เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

[KotB] บทที่ 70 : คลาสที่สอง (ตอนจบ)

[KotB] บทที่ 70 : คลาสที่สอง (ตอนจบ)

[KotB] บทที่ 70 : คลาสที่สอง (ตอนจบ)


บทที่ 70 : คลาสที่สอง (ตอนจบ)

<การประเมินเสร็จสิ้นแล้ว>

<สำหรับการสำเร็จภารกิจที่เหลือเชื่อ! ตามกฎของซาโลมอน คุณจะได้รับรางวัลพิเศษ>

<จ้าวแห่งความมืด 'คิงสเลเยอร์' เลือกคุณ >

<คุณยินดีที่จะยอมรับหรือไม่?>

มูยองขมวดคิ้ว

จ้าวแห่งความมืด ผู้พิทักษ์กฏทั้งหมด 11 คน

ก่อนหน้าเขาเคยได้ยินเกี่ยวกับการดำรงอยู่ของคนเหล่านี้ผ่านเมอร์ลินขณะที่อยู่อารามสีคราม

และเมื่อเดธลอร์ดเลือกมูยอง เขาก็สามารถรู้สึกได้ถึงตัวตนอันเยี่ยมยอด

กระทั่งมูยองสามารถได้รับคลาสระดับสูงอีกครั้ง

'คราวนี้ มันคือคิงสเลเยอร์ ... '

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่รู้เป็นเพียงแค่ชื่อ เขาอยากจะตรวจสอบมันว่าเป็นระดับชั้นประเภทไหนหลังจากที่เขายอมรับมันแล้ว

แน่นอนว่า คิงสเลเยอร์ เป็นระดับชั้นลอร์ด

จากชื่อ เขาสันนิษฐานว่าจะต้องมีบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับราชา

'คราวนี้มันแตกต่างกัน'

มูยองหัวเราะเบาๆ

เดธลอร์ดเป็นระดับชั้นที่เขาถูกบังคับรับมาโดยที่ไม่มีโอกาสตัดสินใจใดๆ

แต่ตอนนี้พวกเขากำลังรอคำตอบของมูยอง

ตัวตนจ้าวแห่งความมืดเป็นยังไงกันแน่?

'ฉันยอมรับ'

มูยองตัดสินใจ

อะไรก็ตามตราบเท่าที่มันเป็นประโยชน์ มันย่อมส่งผลดี

มันเป็นความท้าทายที่ควรค่าแก่การลอง

หลังจากนั้น ข้อความก็ปรากฏขึ้นช้าๆด้านหน้า

<เพชฌฆาตของเหล่าราชา ผู้ซึ่งสังหารราชาทั้งปวง>

<คุณได้รับอาชีพระดับชั้นลอร์ด 'คิงสเลเยอร์'>

ในขณะเดียวกัน.

วิสัยทัศน์ของเขาพลิกกลับ และชายคนหนึ่งก็ปรากฎสะท้อนอยู่ในดวงตาของเขา

ยุคมาโดที่นักเวทย์มีอำนาจเหนือผู้ใดในขณะที่เหล่าอัศวินเริ่มสาบสูญ

ชายผู้ที่เป็นอัศวินที่แท้จริง

เขาบรรลุจุดสูงสุดในวิถีดาบด้วยการฝึกฝนจากประสบการณ์มากมายของตัวเอง

ขณะที่ทุกคนนำอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆเข้าร่วมในสนามรบ ชายคนนั้นเชื่อเพียงวิถีดาบของเขาและใช้มันบั่นคอเหล่าศัตรู

อัศวินแห่งราชอาณาจักรคนสุดท้ายของจักวรรดิ

แม้กระทั่งนักเวทย์ผู้ซึ่งใช้พลังเหนือธรรมชาติก็ไม่อาจเทียบชั้นกับเขาได้

เขาก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ และในที่สุดก็สามารถคว้าพลังอำนาจจุดสูงสุดเท่าที่มนุษย์จะสามารถครอบครอง

เมื่อตระหนักถึงความแข็งแกร่งที่เกินไปนั้นจักรพรรดิจึงบีบเขาให้เข้าไปสู่สนามรบที่อันตรายยิ่ง

-สงครามอัสบอร์น? การปราบมังกรทองคำอเลเซีย? แต่ทว่าเขากลับทำทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยตัวเอง

-เขาไม่ใช่มนุษย์  มนุษย์จะสามารถทำสิ่งเหล่านี้ด้วยตัวเองได้ยังไง?

ผู้คนต่างลำลือไปต่างๆนาๆเกี่ยวกับตัวเขา

อย่างไรก็ตามคำพูดเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในวงแค่คนหรือสองคนเท่านั้น

เหล่าผู้มีอำนาจเริ่มหวาดระแวงว่าชีวิตของตัวเองอาจตกอยู่ในอันตราย และพยายามผลักใสคนที่พวกเขาอิจฉาออก

ถึงอย่างนั้นชายผู้นี้ก็ยืนหยัดอย่างมั่นคง และทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ทว่าด้วยความหวาดระแวงและอิจฉาของผู้คนก็ส่งผลให้เกิดหายนะ

เขาไม่ได้สร้างความกระวนกระวายให้แก่เหล่าจักรพรรดิเท่านั้น

ราชาทั้งหลายในโลกล้วนแต่ต้องการให้เขาตาย

นักเวทย์ระดับสูง และนักรบมากฝีมือถูกรวบรวมเพื่อล้อมตัวเขา

-พระราชา! ทำไมท่านถึงทำแบบนี้?

- เจ้าเข้มแข็งเกินไป อันตรายเกินไป  ใช้เพียงความแข็งแกร่งของมนุษย์ผ่านสมรภูมิต่างๆมาได้ ด้วยความสุจริต ข้าไม่เคยคิดว่าเจ้าจะทำมันสำเร็จ

- ท่านจะบอกว่าไม่เชื่อในความภักดีของข้า?

- ถ้าเจ้าอยากจะแสดงความภักดีจริงๆ ก็จงฆ่าตัวตายที่นี่ซะ

ชายผู้นั้นโห่ร้องด้วยความเสียใจ

เขาต่อสู้มาอย่างยาวนาน แม้ว่ามันจะมีความเป็นไปได้น้อยขนาดไหน เขาก็สามารถนำชัยชนะกลับมาถึงบางครั้งจะได้รับบาดเจ็บสาหัสก็ตาม

ทั้งหมดเป็นเพราะรับสั่งของจักรพรรดิ

ด้วยความไม่ชอบธรรมนี่เอง ความอาฆาตพยาบาทได้ถาโถมจิตของชายผู้นี้ให้ตกสู่ความมืดมิด

-ได้ ถ้าท่านต้องการให้ข้ากลายเป็นปีศาจ ข้าก็จะเป็นปีศาจ

นั้นเป็นตอนที่ชายคนนี้ปลดเปลื้องธรรมชาติความเป็นมนุษย์ของเขาออก

เขากลายเป็นปีศาจร้ายสังหารราชาทุกคนที่มีส่วนร่วมในการทรยศเขา

หลังจากนั้นเขาต้องการทำให้โลกนี้เป็นอิสระจากการถูกจองจำ แต่ทุกคนต่างเต็มไปด้วยความหลงผิดและหวาดระแวง

ผู้คนไม่สามารถไว้ใจซึ่งกันและกัน และกำลังเดินไปสู่ความหายนะ

ในที่สุด เมื่อโลกใกล้จะถึงจุดจบ ชายคนนั้นเดินทางไปยังที่รกร้างว่างเปล่าอย่างเดียวดาย

เขาเหนื่อยล้า

- ข้าล้มเหลว

จากนั้นเขาก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นและมองไปที่มูยอง

เขากล่าวชัดเจนในทิศทางที่มูยองจะต้องก้าวไป

- เจ้าสามารถรับมือกับความแข็งแกร่งนี้ได้หรือไม่? ผู้คนจะผลักไสไล่ส่งเจ้า ทุกคนจะต้องการให้เจ้าตาย  เจ้าจะสามารถฟันฝ่ามันไป?

ที่ประโยคสุดท้ายเขาพูดในขณะที่กำหมัดเอาไว้แน่น

- เจ้าจะไม่ล้มเหลวใช่ไหม?

อะไรบางอย่างอาจถูกกำหนดให้ล้มเหลวไว้แล้ว?

เหมือนชายผู้นั้นกำลังถามเขาว่าจะยอมรับการทดสอบนี้ทั้งหมดได้หรือไม่

มูยองตอบ

"ผมไม่ใช่คุณ"

อย่างไรก็ตาม คำพูดแค่นั้นเหมือนจะยังไม่พอ

"ผมจะไม่มีทางถูกสยบแน่นอน"

เขาสังหารวีรบุรุษมานับไม่ถ้วน

เขาเผาความหวัง ทำลายความฝันของผู้คน และได้รับการประณามมามากมาย

แต่กระนั้นมูยองก็ไม่เคยเหนื่อยล้า และพ่ายแพ้

เขาไม่เคยเสียใจกับการตัดสินใจของตัวเอง

เพียงแค่ยิ้ม และเผชิญหน้า

คิงสเลเยอร์เป็นคนที่ซื่อตรง เขาเป็นชายที่มีจุดยืนตรงข้ามกับมูยองอย่างสิ้นเชิง

- ถ้างั้น รับมันไว้ ข้าจะออกจากสวนลับนี้แล้วไปกับเจ้า

คิงสเลเยอร์ยิ้มให้

จากนั้นยามสนธยาก็มาเยือนและปกคลุมโลกไว้ในความมืด

*

แสงสว่างสีจางกลืนร่างมูยองอย่างช้าๆ

ร่างกายของมูยองค่อยๆลอยขึ้นไปในอากาศ โดยที่แสงทั้งหมดถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายของมูยอง

มูยองลืมตาขึ้น

"ขอทำความเคารพโอม"

"ทำความเคารพโอม!"

โดเกบิโค้งคำนับ

โอม คือผู้ปกครองที่แท้จริงของเหล่าโดเกบิ

เป็นเพราะเขามีคุณสมบัติพอ

ยังไงก็ตามโดเกบิทั้งหมดก็ตกอยู่ในความสับสนอยู่ในใจ

ไม่เคยมีประวัติว่านอกจากด๊อกซินี จะมีโดเกบิใดๆกลายเป็นโอม

หากไม่ใช้ด๊อกซินี เหรียญตราแห่งโอมจะปฏิเสธพวกมัน

แต่มันกลับยอมรับเขา

มูยองมองไปรอบ ๆ

ที่โดเกบิกว่า 20,000 คน กำลังโค้งคำนับอยู่

'หน้าต่างสถานะ'

เพื่อตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของเขา มูยองได้เปิดดูสถานะของตัวเอง

ผลของความสำเร็จ ->

โอม (A +, Str +10. ผู้ปกครองเหล่าโดเกบิ)

ความเจ็บปวดของเกรโมรี (A, ความสามารถทั้งหมด +3 )

ผู้รับใช้อาชูร่า (A, พลังในการจัดการกับวิญญาณและปีศาจ, ความสามารถทางวิญญาณเพิ่มขึ้นจาก '10')

ความสนิทสนม (B + นับจากนี้ไปถ้าคุณติดต่อกับอันเดธ สถิติของมันจะเพิ่มขึ้นอย่างถาวรเล็กน้อย)

ผู้สืบทอดแห่งเมอร์รอค (B + อัตราการเติบโตของเมอร์รอคเพิ่มขึ้น)

พรของนางฟ้า (B, ช่วยให้นางฟ้ารู้สึกคุ้นเคยกับผู้ใช้)

ผลกระทบจากคลาส ->

เดธลอร์ด (คลาสลอร์ด, ผู้ปกครองแห่งความตาย)

คิงสเลเยอร์ (คลาสลอร์ด, เพชฌฆาตเหล่าราชา)

สถานะ ->

Str. 140 (104 + 36)             Agi. 137 (100 + 37)

Stamina.124 (96 + 28)       Int.81 (59 + 22)

Wis. 77 (55 + 22)               ออร่าการต่อสู้ 81 (59 + 22)

ต้านทานเวทย์ 65 (47 + 18)  ความสามารถทางจิตวิญญาณ 61 (33 + 28)

หมายเหตุ: จิตวิญาณการต่อสู้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นแล้ว. เสร็จสิ้นการเปลี่ยนแปลงขั้นที่ 1

อุปกรณ์ที่สวมใส่ และอุปกรณ์เรียกใช้:

- ดาบแห่งความโกรธเกรี้ยว (Str +14, ความเหี้ยมโหดของโอเกอร์),

- ชุดเซ็ทกษัตริย์คลั่ง (All Stats +15, Sta +10) - เกราะเงา (ช่วยให้คุณสามารถหายตัวผ่านไปยังเงาภายในวิสัยทัศน์ของคุณได้ 3 ครั้งต่อวัน),

- เข็มขัดแห่งความชั่ว (Int และ Wis +4, อันเดธทั้งหมดมีความแข็งแกร่งขึ้น 5%)

- รองเท้าบูทของเฮอมีส (Agi +15, สามารถเร่งความเร็วได้ 3 วินาที)

เขากลายเป็นโอมคนต่อไป และมีคลาสใหม่ถูกเพิ่มเข้ามา

นอกจากนั้นสถานะของเขาได้เพิ่มขึ้นมาก

"การเปลี่ยนแปลงระดับขั้น"

มูยองไม่แน่ใจว่าเขาจะได้รับการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งหรือไม่ และคงจะรู้ได้เองเมื่อเวลานั้นมาถึง

อย่างไรก็ตาม ถ้าเขาได้รับอาชีพเพิ่มแล้ว ทักษะของมันควรติดมาด้วย

มูยองตรวจสอบทักษะใหม่ของเขา

ชื่อสกิล: เพชฌฆาตราชา (None)

คำอธิบาย - ผู้มีอำนาจในการสังหารราชาใดๆ คุณจะแข็งแกร่งขึ้นเมื่อทำตามเงื่อนไขของอำนาจที่ได้รับ ทุกครั้งที่คุณฆ่าคนที่ได้ยอมรับว่าเป็น 'ราชา' คุณจะได้รับค่าสเตตัสที่เหมาะสม คุณจะไม่ถูกข้าทาสบริวารครอบงำ

ชื่อสกิล: ปรมาจารย์ดาบ (F)

คำอธิบาย - ผู้ที่เดินตามวิถีของดาบ พลังรูปแบบเฉพาะที่มอบให้กับคิงสเยอร์ผู้ซึ่งสามารถก้าวผ่านทุกสิ่ง ด้วยการเพิ่มความชำนาญในการใช้ดาบ

*ความเข้าใจในดาบเพิ่มขึ้นอย่างมาก

*คุณสามารถค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่ของดาบได้

*สามารถดึงพลังงานที่บริสุทธิ์ของดาบ

ทักษะติดตัว 2 แบบ

เป็นทักษะอัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องเปิดใช้งานใดๆ

มูยองพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

'ฉันจะต้องไม่ทำพลาดอีก'

และเขาก็ได้ตัดสินใจอีกครั้ง

คิงสเลเยอร์

เขาจะเดินไปตามเส้นทางที่แตกต่างไปจากชายผู้นั้นอย่างสิ้นเชิง!

"ขอแสดงความยินดีด้วยที่เคลียร์คลื่นที่ 32 ได้ วูฮีฮี”

ปรุ ปรุ…. ตูม….ตูม

แสงสีฟ้าพุ่งออกไปจากดอกไม้ไฟ และข้างๆเขา ภูติตัวน้อยก็ปรากฏตัวขึ้น

เป็นภูติที่เขาเคยพบมาก่อน

นั่นคือวูฮี ที่เคยเจอในสมรภูมิไร้จุดจบ

"ทำไมเธอมาอยู่ที่นี่?"

"เอ๋ ~ นายพูดแบบนี้เพราะกำลังเขิลอยู่ใช่ไหมล่ะ? ฉันรู้แต่ไม่จำเป็นต้องอายไปหรอกน่า"

"ฉันไม่เข้าใจว่าเธอพูดเรื่องอะไร"

"เอ๋? ฉันสัญญาว่านายจะได้ตัววูฮี หากสามารถเคลียร์คลื่นมากกว่า 30 ลูกในสมรภูมิไร้จุดจบ"

"ฉันไม่เคยสัญญาแบบนั้น"

เขาเคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เขาไม่ได้ตกลงทำสัญญาด้วย

ในขณะที่มูยองพูดอย่างเย็นชา วูฮีทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

"ฮือ ฮือ นี่สินะที่เค้าพูดกันว่าถูกเขี่ยทิ้งเมื่อหมดประโยชน์ วูฮีถูกทิ้งแล้ว "

"หยุดพูดเรื่องเหลวไหลสักที"

"หรือนายจะยอมรับวูฮีแล้ว?"

มูยองขมวดคิ้ว

ในทางตรงกันข้าม โดเกบิที่กำลังเฝ้าดูพวกเขาเบิกตากว้าง

"คำทำนายเป็นความจริงงั้นเหรอ?"

ความวุ่นวายเล็กๆ เริ่มขึ้น

การทดสอบของฮูม คำพยากรณ์เกี่ยวกับเหรียญตราแห่งโอม

นักบวชชั้นสูงผู้ล่วงรู้ความลับของจักรวาลได้กล่าวว่าทุกอย่างจะเกิดขึ้นในหุบเขาวิญญาณแห่งนี้

และภายในคำทำนายบางส่วนระบุว่า "จะมีผู้หนึ่งซึ่งมีภูติติดตาม คนผู้นั้นจะพาเราไปสู่ดินแดนสุขาวดี '

อย่างไรก็ตามมันยากมากที่จะได้เจอพวกภูติ และยังไม่เคยได้ยินเรื่องที่ว่าเหล่าภูติจะติดตามผู้ใด

"เงียบหน่อย"

ทันทีที่ได้ยินคำพูดของมูยอง พวกเขาก็เงียบไป

มูยองเริ่มมีอิทธิพลต่อพวกเขา และไม่นานนักเซฮุนก็เป็นคนแรกที่แสดงท่าที

"ท่านโอมโปรดพาพวกเราไปสู่แดนสุขาวดี"

"แดนสุขาวดี?"

มีเรื่องไร้สาระอะไรแบบนี้ด้วยหรือ?

อย่างไรก็ตาม เซฮุนดูจริงจัง

ผู้ปกครองของโดเกบิน้ำแข็ง พูดกับเขาอย่างสุภาพ

"พวกเขากล่าวว่าถ้าโอมที่แท้จริงปรากฏตัว เขาจะนำพาโดเกบิไปสู่แดนสุขาวดีได้ เราเหล่าโดเกบิทั้งหมดต่างแบ่งแยกออกเป็นหลายเผ่า และในดินแดนที่ยิ่งใหญ่นี้ เราแทบจะไม่สามารถที่จะมีอายุยืนยาวได้ ได้โปรดนำทางพวกเราด้วย "

โดเกบิไม่ใช่มอนสเตอร์ที่แข็งแกร่ง

ถึงตอนนี้ มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะมีชีวิตอยู่ในดินแดนเทพปีศาจแห่งนี้ได้ตลอดไป

มูยองสูดลมหายใจเข้าลึก

"ถ้าเจ้าต้องการจะติดตามข้า ก็ตามใจ"

มูยองกล่าวกับโดเกบิทั้ง 20,000 คน

"อย่างไรก็ตามข้าจะไม่รับประกันว่าสถานที่ที่ข้าจะไปนั้นเป็นแดนสุขาวดี ที่นั่นไม่มีอะไรทั้งนั้น และทุกสิ่งทุกอย่างก็เกิดขึ้นมาจากพื้นดิน "

ที่นั่น มีคนน้อยกว่า 100 คน

มูยองกำลังวางแผนที่จะพาโดเกบิ ไปยังอาณาเขตของเขา

เขาไม่แน่ใจว่ามนุษย์และโดเกบิสามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างสงบสุขหรือไม่ แต่ผู้ที่มีอิทธิพลต่อจิตใจของพวกเขาต่างก็เป็นมูยอง ดังนั้นมันจึงไม่น่าจะกลายเป็นการต่อสู้

มูยองมองไปที่วูฮีและพูดอีกครั้ง

"ส่วนเธอตัดสินใจ...."

"ฉันจะไป! ฉันจะไป!"

วูฮี ชูมือขึ้นไปในอากาศ

เธอพูดทันทีโดยที่แทบไม่ได้คิด

มันถูกต้องแล้วที่ถามถึงการตัดสินใจของพวกเขา เพราะหากใช้กำลังก็รังแต่จะมีผู้ต่อต้าน

มูยองเริ่มออกเดินทาง....โดยที่มีโดเกบิจำนวน 20,000 คน ติดตามเขาอยู่เบื้องหลัง

จบบทที่ [KotB] บทที่ 70 : คลาสที่สอง (ตอนจบ)

คัดลอกลิงก์แล้ว