- หน้าแรก
- ตัวร้ายคลั่งฉันจนแทบบ้า
- บทที่ 2 หวานจริงๆ
บทที่ 2 หวานจริงๆ
บทที่ 2 หวานจริงๆ
หร่วนถังเบิกตากว้าง ริมหูทั้งสองข้างแดงจัดราวกับถูกแต้มด้วยสีชาด ร่างเล็กทั้งตัวดูคล้ายขนมหวานชิ้นน้อยที่โรยน้ำตาลละเอียด เสียงที่เปล่งออกมาก็นุ่มนวลเหมือนจะละลายได้ทุกเมื่อ
“นาย... นายมันร้ายกาจเกินไปแล้วนะ”
เขาไม่มีวันยอมขายร่างกายตัวเองโดยเด็ดขาด
เสียงกระแอมดังขึ้นจากระบบ พยายามปรับโทนให้จริงจังและน่าเชื่อถือ
“เขาชอบกัดนาย งั้นก็ปล่อยให้เขากัดไปสิ นี่ก็ถือว่าเป็นการใช้ร่างกายมอบความอบอุ่นให้เขาเหมือนกัน นายคิดไปถึงไหนแล้ว คิดอะไรแปลกๆอยู่ล่ะ”
“ฉันเป็นระบบที่จริงจังนะ”
หร่วนถังนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็เริ่มรู้สึกเหมือนเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้น เขารู้สึกผิดที่เมื่อครู่เหมือนจะกล่าวหาระบบไป จึงยอมเอ่ยขอโทษอย่างว่าง่าย
“ขอโทษนะ ฉันเข้าใจนายผิดไป”
ระบบเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ไม่เป็นไร ฉันให้อภัยแต่ครั้งหน้าห้ามทำผิดซ้ำอีกล่ะ”
ระหว่างที่หร่วนถังกำลังพูดคุยกับระบบอยู่นั้น ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออก คู่สามีภรรยาคู่หนึ่งเดินเข้ามา เมื่อหร่วนถังมองผ่านความทรงจำของร่างเดิม เขาก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือพ่อแม่แท้ๆของเจ้าของร่างนี้
“พ่อ... แม่”
เขาเรียกออกมาอย่างเชื่อฟัง
แม่มีแววตาอ่อนโยนขึ้นเล็กน้อย พลางยกมือขึ้นลูบเส้นผมของหร่วนถังเบาๆ
“ทางตระกูลแวมไพร์ส่งข่าวมา บอกว่าองค์ชายแวมไพร์เล็งเธอไว้ อีกสองวันให้ย้ายไปอยู่ที่นั่นนะ”
“อย่าทำให้องค์ชายไม่พอใจ ไม่อย่างนั้นครอบครัวของเราทั้งหมดจะต้องเดือดร้อน เข้าใจไหม”
ฝ่ายพ่อเพียงส่งเสียงฮึดฮัดอย่างเย็นชา
“ไหนๆก็ต้องไปอยู่กับองค์ชายแล้ว ต่อไปก็อย่าไปยุ่งกับหลินอ้ายอีก อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่านายคิดอะไรกับเขา ระวังจะหาความเดือดร้อนมาใส่ตัวเองล่ะ”
หร่วนถังตอบรับอย่างว่าง่าย พอเห็นเขาเชื่อฟัง คู่สามีภรรยาจึงโล่งใจขึ้น เอ่ยกำชับอีกสองสามคำแล้วก็จากไป
【หลินอ้าย เป็นทั้งเพื่อนและคนที่ร่างเดิมแอบหลงรัก】
ระบบเอ่ยอธิบายเสริม
【ดูเหมือนความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะใกล้ชิดกันพอสมควร】
หร่วนถังพยักหน้ารับ จดจำเอาไว้ในใจ
สองวันถัดมา ร่างกายของหร่วนถังยังอ่อนแรงเพราะถูกดูดเลือดไปก่อนหน้านี้ เขาจึงดื่มแต่น้ำแกงบำรุงร่างกาย พร้อมฟังบทเรียนจากระบบว่าด้วยเรื่อง “การมอบความอบอุ่น”
ก่อนจะถูกส่งตัวไป แวมไพร์ได้พาเขาไปตรวจเลือดตามพิธี พอผลตรวจออกมาว่าเลือดไม่มีปัญหาใดๆพวกนั้นก็เก็บรายงานกลับไป
กระทั่งถึงวันเดินทาง ระบบก็ส่งภารกิจแรกออกมา
【โปรดพูดประโยคหวานๆสักหนึ่งประโยคกับเป้าหมาย ภารกิจสำเร็จจะได้รับแต้ม 3 คะแนน】
หร่วนถังจดจำเอาไว้ เขากำมือแน่นด้วยความประหม่า ก่อนจะนั่งรถหรูที่แวมไพร์ส่งมารับและถูกพาไปยังคฤหาสน์แห่งหนึ่ง
ครั้งนี้เขาไม่ได้ถูกปิดตาอีกต่อไป ดังนั้นในที่สุดก็ได้เห็นโฉมหน้าของเป้าหมายภารกิจ—เป่ยนั่ว
เป่ยนั่วนั่งอยู่ในห้อง ก้มหน้ามองหนังสือในมือ ผมสีดำขลับตัดกับดวงตาสีแดงเข้ม ลึกดั่งทับทิมชั้นเลิศที่สะท้อนประกายวาวเมื่อกระทบแสงแดด ใบหน้านั้นงดงามจนยากจะหาคำบรรยายได้ ทั้งรูปลักษณ์และบรรยากาศรอบกายเปี่ยมไปด้วยความสง่างามสูงศักดิ์ ราวกับชนชั้นขุนนางที่หลุดมาจากศตวรรษก่อน
เพียงแค่ชำเลืองสายตา หร่วนถังก็รู้สึกหน้าร้อนวูบวาบ แก้มทั้งสองขึ้นสีแดงจัด
เป่ยนั่วเพียงปรายตามองไปทางคนรับใช้ ฝ่ายนั้นก็เข้าใจความหมาย รีบก้าวถอยออกไปและปิดประตูอย่างเงียบงันทันที
“มานี่สิ”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียก ราบเรียบเย็นชา แต่กลับแฝงแรงกดดันจนหัวใจเต้นถี่
หร่วนถังเหมือนสัตว์น้อยที่หวาดกลัว ก้าวเล็กๆเข้าใกล้ช้าๆ ดวงตากลมใสสั่นระริกชุ่มด้วยประกายรื้นน้ำตา ยิ่งดูน่าสงสารและเชื่อฟัง
“รู้ไหมว่าฉันเรียกนายมาทำอะไร”
เป่ยนั่วเอื้อมมือจับปลายคางของเขา น้ำเสียงไร้อารมณ์ ทว่าลึกๆกลับแฝงรอยยิ้มบางๆ
หร่วนถังนึกถึงคำที่ระบบเคยเตือน รีบเอียงคอเผยผิวขาวซีดของลำคอออกมา
“จะกัดผม... ใช่ไหม”
นี่มันไม่ต่างอะไรกับการยื่นตัวเองไปให้
แววตาของเป่ยนั่วพลันมืดลึก เขาเว้นช่วงอดกลั้นมาสองวันเต็มโดยไม่ได้ดูดเลือดใคร เมื่อเห็นเหยื่อยื่นคอตรงหน้า ความอยากจึงพลุ่งพล่านจนแทบควบคุมไม่อยู่
ริมฝีปากหยักยกขึ้นเล็กน้อย เขาปล่อยให้เขี้ยวคมโผล่ออกมา แล้วฝังลงบนผิวเนื้อขาวของหร่วนถัง
เสียงครางเบาๆหลุดออกมา หร่วนถังบีบมือแน่น ร่างทั้งร่างสั่นคล้ายลูกสัตว์แรกเกิดที่ยังยืนไม่มั่นคง เซถลาอย่างน่าสงสาร
เป่ยนั่วถอนเขี้ยวออก จัดการเลี้ยรอยแผลให้เลือดหยุดเรียบร้อย ก่อนจะเชยคางเล็กขึ้น พึมพำกับตนเองเหมือนกำลังเจอปริศนา
“นายชอบกินขนมหวานหรือเปล่า”
หร่วนถังอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะส่ายหัวช้าๆ
เป่ยนั่วนิ่วหน้าเล็กน้อย เหมือนยังไม่เข้าใจ แต่กลับเอ่ยออกมาอย่างจริงจัง
“ถ้าอย่างนั้น... ทำไมนายถึงได้หวานขนาดนี้ล่ะ”