เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

[KotB] บทที่ 86: พันธมิตรพลั่วสามกระสอบ (3)

[KotB] บทที่ 86: พันธมิตรพลั่วสามกระสอบ (3)

[KotB] บทที่ 86: พันธมิตรพลั่วสามกระสอบ (3)


บทที่ 86: พันธมิตรพลั่วสามกระสอบ (3)

มูยองหัวเราะเบาๆ

เขาให้บาลตันและเซฮุนไปหาโอการ์เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ก็มีโอกาสเพียงห้าสิบห้าสิบเท่านั้น

เมื่อเทียบกับไฟทาร์คนอื่นๆ โอการ์เป็นผู้ที่มีเกียรติ และรู้จักคำว่ามิตรภาพอย่างจริงแท้ อย่างไรก็ตามเนื่องจากโอการ์ช่วยเขาไปครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งนี้จึงไม่แน่ใจนักว่ามันจะยอมมาช่วยอีกหรือไม่

อย่างไรก็ตาม โอการ์ทิ้งทุกสิ่งแล้วรีบวิ่งมาช่วยมูยองทันที

ดูเหมือนการช่วยเหลือของมูยองในการแก้ปัญหาต้นโพธิ์จะยังคงมีผลอยู่

เนื่องจากโอการ์ที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างฉับพลัน การแสดงออกของผู้นำเผ่าไฟทาร์อื่นก็ทำได้เพียงแข็งทื่อเท่านั้น

"หยุดการต่อสู้นี่ซะแกรม"

หลังจากเดินทางมาถึงสนามรบแล้ว โอการ์ก็หยิบหอกออกมาและพูดขึ้น

จากนั้นหัวหน้าไฟทาร์ที่ถูกเรียกว่าแกรมก็มองไปที่โอการ์และส่ายหน้า

"นั่นไม่ใช่โอการ์รองหัวหน้าเผ่ากอหนามหรอกเหรอ ว่าแต่ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้? เผ่าของเจ้าพึ่งย้ายออกจากที่นี่ไปนี่"

แกรมจ้องมองราวกับว่ามันไม่เข้าใจว่าทำไมโอการ์ถึงปรากฏตัวขึ้นที่นี่

อย่างไรก็ตาม มันก็ช่วยไม่ได้

มันไม่ง่ายที่จะจินตนาการว่าไฟทาร์ที่เป็นที่รู้จักกันในนามของนักสู้แห่งเปลวเพลิงจะมาถึงที่นี่เพียงแค่ช่วยเหลือโดเกบิ

ยิ่งกว่านั้นโอการ์เป็นถึงรองหัวหน้าเผ่า

และเป็นรองหัวหน้าเผ่าที่แข็งแกร่งที่สุดที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงนี้

โอการ์พูดอย่างรวดเร็ว

"โดเกบิตัวเล็กๆตรงหน้าเจ้าคือผู้มีบุญคุณของพวกเรา"

"ผู้มีบุญคุณของพวกเรา?"

ความรู้สึกของแกรมแข็งทื่อขึ้นเรื่อยๆ

เขากล่าวว่า 'ของพวกเรา' ไม่ใช่ 'ของข้า'

นั่นหมายความว่าชนเผ่ากอหนามทั้งหมดได้ยกย่องโดเกบิตัวหนึ่งเป็นผู้มีบุญคุณของพวกเขา

เป็นเรื่องยากที่แกรมจะเข้าใจจริงๆ

แกรมไม่รู้ว่ามูยองได้แก้ปัญหาเรื้อรังเกี่ยวกับต้นโพธิ์

อย่างไรก็ตามโอการ์ไม่ได้คิดที่จะอธิบายรายละเอียดทีละขั้นตอนขนาดนั้น

"ถ้าเจ้าตัดสินใจที่จะกลั่นแกล้งผู้มีบุณคุณของพวกเรา ข้าจะเผชิญหน้ากับเจ้าด้วยหอกเล่มนี้"

โอการ์ควงหอกขนาดใหญ่ของเขา ไฟบนร่างวิ่งเคลื่อนที่ไปตามหอก จิตวิญญาณที่กล้าหาญพุ่งพล่านไปยังบริเวณรอบๆ

มันแข็งแกร่งยิ่งกว่าเปลวไฟของไฟทาร์ตัวอื่นๆ

ชนเผ่ากอหนามเป็นกลุ่มใหญ่ที่ผูกขาดต้นโพธิ์จากไฟทาร์กลุ่มอื่นที่อยู่รอบๆ มันอาจเป็นเพียงกลุ่มเดียวที่โดดเด่นที่สุด

และท่ามกลางในเผ่านั้น หากตัวตนที่เป็นถึงรองหัวหน้าร่วมมือกับหัวหน้าเผ่า พวกมันสามารถต่อสู้กับมอนสเตอร์ระดับท็อปได้อย่างง่ายดาย

ไฟทาร์ผู้ที่เหนือกว่าขีดจำกัดของไฟทาร์

ความแตกต่างระหว่างระดับสูงและระดับท็อปนั้นมีมากมาย

และแม้แต่ในหมู่ระดับท็อปความแตกต่างของพวกเขาก็มากมายยิ่งขึ้น

สิ่งมีชีวิตในระดับท็อปจะถูกแบ่งออกเป็น 5 ระดับ และโอการ์ก็แข็งแกร่งจนสามารถอยู่ในระดับที่ 2 ได้

'นี่เป็นเหตุผลที่ผู้อื่นไม่กล้าบุกรุกอาณาเขตของไฟทาร์'

ไฟทาร์โดยรวมถูกพิจารณาว่าเป็น 'มอนสเตอร์ระดับสูง' แต่ไฟทาร์ที่แข็งแกร่งจนอยู่ในระดับท็อปก็ปรากฏตัวขึ้นบ้างเป็นครั้งคราว ซึ่งไม่มีใครกล้าที่จะไปรบกวนพวกเขา

นอกจากนี้ในหมู่ระดับท็อป หากอยู่ในระดับที่ 5 พวกเขาจะถูกเรียกว่า 'สิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ' ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากสำหรับมอนสเตอร์ธรรมดาที่ไม่ใช่ราชาปีศาจหรือเทพปีศาจที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของระดับนั้น

มังกรปีศาจมอนสเตอร์ที่มีชื่ออยู่ในระดับตำนานก็เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งมีชีวิตที่อยู่เหนือธรรมชาติ

มาตรฐานนี่ก็ใช้เป็นเกณฑ์พิจารณาเหล่ามนุษย์เช่นเดียวกัน

โดยปกติแล้ว พวกเขากล่าวว่า 10 อันดับแรกของมนุษย์ก็ถูกนับว่าเป็นสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ แต่ถ้าพูดอย่างจริงจังพวกมันอยู่เพียงขั้นกลางของสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติเท่านั้น

นี่เป็นเพียงระบบการจัดอันดับที่มนุษย์สร้างขึ้น และด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่เข้าใจได้ว่าพวกเขาเป็นมนุษย์มีระดับที่สูงกว่ามอนสเตอร์ทั่วไป

ดังนั้นไม่วา่จะมองมุมไหน โอการ์ก็เป็นผู้ที่แข็งแกร่งอยู่ในระดับท็อป และถ้าใครกำลังจะสู้กับเขา พวกมันจะได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก

"โอการ์แม้ว่าเจ้าจะแข็งแกราง แต่เจ้าคิดว่าจะสามารถจัดการกับพวกเราทุกคนได้หรือ?"

อย่างไรก็ตามแกรมไม่ถอยกลับ

นอกจากนี้เป็นไปไม่ได้ที่โอการ์จะสามารถจัดการกับไฟทาร์ทั้ง 50 ตัว เพียงลำพัง

ถึงแม้จะรวมพลังกับโดเกบิผลลัพธ์ก็คงออกมาไม่แตกต่าง

ในทางตรงกันข้าม พวกมันพร้อมที่จะต่อสู้

เส้นเลือดบนหน้าผากและคอของแกรมปูดขึ้น

หากมีเพียงโอการ์ พวกมันก็ยังสามารถเอาชนะได้

ในช่วงเวลานั้น

มูยองพูดอย่างเย็นชาในขณะที่ยิ้มอย่างหนาวเหน็บ

"คุณจะยืนดูอีกนานไหม?"

"... เป็นสถานการณ์น่าสนใจมาก"

ฟุ่บ!

นักล่าวิญญาณปีศาจบนหลังเซอร์เบอรัสลอยออกมาจากกลางอากาศ

แต่เดิมเซอร์เบอรัสไม่มีความสามารถในการบิน แต่หลังจากที่นักล่าวิญญาณปีศาจได้เพิ่มอำนาจในการขับขี่ของเขาความสามารถที่มันไม่มีก็ได้ถูกเพิ่มขึ้น

ปีกที่เกิดจากวิญญาณชั่วร้ายแผ่ออกมาจากหลังทั้งสองข้างของเซอร์เบอรัส

โดเกบิทั้งหลายเริ่มส่งเสียงโหวกเหวก

"นั่น นั่นคือเซอร์เบอรัส?"

"ทำไมมอนสเตอร์ประเภทนี้ถึงได้จู่ๆก็ปรากฏตัวขึ้น ?"

สถานการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยังไม่มีโดเกบิตนใดได้เห็นการปรากฎตัวของนักล่าวิญญาณปีศาจ

เมื่อเซอร์เบอรัสเดินเข้ามา เสียงพึมพัมแห่งความตกใจก็เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตามเซอร์เบอรัสไม่ได้ทำอะไรนอกจากการไปยืนข้างๆมูยอง

นักล่าวิญญาณปีศาจที่ขี่อยู่ด้านบนพูดว่า

"มูยองถึงเวลาเหมาะสมที่จะให้ข้าจะแสดงตัวแล้วเหรอ?"

"มูยองเรียกนายออกมาก็เพราะมันเหมาะสมแล้วไง เจ้าโง่"

"เงียบก่อนที่ข้าจะเย็บริมฝีปากของเจ้า"

“ฮีฮี! ที่รักจ๋าคุณได้ยินเขาไหม? เจ้าโครงกระดูกนี่บอกว่ามันกำลังจะเย็บริมฝีปากของวูฮี ตายจริง! น่ากลัวจัง ~”

วูฮีที่กำลังทะเลาะกันกับนักล่าวิญญาณปีศาจรีบบินไปที่มูยอง

หลังจากนั้น เธอก็ซ่อนตัวอยู่ข้างหลังของมูยองพร้อมกับแลบลิ้นออกมาเพื่อยั่วยุนักล่าวิญญาณปีศาจ

นักล่าวิญญาณปีศาจทำได้เพียงส่งเสียงไม่พอใจในปากและหันศีรษะไป

"ภูติ?"

"เซอร์เบอรัสและภูติติดตามโอมของพวกเรา!"

"โอ้โอมผู้ยิ่งใหญ่!"

ในช่วงเวลานั้น เสียงโห่ร้องก็ดังขึ้นและกำลังใจของพวกเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ภูติเป็นที่รู้จักกันว่าจะติดตามแต่วีรบุรุษเท่านั้น

ยิ่งไปกว่านั้น แม้แต่มอนสเตอร์ระดับท็อปก็ยังอยู่กับมูยอง พวกเขาไม่สามารถอุ่นใจไปได้มากกว่านี้แล้ว

'เพื่อการปรับตัวของเหล่าทาส เราเลยต้องซ่อนตัวนักล่าวิญญาณปีศาจไว้'

มีเหตุผลง่ายๆว่าทำไมเขาจึงซ่อนเซอร์เบอรัสและนักล่าวิญญาณปีศาจไว้

มันจะทำให้ทาสทั้ง 2,000 ตนปรับตัวเข้ากับอาณาเขตได้อย่างเป็นธรรมชาติ

มันต้องใช้เวลาพอสมควรสำหรับพวกเขาที่จะยอมรับโดเกบิและมนุษย์ แต่หากมีมอสเตอร์ระดับท็อปเข้ามาด้วยมันจะทำให้เกิดความหวาดกลัวและวุ่นวาย

นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเวลาที่เหมาะสมจึงจำเป็น และเนื่องจากการบุกรุกของไฟทาร์ ช่วงเวลาดังกล่าวจึงถูกทำให้ขยับสั้นขึ้น

อย่างไรก็ตามมันไม่เลว

มูยองพูดต่อแกรม

"ฉันสงสัยว่าตอนนี้แกจะมั่นใจในชัยชนะได้อีกไหม"

"......"

แกรมถึงกับหมดคำพูดเมื่อนัยน์ตาของเขาขยับไปทางนักล่าวิญญาณปีศาจ

เขารู้ได้ทันทีว่านักล่าวิญญาณปีศาจเป็นปัญหาใหญ่กว่าเซอร์เบอรัส

นักล่าวิญญาณปีศาจมีพลังมากพอที่จะเผชิญหน้ากับโอการ์

อัตราการชนะของแกรมทั้งหมดได้หายไปกว่าครึ่ง

มูยองก็รู้ดีเกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นกัน

"เจ้าทำร้ายนักรบจากเผ่าของเรา"

แกรมพูดด้วยความยากลำบาก

จากนั้นมูยองก็เยาะเย้ยเขา

"พวกเราต่อสู้กันอย่างถูกต้อง หากแพ้ต้องออกไปจากอาณาเขต แต่พวกแกไม่ยอมปฏิบัติตามคำสัญญา  แกรม สิ่งที่แกทำมันไม่ต่างอะไรจากการรุกราน "

พวกมันไม่มีเหตุผล

พวกมันก็แค่พวกดื้อรั้น

และแกรมยังคงทำไร้เดียงสาต่อไป

"มันแตกต่างจากเรื่องที่ข้าได้ยิน เจ้าไม่ได้โจมตีนักรบของเราก่อนหรอกเหรอ? "

ในเวลาเดียวกันโดเกบิทั้งหมดก็ตอบโต้อย่างรุนแรง

"เจ้า พวกเจ้ามันไร้ยางอาย!"

"เหลวไหลสิ้นดี?! อย่ามาดูถูกโอมของเรา! "

"โดเกบิสองสามพันตนเห็นมันเช่นเดียวกับสวรรค์!"

มันโกหกโดยไม่เปลี่ยนสีหน้าสักนิด

แกรมพูดอย่างใจเย็นมากขึ้น

"ผู้ปกครองของเหล่าโดเกบิ เมื่อไม่มีทางที่จะลดช่องว่างของความคิดเห็นที่แตกต่างกันนี้ มันมีวิธีง่ายๆในการแก้ปัญหา เจ้าจะลองฟังข้อเสนอแนะของข้าไหม? "

"แกกำลังพูดถึงการสู้ตัวต่อตัว?"

"ถูกต้อง ขณะที่เราทั้งสองอยู่ในตำแหน่งของผู้ปกครอง ไม่มีวิธีที่ดีไปกว่านี้แล้ว "

หึหึ!

"ทำไมฉันต้องทำแบบนั้น?"

มูยองตอบกลับทันที

ดูเหมือนว่าแกรมคิดว่ามูยองจะยอมรับการต่อสู้ที่ตนแนะนำ

อย่างไรก็ตามมูยองดูเหมือนจะมีความสุข

ทำไมเขาต้องทำอะไรที่เสียเวลา ในเมื่อมันมีวิธีที่ง่ายกว่า?

หวือออออ!

ดาบแห่งความโกรธเกรี้ยวและดาบมารเทพสั่นอากาศอย่างรุนแรงในขณะที่ถูกชักออกมา

ภูติผีเริ่มพวยพุ่งออกมาพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวน

"นี่คือดินแดนของฉัน วิธีที่การต่อสู้มันย่อมขึ้นอยู่กับฉัน "

มูยองตั้งมั่นต่อเจตนารมณ์ของตัวเอง

และตอนนี้เมื่อโอการ์ยินดีจะช่วยเหลือ นี่เป็นโอกาสทองของเขา

โอกาสที่จะกวาดล้างไฟทาร์ที่ครอบรองดินแดนโดยรอบ และควมคุมมัน!

แม้จะมีการสูญเสีย แต่เขาก็ไม่สามารถปล่อยโอกาสนี้ไปได้

ขณะที่แกรมดูเหมือนจะแสดงออกอย่างเร่งร้อน มูยองก็ยกดาบขึ้นและพูดอย่างเงียบๆ

"กวาดล้างผู้บุกรุกทุกคนที่เข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต"

*

มูยองมีเหตุผลในการต่อสู้ครั้งนี้

เนื่องจากเป็นหน้าที่ของราชาในการต่อสู้กับผู้บุกรุกและปกป้องดินแดน

หลังจากการปรากฏตัวของโอการ์ ชัยชนะก็ได้เทมายังมูยองแล้ว

รวมกับแกรมไฟทาร์ทั้ง 50 ตัว ถูกกวาดล้างไปจนสิ้น และมูยองคิดหาวิธีที่จะใช้ประโยชน์จากกองซากศพเหล่านี้ให้มากที่สุด

แน่นอนว่าควรจะทำมันโดยที่โอการ์ไม่รู้

อย่างไรก็ตาม มูยองมีอำนาจเต็มเหนือศพเหล่านี้

หลังจากที่ย้ายซากศพไปยังสถานที่อื่น เขาก็ใช้ทักษะศิลปะแห่งความตาย

<ไฟทาร์ 50 ตัวได้ถูกเปลี่ยนเป็นอันเดธ!>

<ระดับทักษะที่คำนวณได้คือ 'B' เมื่อสร้างอันเดธจากเผ่าพันธ์ุระดับสูง คุณจะสามารถดึงประสิทธิภาพได้สูงสุดถึง 75%>

<พวกมันอยู่ในสภาพย่ำแย่ อย่างไรก็ตาม พลังเวทมนต์แห่งไฟที่หลับไหลยังคงอยู่>

<คุณค่าทางศิลปะ 78 คะแนน!>

<'กูลเพลิง' ถูกสร้างขึ้น!>

<ทักษะ 'ศิลปะแห่งความตาย' มาถึงระดับ B แล้ว เพิ่มความสามารถ 'การหลอมรวมแห่งความตาย'  ในขณะนี้สามารถหลอมรวมอันเดธเข้าด้วยกันได้>

การหลอมรวมอันเดธ?

มูยองระลึกถึงภาพนิมิตที่เคยเห็นจากการได้รับคลาสเดธลอร์ด

ในเวลานั้น เจ้าแห่งความตายได้ผสมซากศพที่แตกต่างกันเพื่อสร้างอันเดธที่แปลกประหลาดขึ้น

ทักษะนี่ดูไม่เหมือนถูกเพิ่มเข้ามาใหม่ แต่มันเป็นทักษะเสริมของศิลปะแห่งความตาย

'ฉันต้องหลอมรวมมันกับดาร์คกูลและผู้ล้างแค้น'

มูยองนึกถึงกูลตัวอื่นๆในทันที

ถ้าเป็นไปได้ที่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งของมัน เขาต้องลองกับผู้ล้างแค้นดูก่อน

พวกมันทั้งหมดเป็นเพื่อนร่วมงานของเขาจากป่าแห่งความตาย แต่สุดท้ายพวกมันก็ได้กลายเป็นอันเดธที่มูยองสร้างขึ้น

'การหลอมรวมแห่งความตาย'

ความได้เปรียบของมูยองคือการทำอะไรโดยปราศจากความลังเล

เขาทำตามสิ่งที่อยู่ในใจของเขาทันที

ในไม่ช้าวิญญาณก็ลอยอยู่เหนือศีรษะของผู้ล้างแค้นและกูลเพลิง

< 'กูลเงา' และ 'กูลเพลิง' กำลังหลอมรวมกัน>

<เลือกหนึ่งตัวที่จะเป็นตัวหลัก>

ด้วยรูปลักษณ์ของมัน ดูเหมือนว่ามันจะเป็นการหลอมรวมด้วยการมุ่งเน้นไปที่อันเดธ'ตัวหลัก'

มูยองเลือกผู้ล้างแค้นโดยไม่ลังเลใจ

ถ้ามองแค่พลังต่อสู้ กูลเพลิงมีสูงกว่า แต่เมื่อคิดถึงประโยชน์ของมัน ผู้ล้างแค้นเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

วูมมมมมมมมม!

หลังจากนั้น ร่างของผู้ล้างแค้นและกูลเพลิงก็ได้รวมเข้าด้วยกัน

กระดูกและผิวหนังทั้งหมดเริ่มต้นสร้างขึ้นใหม่

ในขั้นตอนท้ายสุดช่วยไม่ได้ที่มูยองจะรู้สึกประหลาดใจ

<ความเข้ากันได้ของ 'กูลเงา' และ 'กูลเพลิง' ค่อนข้างดี>

<คุณค่าทางศิลปะเพิ่มขึ้นเป็น 83>

<'ผู้ล้างแค้นเปลวเพลิง' ได้ถูกสร้างขึ้น>

<ชื่อ: ผู้ล้างแค้นเปลวเพลิง

เลเวล: 131

ประเภท: ผู้กลายพันธุ์เพลิง

Strength 145

Agility 137

Stamina 95

Intelligence 79

Wisdom 80

บรรยากาศความมืดปัจจุบัน 148

พลังแห่งไฟ 150

ความต้านทานเวทย์ 130

ความสามารถในการทำให้ติดเชื้อ 90 >

+ ต้านทานความมืดสูงมาก

+ สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วในที่มืด

+ สามารถใช้ทักษะ พันธนาการความมืด อำพรางความมืด คริติคอลดาเมจ คลื่นเปลวเพลิง และภูผาอัคคี ได้

+ ขณะที่บรรยากาศความมืดปัจจุบันสูงขึ้น มันจะกลายเป็น 'ความมืดมิด'

+ ความต้านทานธาตุไฟสูง

+ สามารถได้รับความแข็งแกร่งขึ้นจากการดูดซับความมืดและไฟ

+ หากมีบางสิ่งถูกสังหารโดยผู้กลายพันธุ์ ขึ้นอยู่กับความสามารถในการติดเชื้อ มันสามารถฟื้นคืนเป็น 'ร่างเงา' ได้ (ระยะเวลา 3 วัน)

ผู้ล้างแค้นเปลวเพลิง!

หุ่นสีดำสนิทคล้ายกับเงาโดยมีเปลวไฟอ่อนๆอยู่เหนือหัว

ถึงขนาดจะลดลง แต่เมื่อคิดถึงประโยชน์ของมันก็ดีกว่าเดิมมาก

ตั้งแต่เริ่มแรก มันถูกสร้างให้เป็นอันเดธในสายพันธุ์ระดับสูง และเนื่องจากมันไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขที่ดีนักนี่จึงเป็นขีดจำกัดของมันแล้ว แต่ทั้งหมดก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรเลย

มันมีศักยภาพที่จะพัฒนาขึ้น โดยเฉพาะการมีธาตุทั้งสองอย่างความมืดและเปลวไฟ

'สมแล้ว'

มูยองพยักหน้า

สามารถพูดได้ว่าเขาได้รับอันเดธที่ดีกว่าความคาดหวัง

พลังต่อสู้โดยรวมของอันเดธเพิ่มขึ้นประมาณ 30%

จาดนั้นมูยองก็เก็บอันเดธไว้ในรูปแบบของยันต์

โชคดีที่ผู้กลายพันธุ์เป็นซอมบี้ชนิดหนึ่งที่สามารถพัฒนาได้ และมันยังสามารถรับผลจากดาร์คกูลและผู้ล้างแค้น

ที่สำคัญรูปร่างหน้าตาของพวกมันที่เปลี่ยนไป นั้นส่งผลดีต่อการสังเกตุของโอการ์

'หลังจากจัดการเรื่องเกี่ยวกับอาณาเขตแล้ว ฉันจะไปตามหาพันธมิตรพลั่วสามกระสอบ'

มูยองบีบกำปั้นแน่น

เขาวางแผนที่จะเคลื่อนไหวหลังจากฟื้นตัวจากผลพวงของการต่อสู้

เขาไม่สามารถไปต่อได้ไกลกว่านี้ด้วยวัสดุที่ขึ้นสนิม

หัวใจของนกฟีนิกซ์ กระดูกมังกร ชิ้นส่วนผิวหนังของมังกรปฐพี ผงปีกแฟรี่ และแม้แต่ผลึกราตรี!

เขาไม่สามารถรอที่จะใช้วัสดุเหล่านี้เพื่อทำอุปกรณ์ได้เลย

จบบทที่ [KotB] บทที่ 86: พันธมิตรพลั่วสามกระสอบ (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว