- หน้าแรก
- กลายเป็นว่าข้าคือเทพยุทธ์ไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 128 ท่านผู้นั้นมอบวาสนาให้ข้าไว้ตั้งนานแล้ว
ตอนที่ 128 ท่านผู้นั้นมอบวาสนาให้ข้าไว้ตั้งนานแล้ว
ตอนที่ 128 ท่านผู้นั้นมอบวาสนาให้ข้าไว้ตั้งนานแล้ว
ตอนที่ 128 ท่านผู้นั้นมอบวาสนาให้ข้าไว้ตั้งนานแล้ว
“นั่น...นั่นมันคือ...?”
เสียงของหลี่เหรินห่าวสั่นระริก
“ใช่แล้ว”
หลี่เจียซินพยักหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง “เจ้าเต่าตัวนั้น ก็คือจ้าวอสูรโบ๋กู่ที่เจ้าพูดถึงนั่นแหละ!”
เมื่อได้รับการยืนยัน ร่างของหลี่เหรินห่าวถึงกับสั่นไหว
นางก้าวถอยหลังไปสองก้าว รู้สึกเหมือนถูกคลื่นกระแทกเต็มแรง ไม่อาจตั้งสติกลับมาได้ในทันที
ก่อนหน้านี้นางยังไม่เห็นค่าเจ้าเต่าตัวนั้นเลยด้วยซ้ำ ถึงกับไม่ชายตามองด้วยซ้ำไป แต่ใครจะคิดว่าเจ้าเต่าที่ชายหนุ่มหิ้วติดมือเดินไปทั่วนั่น กลับเป็นจ้าวอสูรโบ๋กู่?
นางถึงกับสูดหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความตกใจ
ที่แท้...
เขานี่เอง คือผู้ที่กล้าบุกถ้ำของจ้าวอสูรเพียงลำพังและจับจ้าวอสูรไปได้
ที่แท้...
เหตุผลที่เขารอดจากหุบเขาที่อสูรป่าคลั่งได้นั้น ไม่ใช่เพราะโชคดี แต่เพราะในที่แห่งนั้นอสูรป่าทั้งหลายไม่อาจคุกคามเขาได้เลยต่างหาก
เมื่อมองย้อนกลับไป นางก็เริ่มตระหนักว่าตนควรจะเข้าใจเรื่องนี้ตั้งนานแล้ว
ลองคิดดูสิ แค่นางผู้เป็นถึงราชายุทธยังแทบเอาชีวิตไม่รอด แล้วมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งจะสามารถรอดชีวิตจากภูเขานี้ได้ด้วยโชคดีงั้นหรือ?
ท่าทีสงบนิ่งเหนือโลกของเขาในตอนนั้นก็หาใช่การแสร้งทำไม่
แต่เมื่อนึกถึงคำพูดต่าง ๆ ที่ตนเคยกล่าวกับอี้เฟิงมาก่อน สีหน้าของหลี่เหรินห่าวก็แดงระเรื่อถึงใบหู จนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนีเสียเดี๋ยวนั้น
คำพูดเหล่านั้น หากตกเข้าสู่หูของเขาคงช่างน่าขันสิ้นดี
โชคดีแล้วที่คำพูดไร้มารยาทของตนก่อนหน้านี้ มิได้ทำให้เขาไม่พอใจ ไม่เช่นนั้น...
นึกถึงแล้วก็ทั้งอับอาย ทั้งหวาดหวั่น
“คารวะคุณชายเจ้าค่ะ”
หลี่เจียซินกับสวี่โม่จู๋กล่าวด้วยท่าทีเคารพ
“อ้อ พวกเจ้านี่เอง”
อี้เฟิงยิ้มเล็กน้อย สายตาก็มองมายังหลี่เหรินห่าวพลางกล่าวว่า “ไม่คิดว่าเจ้าก็อยู่ด้วยนะ”
ได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของหลี่เหรินห่าวที่มักเย็นชาก็แดงระเรื่อทันตาเห็น
นางไม่สามารถรักษาความสงบเหมือนคราวก่อนอีกแล้ว ตรงกันข้าม กลับรู้สึกประหม่าอย่างเห็นได้ชัดและหลังจากลังเลอยู่พักหนึ่ง ก็ค่อย ๆ กล่าวอย่างเคารพว่า
“คารวะคุณชายเจ้าค่ะ...”
แม้จะเขินอาย แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบตามองอี้เฟิงอีกครั้ง
สง่างาม
สงบเหนือโลก
โดยเฉพาะรอยยิ้มจาง ๆ นั่น ทำให้เขาดูเหมือนจะควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้หมด ต่อให้ฟ้าจะถล่มแผ่นดินจะทลาย เขาก็ยังยิ้มได้อย่างสงบเสงี่ยม
น่าขันนักที่ก่อนหน้านี้นางกลับไม่ทันสังเกตเห็นเลยแม้แต่น้อย แค่รู้สึกว่าเขาเป็นมนุษย์ธรรมดาที่อยู่ใกล้แล้วรู้สึกสบายเท่านั้น
สำหรับคำที่หญิงสาวเรียกเขาว่าคุณชาย อี้เฟิงก็ไม่รู้สึกแปลกใจนัก
จากใบหน้าที่คล้ายกันพอสมควร เขาก็เดาว่าหลี่เจียซินกับหลี่เหรินห่าวคงเป็นญาติกันและเมื่อหลี่เจียซินเรียกเขาว่าคุณชายเพราะพิณของเขา นางผู้นี้จะเรียกตามก็ไม่แปลกอะไร
“เห็นไหม ข้าบอกแล้วว่าในภูเขานี้ไม่ได้อันตรายอะไร เจ้าดูสิ ข้ายังสบายดีอยู่เลย”
อี้เฟิงพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
ทว่า คำพูดนั้นกลับทำให้ใบหน้าของหลี่เหรินห่าวแดงซ่านขึ้นอีกครั้ง
เห็นชัดว่าอี้เฟิงกำลังย้อนคำพูดของนางก่อนหน้านี้ แน่นอนว่าคงโทษใครไม่ได้เลยนอกจากตัวนางเองที่ตาไม่ถึง มองไม่เห็นตัวตนที่แท้จริงของเขา
ทั้งสามคนสนทนากันอยู่พักหนึ่ง
แต่หลังจากทักทายกันเสร็จ อี้เฟิงก็นึกว่าทั้งสามจะกลับเสียที ทว่าไม่คิดว่าหลี่เจียซินกับสวี่โม่จู๋กลับยังไม่ไป ยังพยายามหาเรื่องคุยต่อเรื่อย ๆ แถมยังชมหลี่เหรินห่าวต่อหน้าเขาไม่หยุด
ทั้งว่า หลี่เหรินห่าวพรสวรรค์สูง
เข้าใจวรยุทธรวดเร็ว
ถึงขนาดว่า “ให้ข้าเป็นอาจารย์นาง ยังนับว่าต่ำเกินไปเสียอีก…”
ทำเอาอี้เฟิงเริ่มหงุดหงิดขึ้นมา
ศิษย์เจ้าพรสวรรค์ดีแล้วไง มันเกี่ยวอะไรกับข้า? หรือจะดูแคลนว่าข้าเป็นแค่มนุษย์ธรรมดา ถึงเอาศิษย์มาชมให้เจ็บใจ?
ที่สำคัญ เขาเดินทางมาทั้งวันจนเหนื่อยแทบขาดใจแล้ว ไม่มีอารมณ์จะมานั่งฟังพวกนี้พล่ามอีกต่อไป
อี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะหาวออกมา ก่อนจะเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา
“ตอนนี้ฟ้ามืดแล้ว ทั้งสามท่าน...ยังไม่กลับอีกหรือ?”
คำพูดนี้ทำเอาสีหน้าของสวี่โม่จู๋ที่กำลังชมหลี่เหรินห่าวอยู่นั้นถึงกับชะงักทันที ใบหน้าแดงก่ำ คำพูดที่กำลังจะเอ่ยก็ต้องกลืนกลับลงคอ
เขาหันไปสบตากับหลี่เจียซิน ทั้งคู่ก็ไม่อาจซ่อนความผิดหวังในแววตาได้
พวกเขาอยากให้ชายผู้นี้มอบวาสนาให้หลี่เหรินห่าวด้วย แต่ดูเหมือนเขาจะไม่มีเจตนานั้น แถมยังไล่พวกเขากลับเสียด้วย
และเมื่อเป็นคำไล่จากชายผู้นี้ พวกเขาย่อมไม่กล้าฝืน จำต้องค้อมหัวลาถอยไปด้วยความเคารพ
แม้จะจากไปแล้ว แต่สายตาก็ยังเต็มไปด้วยความอาลัย
“หากเขายอมมอบวาสนาให้เหรินห่าวบ้างก็คงดี…” สวี่โม่จู๋ถอนหายใจเบา ๆ ระหว่างที่เดินออกจากเขา
“เฮ้อ จริงด้วยสิ...” หลี่เจียซินก็อดรู้สึกผิดหวังไม่ได้
ยอดฝีมือเช่นนี้ ปกติไม่มีทางได้พบง่าย ๆ แต่พอมีโอกาสได้เจอแถมยังสร้างความสัมพันธ์ได้แล้วแท้ ๆ กลับไม่ได้วาสนาอะไรกลับมาเลย น่าเสียดายจริง ๆ
“ท่านน้า ท่านอาจารย์...ไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะ” ดวงตาของหลี่เหรินห่าวสั่นไหว สีหน้าซับซ้อน “ก่อนหน้านี้ข้าพูดจาล่วงเกินเขาหลายครั้ง แค่เขาไม่ถือโทษโกรธก็ถือว่าโชคดีของข้าแล้ว”
พูดจบ นางก็ก้มหน้าลง
“ก็ได้...”
หลี่เจียซินทั้งสองก็ได้แต่ถอนหายใจ ไม่พูดอะไรอีก สีหน้าหม่นหมองเต็มไปด้วยความผิดหวัง
แต่ในตอนนั้นเอง หลี่เหรินห่าวก็เหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้ นางเงยหน้าขึ้นทันทีแล้วกล่าวว่า
“ไม่ใช่นะ ท่านผู้นั้น...ได้มอบวาสนาให้ข้าไว้ตั้งแต่ก่อนแล้ว!”
“อะไรนะ?”
ได้ยินดังนั้น สองผู้ใหญ่ที่ยังจมอยู่ในความผิดหวังก็รีบหันมองด้วยสายตาลุกวาวทันที...