เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

[KotB] บทที่ 69: คลาสที่สอง (5)

[KotB] บทที่ 69: คลาสที่สอง (5)

[KotB] บทที่ 69: คลาสที่สอง (5)


บทที่ 69: คลาสที่สอง (5)

อาชานรกที่หายตัวไปนานจู่ๆก็ปรากฏตัวขึ้นมาราวกับสายลม

นั่นเป็นเพราะมูยองหมดทางเลือกอื่นนอกแล้ว สำหรับการวางแผนที่จะจับเฮดลี่คาวด้วยตัวเอง

อาชานรกรู้สึกสุขใจเล็กน้อย เนื่องจากนี่เป็นโอกาสทองที่จะทำให้มูยองใช้พรหนึ่งในสามข้อเสียที

มูยองไม่อาจเสียเวลาคิดมากอีกต่อไป

"ฆ่ามันซะ"

มีความแตกต่างกันมากระหว่าง "จับมัน" และ "ฆ่ามัน"!

อาชานรกกู่ร้องเสียงดังก้อง

ฮี้ๆๆ.....!

มันพ่นลมหายใจออกมาอย่างรุนแรง ราวกับพยายามจะบอกว่าสามารถไว้ใจมันได้

มูยองดึงดาบแห่งความโกรธเกรี้ยวที่ฝังในตัวของเฮดลี่คาวออก ก่อนจะค่อยๆกระโดดลงมา

ภูติผีนับพันตนปรากฏตัวขึ้นสร้างเมฆหมอกเพื่อชะะลอความเร็วในการร่วงหล่นของเขา

มูยองเงยหน้าขึ้นมองไปบนฟ้า หลังจากที่ลงสู่พื้นอย่างปลอดภัย

'มันจะต้องสำเร็จ'

หากล้มเหลว เขาจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแผนการใหม่ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม อาชานรกยังมีท่าทีสงบราวกับกำลังเดินเล่นอยู่บนทุ่งหญ้า

มันค่อยๆเข้าใกล้เฮดลี่คาวด้วยท่าทีหยอกล้อโดยการวิ่งไปรอบๆเป็นวงกลม ก่อนจะเปลี่ยนทิศทางไปตามทางที่เฮดลี่คาวบินต่อไป

เปรี้ยง!

สายฟ้าสีดำผ่าลงกลางเขาของอาชานรก

เขาของมันเริ่มส่องสว่าง และบาร์เรียสีดำก็ถูกสร้างขึ้นล้อมพื้นที่รอบๆ

เฮดลี่คาวถูกขังอยู่ภายในบาร์เรียนั้น แม้แต่ร่างฟีนิกซ์ก็ไม่สามารถขยับได้อย่างง่ายดาย

แรงดึงดูดทวีความรุนแรงขึ้นจนความเร็วของมันลดลงอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะร่วงลงสู่พื้น

ฮี้.... ~!

เวทมนตร์จำนวนมหาศาลเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างหนาแน่นบนเขาของอาชานรก

เมื่อวงเวทย์สีดำถูกสร้างอย่างสมบรูณ์ มันแพร่กระจายสายฟ้าโจมตีออกไปอย่างต่อเนื่อง

เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยงงงงงง!

ด้วยความรุนแรงของมันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ผู้คนอกสั่นขวัญแขวน

ขณะที่อาชานรกเหวี่ยงเขาอีกครั้ง วงเวทย์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางกว่า 1 เมตร พุ่งตรงไปที่เฮดลี่คาวอย่างรวดเร็ว

ตูมมมมมมมมมม!

ระเบิดรุนแรงดังสนั่นหวั่นไหวในอากาศ และในขณะเดียวกัน 'ความมืด' ก็ได้กลืนกินเฮดลี่คาว

ขณะที่วงเวทย์สัมผัสถูกตัวเฮดลี่คาว พื้นที่รอบๆตัวของมันก็ถูกความมืดทำลายกว้างกว่าร้อยเมตร

มูยองยกมือขึ้นเพื่อป้องกันโดยอัตโนมัติ ลมที่เกิดจากแรงระเบิดพัดกวาดต้นไม้โดยรอบหายไปจนสิ้น

อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้หยุดมองไปยังทิศทางของฟีนิกซ์

ภาพที่เห็นเป็นเฮดลี่คาวกำลังร่วงลงสู่พื้นอย่างช้าๆ

ไม่น่าเชื่อว่าฟีนิกซ์จะมีความอึดมากมายได้ถึงขนาดนี้ มันสามารถป้องกันร่างกายของตัวเองหลังจากโดนระเบิดอย่างรุนแรง

อย่างไรก็ตาม เปลวไฟรอบตัวของมันอ่อนแอลง เนื่องจากมันใช้กำลังมากเกินไปเพื่อป้องกันตัวเอง

ฮี้ ?

ดูเหมือนอาชานรกก็แปลกใจเช่นกัน

มันไม่คิดว่าฟีนิกซ์จะมีชีวิตรอดอยู่ได้

อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้เข้าโจมตีซ้ำ

อาชานรกจ้องไปที่มูยอง

<อาชานรกเสนอให้คุณฆ่าเฮดลี่คาวด้วยตัวเอง แม้ว่ามันจะสามารถทำได้เองก็ตาม>

<และหากคุณเปลี่ยนใจไม่รับข้อเสนอในการใช้ความช่วยเหลือ สาบานด้วยเจตจำนงค์อันแรงกล้ามันจะย่างสดคุณให้มอดไหม้เหมือนกับเฮดลี่คาว>

'แกบอกว่านี่เป็นข้อเสนองั้นเหรอ?'

มูยองเค่นหัวเราะ

ข้าจะปล่อยให้เจ้าปลิดชีพมัน ในทางกลับกันเจ้าจะไม่สามารถเปลี่ยนใจได้

นัยน์ตาของอาชานรกดูเหมือนจะแสดงออกถึงถ้อยคำเหล่านี้

และสำหรับมูยองมันเป็นข้อดีสำหรับเขาที่จะปลิดชีพฟินิกซ์

แต่เดิมเขาบอกอาชานรกฆ่ามัน แต่หากคิดถึงผลงานและรางวัล การลงมือด้วยตนเองจะได้รับประโยชน์มากกว่า

มูยองขยับตัวขณะที่กระชับมือจับดาบแห่งความโกรธเกรี้ยวไว้

เขาเดินไปยังทิศทางที่ฟีนิกซ์ร่วงลง และหยุดมองภาพตรงหน้า

นกขนาดมหึมา หายใจรวยรินในขณะที่มันกำลังนอนกองอยู่บนพื้น

กีซซซซซซ

มันส่งเสียงร้องอย่างน่าสงสารมองมาที่เขาเพื่อขอความเห็นใจ ทว่าการแสดงออกของมูยองไม่ได้ดูเหมือนคนที่เห็นใจเลยสักนิด

วูซ

เขายกดาบแห่งความโกรธเกรี้ยวขึ้น และพุ่งเป้าตรงไปที่คอของนกฟีนิกซ์

"มันจบแล้ว"

ฉัวะ !

หัวขนาดประมาณท่อนแขนถูกตัดออก

จากนั้นเปลวไฟที่ปกคลุมร่างกายของมันก็มอดดับลง

เขาไม่รู้สึกถึงสัญญาณชีพจรใดๆอีก

มูยองหั่นร่างของมัน และเอาหัวใจที่เต็มไปด้วยเปลวไฟออกมา

'หัวใจฟีนิกซ์'

มูยองเปิดใช้งานทักษะ "เนตรนภา" เพื่อดูเกี่ยวกับรายละเอียดของมัน

หัวใจของนกฟีนิกซ์: หัวใจที่ทำให้ฟีนิกซ์เป็นมอนสเตอร์ที่ได้รับการยอมรับในฐานะมิราจ (mirage) พลังที่ไร้ที่สิ้นสุด ว่ากันว่าหัวใจของมันปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ และไม่อนุญาตุให้สิ่งแปลกปลอมใดๆเข้ามาได้ พูดได้ว่ามันเป็นสิ่งที่หายากมากๆ คุณภาพวัสดุจัดอยู่ในระดับสูงสุด อุปกรณ์ใดๆที่สร้างขึ้นมาจากมัน จะมีระดับไม่ต่ำกว่า 'มาสเตอร์'

* หากคุณกินมันเข้าไป ค่าสติปัญญา(Int) และภูมิปัญญา(Wis) จะเพิ่มขึ้นอย่างสูง และค่าความต้านทานต่อเปลวไฟจะเพิ่มขึ้นอย่างสูงเช่นกัน

ถ้ามีคำว่า 'อย่างสูง' ปกติจะหมายความว่าเพิ่มขึ้นประมาณ 10 ~ 20 หน่วย

ถึงมันจะดูน่ากินแต่มูยองกลับส่ายหน้า

เขาตั้งใจแต่แรกแล้วว่าจะสร้างอุปกรณ์จากหัวใจฟีนิกซ์

มูยองเก็บหัวใจไว้ในกระเป๋ามิติ

ร่างกายของฟีนิกซ์ที่สูญเสียหัวใจไม่มีประโยชน์อะไรอีกต่อไป

เป็นเพราะพลังงานของมันทั้งหมดมาจากหัวใจดวงนี้

หลังจากฟีนิกซ์สูญเสียหัวใจร่างของมันก็หดเล็กลงจนเหี่ยวแห้ง

ฮี้ !

อาชานรกโน้มตัวลงมาข้างๆเขา

ทำท่าทางสง่างาม มันเดินวนไปรอบๆซากฟินิกซ์

มูยองเดาะลิ้นของเขา ขณะที่เห็น

'มันต้องการคำชมจากฉัน'

เขามองเห็นความตั้งใจของมันได้ชัดเจน

เขาไม่คาดคิดว่าอาชานรกจะมีการแสดงออกแบบนี้

พลังที่สามารถข่มสะกดฟีนิกซ์

สำหรับม้าตัวโปรดของจ้าวแห่งความมืด มันมีค่าต่อการโอ้อวดอย่างแท้จริง

"ขอบใจจริงๆ แกน่าทึ่งมาก "

อาชานรกเชิดหัวขึ้นสูง

สามารถพูดได้ว่ามันเป็นม้าที่คาดเดาได้ยากมาก

เมื่อแผนสิ้นสุดลง แต่ทุกอย่างยังไม่เสร็จสมบูรณ์

'การทดสอบของฮูม เหรียญตราแห่งโอม '

เขานำเหรียญที่สร้างขึ้นจากหินอ่อนออกจากปากของฟีนิกซ์

เพียงครึ่งเดียว ...

การพิจารณาฮูมแบ่งออกเป็นสอง (ดาวตกฮูมมี 2ลูก)

โดเกบิที่พิชิตการทดสอบได้ในอีกพื้นที่ กำลังครอบครองอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือ

ซึ่งเขาสามารถรับรู้ในทันทีได้ว่า การทดสอบนั้นได้จบลงแล้วตั้งแต่ตอนที่เขายังลอยอยู่กลางอากาศ

มูยองหายใจเข้าลึกๆ ก่อนเดินกลับไป

อาชานรกวิ่งเหยาะๆอยู่ข้างเขาตลอดทาง

ราวกับว่ามันยังทำให้เขาประหลาดใจไม่พอกับความยอดเยี่ยมของมัน

โดเกิบิถูกทำให้ตื่นเต้น

จากการทดสอบของฮูมที่มีถึง 2 แห่ง

ท่ามกลางโดเกบิจำนวน 30,000 คนที่เข้าสู่สมรภูมิไร้จุดจุด เหลือจำนวนเพียงไม่ถึง 300 ที่รอดชีวิตออกมาได้

ตรงกันข้ามกับการทดสอบอีกด้าน มีโดเกบิกว่า 20,000 คนที่เดินออกมา

"อีกครึ่งหนึ่งของตราอยู่ที่ไหน"

เซฮุนขมวดคิ้ว

เขาพึ่งสังหารโดเกบิเพลิงอาร์โลได้สำเร็จ แต่ตอนนี้โดเกบิทองคำกลับเป็นตัวปัญหาใหม่

โดเกบิทองคำปลดปล่อยแรงกดดันออกมาเพื่อแสดงพลังของพวกเขา และดูเหมือนว่าพวกมันจะเป็นผู้ชนะในการทดสอบสุดท้ายอีกด้วย

'ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต่อสู้ ฉะนั้นอยู่เฉยๆและเชื่อมือข้า'

ถือว่าเป็นการพูดเป็นนัยๆ ชัดเจนว่าใครเป็นผู้เหนือนกว่า

แต่...เซฮุนไม่ได้เป้นผู้ครอบครองเหรียญตรานั้น

"มันอยู่นั่น"

เซฮุนยกมือขึ้นและชี้ไปบนท้องฟ้า

กี๊ซซซซซซซซซ!

ฟีนิกซ์กรีดร้องอย่างโหยหวน

เปรี้ยง! เปรี้ยงงงงงงง!

เสียงสายฟ้าฟาดดังสนั่นหวั่นไหวไปรอบโดยมีอาชานรกเป็นจุดศูนย์กลาง

ฉากสะกดใจที่เห็นราวกับเป็นภาพของการสร้างโลก เปลวไฟที่เกิดจากสายฟ้าปกคลุมไปทั่ว แม้แต่ไฟทาร์ก็ไม่สามารถสร้างเปลวไฟได้มากขนาดนี้

หรือว่านี่เป็นการต่อสู้ของพวกมังกร ใช่มีเพียงการต่อสู้ของเหล่ามังกรเท่านั้นที่ส่งผลกระทบได้ขนาดนี้

อย่างไรก็ตาม แม้แต่ในอันเดอร์เวิล์ดอันยิ่งใหญ่เผ่าพันธุ์มังกรนับว่ามีจำนวนน้อยมาก

"มีฟีนิกซ์อยู่ในการทดสอบของเราได้ยังไง?"

"ข้าไม่แน่ใจ ตอนแรกมันไม่ได้เป็นฟีนิกซ์หรอก แต่จู่ๆมันก็เปลี่ยนไปเป็นแบบนั้น "

"คำพูดล้อเล่นแบบนี้คืออะไร?"

"ทุกอย่างล้วนเป็นความจริง"

เซฮุนผิดหวัง

เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในขณะนี้

สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือการที่ฟีนิกซ์ฉกชิงเหรียญตรา และมูยองก็ไล่ตามมันไป

'มูยอง'

เขาเป็นโดเกบิน้ำแข็งจริงๆ หรือ?

ตูมมมมมม!

จากนั้นก็เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ขึ้นในอากาศ

พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

"นี่มันพลังอะไรกัน"

"เราไม่ควรตามฟีนิกซ์ไปตอนนี้หรือ?"

"ฟีนิกซ์และมอนสเตอร์ตัวนั้นแข็งแกร่งพอๆกับมังกร เป็นไปได้เหรอที่เราจะขัดขวางมันทั้งสองเพื่อนำเหรียญตราคืนมา? "

เหล่าโดเกบิตกอยู่ในความสับสน

มันเป็นเรื่องไม่คาดฝันสำหรับการที่จะมีใครบางคนโผล่พรวดพราดเข้ามาในการทดสอบของมันได้

หลังจากเวลาล่วงเลยไปสักพัก ใครบางคนกำลังเดินมาจากที่ไกลๆ

เขาเดินผ่านเซฮุนทันที และหันไปพูดกับกลุ่มอื่นๆที่เหลือ

"อีกครึ่งหนึ่งของเหรียญตราอยู่ที่ไหน?"

เซฮุนรู้สึกแย่คูณสองเมื่อได้ยินมัน

เป็นคำพูดเดียวกันกับตอนผู้ปกครองโดเกบิทองคำถามเขา

เขามีหินอ่อนอีกครึ่งหนึ่งอยู่ในมือ

"เหรียญตราแห่งโอม!"

"เจ้ามีมัน"

มูยองพูดอย่างห้วนๆในขณะที่มองไปยังผู้ปกครองของโดเกบิทองคำ

มันคือการกระทำของผู้ที่หยิ่งยะโส

อย่างไรก็ตามไม่มีใครสามารถตอบสนองเขาได้

กั่บ กั่บ กั่บ กั่บ

เสียงฝีเท้าที่ดังกว่าคนปกติ

และเจ้าของเสียงฝีเท้าที่ยืนเคียงข้างมูยอง เป็นมอนสเตอร์ที่ทุกคนรู้จักดี

อาชานรก!

ทุกคนต่างตกใจเมื่อเห็นมันยืนอยู่ข้างๆมูยอง

'ไม่มีทาง ไม่มีใครที่จะสามารถควบคุมมันได้?'

มีเสียงเตือนดังขึ้นภายในหัวของเซฮุน

อาชานรกที่แข็งแกร่งพอๆกับมังกร

มังกรส่วนใหญ่เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ และมีความทรนงในตนเอง และปกติพวกมันชอบอยู่อาศัยตามลำพังเท่านั้น

ถึงไม่มีทางที่ราชาปีศาจหรือเทพปีศาจจะดูอ่อนโยน

แต่เขาสามารถทำให้มอนสเตอร์ที่ใกล้เคียงกับมังกรเชื่องได้?

เซฮุนไม่ใช่คนเดียวที่รู้สึกประหลาดใจ

"ส่งมันมาให้ข้า"

"......."

มูยองค่อยๆ แบมือออก

เขาต้องการเหรียญตรานี้แม้ว่าจะต้องขอความช่วยเหลือจากอาชานรกอีกครั้งก็ตาม

ผู้ปกครองโดเกบิทองคำยืนตัวแข็งทื่อ ก่อนจะค่อยๆส่งหินอ่อนให้ด้วยความตระหนักดีถึงสถานการณ์

ถ้าเขาไม่ได้เห็นอาชานรกวิ่งไปรอบๆ พวกเขาอาจต่อสู้ได้อย่างกล้าหาญ แต่ทุกคนต่างหวาดกลัวกับการปรากฏตัวของมัน

พวกเขาไม่ได้เรียกมันว่ามอนสเตอร์ระดับสูงสุดอย่างเรื่อยเปื่อย

ในอันเดอร์เวิร์ล ผู้แข็งแกร่งย่อมชนะเสมอ ถึงจะมีมอนสเตอร์ระดับสูงสุดเพียงไม่กี่ตัว แต่พวกมันก็มีพลังขนาดที่สามารถทำลายโลกทั้งใบให้แตกเป็นเสี่ยงๆได้

ช่องว่างระหว่างระดับสูงกับระดับท๊อปมันเกินกว่าจะจินตนาการได้

ถ้าเขาต้องการที่จะปกป้องโดเกบิทั้ง 20,000 คนที่เหลือก็ไม่มีทางเลือกอื่น

มูยองประกบหินอ่อนทั้งคู่เข้าด้วยกัน

วิ้งงงงง!

หินอ่อนเริ่มเปล่งแสง

แสงที่ส่องออกมาค่อยๆซึมซับเข้าสู่ตัวเขา

<คุณได้บรรลุเงื่อนไขในการเป็นผู้ปกครองที่แท้จริงของเหล่าโดเกบิ>

<คุณได้เสร็จสิ้นการทดสอบต่อเนื่องกันทั้ง 3 เงื่อนไขแล้ว>

<สมรภูมิไร้จุดจบ, การจุติของโอม ;และการกำจัดนกฟีนิกซ์ >

<จ้าวแห่งความมืดกำลังเริ่มประเมินผล >

อีกฟากหนึ่งของท้องฟ้า

- สุดยอดจริงๆ เขาเยี่ยมเกินกว่าที่เราคาดไว้

- ถึงเขาจะใช้อาชานรก แต่ ยังไงมันก็คือพลังของเขาแหละนะ

- เราจำเป็นต้องเลือกรางวัลที่เหมาะสมกับการพิชิตเป้าหมายเหล่านี้

- อืมม เห็นจะมีแค่เขาเท่านั้น เขาเหมาะที่จะสร้างสวนแห่งความลับของเรา

- สวนแห่งความลับงั้นเหรอ ไม่ ฉันยังไม่ไว้ใจเขา มีคนอีกเยอะที่มีความสามารถเหมือนไม่ต่างจากนี้

- งั้นเราควรจะให้อะไรกับเขาดีล่ะ?

- ใครมีความเห็นอะไรบ้างไหม?

- ฉันคิดว่าเขามีคุณสมบัติที่จะรับช่วงต่อจากฉันนะ

- คิงสเลเยอร์งั้นเหรอ? คุณไม่เคยแสดงความเห็นมาก่อนเลยนี่นา?

- ยังไงก็เถอะเขามีคลาสอื่นอยู่แล้วนะ?

- ยังมีที่ว่างอีกหลายแห่งในดวงวิญญาณของเขา อาจจะมากกว่าสองหรือสาม

- ถ้าคุณกำลังวางแผนที่จะยกระดับเขา คุณต้องคิดอย่างรอบคอบเกี่ยวกับการครอบครองในสองอาชีพ ในขณะที่เดธลอร์ดกำลังขาดแคลนและคิงสเลเยอร์นั้นระดับความยากของมันสูงเกินไป นอกจากนี้หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลนักหากเราต้องการที่จะยืนหยัดบรรลุชัยชนะเป็นคนสุดท้าย

- ในอีกแง่หนึ่ง มันชัดเจนว่าผู้คนจะเป็นยังไงหากได้รับพลังอำนาจมาอย่างง่ายดาย เราต้องการใครสักคนที่จะก้าวไปข้างหน้าเป็นระยะเวลานานโดยไม่คิดหยุดพัก

และฉันเชื่อว่าทุกคนก็คิดแบบเดียวกันในส่วนนี้

ถ้าเขาเดินไปตามเส้นทางที่แสนลำบากยากเข็ญ เขาก็จะได้รับความแข็งแกร่งและประสบการณ์มากมาย

หากเทียบกับผลไม้ เมื่อเขาเก็บเกี่ยวมันในตอนท้ายของเส้นทาง เขาจะได้รับผลลัพธ์ที่สุกงอมเต็มที่

หลังจากนั้นจ้าวแห่งความมืดทั้หมดก็เสร็จสิ้นการประเมินผล

มีผู้อนุมัติ 8 ราย และผู้ปฎิเสธ 3 ราย

ขณะที่พวกเขาตัดสินใจเสร็จ บริเวณโดยรอบก็มืดมิดลง

ตอนนี้ ที่เหลือขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเขา

จบบทที่ [KotB] บทที่ 69: คลาสที่สอง (5)

คัดลอกลิงก์แล้ว