เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 นักล่าโลหิต

บทที่ 8 นักล่าโลหิต

บทที่ 8 นักล่าโลหิต


ตอนที่ระบบได้ยินคำสาบานของเป่ยนั่ว ข้อมูลในร่างมันถึงกับสั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้น จริงๆแล้วมันกฅ็นึกว่าพี่แกจะโกรธจัดแล้วไล่หร่วนถังออกไปซะอีก

ถึงยังไง ระบบก็มองเห็นชัดว่าต่อให้เป่ยนั่วยอมลดกำแพงลงเกือบหมด เปิดใจรับหร่วนถัง แถมยังมีความอยากครอบครองแรงแค่ไหน แต่มันก็ไม่ใช่ความรักสักหน่อย

ความรู้สึกแบบนี้มันก็แค่ของชั่วคราว วันนี้อาจจะตกอยู่ที่หร่วนถัง วันหน้าอาจไปอยู่ที่เหยื่อคนอื่นก็ได้ มันล่องลอย ไม่จริงจังเอาซะเลย

แต่เพราะหร่วนถังพูดตรงๆดื้อๆนั่นแหละ ไป่นั่วเลยยอมสัญญาออกมา ว่าต่อจากนี้จะมีแค่หร่วนถังอยู่ข้างๆเท่านั้น

ระบบถึงกับอยากเงยหน้าหัวเราะดังๆ มันซ่อนตัวในมิติของจิตสำนึก แล้วเหลือบไปมองหรวนอี๋ที่ซ่อนตัวอยู่ตรงมุมบันได ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอ

‘ต่อไปก็ก็ต้องไปหาหนังสือเกี่ยวกับความรักมาอ่านเพิ่มแล้วล่ะ ต้องฝึกจนเป็นกูรูความรักให้ได้ จะได้ช่วยโฮสต์ของเราให้รุ่งสุดๆ’

หร่วนถังยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าระบบมันไปสาบานอะไรไว้เพราะตอนที่หน้าผากของเขากับไป่นั่วแนบกัน เขาไม่มีสมาธิที่จะไปสนใจสิ่งอื่นเลย

ผิวของเป่ยนั่วเย็นเยียบเหมือนเกล็ดหิมะ

น่าเสียดายที่หิมะก้อนนั้นแค่แตะร่างของเขาแป๊บเดียว ก็ถูกเจ้าตัวชักออกไปอย่างโหดเหี้ยมแล้ว

ดวงตาสีแดงเข้มของเป่ยนั่วมักจะเย็นชา เหมือนคนไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้แต่วันนี้ตอนที่หร่วนถังเงยหน้ามอง เขากลับเห็นเหมือนมีไฟลุกวาบซ่อนอยู่ในนั้น

แค่พริบตาเดียว พอมองอีกครั้ง ไฟก็หายไปแล้ว

เป่ยนั่วก้มลงริมฝีปากที่เย็นเฉียบเฉียดผ่านข้างหูของหร่วนถัง

เขาเหมือนนักล่ามือฉมัง อดทนเฝ้ารอล่อเหยื่อ ไม่จำเป็นต้องเห็นเลือดสักหยดแต่กลับทำให้เหยื่อหลงติดกับจนถอนตัวไม่ขึ้น

เสียงของเขาแหบต่ำ แฝงไปด้วยความกำกวม

"…ฉันสัญญา"

พรุ่งนี้… เขาจะไม่โผล่มาให้เธอเห็นอีกแล้ว

‘เขา’ ที่พูดถึงก็หมายถึงหร่วนอี๋ นั่นเอง

หูของหร่วนถังไวต่อสัมผัสเกินไป ตอนนี้มันแดงแจ๋เหมือนลูกเชื่อมที่เคลือบน้ำตาลจนใครเห็นก็อยากกัด

เป่ยนั่วยกนิ้วไปแตะเบาๆความรู้สึกที่ได้ มันทำให้เขามีความสุขอย่างบอกไม่ถูก

จริงๆแล้วหรวนอี้ก็แค่คนส่งข่าวที่อาจมีสายสัมพันธ์กับนักล่าโลหิตเท่านั้น ถ้าเป็นปกติ ไป่นั่วไม่มีวันปล่อยไปแต่เพราะเจ้าเค้กน้อยพูดขึ้นมา เขาเลยยอมตามใจ เพื่อไม่ให้เค้กน้อยเสียใจ

หร่วนถังเกร็งตัวเล็กน้อยเหมือนจะขวยเขินจนแทบม้วนหายแต่สุดท้ายก็หน้าแดงพูดติดๆขัดๆออกมาอย่างจริงใจ

"ขะ…ขอบคุณ… ขอบคุณนะครับ"

ก่อนจะรีบเติมอีกประโยค "คุณใจดีจัง"

เสียงนั้นนุ่มนิ่ม แถมยังแอบมีโทนใสๆเหมือนเด็ก ไป่นั่วรู้สึกเหมือนหัวใจโดนบีบแน่นขึ้นมา เขาตื่นเต้นจนแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่

เป่ยนั่วพยายามเก็บอาการ รักษาสีหน้าไว้แต่สุดท้ายก็พูดอะไรที่ไม่เข้ากับท่าทีสุขุมเอาซะเลย

"ฉันยังทำให้เธอมีความสุขได้มากกว่านี้อีก"

“เเย่เเล้ว…” เขาสบถในใจ พอรู้ตัวว่าหลุดพูดมากเกินไปก็รีบลุกขึ้น เดินขึ้นบันไดปูพรมสีแดงเข้มกลับห้องไปทันที

วันนี้เขาดันทำเรื่องที่ไม่สมควรทําไปตั้งเยอะ

สาบานไปแบบไม่คิด ปล่อยหร่วนอี้กลับไปอีก แล้วยังพูดจาเลอะเทอะ

ได้เวลาที่เขาจะต้องนั่งทบทวนตัวเองจริงๆแล้ว

หรวนอี้กระแทกเท้าวิ่งลงจากบันไดมาหยุดตรงหน้าหร่วนถัง ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธกับความไม่ยอมแพ้

"ทำไมองค์ชายถึงไปชอบคนอย่างแกได้ว่ะ!"

"ทั้งโง่ ทั้งไร้ค่า ไม่มีอะไรดีสักอย่าง แกทำยังไงถึงทำให้เขาหลงได้? หรือเพราะร่างกายของแกใช่มั้ย!"

หร่วนถังหดตัวถอยหลังไปเล็กน้อย ด้วยความตกใจปนกลัว

เขาไม่เคยเจอมนุษย์ที่ดูดุร้ายขนาดนี้มาก่อน

สมัยอยู่ในหุบเขาลึก ต่อให้ลงมาหมู่บ้านชั่วคราว เจอคนขายหมูหน้าดุแค่ไหน เขายังได้เนื้อแถมสองชิ้นด้วยซ้ำแต่คนตรงหน้า…กลับตะคอกใส่เขา หร่วนถังแทบไม่เข้าใจเลย

…แล้วร่างกายของเขามันผิดตรงไหน?

มันอุ่น มันนิ่ม มีขนฟูนิดๆด้วยซ้ำ

เขามักเผลอสับสนระหว่างร่างกายจริงกับสภาพที่เปลี่ยน เขาเพิ่งอยู่ในร่างมนุษย์ได้ไม่นาน ส่วนใหญ่ยังชอบอยู่ในร่างสัตว์เล็กๆขนนุ่มมากกว่า ก็เลยลืมไปว่าตัวเองไม่ได้เป็นสัตว์น้อยขนนิ่มอีกแล้ว

พอได้ยินหรวนอี้พูด เขาก็รู้สึกผิดนิดๆแต่ก็ตอบตรงๆอย่างไม่คิดปิดบัง

"ใช่"

ปลายนิ้วของหรวนอี้สั่นด้วยความโกรธ เขามองใบหน้าใสซื่อของหร่วนถังแล้วสบถออกมาอีกครั้ง

"ไร้ยางอายจริงๆ!"

"กล้าพูดเรื่องแบบนี้ออกมาตรงๆ ไม่รู้จักอายบ้างเลยหรือไง!"

หร่วนถังตาแดง รู้สึกน้อยใจจนแทบร้อง เขาไม่ถนัดเถียงกับใครเลยจริงๆ ตอนนี้ในใจถึงกับอิจฉานกแก้วที่เคยอยู่ในป่า ที่ไม่เคยแพ้การเถียงกับใครสักครั้ง ไม่เหมือนกับเขาที่เถียงไม่เป็นเลย พอจะคิดคำพูดได้ คนอื่นก็เมินไปแล้ว

หรวนอี้มองด้วยความเกลียดชังแต่เพราะรู้ว่าหร่วนถังยังเป็นที่โปรดปรานของเป่ยนั่ว เขาเลยไม่กล้าลงมือ ได้แต่กัดฟันหันหลังกลับขึ้นห้องไป

…สิ่งสำคัญตอนนี้คือจะอยู่ต่อยังไง

จากน้ำเสียงของเป่ยนั่วเมื่อกี้ เหมือนไม่คิดจะเก็บเขาไว้แล้ว แต่ไม่ว่าอย่างไร เขาต้องหาทางอยู่ต่อให้ได้

หรวนอี้ล้วงเอาเหรียญตราจากกระเป๋าออกมา ลายที่สลักอยู่คล้ายกระสุน ด้านบนมันมีดอกกุหลาบ

กุหลาบ… สัญลักษณ์ประจำตระกูลแวมไพร์แต่เหรียญของเขา…เป็นของนักล่าโลหิตชัดๆ

นักล่าโลหิต องค์กรที่มีเป้าหมายเดียว คือฆ่าล้างพวกแวมไพร์ พวกมันเชื่อว่าแวมไพร์คือปีศาจดูดเลือดที่บ่อนทำลายสันติสุขของมนุษย์และใช้อาวุธคือกระสุนเงินล่าเหยื่อ

ต่อให้ตอนนี้มนุษย์กับแวมไพร์จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบในสายตาของคนทั่วไปแต่ใต้ดินก็ยังเต็มไปด้วยคลื่นใต้น้ำที่อันตรายอยู่ดี

นิ้วของหรวนอี้กำเหรียญตราแน่น ความเยือกยะเย็นไหลผ่านมือ นี่คือภารกิจที่ได้รับมาและเขาต้องทำให้สําเร็จ

คิดได้แบบนั้น เขาก็หัวเราะในใจ ถ้าหร่วนถังยังทำให้เป่ยนั่วหลงได้ แล้วทำไมเขาจะทำไม่ได้?

ถ้าเขาได้ขึ้นเตียงเป่ยนั่วบ้าง มีหรือที่องค์ชายจะกล้าไล่เขาออก?

คืนนั้น หรวนอี้สวมชุดนอนบางเบา ตั้งใจเดินไปเคาะประตูห้องทำงานของเป่ยนั่ว

ไฟข้างในยังเปิดอยู่ แสดงว่ามีคนอยู่แน่ๆ

"ท่านองค์ชาย… ผมมีเรื่องสำคัญจะรายงาน"

ข้างในเงียบกริบ ไม่มีเสียงตอบรับ หรวนอี้ลังเลไปครู่หนึ่ง ก่อนเคาะอีกครั้ง คราวนี้ยื่นไพ่ตายออกมา

"เป็นเรื่อง… นักล่าโลหิต"

แกร๊ก!

ประตูเปิดออกในทันที

หรวนอี้เบิกตาโพลงด้วยความตกใจสุดขีด

มือซีดเรียวยาวข้างหนึ่งยื่นออกมา กดบีบเข้าที่คอของเขาแรงพอที่จะหักคอได้ในพริบตาเดียว

เป่ยนั่วยังคงเป็นองค์ชายผู้สูงศักดิ์ ใบหน้าหล่อเหลาภายใต้แสงเงาดูเย็นชา ดูสง่างามแต่แฝงไปด้วยความน่ากลัว

เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย เหมือนรำคาญที่โดนรบกวน เสียงเอ่ยต่ำๆด้วยความหงุดหงิด

"น่ารำคาญ…"

จบบทที่ บทที่ 8 นักล่าโลหิต

คัดลอกลิงก์แล้ว