เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37 ความเชื่อมโยงระหว่างตระกูล

บทที่ 37 ความเชื่อมโยงระหว่างตระกูล

บทที่ 37 ความเชื่อมโยงระหว่างตระกูล


บทที่ 37 ความเชื่อมโยงระหว่างตระกูล

เมื่อเห็นซูเจี้ยนหยุดพูดกะทันหัน เว่ยฉางและคนอื่นๆ ก็ต่างมองหน้ากัน ไม่แน่ใจว่าคำพูดใดที่ทำให้บุตรชายคนรองแห่งตระกูลซูไม่พอใจ

ถ้าเป็นคนอื่น พวกเขาคงไม่กังวลเรื่องนี้และจะสะบัดแขนเสื้อเดินจากไปโดยทันที

แต่คนผู้นี้คือใครกัน?

บุตรชายคนรองแห่งตระกูลซู จักรพรรดิแห่งรัฐใต้!

เมื่อเขาเข้าสู่โลกยุทธ์ครั้งแรก เขาได้ถูกทายาทเซียนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ดุด่า วันเดียวกันนั้นเอง เขาได้นำยอดฝีมือระดับราชาเซียนสิบกว่าคนและเซียนผู้ยิ่งใหญ่หนึ่งคนมาปิดล้อมดินแดนศักดิ์สิทธิ์

ต่อหน้าผู้คนนับหมื่นจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ซูเจี้ยนได้ตบหน้าทายาทเซียนผู้นั้นจนหมดสติ

ประมุขนิกายแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่เพียงแต่ไม่บ่นอะไรเท่านั้น แต่ยังได้ขอโทษซูเจี้ยนเป็นการส่วนตัวด้วย แล้วนั่นจึงทำให้เรื่องยุติลงได้

นับแต่นั้นมา ซูเจี้ยนก็มีชื่อเสียงโด่งดังในรัฐใต้ เป็นที่รู้จักจากความเชี่ยวชาญด้านวิชากระบี่จนได้รับฉายาว่า "กระบี่คลั่ง"

ในรัฐใต้ เขาเป็นคนที่ถ้าเดินหลบได้ ก็จงหลบซะ

ถึงแม้เว่ยฉางและคนอื่นๆ จะอายุมากกว่าซูเจี้ยนมาก แต่พวกเขาก็ไม่กล้าแสดงท่าทีเยาะเย้ยต่อหน้าเขา

"ท่านอาจารย์ เขาไม่พูดอะไรเลย พวกเราจะรออยู่ที่นี่ต่อไหม?"

"นี่มันจะหยิ่งเกินไปไหม?"

ศิษย์เอกของสำนักกวางขาวมาที่นี่เพื่อขยายขอบเขตความรู้ของพวกเขา

แต่โดยไม่คาดคิด เมื่อมาถึงรัฐใต้ เขาก็ต้องเจอเข้ากับสถานการณ์เช่นนี้ มันทำให้เขาเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง

"หยิ่งหรอ?"

"ถ้าบิดาของเจ้าอยู่ในจุดสูงสุดของจักรพรรดิครึ่งก้าว เจ้าคงหยิ่งมากกว่าเขาอีก”

โม่หลาน บัณฑิตผู้เป็นที่เคารพหัวเราะเบาๆ แล้วส่ายหน้าพลางกล่าวว่า "ไม่ต้องห่วง ถึงตระกูลซูจะชอบออกคำสั่ง แต่พวกเขาก็มีเหตุผลเสมอ"

"บังเอิญว่าเราช่วยเขาทำภารกิจเล็กๆ น้อยๆ เขาคงกำลังคิดหาวิธีตอบแทนเราอยู่เป็นแน่"

เมื่อพูดจบ ทุกคนก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย

แม้จะเผชิญหน้ากับคนเพียงคนเดียวที่มีระดับการฝึกตนไม่สูงไปกว่าเว่ยฉาง แต่แรงกดดันที่บีบคั้นนั้นก็ยังทำให้ยากที่จะสงบสติอารมณ์ลงได้

อย่างไรก็ตาม

ขณะที่ทุกคนเริ่มจะผ่อนคลายลง จู่ๆ จิตสังหารจางๆ ก็แผ่ซ่านออกมาจากร่างของซูเจี้ยน

สีหน้าของเว่ยฉางและคนอื่นๆ เปลี่ยนไปในทันที บรรยากาศตึงเครียดขึ้น

สายลมพัดผ่าน ซูเจี้ยนเงยหน้าขึ้นช้าๆ พร้อมเผยดวงตาเย็นชา

แต่ก่อนที่เขาจะทันได้พูด เสียงที่ขี้ขลาดก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ

"พะ... พี่รองซู นะ... นานมากแล้วที่ไม่ได้เจอกัน"

เมื่อสัมผัสได้ถึงบรรยากาศตึงเครียด หลิงซื่อจึงก้าวออกมาจากด้านหลังเว่ยฉางและคนอื่นๆ พร้อมกับกล่าวทักทายซูเจี้ยนอย่างตะกุกตะกัก

เธอรู้จักซูเจี้ยน เธอเคยมาเยี่ยมตระกูลซูกับญาติๆ มาก่อน

เพียงแต่เธอไม่ค่อยคุ้นเคยกับซูเจี้ยนนัก และเคยแค่พูดคุยกับเขาเพียงไม่กี่คำ

เดิมทีเธอไม่อยากเปิดเผยว่ารู้จักชายคนนี้ แต่เมื่อเห็นว่ากำลังจะเกิดการทะเลาะวิวาทขึ้น เธอจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากออกมาเผชิญหน้ากับเขา

"เจ้าคือ..."

สายตาเย็นชาของซูเจี้ยนอ่อนลง เขาขมวดคิ้วครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะแสดงสีหน้าสำนึกผิด

"เจ้าคือองค์หญิงที่อายุน้อยที่สุดของตระกูลโจวจากแคว้นจักรพรรดิสวรรค์ นามว่า...ชิงชิว ใช่ไหม?"

แม้ว่าแคว้นจักรพรรดิสวรรค์จะไม่ได้อยู่ในรัฐใต้ แต่ซูหนานก็มีความสัมพันธ์อันดีกับองค์ชายแห่งแคว้นจักรพรรดิสวรรค์ตั้งแต่ยังเยาว์

หลายปีก่อน จักรพรรดิแห่งแคว้นสวรรค์เสด็จเยือนตระกูลซู และเขาก็ได้พบกับหญิงสาวผู้นี้

ที่น่าจดจำคือผู้หญิงนางนี้เป็นที่รักของเอ๋อหนิว

"พูดแล้วก็นึกขึ้นได้ เอ๋อหนิวจะประสบความสำเร็จไหมนะ เขาเคยขอให้ข้าช่วยแต่งบทกวีให้ แต่ข้าจะไปเอาความรู้จากที่ไหนมาแต่งบทกวีให้เขากัน?”

เมื่อเห็นว่าเป็นคนรู้จักซึ่งมีสายสัมพันธ์อันดีกับตระกูลซู และอาจจะกลายเป็นสมาชิกตระกูลซูในภายหลัง ซูเจี้ยนจึงไม่สามารถรุกรานต่อไปได้

"ผู้ที่จะแข่งขันวรรณกรรมกับศิษย์ของเซียนขงจื้อคือเจ้าใช่หรือไม่"

ซูเจี้ยนถามพลางขยี้คิ้วด้วยความกังวลเล็กน้อย

เขาจำได้ว่าโจวชิงชิวมีพรสวรรค์ด้านวรรณกรรมอย่างมาก และเพิ่งได้เข้าเรียนกับอาจารย์ที่ดีคนหนึ่ง

"เอ่อ.. ใช่ ข้าเอง"

เมื่อเห็นซูเจี้ยนจำเธอได้ ดวงตาของหลิงซื่อก็เบิกกว้างขึ้น เธอรวบรวมความกล้าแล้วถามเบาๆ ว่า

"พวกเราได้ทำอะไรขัดใจพี่รองซูหรือเปล่า?"

"ถ้าพวกเราทำอะไรผิดไป ข้าก็หวังว่าท่านจะอภัยให้พวกเราด้วย พี่รอง"

ข้างๆ เธอ เว่ยฉางและคนอื่นๆ ที่ดูตึงเครียดเล็กน้อยถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อรู้ว่าหลิงซื่อรู้จักซูเจี้ยน

ในรัฐใต้ เป็นที่รู้กันว่าหากไม่จำเป็น พวกเขาก็ไม่มีใครอยากเจอคนในตระกูลซูเลย

หรือพูดให้ถูกคือ พวกเขาไม่อยากเจอใครที่ไหนทั้งนั้น โดยเฉพาะจักรพรรดิครึ่งก้าวผู้นั้น...

"อ้อ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกเจ้าหรอก"

เมื่อเห็นว่าพวกเขาเป็นคนรู้จักกัน ซูเจี้ยนจึงโบกมืออย่างช่วยไม่ได้

จะทะเลาะกันได้ยังไง? ถ้าพวกเขาเป็นคนนอก เขาก็อาจจะเข้าแทรกแซงโดยไม่ลังเลเพื่อน้องชายของเขา

แต่เนื่องจากพ่อแม่ของพวกเขามีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน และโจวชิงชิวยังมีสายสัมพันธ์กับเอ๋อหนิวอยู่บ้าง คนเหล่านี้จึงล้วนเป็นคนใกล้ชิดที่เขาไม่สามารถล่วงเกินได้

"ชิงชิว“ซูเจี้ยนหันไปหาโจวชิงชิว พูดอย่างหมดหนทางว่า”วันนี้ที่งานแข่งขันวรรณกรรม เจ้าก็เพลาๆ หน่อยล่ะ คนที่เจ้ากำลังแข่งขันด้วยนั้น... มีความเชื่อมโยงกับข้าอยู่”

จริงๆ แล้ว ตอนแรกเขามั่นใจในตัวฉางชิง นั่นเพราะฉางชิงร่ำเรียนกับเซียนขงจื้อ ผู้ได้รับการกล่าวขานว่ามีวิชาที่สุดในปัจจุบัน

แต่เมื่อเว่ยฉางกล่าวว่าพวกเขามีโอกาสชนะเต็มร้อย เขาก็เริ่มรู้สึกหวั่นใจ

นักปราชญ์มักมีเหตุผลและไม่ค่อยโอ้อวด หากไม่แน่ใจจริง เว่ยฉางก็จะกล้าอวดเช่นนี้ไม่?

เห็นได้ชัดว่าฉางชิงเริ่มเรียนรู้ช้าไปหรืออาจขาดพรสวรรค์ด้านลัทธิขงจื๊อ ซึ่งทำให้เว่ยฉางและคนอื่นๆ มีความมั่นใจ

ตอนนี้ เนื่องจากการต่อสู้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เขาจึงทำได้เพียงอาศัยเส้นสายเพื่อช่วยเหลือฉางชิงอย่างลับๆ

เขาหวังว่าชิงชิวจะใจเย็นและไม่สร้างความประทับใจที่ไม่ดีให้กับฉางชิงในช่วงเปิดตัวครั้งนี้

"งั้นแสดงว่าเขามีความเชื่อมโยงกับศิษย์ของเซียนขงจื้อ..."

เว่ยฉางและคนอื่นๆ สบตากัน แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจ และสงสัยว่าทำไมพวกเขาถึงได้ไปขัดใจซูเจี้ยนโดยไม่ได้ตั้งใจ

หลิงซื่อตอนแรกคิดว่าเป็นปัญหาใหญ่ กลับพบว่ามันง่ายกว่าที่คิด

เธอตบหน้าอกตัวเองเบาๆ แล้วพูดอย่างมั่นใจ

"วางใจได้เลยพี่รองซู ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างเรา ข้าจะผ่อนปรนให้เขาอย่างแน่นอน และจะไม่ปล่อยให้เขาพ่ายแพ้อย่างน่าอับอาย"

ซูเจี้ยนยิ้มและพยักหน้าขอบคุณ "งั้นข้าก็ต้องขอบคุณน้องชิงชิวแล้ว ไว้มีเวลาก็ชวนหมิงหยู(เอ๋อหนิว)ไปดื่มด้วยกันหน่อยสิ"

จากนั้นเขาก็ถอนหายใจ "ฉางชิง พี่รองช่วยเจ้าได้เท่านี้นะ"

หลิงซื่อหน้าแดงเมื่อได้ยินคำว่า 'หมิงหยู' เห็นได้ชัดว่าเรื่องของเธอกับซูหมิงหยูได้แพร่กระจายไปทั่วตระกูลซูแล้ว

"ทุกคน" คราวนี้ ซูเจี้ยนหันไปหาเว่ยฉางและคนอื่นๆ พร้อมกับโค้งคำนับ "นี่เป็นการเอาแต่ใจของข้าเอง”

"ในเมื่อเราเป็นเพื่อนกัน หากมีปัญหาในรัฐใต้ พวกท่านก็เรียกหาข้าได้ตลอดเลย เอาล่ะ ข้าจะไม่อยู่รบกวนแล้ว”

เว่ยฉางตอบกลับคำทักทาย “ตอนนี้ทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว ไม่เป็นไรแล้ว”

หลังจากพูดจบ โม่หลาน อี้เซียน และคนอื่นๆ ก็พยักหน้าให้ซูเจี้ยน แล้วเดินจากไปในระยะไกล

หลิงซื่อโบกมือขึ้นสูง “ลาก่อน ท่านพี่รองซู”

...

ซูเจี้ยนมองเว่ยฉางและกลุ่มของเขาจากไป ส่ายหัวพร้อมรอยยิ้ม

น้องชายของเขาก็แค่โชคร้าย เจออัจฉริยะวรรณกรรมตั้งแต่รอบแรก

"ความสัมพันธ์ระหว่างเราน่าจะทำให้ทุกอย่างไม่เลวร้ายจนเกินไป"

ซูเจี้ยนส่ายหัว ไม่คิดอะไรต่อ เตรียมตัวกลับไปสู่เขตต้องห้าม

แม้จะพบของที่หายไปแล้ว แต่พระเหล่านั้นก็ยังไม่ได้รับการจัดการ!

ท้ายที่สุดแล้ว อีกไม่นาน ฉางชิงก็จะปรากฏตัวขึ้นอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงต้องรีบเร่งมือหน่อย

เมื่อคิดเช่นนี้ ซูเจี้ยนก็ตั้งใจจะจากไป

ทันใดนั้น ยันต์สื่อสารก็สั่นสะเทือนขึ้นทันที

[ท่านชายรอง พวกเราพบกลุ่มพระพวกนั้นแล้ว และสังหารไปเกือบหมดแล้ว ส่วนที่เหลือกำลังหลบหนีออกจากความว่างเปล่า]

"หืม? หลบหนีไปงั้นหรอ?"

ซูเจี้ยนหยุดคิด

"ในเมื่อพวกมันหลบหนีไปแล้ว ข้าก็ไม่ต้องรีบกลับไป ถ้าอย่างนั้น..."

สายตาของเขามองไปยังทิศทางที่เว่ยฉางและคนอื่นๆ เดินออกไป เผยให้เห็นรอยยิ้ม

"ลองไปดูหน่อยก็ดี"

*เป็นพี่ที่รักน้องสุดจะบรรยาย

จบบทที่ บทที่ 37 ความเชื่อมโยงระหว่างตระกูล

คัดลอกลิงก์แล้ว