- หน้าแรก
- หมียักษ์โบราณเอาตัวรอดในโลกเซียน
- บทที่ 15 สี่สหายแห่งหุบเขา
บทที่ 15 สี่สหายแห่งหุบเขา
บทที่ 15 สี่สหายแห่งหุบเขา
บทที่ 15 สี่สหายแห่งหุบเขา
ผ่านไปอีกวัน
ค่าความอิ่มของหวังอู่กลับสู่ศูนย์อีกครั้ง แต่พลังชีวิตของเขาได้ฟื้นฟูกลับมาเต็มร้อยแล้ว แม้แต่ขนที่เคยถูกเผาจนเกลี้ยงก็กลับมาขึ้นใหม่อีกครั้ง ดำขลับเป็นเงางาม
ไม่รู้ว่าเป็นภาพลวงตาหรือไม่ เขารู้สึกว่าตัวเองโตขึ้นเล็กน้อย แม้แต่พละกำลังก็เพิ่มขึ้นนิดหน่อย แม้ว่าจะไม่มีการแสดงผลใดๆ บนหน้าต่างสถานะก็ตาม
แต่เขาก็โตขึ้นจริงๆ ตอนนี้ระดับการเติบโตของเขาอยู่ที่ 13.2% แล้ว เมื่อรวมกับพรสวรรค์ซ่อนเร้นระดับ 5 และฟื้นฟูตนเองระดับ 2 นี่คือผลลัพธ์ที่เขาได้รับในช่วงเวลานี้
"วันนี้ต้องไปฉกฉวยพลังปราณมาหน่อยแล้ว แต่ไม่จำเป็นต้องเอาให้ครบสามนาทีเงินหรอก เบอร์รี่ก็ยังต้องกิน"
เมื่อแมลงและสัตว์เล็กๆ จำนวนมากในพุ่มไม้เริ่มเดินไปยังตีนเขาอย่างระมัดระวังและเชื่องช้า เพื่อต้อนรับพรจากแสงตะวันในแต่ละวัน หวังอู่ก็แอบย่อง ตีหน้าซื่อปะปนเข้าไปในฝูง ทำตัวเป็นลูกหมีน้อยที่ซื่อสัตย์และจริงใจ...
เพียงแต่เขาไม่คาดคิดเลยว่า เขาเพิ่งจะมุดออกจากพงหญ้า ยกเลิกสถานะซ่อนเร้นระดับ 5 ยังไม่ทันจะวิ่งไปถึงสิบก้าว ก็มีจิตสังหารอันเย็นเยียบหลายสายล็อกเป้าเขาจากระยะไกลแล้ว
ช่างประหลาด และน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก
จิตสังหารนี้มันรุนแรงเกินไปแล้ว!
ไม่สิ ไม่ใช่แบบนั้น เป็นเพราะระดับของจิตสังหารนี้ต่ำเกินไป พรสวรรค์สัมผัสอันตรายระดับหนึ่งของเขาจึงสามารถตรวจจับได้ มิเช่นนั้นแล้วหากเปลี่ยนเป็นนักบวชอสรพิษดำตัวนั้น... ไม่สิ อันที่จริงแม้แต่จิตสังหารของอสรพิษดำนักฆ่าเขาก็ยังสัมผัสไม่ได้เลย ถูกกดไว้โดยสิ้นเชิง
ในชั่วขณะนั้น ข้อความสองบรรทัดก็ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว
แน่นอนว่าถ้าหากระดับต่ำเกินไป ความเร็วในการสแกนข้อมูลก็จะเร็วปานสายฟ้าแลบ
"คุณถูกตั้งค่าหัวแล้ว!"
"คุณถูกค้นพบและโอบล้อมโดยทีมล่าค่าหัวชื่อดัง สี่สหายแห่งหุบเขา ประกอบด้วย ปรมาจารย์เม่นเกราะเหล็ก, จอมยุทธ์แมงมุมเหินหญ้า, นักรบตั๊กแตนเหล็กดาบใหญ่, นักรบตั๊กแตนเหล็กดาบใหญ่ +1..."
——
สี่สหายแห่งหุบเขาบ้าบออะไรกัน นักล่าค่าหัวอะไรกันวะ หรือว่าในหมู่พวกเจ้าเหล่าภูตน้อยก็มีองค์กรทางสังคมขนาดย่อมอยู่ด้วย?
ขณะที่หวังอู่กำลังงงงันอยู่เล็กน้อย พงหญ้าเบื้องหน้าก็พลันถูกแหวกออกอย่างรุนแรง ลูกบอลกลมๆ สีดำที่เต็มไปด้วยหนามแหลม... เอาเถอะ นั่นคือเม่นดำตัวหนึ่งที่ใหญ่เท่าลูกฟุตบอล มันกำลังกลิ้งเข้ามาอย่างบ้าคลั่งราวกับหมูอ้วนกลมๆ ตัวหนึ่ง
แต่ความเร็วระดับนี้ หวังอู่ไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย เขาสามารถหลบได้อย่างสบายๆ...
"เชี่ยเอ๊ย! ต่ำช้า!"
หวังอู่สบถด่า เพราะในชั่วพริบตานั้นเอง แมงมุมตัวหนึ่งก็กระโดดออกมาจากพงห้าด้านหลัง ใช่แล้ว คือแมงมุมชนิดที่กระโดดได้นั่นแหละ แต่ตัวใหญ่กว่าเล็กน้อย ขนาดพอๆ กับคางคก มันอ้าปากทีเดียวก็พ่นใยแมงมุมสองสามเส้นออกมาพันขาข้างหนึ่งของหวังอู่ไว้กับที่
เขาพยายามสลัดอย่างสุดแรง ถึงจะพอหลุดออกมาได้ แต่ใครจะไปคิดว่าเพียงชั่วครู่เดียวนั้น เจ้าเม่นเหล็กก็พุ่งหัวเข้าชนท้องของหวังอู่พอดี เจ็บจนเขาร้องโหยหวนออกมา เกือบจะทำให้เขาหมดสิ้นเผ่าพันธุ์ไปแล้ว
แล้วหนามของเจ้าบ้านี่ก็แข็งเกินไปแล้ว
"คุณได้รับการโจมตีจากปรมาจารย์เม่นเกราะเหล็ก คุณถูกหักพลังชีวิต 5 หน่วย คุณกำลังเลือดไหล วินาทีละหนึ่งหน่วย ต่อเนื่อง 15 วินาที!"
"บัดซบ!"
หวังอู่ตวัดอุ้งเท้าทีหนึ่ง เตะเจ้าเม่นตัวนี้กระเด็นไป แต่ตัวเขาเองก็เจ็บจนร้องโหยหวนเช่นกัน บนตัวมีรูเลือดเพิ่มขึ้นมาสิบกว่ารู เลือดไหลทะลักออกมาไม่หยุด
เจ้าสิ่งนี้มันชั่วร้ายเกินไปแล้ว
แต่ยังไม่จบแค่นั้น วินาทีต่อมา ก็ได้ยินเสียงกึกกักสองครั้ง พร้อมกับเสียงโลหะเสียดสีกัน ตั๊กแตนสองตัวที่ใหญ่เท่าหนู ตัวดำมะเมื่อมดั่งเหล็กก็กระโดดออกมาจากพงหญ้าอย่างรวดเร็ว ดาบตั๊กแตนสี่เล่มที่ยาวถึงสิบเซนติเมตรก็ฟาดฟันลงมาที่เขาอย่างรวดเร็ว
ท่วงท่านั้น จิตสังหารนั้น รูปแบบนั้น ช่างมีแก่นแท้ของเพลงดาบเดียวของยางิว* อยู่ไม่น้อย *(ยางิว มุเนโนริ ซามูไรนักดาบชื่อดังในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น)
หวังอู่ไม่ทันได้หลบ ก็ถูกฟันเข้าเต็มๆ กระดูกแทบจะถูกสับออกมาแล้ว
สี่ดาบ -40 แต้มพลังชีวิต!
เชี่ย!
หวังอู่หันกลับไปฟาดอุ้งเท้าลงบนตั๊กแตนเหล็กตัวหนึ่ง ผลปรากฏว่าเจ้าบ้านี่กลับแข็งเหมือนหินจริงๆ ไม่เพียงแต่ไม่แบน กลับยังทำให้เจ็บมืออีกต่างหาก!
แต่ไม่เป็นไร ฟาดทีเดียวไม่ได้ก็สองที
ผลปรากฏว่าเพียงแค่ครั้งที่สองก็ทุบเจ้าตั๊กแตนเหล็กตัวนี้จนแหลกละเอียดแล้ว
ส่วนตั๊กแตนเหล็กตัวที่สองก็ฉวยโอกาสใช้ท่าหมุนตัวฟันที่สวยงาม ฟันเขาอีกสองที
ให้ตายสิ เพียงชั่วครู่เดียว พลังชีวิต 70 แต้มก็หายไปแล้ว
"โฮก!"
หวังอู่คำรามเสียงต่ำ อุ้งเท้าทั้งสองข้างระดมโจมตีอย่างรุนแรง สังหารตั๊กแตนเหล็กตัวที่สองนี้ลงได้ พอหันกลับไปอีกที... ให้ตายเถอะ สองสหายที่เหลือของสี่สหายแห่งหุบเขา เม่นเกราะเหล็ก และแมงมุมเหินหญ้า หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว
บ้าเอ๊ย!
นี่มันเรื่องอะไรกันวะ!
ข้ากับพวกเจ้าไม่เคยมีความแค้นต่อกัน ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน...
พลางสบถด่าในใจ หวังอู่ก็ไม่กล้าชักช้า เขาคว้าซากตั๊กแตนเหล็กสองตัวนั้นมาเคี้ยวกินอย่างบ้าคลั่ง ต้องบอกว่ามันเคี้ยวหนึบมาก ราวกับกำลังกินเนื้อวัวแดดเดียวอยู่เลย
แถมยังหอมอีกด้วย
ตั๊กแตนเหล็กตัวหนึ่งลงท้องไป ก็มอบค่าความอิ่มให้เขาถึง 50 หน่วย พร้อมกับพลังปราณอีก 5 หน่วย
นี่มันของดีนี่หว่า มีคุณค่ากว่าตั๊กแตนนักดาบพเนจรทั่วไปมากนัก
ดังนั้นหวังอู่จึงรีบเก็บซากตั๊กแตนเหล็กอีกตัวหนึ่งไว้ทันที เจ้านี่สามารถพกไว้เป็นเสบียงแห้งได้ ไม่ต้องกังวลว่าจะเน่าเสียเลย
จากนั้น เขาก็ไม่ไปอาบแดดแล้ว ไม่ทันแล้ว เขาวิ่งตรงไปยังลำธาร ดื่มน้ำ ขโมยเบอร์รี่ สุดท้ายยังฆ่าอัศวินหนูเทาไปตัวหนึ่งอีกด้วย ใครๆ ก็ว่าหนูออกลูกดก แต่หนูเทาอัศวินที่มีพลังต่อสู้ไม่ธรรมดาเช่นนี้ คงจะฝึกฝนขึ้นมาไม่ง่ายนักหรอกนะ
วันละตัว ดูซิว่าพวกเจ้าจะยังมีแรงมาไล่ล่าข้าอีกไหม?
สุดท้าย หวังอู่ก็ถือโอกาสห่อเบอร์รี่มาอีกสิบกว่าลูก แล้วรีบไปยังอีกทิศทางหนึ่ง หาพงหญ้าที่เหมาะสม หลังจากนิ่งเงียบสามวินาที พรสวรรค์ซ่อนเร้นระดับ 5 ก็ทำงาน
เป็นอีกวันที่ต้องนอนแผ่อีกแล้วสินะ
แล้วก็เป็นไปตามคาด วันนี้ก็มีหนูขนขาวอีกตัวหนึ่งปรากฏตัวขึ้นที่ทุ่งเบอร์รี่อย่างดุเดือด แต่ก็ค้นหาไม่เจออะไรอีกเช่นเคย
ดูเหมือนว่าการมีอยู่ของหวังอู่ จะสั่นคลอนการปกครองของอาณาจักรหนูของพวกมันแล้วจริงๆ
แต่ว่า ไม่รู้ว่าวันนี้หนูขนขาวตัวนั้นใช้กลยุทธ์อะไร หลังจากผ่านพ้นช่วงกลางวันที่ร้อนระอุไปแล้ว เมื่อถึงยามพลบค่ำ ที่ริมลำธารนั่น กลับมีอัศวินหนูเทากลุ่มหนึ่งแบกใบไม้ขนาดใหญ่มา บนใบไม้วางเบอร์รี่ไว้สิบกว่าลูกอย่างหรอมแหรม จากนั้นก็วางมันไว้ในทิศทางที่หวังอู่หายตัวไปเมื่อเช้านี้
จากนั้น หนูเทาพวกนี้ก็ทำท่าทางประหลาดๆ อย่างพร้อมเพรียงกัน แล้วก็พากันจากไป
พวกมัน พวกมันอยากจะเจรจาสงบศึกงั้นรึ?
นี่เป็นการติดสินบนข้างั้นรึ?
หวังอู่ถึงกับมองจนตาค้าง และในที่สุดก็แน่ใจแล้วว่า สังคมของเหล่าภูตน้อยเหล่านี้มีสติปัญญาจริงๆ มีปฏิสัมพันธ์กัน ราวกับสังคมมนุษย์เลยทีเดียว
ดูสิ ดูสิ พวกมันก็คิดว่าความร่วมมือย่อมดีกว่าการเผชิญหน้า ความร่วมมือถึงจะนำไปสู่ชัยชนะร่วมกันใช่ไหมล่ะ
ชั่วขณะหนึ่ง หวังอู่ถึงกับอยากจะวิ่งออกไปเพลิดเพลินกับอาหารมื้อใหญ่นี้
แต่เขาก็กลัวว่าจะมีกับดัก
แต่ว่านี่คือริมลำธาร โล่งกว้างมาก ตอนนี้พลังชีวิตของเขาก็ฟื้นฟูเต็มร้อยแล้ว หลังจากกินตั๊กแตนเหล็กตัวนั้นไป ค่าความอิ่มก็ยังเหลืออยู่ถึง 230 หน่วย ดังนั้นอย่างมากก็แค่มุดเข้าไปในพงหญ้าเท่านั้นเอง
"หรือว่าหนูขนขาวสองสามตัวนั่นจะซ่อนตัวอยู่ข้างๆ นะ?"
ความคิดหนึ่งแวบขึ้นมาในใจของหวังอู่ ทันใดนั้นเขาก็ขี้ขลาดขึ้นมาทันที ไม่จำเป็น ไม่คุ้มค่า ทุกอย่างต้องระมัดระวัง
จะยังไงก็ช่างมันเถอะ ทำเป็นมองไม่เห็นก็แล้วกัน
ค่ำคืนอันยาวนานผ่านพ้นไป เมื่อแสงอรุณรุ่งสาง วันใหม่มาถึง หวังอู่ก็มุดออกจากพงหญ้าอีกครั้ง กลับเห็นว่าเบอร์รี่บนใบไม้เมื่อวานได้หายไปแล้ว ไม่รู้ว่าถูกเก็บกลับไป หรือถูกแมลงตัวอื่นกินไปแล้ว
หวังอู่ไม่ได้ใส่ใจอะไร อย่างไรเสียเขาก็ไม่เชื่อในเจตนาดีที่หนูเทาเหล่านั้นแสดงออกมา เขาอ้อมเป็นวงกลม เริ่มเข้าใกล้ทิศทางของหน้าผานั่น เขาต้องไปอาบแดด ไปฟาร์มพลังปราณแล้ว
แน่นอนว่า ความระแวดระวังที่ควรมีก็ต้องมี เขาต้องป้องกันการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของพวกสี่สหายแห่งหุบเขา หรือแปดอาชาแห่งพุ่มไม้อะไรทำนองนั้นอีก
แต่ผลลัพธ์กลับทำให้เขาคาดไม่ถึงเลยว่า ตลอดทางกลับราบรื่นอย่างยิ่ง นานๆ ครั้งจะเจออัศวินหนูเทาสองสามตัว อีกฝ่ายก็ไม่ได้ร้องเสียงดัง แต่กลับทำท่าทางประหลาดๆ เหมือนเมื่อวานทันที
งั้นก็หมายความว่าเผ่าหนูเทายอมแพ้แล้วจริงๆ งั้นรึ?
หวังอู่กึ่งเชื่อกึ่งสงสัย
(จบตอน)