องดีที่ฉันจบงานอย่างเงียบๆ '

มูยองแอบเก็บศพของไฟทาร์ไว้ และทำให้พวกมันกลายเป็นอันเดธ

หลังจากนั้นเขารีบทำให้พวกมันกลายเป็นยันต์เพื่อซ่อนการปรากฏตัวเอาไว้

ถ้าโอการ์เห็นเรื่องนี้ก็ยากที่จะคาดหวังเกี่ยวกับทัศนคติที่เป็นมิตรของมันในปัจจุบัน

"โอการ์คุณช่วยปกป้องอาณาเขตของผมได้ไหม?"

ยิ่งไปกว่านั้น มูยองยังได้รับความช่วยเหลืออีกด้วย

สถานการณ์ปัจจุบันของอาณาเขตอยู่ในช่วงที่แย่ที่สุด

ครึ่งหนึ่งของโดเกบิจะต้องทำงานหนักและไม่สามารถเคลื่อนไหวใดๆได้เนื่องจากการต่อสู้ครั้งนี้ทำให้เห็นช่องโหว่ต่างๆได้อย่างชัดเจน

อาณาเขตเพิ่งเริ่มสร้าง โครงสร้างต่างๆก็ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น

และมูยองเองก็ไม่สามารถหยุดอยู่กับอาณาเขตของตนเองได้

อย่างน้อยเขาต้องการบางอย่างที่สามารถปกป้องอาณาเขตของเขาได้ก่อนที่ตัวเองจะจากไป ซึ่งการมีเพียงบาลตันและอันเดธไม่กี่ตัวย่อมไม่เพียงพอ

ดังนั้นเขาจึงสรุปว่าต้องการความช่วยเหลือจากโอการ์

"อาณาเขต? เจ้าวางแผนที่จะไปที่ไหน? "

"ถูกต้อง แต่ผมไปไม่นานหรอก "

นี่ไม่ใช่แค่เพียงการประกันความปลอดภัยปกติเท่านั้น

เนื่องจากเหล่าไฟทาร์ในบริเวณนี้ได้หายไป มอนสเตอร์จำนวนมากอาจเข้ามาโจมตีที่แห่งนี้เพื่อขยายอาณาเขตของพวกมัน

โอการ์เกาคางขณะพูด

"นี่เป็นสถานที่ที่น่าสนใจทีเดียว แม้ว่าจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่ข้าก็ไม่เคยเห็นชนิดของเผ่าพันธุ์ต่างๆที่อาศัยอยู่ด้วยกันในที่เดียว "

"โอการ์ ถ้านี่ไม่ใช่คุณ ผมคงจะไม่ขออะไรเช่นนี้กับใคร"

มูยองแน่ใจ

เนื่องจากส่วนใหญ่จะมีทัศนคติเชิงลบเกี่ยวกับการอยู่รวมกันของเผ่าพันธ์ที่หลากหลาย

อย่างน้อยกับมูยองที่ไม่มีอคติกับพวกมันบางอย่างเช่นนี้จึงเป็นไปได้

มันเป็นไปไม่ได้เลยหากพวกมันไม่ได้อยู่ร่วมกันภายใต้ชื่อของมูยอง

รอยยิ้ม!

โอการ์โชว์ฟันของเขา

"มูยองข้าชอบวิธีที่เจ้าทำสิ่งต่างๆ มันเป็นอะไรที่ข้าไม่เคยพบเห็นและไม่เคยคิดมาก่อนแต่เจ้ากลับทำมันขึ้นมาได้  ข้าสนใจในสิ่งที่เจ้ากำลังจะทำและสิ่งที่เจ้ากำลังจะประสบความสำเร็จ "

เมื่อมูยองนึกถึงโอการ์อีกครั้ง เขาดูเป็นไฟทาร์ที่มีนิสัยแปลกๆตั้งแต่แรก

เป็นสายพันธุ์ที่ไม่มีมอนสเตอร์ตัวใดสามารถเข้าหาได้ง่าย ไม่รู้เหตุผลที่แน่ชัดว่าทำไมพวกมันจึงห่วงความปลอดภัยของตนเองกว่าเผ่าพันธ์อื่นๆ

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนโอการ์ชอบที่จะสำรวจสิ่งใหม่ ๆ

และ มูยองได้รับเลือกให้อยู่หัวข้อที่น่าสนใจนั้น

ตึง!

โอการ์กระแทกหอกลงที่พื้น และพูดต่อ

"ข้าจะปกป้องสถานที่ของเจ้าจนกว่าจะถึงราตรีที่ 180 อย่างไรก็ตามข้าไม่สามารถรับรองอะไรได้หลังจากนั้น ข้าต้องกลับไปที่เผ่าเมื่อ 'ราตรีอันเนิ่นนานของปีศาจ' เริ่มต้น. "

ราตรีอันยาวนานของปีศาจ

นั่นหมายถึงช่วงเวลานั้นปีศาจจะเริ่มเคลื่อนไหวในดินแดนเทพปีศาจ

เป็นเวลาสองสามเดือนในราตรีที่ไม่มีที่สิ้นสุด เหล่าปีศาจจะสามารถเดินเพ่นพ่านได้อย่างอิสระ

โดยปกติพวกมันจะอยู่ในสภาพที่อ่อนแอโดยไม่สามารถต้านทานสัญชาตญาณของตัวเองได้ แต่สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในดินแดนของเทพปีศาจจะค่อนลำบาก และต้องเตรียมตัวสำหรับคืนที่จะเกิดขึ้น นั่นหมายความว่าโอการ์จะต้องกลับไปที่เผ่าของเขา

มูยองพยักหน้าศีรษะ

"แค่นั้นก็พอแล้ว"

นั้นมันเกินมากกว่าที่เขาคาดไว้เสียอีก

เขาต้องกลับมาปกป้องอาณาเขตของตัวเองในช่วงเวลานั้นอยู่แล้ว

นอกจากนั้นเขายังต้องพยายามหาหนทางที่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับอาณาเขตของตน

'พันธมิตรสามพลั่วกระสอบจะเป็นคำตอบของเรา'

เขารู้สึกว่ามันเป็นไปได้ตราบเท่าที่ค้นพบเหล่าคนแคระ

ทุกคนต่างยอมรับทักษะทางเทคนิคของคนแคระ

ยิ่งไปกว่านั้นพันธมิตรของคนแคระ พันธมิตรพลั่วสามกระสอบยังอยู่ในอันดับสูงสุด

ลอร์ดของพวกนั้นคือ 'ค้อนเทพเจ้าบาร์ทัส' เขาเป็นคนแคระที่มีความรู้ความเข้าใจในการเล่นแร่แปรธาตุมากที่สุด

ถ้ามูยองได้รับความช่วยเหลือก็เหมือนกับอาณาเขตของเขามีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

"แต่มูยอง ดูเหมือนเจ้าจะไม่มีที่พักขนาดใหญ่โตพอสำหรับข้านะ ฮ่าๆ! "

โอการ์ผู้ที่ร่างกายลุกท่วมไปด้วยเปลวเพลิง กำลังตบไปที่ลำของต้นโพธิ์ซึ่งผูกติดอยู่กับเอวของเขาในขณะที่ล้อเล่น

ใช่ มันแน่นอนอยู่แล้วที่จะไม่มีบ้านสำหรับขนาดของมัน

"ผมจะพยายามสร้างบ้านของคุณเป็นหลังแรก"

ขณะที่มูยองตอบอย่างจริงจัง โอการ์ก็ลูบไปที่คอของเขา

"อะแฮ่ม มันเป็นแค่เรื่องตลก อย่าได้คิดจริงจังนัก จริงๆใต้ท้องฟ้านี่ข้าสามารถนอนหลับที่ไหนก็ได้ "

เขาพูดว่านี่เป็นเพียงเรื่องตลก

สีหน้าของมูยองดูสงบนิ่ง

โอการ์คิดว่าสนิทกับมูยองมากพอที่จะโยนเรื่องตลกให้ได้

มูยองรู้สึกยังงั้นก็จริง แต่พูดกันตามตรงเขากลับไม่รู้สึกอะไรมากมายเกี่ยวกับมัน

-สหาย-

เป็นเพราะความคิดเกี่ยวกับเพื่อนของเขาค่อนข้างดูเลือนลาง

เป็นเวลากว่า 40 ปี ที่มูยองไม่เคยมีเพื่อน

คนทั้งหมดที่เข้ามาใกล้เขาล้วนต้องตาย. ใช่แล้วถูกเขาฆ่าตาย

แม้ว่าเขาจะเคยดูแล คิม แทฮวาน และ เบ ซูจี อยู่ชั่วขณะหนึ่งตอนอยู่ที่อารามสีคราม แต่นั่นก็ไม่เพียงพอที่จะบอกได้ว่าพวกเขาเป็นเพื่อนสนิทกัน

อย่างไรก็ตาม โอการ์เป็นคนเดียวที่เขามองในฐานะ 'เพื่อน'

"กรุณาปกป้องมันให้ดี"

ขณะที่มูยองพูด โอการ์ก็ทำหน้าบึ้งตึง

"ข้าชอบทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับตัวเจ้า แต่เจ้านี่มันน่าเบื่อยิ่งกว่าพวกไฟทาร์ซะอีก "

****

ตั้งแต่โอการ์รับปาก มูยองก็มีอิสระในการเคลื่อนไหว

เขามุ่งหน้าเดินทางทันที

เขาค่อนข้างเคร่งครัดในเรื่องของเวลา

"การ์มูสคุณรู้หรือเปล่าว่าสถานที่ตั้งของพันธมิตรสามพลั่วกระสอบอยู่ที่ไหน?"

เพื่อความแน่ใจมูยองจึงสอบถามการ์มูสอีกครั้ง

คนแคระเฒ่ามีสีหน้าเศร้าขณะที่ส่ายหัว

"พันธมิตรสามพลั่วกระสอบจะเปลี่ยนสถานที่ของพวกเขาเรื่อยๆเพื่อหลีกเลี่ยงสายตาของมังกร"

คนแคระมีความสามารถในการค้นหาและสร้างสมบัติที่ดีเยี่ยม

เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเป็นเป้าหมายของมังกรซึ่งชอบสมบัติต่างๆที่ส่องประกายระยิบระยับ

ไม่ว่าจะเป็นประเภทใดก็ตาม 'มังกร' เป็นมอนสเตอร์ที่มีพลังอำนาจสูง อย่างน้อยที่สุดก็อยู่ในระดับที่ 2 ของระดับท็อป

นอกเหนือจากราชาปีศาจและเทพปีศาจ จำนวนมากที่สุดในเผ่าพันธุ์ที่อยู่ในระดับเหนือธรรมชาติก็คือพวกเหล่ามังกร

ในอันเดอร์เวิลด์มีเพียงไม่กี่คนที่ไม่กลัวตายได้คลุกคลีกับเหล่ามังกร และแน่นอนว่าคงเป็นเรื่องของผลประโยชน์อันชั่วร้าย

สำหรับการเอาตัวรอดของ พันธมิตรสามพลั่วกระสอบ พวกเขาจำเป็นต้องเปลี่ยนฐานทั่มั่นอยู่เป็นประจำ

"มีทั้งฐานขนาดใหญ่และเล็กที่พวกเขาใช้อย่างต่อเนื่อง"

"ทั้งหมดมีอยู่ 5 แห่ง แต่ก็นานมาแล้ว ข้าไม่แน่ใจว่าความจำของข้ายังถูกต้องอยู่รึเปล่า "

"ไม่เป็นไร ตำแหน่งที่ใกล้ที่สุดจากที่นี่อยู่ที่ไหน? "

การ์มูสถูกขังอยู่ในสังเวียนใต้ดินเป็นเวลานาน

มันคงไม่แปลกถ้าพวกเขาจะเปลี่ยนฐานที่มั่นในช่วงเวลานั้น

อย่างไรก็ตามพวกเขาจะทิ้งเครื่องหมายไว้

เพื่อให้คนในกลุ่มสามารถค้นหาและติดตามสถานที่ใหม่ได้

และมูยองเองก็มีทักษะในการอ่านสัญลักษณ์เหล่านั้น เพราะมันเป็นความรู้พื้นฐานของการเป็นนักฆ่า

"เป็นหน้าผาที่ชื่อว่า 'อันนอลเบรน' "

มูยองเดาะลิ้นเบา ๆ

เป็นสถานที่ที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน

อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้มีเวลาที่จะเสียมากไปกว่านี้

เมื่อต้องการหาที่ตั้ง เขาจำเป็นต้องเคลื่อนที่ให้เร็วขึ้นแม้จะสักเสี้ยววินาที

เป็นความโชคดีที่เขามีเซอร์เบอรัส

ตั้งแต่มันสามารถบินได้ เขาก็สามารถเคลื่อนเร็วมากยิ่งขึ้น

"ข้าจำเป็นต้องขี่มันด้วยหรือไม่"

การ์มูสกลืนน้ำลายลงคอ

เป็นเพราะการขึ้นไปยังหลังของเซอร์เบอรัส ไม่ต่างอะไรกับการเข้าไปอยู่ในปากของมังกร

"ไปกันได้แล้ว"

อย่างไรก็ตาม มูยองไม่สนใจท่าทีของเขา

ถ้าไม่รีบขึ้นมา คุณจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง หลังจากที่ตระหนักถึงความหมายของมูยอง การ์มูสร้องตะโกนอย่างเร่งด่วน

"รอด้วย รอข้าด้วย!"

ในตำแหน่งที่น่าอึดอัดใจ เขาคว้าขนของมันและกระโดดขึ้นที่ด้านหลังของเซอร์เบอรัส

แท๊บ!

หลังจากตรวจสอบผู้โดยสารคนสุดท้าย นักล่าวิญญาณปีศาจก็กระแทกขาเข้าที่สีข้างของเซอร์เบอรัส

จากนั้นปีกที่ทำจากวิญญาณชั่วร้ายก็ปรากฏอยู่ทั้งสองด้านของเซอร์เบอรัสในขณะที่มันเริ่มทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

อันนอลเบรน

แม้ว่าการ์มูสกล่าวว่ามันเป็นหน้าผา แต่เท่าที่เห็นกลับไม่มีอะไรที่ดูเหมือนจะเป็นหน้าผาที่นี่

ทุกอย่างถูกทำลายราบเป็นหน้ากลองเศษซากต่างๆกลิ้งไปมาบนพื้น

มีรูที่ว่างเปล่าถูกเจาะเข้าไปในภูเขา

ราวกับว่ามีบางอย่างที่มีกำลังมหาศาลมหาศาลเจาะเข้าไป

ไม่มีสัญญาณของการอยู่อาศัย

"มันดูเหมือนว่าเป็นการกระทำของมังกร"

"ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน"

มูยองจ้องภูเขาที่สูญหายไปกว่าครึ่งในขณะที่ยืนกอดอก

ร่องรอยที่เหลือหลังจากการถูกมังกรกวาดล้างดูเป็นภัยพิบัติที่น่าเศร้า

"มันทำลายที่นี่ทิ้งเป็นเพราะไม่สามารถหาตำแหน่งที่ตั้งของเหล่าคนแคระได้หรือไม่?"

"บางที บาร์ทัสรู้วิธีสร้างกำแพงที่ยากต่อการตรวจจับจากมังกร เนื่องจากมันไม่สามารถหาสิ่งที่ต้องการเจอ มันจึงทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง "

"ดูเหมือนว่ามันเกิดขึ้นเพียงไม่นาน"

มูยองรู้สึกแบบนั้น

เมื่อมองไปที่ต้นไม้โดยรอบมันดูเหมือนพึ่งถูกโค่นลงหลังจากภูเขาถูกทำลาย

มากที่สุดก็แค่เดือนที่ผ่านมา

'พวกเขาคงหนีไปหลังจากที่ถูกค้นพบหรือถูกทำลายด้วยความโกรธของมังกร '

ดูเหมือนว่ามูยองต้องการสำรวจไปรอบๆอีกสักหน่อย

"เงียบก่อน"

ณ ช่วงเวลานั้น

นักล่าวิญญาณปีศาจพูดด้วยโทนเสียงต่ำ

ก๊าซซซซซซซซ!

ในเวลาเดียวกันเสียงร้องรุนแรงก็ได้สั่นสะเทือนเทือกเขาในบริเวณนั้นทั้งหมด

ร่างกายของการ์มูสสั่นสะท้าน

มูยองขมวดคิ้ว

เสียงดังกึกก้องที่สามารถกระตุ้นสัญชาตญาณความกลัวของผู้คน

มันเป็นเสียงคำรามของมังกร

ในไม่ช้าการมีอยู่ขนาดใหญ่ปรากฏตัวขึ้นเหนือท้องฟ้า

ร่างสีดำสนิท และปีกขนาดใหญ่กว่าสิ่งมีชีวิตใดๆ

ดาร์คดราก้อน!

มันแตกต่างจากเมจิคดราก้อน

แม้ว่าดาร์คดราก้อนจะคล้ายกับเมจิคดราก้อน แต่มันเป็นมังกรที่รู้จักกันดีโดยเฉพาะด้านความอดทนที่อันมีน้อยนิด

หากคุณถูกจับ กระดูกทุกส่วนในร่างกายของคุณจะต้องถูกทำลายจนป่นบี้

และคงไม่ต่างจากเดิม แม้เขาจะมีเซอร์เบอรัสและนักล่าวิญญาณปีศาจอยู่ข้างกาย

ยิ่งคุณได้อยู่อันดับท็อปแล้วความแตกต่างก็ยิ่งเด่นชัดมากขึ้น

สำหรับตอนนี้ไม่มีทางใดที่มูยองสามารถเอาชนะดาร์คดราก้อนได้เลย

โชคดีที่ดาร์คดราก้อนไม่ได้หยุดและบินต่อไปบนท้องฟ้า มันรีบมุ่งหน้าไปยังสถานที่บางแห่ง

"เห้อ! ซู๊ดดด'

หลังจากที่มันหายไปอย่างสมบูรณ์จากสายตา การ์มูสก็ปล่อยลมหายใจออกมา

และเขารีบพูดกับมูยอง

"อ่ามันคือดาร์คดราก้อนบาร์ซ่า! "

"ดาร์คดราก้อนบาร์ซ่า?"

"มังกรดุร้ายที่คอยตามบาร์ทัส ทำไมมันอยู่ในสถานที่แบบนี้ ... "

การ์มูสกัดฟันของเขาแน่น

ดาร์คดราก้อนบาร์ซ่าพยายามตามล่าเหล่าพันธมิตรพลั่วสามกระสอบ

ดูเหมือนว่ามันเป็นผู้ร้ายที่ทำลายภูเขา

ดูเหมือนภูเขาแห่งนี้น่าจะเป็นหนึ่งในสถานที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ และด้วยเหตุผลบางอย่างพวกเขาได้จากไปแล้ว

มังกรเป็นที่รู้จักกันว่ามีความหลงไหลต่ออัญมณีและสมบัติ

และดาร์คดราก้อนก็มีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องของการไล่ล่าเหยื่อของพวกมันให้ถึงที่สุด

ถ้าบาร์ซ่าอยู่มานานกว่าหนึ่งเดือน และตัดสินใจที่จะจากไปเหตุผลก็เห็นได้อย่างชัดเจน

"ฉันต้องรีบแล้ว"

มันอาจกำลังไปยังตำแหน่งที่พันธมิตรพลั่วสามกระสอบอยู่

จบบทที่ [KotB] บทที่ 87: พันธมิตรพลั่วสามกระสอบ (จบ)

คัดลอกลิงก์แล้ว