- หน้าแรก
- หมียักษ์โบราณเอาตัวรอดในโลกเซียน
- บทที่ 16 สัมผัสอันตรายระดับ 3
บทที่ 16 สัมผัสอันตรายระดับ 3
บทที่ 16 สัมผัสอันตรายระดับ 3
บทที่ 16 สัมผัสอันตรายระดับ 3
เมื่อช่วงสามนาทีทองคำม่วงเริ่มต้นขึ้น หวังอู่จึงได้แน่ใจในที่สุดว่า เผ่าหนูเทาไม่ได้ซุ่มโจมตีเขา
เพราะหนูขนขาวทั้งห้าตัวนั่นกำลังดูดซับอนุภาคสีทองอยู่
เมื่อไม่มีพวกมันเข้าร่วม หวังอู่ก็ผ่อนคลายลงมาก ดังนั้นเขาจึงวิ่งเหยาะๆ กลับไปยังทิศทางของหน้าผา ซึ่งก็คือรอยแยกโขดหินที่เป็นของเขา ที่นี่เขารอคอยการมาถึงของสามนาทีเงินอย่างเงียบๆ
แม้ว่าสามนาทีทองคำจะดี แต่เขากลัวว่าจะไม่มีวาสนาได้เพลิดเพลินกับมัน
ไม่นานนัก แสงแดดสีทองก็โปรยปรายลงมา แต่ก็เป็นเพียงช่วงปลายของมันแล้ว
หวังอู่ใช้เวลาสองนาทีกับอีกสิบห้าวินาที ถึงจะรวบรวมพลังปราณได้ครบ 10 หน่วย เมื่อรวมกับพลังปราณ 10 หน่วยที่ได้มาจากตั๊กแตนดาบใหญ่สองตัวเมื่อวาน ก็พอดีที่จะอัปเกรดได้หนึ่งครั้ง
ครั้งนี้ เขาเลือกพรสวรรค์สัมผัสอันตรายโดยไม่ลังเล อัปเกรดมันขึ้นสู่ระดับ 2
ช่วงเวลาที่ผ่านมา เพราะพรสวรรค์สัมผัสอันตรายมีระดับต่ำ เขาจึงต้องเสียเปรียบไปไม่น้อย
อัปเกรดเสร็จสิ้น หวังอู่ก็ไม่สนใจว่าสามนาทีเงินจะยังไม่สิ้นสุดลง เขาโกยแน่บทันที วิ่งรวดเดียวไปยังลำธาร ดื่มน้ำจนอิ่ม จากนั้นก็มุ่งตรงไปยังทุ่งเบอร์รี่
แล้วเขาก็งงงันไปเลย ที่แท้ที่นี่มีใบไม้ขนาดใหญ่ใบหนึ่งวางเตรียมไว้แล้ว บนใบไม้วางเบอร์รี่ไว้สิบห้าลูกพอดีไม่ขาดไม่เกิน ที่ไกลออกไป อัศวินหนูเทาสี่ตัวเห็นเขาก็ไม่ร้องแล้ว เพียงแต่ยังคงทำท่าทางประหลาดๆ นั่นต่อไป
เอาเถอะ ช่างจริงใจเสียจริง
หวังอู่ไม่ลังเล ในตอนนี้ หนูขนขาวทั้งห้าตัวนั่นยังอยู่บนเขาเตี้ยๆ เป็นไปไม่ได้ที่จะมาลอบโจมตีเขา งั้นเขาก็ยินดีที่จะไม่ต้องลงมือเด็ดเอง เข้าไปกินอย่างบ้าคลั่ง
หนูเทาพวกนี้ช่างคิดได้รอบคอบจริงๆ
แต่จะให้ข้าเชื่อใจพวกเจ้าล่ะก็ ฝันไปเถอะ
กินอิ่มดื่มหนำแล้ว หวังอู่ก็เดินไปมาในลำธารสองรอบอีกครั้ง หาพงหญ้าที่รกทึบแห่งหนึ่ง เริ่มต้นการซุ่มซ่อนประจำวัน
และอัศวินหนูเทาก็ไม่ได้ทำการค้นหาเขาเป็นวงกว้างอีกจริงๆ ราวกับว่าทั้งสองฝ่ายได้สลายความแค้นเคืองต่อกัน กลายเป็นครอบครัวที่รักใคร่ปรองดองกันนับแต่นี้ไป
หวังอู่ก็ยินดีที่จะเป็นเช่นนั้น รับลูกอมเคลือบยาพิษไว้ ส่งกระสุนปืนใหญ่กลับไป จะมีอะไรที่ไม่ดีกันเล่า?
วันเวลาผ่านไปอย่างสงบสุขอีกสองวัน ทุกวันหวังอู่จะดูดซับพลังปราณเฉพาะในช่วงสามนาทีเงินเท่านั้น และทุกครั้งก็จะระมัดระวังอย่างยิ่ง ขอเพียงรวบรวมพลังปราณได้ครบ 10 หน่วย ก็จะวิ่งหนีทันที ไม่ยอมให้ศัตรูที่อาจซุ่มซ่อนอยู่มีโอกาสมาดักทางเขาได้เด็ดขาด
จากนั้นเมื่อจำนวนพลังปราณถึง 20 หน่วย เขาก็เลือกที่จะอัปเกรดพรสวรรค์สัมผัสอันตรายต่อไป
หลังจากได้รับพรสวรรค์สัมผัสอันตรายระดับ 3 มาแล้ว หวังอู่ก็แสร้งทำเป็นเหมือนเดิม กินอิ่มดื่มหนำ หาพงหญ้าแห่งหนึ่งเข้าสู่สถานะซ่อนเร้นระดับ 5
แต่ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา เขากลับค่อยๆ ออกจากพงหญ้าอย่างเงียบเชียบ เริ่มอาศัยพรสวรรค์สัมผัสอันตรายระดับ 3 ของตนเองท่องไปในพุ่มไม้
แน่นอนว่า นี่ไม่ใช่เพื่อความสนุก แต่เพื่อทดสอบความแข็งแกร่งและประสิทธิภาพของสัมผัสอันตรายระดับ 3 เพื่อเตรียมการสำหรับแผนการต่อไป
หลังจากเดินวนไปวนมาหนึ่งรอบ เขาก็ทั้งตื่นเต้นและกังวล
ที่ตื่นเต้นก็คือ สัมผัสอันตรายระดับ 3 นั้นแข็งแกร่งอย่างที่คิด แทบจะทำให้เขาสัมผัสได้ถึงภูตน้อยใดๆ ก็ตามในรัศมี 50 เมตรที่อาจจะสร้างอันตรายให้แก่เขาได้ จากนั้นเขาก็สามารถอ้อมไปได้อย่างสบายๆ ป้องกันไม่ให้ตัวเองถูกเปิดโปง
เมื่อมีอาวุธชั้นเลิศนี้ ประกอบกับพรสวรรค์ซ่อนเร้นระดับ 5 ภูตน้อยอย่างพวกสี่สหายแห่งหุบเขา หรือแปดอาชาแห่งพงไพร ก็คงจะซุ่มโจมตีเขาได้ไม่ง่ายอีกต่อไปแล้ว
และที่กังวลก็คือ เขารู้ดีว่าพรสวรรค์สัมผัสอันตรายระดับ 3 นี้ เกรงว่าจะยังไม่สามารถสัมผัสได้ล่วงหน้าถึงตัวตนระดับนักบวชอสรพิษดำ หรือนักบวชแมงป่องเพลิงได้
หากเขายังคิดจะไปขอยืมไฟจากครอบครัวแมงป่องเพลิงอีก ผลลัพธ์ที่ตามมาเกรงว่าจะไม่ดีเท่าไหร่นัก
"จิ๊บๆๆๆ!"
นกน้อยสีแดงสองตัวบินเฉียดพุ่มไม้ในระดับต่ำ ไม่ได้สังเกตเห็นหวังอู่ที่อยู่เบื้องล่างเลยแม้แต่น้อย ในตอนนี้ตะวันก็ลอยสูงแล้ว หุบเขาที่คึกคักมาตลอดทั้งเช้ากำลังเข้าสู่ความสงบ ใกล้จะถึงช่วงเวลาแห่งความเงียบสงัดยามกลางวันที่น่าสะพรึงกลัวในแต่ละวันอีกแล้ว
หวังอู่คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็หลีกเลี่ยงถิ่นของนกน้อยสีแดงไปไกลๆ ย่องไปยังหน้าผานั่น เขาต้องหาโอกาส ดูว่าจะสามารถฉวยโอกาสตอนเผลอหาแมงป่องเพลิงที่อยู่ตัวเดียวเพื่อขอยืมไฟได้หรือไม่?
และนี่ก็หมายความว่าเขาจำเป็นต้องเข้าใกล้หน้าผานั่นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
จะว่าไปแล้ว จนถึงตอนนี้หวังอู่เพิ่งจะตระหนักได้ว่า ทำไมไม่ว่าจะเป็นหน้าผานั่น หรือเขาเตี้ยๆ ลูกอื่นๆ เชิงเขาของมันถึงได้มีพื้นที่โล่งกว้างที่ทอดยาวออกไปประมาณสามสิบกว่าเมตร ไม่มีพุ่มไม้หรือต้นไม้ขึ้นอยู่เลย
ตอนนี้มาดูแล้ว ส่วนใหญ่คงจะเป็นฝีมือของเหล่าภูตน้อยพวกนี้นี่เอง ก็เพื่อที่จะขยายทัศนวิสัยในการเฝ้าระวังนั่นเอง
หรือแม้กระทั่งครั้งที่แล้วที่เขาถูกนักบวชแมงป่องเพลิงโจมตี ส่วนใหญ่ก็น่าจะถูกเปิดโปงในช่วงนี้นี่แหละ
น่าเสียดายที่ พรสวรรค์ซ่อนเร้นระดับ 5 ของเขาจำเป็นต้องหยุดนิ่งไม่ไหวติง หากสามารถรักษาสถานะนี้ไว้ได้ในขณะเคลื่อนที่ก็คงจะดี
ขณะที่คิดเช่นนี้ หวังอู่ก็ได้ซุ่มซ่อนตัวอยู่ในพงหญ้าที่ห่างจากรอยแยกโขดหินนั่น 35 เมตร รอคอยโอกาส
แต่แดดของวันนี้ช่างแผดเผาเป็นพิเศษ ทั้งหุบเขาราวกับจะถูกแดดเผาจนควันขึ้น
ถึงขนาดที่ไม่กล้าเงยหน้ามองฟ้า เพราะรอบด้านทั้งบนล่าง ราวกับกลายเป็นร่างแยกเงาของดวงอาทิตย์ไปแล้ว เห็นได้ชัดว่าเป็นสีเทาหม่นๆ แต่กลับสว่างจ้ามาก
"หรือว่าฝนจะตกหนักนะ?"
ในใจของหวังอู่เกิดความหยั่งรู้ขึ้นมา จะว่าไปแล้ว เขาข้ามภพมาสู่โลกใบนี้ก็สิบกว่าวันแล้ว ผลคือทุกวันอากาศแจ่มใสไร้เมฆ เขาเกือบจะลืมไปแล้วว่ามันมีฝนตกด้วย
ถ้าอย่างนั้นฝนตกก็จะเกิดน้ำป่าไหลหลาก อีกอย่างหากเจอวันที่ฝนตกติดต่อกัน ตอนเช้าไม่มีดวงอาทิตย์ ก็จะไม่มีอนุภาคสีทองแล้วมิใช่รึ?
ในใจของหวังอู่พลันรู้สึกบีบคั้นขึ้นมา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความรู้สึกเฉียบคมที่มาจากสัมผัสอันตรายระดับ 3 หรือว่าเป็นความทรงจำจากตอนที่เป็นมนุษย์ที่หวาดกลัวต่อฤดูฝนที่ตกหนัก สรุปก็คือเขาทันตระหนักได้ทันทีว่า ต่อไปนี้เขาจะแกล้งทำเป็นกาเร็นอยู่ในพงหญ้าไม่ได้อีกแล้ว *(กาเร็น ตัวละครในเกม League of Legends ที่ชอบซ่อนในพุ่มไม้)
พรสวรรค์ซ่อนเร้นระดับ 5 นั้นยอดเยี่ยมจริงๆ แต่ถ้าเจอน้ำป่าไหลหลาก เขาก็จะตายอย่างเงียบๆ ได้เหมือนกัน
ดังนั้น รอยแยกโขดหินนั่นต้องชิงกลับมาให้ได้
ขณะที่กำลังคิดเช่นนี้ หวังอู่ก็พลันใจเต้นขึ้นมา ที่แท้บนต้นไม้ปะปนต้นหนึ่งที่สูงเจ็ดแปดเมตรซึ่งอยู่ห่างออกไปยี่สิบกว่าเมตร กลับมีแมงมุมดำขนาดเท่ากะละมังเจ็ดแปดตัวห้อยตัวลงมาอย่างรวดเร็ว
ที่แท้คือครอบครัวแม่ม่ายดำ พวกมันไม่ใช่สายพันธุ์เดียวกับเหล่าชายาแมงมุมโลหิตที่อยู่ใต้โขดหินฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของหน้าผา และก็ไม่ใช่สายพันธุ์เดียวกับแมงมุมเหินหญ้านั่นด้วย
พวกมันกำลังทำอะไรกัน?
หากเขาจำไม่ผิด แม่ม่ายดำพวกนี้มักจะออกมาล่าเหยื่อตอนกลางคืน ตอนนี้ยังเป็นตอนกลางวันแสกๆ...
ไม่สิ พวกมันกำลังชักใย!
แต่ไม่ใช่ใยชนิดที่ใช้ล่าเหยื่อ หวังอู่ก็ดูไม่ออก แต่รู้สึกตกตะลึงอย่างมาก
"คงจะไม่ใช่ว่าพวกมันก็กำลังป้องกันฝนตกหนักเหมือนกันหรอกนะ?"
"หรือกระทั่ง ฤดูฝนที่ตกต่อเนื่องเป็นเดือนหรือหลายเดือนในอนาคต?"
หวังอู่พลันตื่นตัวขึ้นมาทันที การไม่มีพลังปราณเข้ามาถือเป็นการโจมตีที่ร้ายแรงถึงชีวิตสำหรับเขา ถึงตอนนั้นฟ้าดินกลายเป็นเวิ้งน้ำกว้าง และฤดูฝน——
"เดี๋ยวนะ หนูขนขาวพวกนั้น!"
เขานึกถึงกลยุทธ์ประนีประนอมของหนูเทาในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาขึ้นมาทันที ดูเหมือนว่าจะเป็นการปรองดองกับเขา แต่เมื่อฤดูฝนมาถึง สำหรับหนูขนขาวที่มีเวทมนตร์น้ำแข็งแล้วคือฟ้าประทานโดยแท้ แต่กลับเป็นเผ่าแมงป่องเพลิงที่จะปวดหัวตึ้บๆ
เมื่อคิดได้ดังนั้น หวังอู่อดไม่ได้ที่จะเงยหน้ามองหน้าผาที่สูงตระหง่านเบื้องหน้า
ดินแดนที่เคยเป็นของเผ่าอสรพิษดำ ในตอนนี้กลับมองไม่เห็นสิ่งมีชีวิตใดๆ เลย ราวกับเป็นดินแดนที่ถูกทอดทิ้ง เป็นไปไม่ได้ที่จะมีทหารยามแมงป่องคอยจับตาดูอยู่ที่นี่อยู่แล้ว
ช่างมันเถอะ!
ฝนตกหนักมากอาจจะเริ่มขึ้นในช่วงบ่าย เขาต้องการสถานที่สำหรับหลบฝนและหลีกเลี่ยงน้ำป่าไหลหลาก
หวังอู่ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว พุ่งออกจากพุ่มไม้ มุ่งตรงไปยังรอยแยกโขดหินนั่น
และในชั่วขณะนั้น สัมผัสอันตรายระดับ 3 ของเขาก็ได้รับข้อมูลมากมายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในทันที
ในข้อมูลที่เต็มไปด้วยอันตรายเหล่านี้รวมถึงครอบครัวแม่ม่ายดำ และพงหญ้าที่ไม่ไกลออกไป มีอยู่ประมาณสิบกว่าแห่ง... ไม่ใช่เล่นนะ ความคิดของเหล่าวีรบุรุษช่างเหมือนกันโดยมิได้นัดหมาย!
แต่ในขณะที่เขากำลังจะเข้าใกล้รอยแยกโขดหินนั่น ระยะทางไม่ถึงห้าเมตร สัมผัสอันตรายระดับ 3 ในที่สุดก็นำพาความรู้สึกอันตรายที่ทำให้เขาต้องขนหัวลุกมาให้
"บัดซบ!"
"ในรอยแยกโขดหินมีทหารซุ่มอยู่!"
(จบตอน)