- หน้าแรก
- กลายเป็นว่าข้าคือเทพยุทธ์ไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 129 เกือบต้องลงโทษญาติด้วยความชอบธรรม
ตอนที่ 129 เกือบต้องลงโทษญาติด้วยความชอบธรรม
ตอนที่ 129 เกือบต้องลงโทษญาติด้วยความชอบธรรม
ตอนที่ 129 เกือบต้องลงโทษญาติด้วยความชอบธรรม
“คืออะไรหรือ?”
ทั้งสองคนถามขึ้นพร้อมกัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความร้อนรนและเร่งเร้า
“เป็น...ถุงหอมเจ้าค่ะ บอกว่าใช้กันแมลง” หลี่เหรินห่าวตอบ
“เร็วเข้า เอาออกมาดูสิ!”
ทั้งสองคนเร่งเร้าอย่างตื่นเต้น
แต่หลี่เหรินห่าวกลับลังเลอยู่นาน สีหน้าลำบากใจมาก ก่อนจะค่อย ๆ เอ่ยออกมาด้วยเสียงแผ่วเบา “ตอนนั้นข้านึกว่าเขาเป็นแค่มนุษย์ธรรมดา ก็เลยไม่ได้ใส่ใจเจ้าถุงหอมนี้เท่าไหร่...ไม่รู้ว่าไปทำหายตอนตอนไหนแล้ว...”
“อะไรนะ?”
หลี่เจียซินกับสวี่โม่จู๋ถึงกับเลือดขึ้นหน้า พลังปราณพลันแผ่พุ่งออกมารอบตัวทันที ดวงตาจ้องมองหลี่เหรินห่าวอย่างเขม็ง
ไม่มีใครคิดเลยว่าสิ่งที่ผู้อื่นอาจต้องแลกมาทั้งชีวิตจึงจะได้สัมผัส วาสนาอันล้ำค่าขนาดนั้นกลับถูกหลี่เหรินห่าวทำหายไปเสียอย่างนั้น
“ข้าถามเจ้า เจ้าทำมันหายที่ไหน?”
หลี่เจียซินเสียงสั่นด้วยความโกรธ พูดอย่างร้อนรนและกดดัน
“ข้า...ข้าก็ไม่รู้จริง ๆ ข้าสาบานว่าไม่ได้ตั้งใจเลย”
หลี่เหรินห่าวพูดเสียงเบา ก้มหน้าด้วยความอับอาย ใจของนางรู้ดีว่า ครั้งนี้ผู้ที่มักจะเอ็นดูนางทั้งสองโกรธจริงแล้ว
“ไม่รู้? เจ้าบอกว่าไม่รู้ได้ยังไง?”
หลี่เจียซินยกมือขึ้นเหมือนจะฟาด แต่มือที่สั่นไหวก็ยังคงค้างอยู่ในอากาศ ก่อนจะทิ้งลงด้วยความหงุดหงิด ใบหน้าแดงก่ำ พูดเสียงสั่นว่า “หลี่เหรินห่าวเอ๋ย...เจ้าเป็นคนของตระกูลหลี่นะ แล้วทำไมเจ้าถึงได้สะเพร่าเช่นนี้!”
“เจ้ารู้หรือไม่ ข้ากับอาจารย์ของเจ้า ต้องแลกแหวนมิติของตระกูลหลี่ไปจึงได้รับวาสนามา ส่วนเจ้ากลับได้รับมาแล้ว...ทำมันหายไปซะอย่างนั้น?”
“จริงด้วยเหรินห่าว ครั้งนี้ข้าจะไม่อ่อนข้อให้ เจ้ารู้ไหมว่าสิ่งที่เจ้าทำหายไป... คือวาสนาใหญ่ขนาดไหน?”
สวี่โม่จู๋ก็พูดด้วยอารมณ์รุนแรง “ท่านผู้นั้นอย่างน้อยก็ต้องเป็นยอดฝีมือระดับนักบุญยุทธ แค่ตอนที่เราเจอกับเขาก็เห็นของวิเศษระดับวิญญาณถึงสองชิ้น แล้วถุงหอมที่เขามอบให้เจ้าก็อาจเป็นของระดับวิญญาณเช่นกัน เจ้ายังกล้าทำมันหายได้อีก ถ้าเจ้าไม่ใช่ศิษย์เพียงคนเดียวของข้า ข้าคงจะลงโทษญาติด้วยความชอบธรรมไปแล้ว!”
“ของระดับวิญญาณ...?”
คำพูดของสวี่โม่จู๋ ทำให้สมองของหลี่เหรินห่าวแทบจะหยุดทำงาน
แม้ว่าจะเห็นว่าสองผู้ใหญ่มีปฏิกิริยาแรง แต่นางก็ไม่เคยคิดไปถึงขนาดนั้นเลยเพราะแค่สมบัติระดับสำนักก็สามารถก่อให้เกิดความนองเลือดได้แล้ว นับประสาอะไรกับของระดับวิญญาณ?
ในตอนนั้น ความเสียใจแล่นวาบไปทั่วร่าง น้ำตาไหลพรากไม่หยุด
“ท่านอาจารย์ ท่านน้า...ข้ารู้ว่าข้าผิดจริง ๆ ข้าไม่รู้เลยว่าถุงหอมนั่นสำคัญขนาดนี้ ข้านึกว่าแค่ของกันแมลงสำหรับคนธรรมดาเท่านั้น!”
“เหอะ หลี่เหรินห่าว เจ้ารู้ไว้ด้วยว่า สิ่งที่เจ้าทำหายไปไม่ใช่แค่วาสนาของเจ้า...แต่มันคือวาสนาของตระกูลหลี่และของสำนักกระบี่ด้วย!”
หลี่เจียซินหน้าขาวซีด พูดด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด “ถ้าเรามีวาสนานั้น บางทีเจ้าจะสามารถนำพาสำนักกระบี่และตระกูลหลี่ก้าวไปอีกระดับ แต่เจ้า...ดันทำหายไปซะได้!”
“เจ้า ๆ ๆ...”
ความโกรธที่พุ่งถึงขีดสุด ทำให้หลี่เจียซินจุกหน้าอกก่อนจะกระอักเลือดคำหนึ่งออกมา
หลี่เหรินห่าวหน้าซีดเผือดยิ่งกว่าเดิม รีบร้องไห้ปานจะขาดใจ “ท่านน้า...อย่าโกรธเลย ข้าจะไปหาให้เจอ ข้าจะเอาคืนมาให้ได้แน่นอน!”
“หาอะไรหา? สมบัติระดับวิญญาณมันถึงขั้นคืนสู่ธรรมชาติแล้ว ไม่มีคลื่นพลังใด ๆ ให้ตามรอยหรอก มีเพียงแค่คนที่เพ่งพินิจดี ๆ เท่านั้นถึงจะสัมผัสได้ถึงความล้ำลึกของมัน!”
หลี่เจียซินตะคอก “ในภูเขามู่ฝู่ที่ซับซ้อนขนาดนี้ เจ้าจะหาได้ด้วยตัวคนเดียวได้ยังไง?”
“ข้า...”
หลี่เหรินห่าวก้มหน้าลง น้ำตาไหลพราก เอ่ยไม่ออกแม้แต่ครึ่งประโยค นางไม่รู้จะทำยังไงต่อดีแล้วจริง ๆ
หากรู้ล่วงหน้าว่าถุงหอมนั้นสำคัญเพียงนี้ นางไม่มีทางจะปล่อยให้หายไปแน่นอน ความผิดทั้งหลายนี้ก็เป็นเพราะตัวเองไม่รู้จักค่าของวาสนาที่อยู่ตรงหน้า
“ช่างเถอะ ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือหาถุงหอมนั่นให้เจอ”
สวี่โม่จู๋หน้าดำคร่ำเครียด พูดอย่างเด็ดขาด “ข้าจะกลับไประดมศิษย์ของสำนักกระบี่ทั้งหมด เข้าภูเขาตามหาถุงหอมนี่ให้ได้!”
“ดี!”
หลี่เจียซินปาดเลือดที่มุมปาก แล้วก็เข้าใจได้เช่นกันว่า ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะตำหนิเด็กสาวอีกต่อไป วาสนาเร่งด่วนกว่าจึงกล่าวว่า
“ข้าก็จะกลับไปแจ้งตระกูลหลี่ ให้ส่งคนทั้งหมดมาช่วยค้นหา!”
“ไม่มีเวลาจะรอแล้ว รีบออกเดินทางเถอะ ขอเพียง...ถุงหอมนั่นยังหาเจอก็พอ!”