- หน้าแรก
- หมียักษ์โบราณเอาตัวรอดในโลกเซียน
- บทที่ 9 การรวมพลของตั๊กแตนนักดาบ
บทที่ 9 การรวมพลของตั๊กแตนนักดาบ
บทที่ 9 การรวมพลของตั๊กแตนนักดาบ
บทที่ 9 การรวมพลของตั๊กแตนนักดาบ
การตัดสินใจของหวังอู่นั้นถูกต้องอย่างไม่ต้องสงสัย และทางเลือกของเขาก็คุ้มค่าที่สุดเช่นกัน
พรสวรรค์ซ่อนเร้นระดับสามสามารถช่วยให้เขาหลีกเลี่ยงอันตรายส่วนใหญ่ได้ แม้ว่าเหล่าอัศวินหนูเทาจะโกรธแค้นอย่างยิ่ง ตลอดทั้งช่วงเช้าพวกมันได้จัดตั้งหน่วยย่อยจำนวนมาก ค้นหาเขาอย่างบ้าคลั่งไปทั่วทั้งพุ่มไม้ แต่ก็ไม่พบร่องรอยใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับเขาเลยแม้แต่น้อย อย่างไรเสีย ครั้งนี้เพื่อให้แน่ใจว่าการซ่อนตัวจะสำเร็จ หวังอู่ถึงกับไม่เก็บเอาซากศพของอัศวินหนูเทาสองตัวนั้นไปด้วยซ้ำ
เมื่อดวงอาทิตย์ค่อยๆ ลอยสูงขึ้น ผืนดินก็เริ่มเข้าสู่โหมดเผาไหม้ ดันเจี้ยนยามกลางวันที่น่าสะพรึงกลัวได้เปิดฉากขึ้นอย่างช้าๆ เหล่าอัศวินหนูเทาก็จำต้องซ่อนตัวเช่นกัน ทั้งหุบเขากลับสู่ความเงียบสงัดราวกับป่าช้าอีกครั้ง
หวังอู่จดจำทิศทางไว้ในใจอย่างเงียบๆ หลังจากฟ้ามืด เขาจะกลับไปยังรอยแยกโขดหินอีกครั้ง สรุปก็คือใช้บั๊กทุกรูปแบบ ในช่วงเวลานี้ของเขา ถ้าไม่สู้ได้ก็จะไม่สู้
วันนี้เจ้านกอินทรีดำยักษ์ไม่มา แต่มันก็ได้ทิ้งความรู้สึกกดดันและวิกฤตไว้ให้หวังอู่เสมอ เมื่อวานนี้เป็นเพราะเขาไม่มีค่าพอ เจ้านกอินทรีดำยักษ์จึงไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา แต่ถ้าเขาเติบโตขึ้นเรื่อยๆ สักวันหนึ่ง เขาก็จะกลายเป็นของหวานอันโอชะของมัน
วันอันยาวนานผ่านพ้นไป ยามพลบค่ำมาเยือน ในที่สุดภายในหุบเขาก็เริ่มมีความเคลื่อนไหว ฝูงภูตน้อยหลายเผ่าพันธุ์ต่างลองส่งทหารแนวหน้าออกมาลาดตระเวนดูว่ามีอสูรใหญ่ที่ไร้น้ำใจนักกีฬาซุ่มซ่อนอยู่ข้างๆ หรือไม่
หวังอู่นิ่งไม่ไหวติง เขาก็กำลังรออยู่เช่นกัน ตอนนี้เขายึดมั่นในหลักการเดียวเท่านั้น คือต้องแฝงเร้น ต้องเจียมตัว ต้องทำตัวเป็นหมีขี้ขลาดให้ได้! หมียักษ์โบราณอะไรกัน ข้าไม่สนหรอกเฟ้ย การมีชีวิตรอดสิยอดเยี่ยมที่สุด!
ในที่สุด ท้องฟ้าก็เริ่มมืดลงเรื่อยๆ ภายในหุบเขาก็เดือดพล่านคึกคักขึ้นมา... ถึงเวลาแล้ว
หวังอู่พุ่งออกจากพงหญ้าโดยไม่ลังเล ไม่มีการอ้อมค้อม เขาวิ่งสุดฝีเท้าไปตามทิศทางและเส้นทางที่กำหนดไว้ล่วงหน้า แม้ว่าจะถูกอัศวินหนูเทาที่ลาดตระเวนอยู่พบเข้าอย่างรวดเร็ว เขาก็ไม่สนใจ ไม่หยุดแม้แต่น้อย แน่นอนว่าเขาก็จะหลีกเลี่ยงต้นไม้ใหญ่ ต้นไม้เล็กเหล่านั้นเป็นพิเศษ ฝีมือเด็ดของน้องสาวแมงมุม เขาย่อมเข้าใจดีอยู่แล้ว
แต่ถึงกระนั้น เมื่อเขาพุ่งออกจากพุ่มไม้ได้สำเร็จ และเบื้องหน้าคือรอยแยกโขดหิน ด้านหลังของเขาก็มีอัศวินหนูเทาสิบกว่าตัวไล่ตามติดมา
"จี๊ดๆๆ!"
อัศวินหนูเทาตัวหนึ่งที่ดูแข็งแกร่งและกล้าหาญเป็นพิเศษพลันเร่งความเร็ว พุ่งเข้าใส่หวังอู่ด้วยท่าเขี้ยวทะลวง ในชั่วพริบตา พลังชีวิต 10 หน่วยก็หายไป ความเสียหายสูงมาก แต่ก็ไม่ได้ทำให้หวังอู่ล้มลง เขาตั้งใจระวังเรื่องนี้เป็นพิเศษ การพุ่งเข้าโจมตีเป็นกลุ่มของอัศวินหนูเทานั้นน่ากลัวมาก ตราบใดที่ถูกทำให้ล้มลง ก็จะถูกรุมกระทืบสถานเดียว แต่ตราบใดที่พยายามรักษาการทรงตัวให้ดีที่สุด บวกกับความได้เปรียบด้านน้ำหนักและขนาดตัว ก็ยังไม่มีปัญหาอะไร สิ่งเดียวที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือท่าเขี้ยวทะลวงของพวกมัน น่ารังเกียจอย่างยิ่ง พวกมันผลัดกันพุ่งเข้าใส่ ในระยะทางสั้นๆ พลังชีวิตของหวังอู่ถูกลดไปถึง 70 หน่วย ถูกแทงไปเจ็ดครั้ง!
โชคดีที่ในที่สุดเขาก็มุดเข้าไปในรอยแยกโขดหินได้สำเร็จ อัศวินหนูเทาที่กำลังเดือดดาลเหล่านั้นยังคิดจะพุ่งตามเข้ามา หารู้ไม่ว่าหวังอู่รอคอยช่วงเวลานี้อยู่ เขาอดทนมานานแล้ว ข้างนอกในที่โล่งกว้าง พวกเจ้าจะเรียกข้าว่าเจ้าหมีน้อยก็ได้ แต่ตอนนี้พอเข้ามาอยู่ในที่แคบแล้ว พวกเจ้าควรจะเรียกข้าว่าอะไรดี? เขาหันกลับไป รับการพุ่งชนและแทงของอัศวินหนูเทาสองตัวอย่างจัง แม้พลังชีวิตจะลดลงอีก 20 หน่วย ก็ไม่หวาดหวั่นแม้แต่น้อย หวังอู่ตบอุ้งเท้าลงไปสองทีติดๆ กัน ส่งพวกมันไปสู่ความตายคาที่ ซากศพของพวกมันกลายเป็นสิ่งกีดขวางที่ดีที่สุด อัศวินหนูเทาสองตัวที่ตามมาข้างหลังพุ่งเข้าชนจนเสียหลัก จากนั้นก็ถูกหวังอู่ตบส่งไปอีกสองที เมื่อถึงตอนนี้ อัศวินหนูเทาที่เหลือจึงได้แต่ส่งเสียงร้องจี๊ดๆๆ ล้อมอยู่ข้างนอกอย่างไม่พอใจ ไม่กล้าเข้ามาอีก
ส่วนหวังอู่นั้น ได้เริ่มกินอย่างตะกละตะกลามแล้ว จะว่าไปแล้ว หนังของอัศวินหนูเทานี้มีค่าพลังป้องกันค่อนข้างสูง แม้จะใช้กรงเล็บก็ยังฉีกขาดยาก ฟันของเขาก็ยังไม่มากพอและไม่คมพอ กัดไปก็ทำอะไรไม่ได้ แต่ปัญหาง่ายๆ แค่นี้ก็หยุดหวังอู่ไม่ได้ เขาได้สรุปวิธีการกินที่มีประสิทธิภาพชุดหนึ่งขึ้นมาแล้ว นั่นก็คือ เริ่มจากทุบมันอย่างบ้าคลั่งด้วยกรงเล็บตั้งแต่หัวจรดหางเหมือนกับการตำโมจิ ถ้าไม่ได้ผลก็ยกก้อนหินเล็กๆ มาทุบ แบบนี้จะเป็นการทุบให้กลายเป็นเนื้อบดที่สดใหม่ก่อน จากนั้นก็สามารถเพลิดเพลินกับอาหารมื้อโอชะได้เหมือนกับการบีบเยลลี่
หวังอู่กินอย่างเพลิดเพลินอยู่ในรอยแยกโขดหิน แต่อัศวินหนูเทาที่อยู่ข้างนอกกลับหัวเสีย พวกมันส่งเสียงร้องจี๊ดๆ ดังขึ้นไปอีก และยังดึงดูดอัศวินหนูเทาตัวอื่นๆ มาอีกด้วย ดูแล้วน่าจะมีราวๆ ยี่สิบสามสิบตัวแล้ว ทันใดนั้น เสียงฟ่อๆๆๆ ก็ดังขึ้นเป็นทิวแถว จากนั้นในความมืดสลัวของยามค่ำคืน ก็มีอสรพิษดำทหารยามอย่างน้อยยี่สิบกว่าตัวภายใต้การนำของอสรพิษดำนักฆ่าสองสามตัว พุ่งลงมาจากหน้าผา เข้าโจมตีและโอบล้อมอัศวินหนูเทาอย่างกะทันหัน ทั้งสองฝ่ายเข้าปะทะกันที่นี่ เสียงฟ่อของงูดำ เสียงจี๊ดของหนูเทาดังระงมไปทั่ว
หวังอู่เองก็คาดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าเผ่าอสรพิษดำจะเข้าร่วมรบในตอนนี้ นี่มันช่าง... ยิ่งใหญ่ตระการตาเสียนี่กระไร มีคำกล่าวว่า... ไม่สิ มีบทกวีกล่าวไว้ว่า...
"แลดูอสรพิษดำรัดรึงหนูเทา ธงมหาราชาโบกสะบัดเปลี่ยนไปบนเชิงเทิน"
"เจ้าเพิ่งจะร้องจบข้าก็ขึ้นเวที สู้ผูกคอตายกิ่งทิศอาคเนย์เสียดีกว่า"
การต่อสู้นั้นเรียกได้ว่ามืดฟ้ามัวดิน ตะวันจันทราอับแสง โลหิตไหลนองเป็นคลอง ศพกองเป็นภูเขาเลากา ทันใดนั้น ขุนพลผู้หนึ่งก็พุ่งออกมา รวดเร็วดั่งสายฟ้า เสียงดังกังวานดั่งอัสนีบาต ในมือง้าวสามง่ามสองคม ใต้ร่างสัตว์สี่ขาจี๊ดๆ ง้าวเงือดเงื้อฟาดฟัน สังหารงูไปสามตัวในพริบตา สุดท้ายยังสามารถกัดงูดำไว้ได้ตัวหนึ่ง แม้จะตายเพราะพิษ ก็ยังไม่ยอมปล่อยปาก
ทางด้านนี้ กลับเห็นบนหน้าผา งูดำมะเมื่อมตัวหนึ่ง สายตาเย็นชา ท่าทางสง่างามดั่งเทพเจ้า มองลงมายังสมรภูมิทั่วหล้าดุจดั่งจักรพรรดิ กำลังพบโอกาสสวรรค์ประทาน เตรียมจะสั่งทัพทั้งหมดบุกตะลุย ก็พลันได้ยินเสียงไฟและอัสนีบาตดังขึ้นมาจากบนหน้าผาด้านหลัง... แย่แล้ว! เส้นทางถอยถูกตัด เจ้าพวกแมงป่องเพลิงที่น่ารังเกียจนั่นมาอีกแล้ว หวังอู่กินเยลลี่เนื้อบดไปพลาง ยิ่งคาดไม่ถึงเข้าไปใหญ่ ว่าเผ่าแมงป่องเพลิงจะลอบโจมตีอีกครั้งในตอนนี้ น่าเสียดาย น่าเสียดาย เผ่าอสรพิษดำในสนามรบฝั่งนี้กำลังจะบดขยี้อัศวินหนูเทาได้อยู่แล้วเชียว ตอนนี้กลับต้องถอนทัพอย่างเร่งรีบ
หวังอู่เชียร์เผ่าอสรพิษดำอย่างจริงใจ เพราะนี่คือสหายรักของเขา คือเพื่อนบ้านที่ดีของเขา เขาอยากจะโค่นล้มอำนาจของเหล่าอันธพาลนักเลงหัวไม้หนูเทาใจจะขาด แต่... อนิจจา!
ฝ่ายหนูเทาทิ้งซากศพไว้สิบกว่าศพ แต่ก็ยังสามารถถอยทัพได้อย่างเป็นระเบียบ ลืมหวังอู่ผู้เป็นต้นเหตุไปเสียสนิท เผ่าอสรพิษดำก็ไม่มีเวลามาสนใจเขา อย่างไรเสีย คืนนี้ก็ถูกกำหนดให้เป็นคืนที่น่าตื่นเต้นและคึกคัก จะว่าไปแล้ว อันที่จริงนี่ต่างหากคือสภาวะปกติ
หวังอู่กินเยลลี่ไปสี่ถุง ค่าความอิ่มพุ่งทะยานถึง 300 หน่วยพอดี แถมยังได้หนังหนูมาสี่ผืน และพลังปราณอีกสี่หน่วย จากนั้น อาศัยพรสวรรค์ซ่อนเร้นระดับสามและพรสวรรค์ฟื้นฟูตนเองระดับหนึ่ง เขาก็เข้าสู่ห้วงนิทราทันที ส่วนเรื่องตีรันฟันแทงข้างนอกนั่น จะมาเกี่ยวอะไรกับข้าด้วยเล่า คนโบราณกล่าวไว้ "ข้านี้โดยเนื้อแท้เป็นคนดี" คืนนี้นอนหลับสบายจริงๆ ความรู้สึกที่ไม่ถูกรบกวนนี่มันดีจริงๆ พลังชีวิตที่เสียไปฟื้นฟูจนเต็มร้อยแล้ว เพียงแต่วันนี้ไม่มีระดับการเติบโต เพราะทั้งหมดถูกนำไปใช้ฟื้นฟูตนเองแล้ว ปลาและอุ้งตีนหมีไม่อาจได้มาพร้อมกัน* *(สำนวนจีน หมายถึง ไม่สามารถได้ของดีสองอย่างพร้อมกันได้)
ก็พอเข้าใจได้ เพียงแต่ไม่รู้ว่าผลการรบสามฝ่ายเมื่อคืนเป็นอย่างไรบ้าง? ว่ากันตามตรงแล้ว หวังอู่ค่อนข้างชอบเพื่อนบ้านอย่างเผ่าอสรพิษดำอยู่ไม่น้อย
อืม... เขาค่อยๆ คลานออกจากรอยแยกหินอย่างระมัดระวัง ชะโงกหน้าออกไปมองอยู่ครู่หนึ่ง ในใจกลับพลันเกิดลางสังหรณ์ที่ไม่ดีขึ้นมา เพราะที่ใต้พุ่มไม้ตรงข้ามกับรอยแยกหิน วันนี้กลับมีตั๊กแตนนักดาบพเนจรเพิ่มขึ้นมาเกือบร้อยกว่าตัวอย่างผิดปกติ ความรู้สึกนั้นยากที่จะอธิบาย เหมือนกับคนๆ หนึ่งที่วันนี้ออกจากบ้าน แล้วกลับเห็นอันธพาลหัวทองร้อยกว่าคนยืนอยู่หน้าประตูบ้านตัวเอง ถ้าแบบนี้ยังปกติก็แปลกแล้ว
ความคิดแรกของหวังอู่คือ เผ่าอสรพิษดำพ่ายแพ้ในศึกเมื่อคืน อาจจะถูกขับไล่ออกจากดินแดนหน้าผา หรืออาจจะตายยกเผ่า จากนั้นเขาก็ปฏิเสธความคิดนี้ เพราะถ้าเผ่าอสรพิษดำตายยกเผ่าจริงๆ ตั๊กแตนนักดาบร้อยกว่าตัวนี้ก็สามารถพุ่งเข้ามาได้โดยตรงแล้ว ภายใต้คมดาบที่สาดกระหน่ำ จะมีหมีรอดได้อย่างไร? รอยแยกหินอันคับแคบนี้สำหรับพวกตั๊กแตนนักดาบแล้วไม่ใช่ปัญหาเลย
ชั่วขณะหนึ่ง หวังอู่รู้สึกกังวลและหวาดกลัวอย่างยิ่ง หรือว่าเผ่าหนูเทาไปจ้างตั๊กแตนนักดาบมา...
แต่ในขณะที่เขากำลังคิดเรื่อยเปื่อยอยู่นั้น เขาก็เห็นตั๊กแตนนักดาบยักษ์สีทองตัวหนึ่งเดินออกมาจากส่วนลึกของพุ่มไม้ เจ้านี่ตัวใหญ่มาก เกือบจะใหญ่เท่าหนูเทาตัวหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งดาบคู่ยาวนั้น กลับส่องประกายศักดิ์สิทธิ์ราวกับทองคำ และบนดาบยาวข้างหนึ่งของตั๊กแตนศักดิ์สิทธิ์ตัวนั้น ก็มีหัวหนูที่เปื้อนเลือดหัวหนึ่งแขวนอยู่ ช่างเป็นภูตน้อยที่ยอดเยี่ยมอะไรเช่นนี้!
คู่ควรกับคำกล่าวที่ว่า "ลิโป้ในหมู่คน ตั๊กแตนในหมู่ม้า!" โดยแท้!
(จบตอน)