- หน้าแรก
- กลายเป็นว่าข้าคือเทพยุทธ์ไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 130 ประหนึ่งเผชิญศึกใหญ่
ตอนที่ 130 ประหนึ่งเผชิญศึกใหญ่
ตอนที่ 130 ประหนึ่งเผชิญศึกใหญ่
ตอนที่ 130 ประหนึ่งเผชิญศึกใหญ่
หลังจากส่งเหล่าผู้ฝึกเซียนกลับไป อี้เฟิงก็นอนหลับยาวจนสว่างเต็มวัน
เมื่อนึกถึงอาการของศิษย์ อี้เฟิงไม่กล้าเสียเวลา รีบออกเดินทางต่อเพื่อค้นหายุนลู่ฮวาในภูเขา
เนื้อของงูและเหยี่ยวกลายเป็นอาหาร
สายน้ำจากภูเขากลายเป็นน้ำดื่ม
โดยไม่รู้ตัว เวลาก็ล่วงเลยมาจนเย็นอีกวัน
“หืม?”
“ยุนลู่ฮวา!”
ในที่สุด อี้เฟิงก็พบร่องรอยของยุนลู่ฮวาที่ริมลำธารในหุบเขา
เมื่อเก็บมันมาได้ อี้เฟิงก็เผยรอยยิ้มยินดี อย่างน้อยทริปนี้ก็ถือว่าคุ้มค่า ทั้งสมุนไพรที่จงชิงต้องการก็คว้ามาได้ครบ แถมยังได้เนื้ออสูรมากมายกลับไปอีก
และที่สำคัญที่สุดคือแหวนที่อยู่ในมือตอนนี้
เขาเคยเห็นแหวนแบบนี้มานับไม่ถ้วนในนิยายฝึกเซียนจากชาติก่อน แต่ครั้งนี้เขาได้ใช้จริงกับตัวเองแล้ว
ต้องยอมรับว่า...
เจ้าแหวนนี้ช่างสะดวกชะมัดยาด
เพียงแต่ฟ้ามืดแล้ว แม้ในใจจะห่วงศิษย์อยู่ไม่น้อย แต่ออกเดินทางในความมืดมันอันตรายเกินไป ถึงแม้อสูรจะไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าพลัดตกหน้าผาแล้วตายห่าขึ้นมาล่ะ?
“ดูท่าคืนนี้ต้องหาที่พักแล้วสิ...”
อี้เฟิงถอนหายใจเบา ๆ เพราะแม้แต่ที่ที่พักเมื่อคืน เขายังหากลับไม่เจอเลย...
ในหุบเขาเงียบสงบ น้ำตกถาโถมลงสู่เบื้องล่าง
ไป๋เพียวเพียวถือความฝันในหอแดงไว้ในมือ คิ้วขมวดแน่นพลางหันไปถามเม่าเม่า “เม่าเม่า ผ่านมาตั้งหลายวันแล้ว ยังไม่มีข่าวเลยหรือ?”
เม่าเม่าพูดเสียงหงอย “คุณหนู ข้าส่งคนไปสอบถามทั่วเชิงเขาแล้วนะ แต่ก็ไม่มีใครเจอตัวผู้เขียนเลย เหมือนมีคนจงใจปิดบังข้อมูลยังไงยังงั้น”
ไป๋เพียวเพียวขมวดคิ้วสวย พึมพำเบา ๆ “ถ้าอย่างนั้นก็สืบต่อไป...ข้าเพิ่งอ่านความฝันในหอแดงกับจอมยุทธ์จื้อจุนเป่าซ้ำอีกครั้งในไม่กี่วันนี้ ยิ่งอ่านยิ่งเข้าใจลึกซึ้งขึ้น...ข้ากระหายอยากจะพบผู้เขียนยิ่งนัก”
“หา? คุณหนู ข้านึกว่าท่านจะเลิกชอบผู้เขียนคนนั้นไปแล้วเสียอีก” เม่าเม่าเบ้ปาก “ไม่อย่างนั้น ท่านคงไม่เอาแต่จ้องบทกลอนของมนุษย์ธรรมดาคนนั้นอยู่ทุกวันหรอก...”
ไป๋เพียวเพียวปรายตาใส่เม่าเม่า กล่าวเบา ๆ ว่า “เจ้าไม่เข้าใจหรอก ผู้แต่งความฝันในหอแดงน่ะคือปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ ส่วนบทกลอนของอี้เฟิงนั้นก็มีเสน่ห์เฉพาะตัว ตัวเขาเองก็เป็นคนที่น่าสนใจ ทั้งสองคนนี้ไม่ขัดแย้งกันเลย”
“แน่นอน ข้าชื่นชมผู้เขียนความฝันในหอแดง แต่กับอี้เฟิง...ข้าคงเรียกว่ารู้ใจมากกว่า”
“เจ้าค่ะคุณหนู~” เม่าเม่าลูบหัวตัวเองอย่างงุนงง “ว่าแต่ทำไมช่วงนี้อี้เฟิงไม่โผล่มาอีกเลยนะ ของที่เขาย่างวันนั้น...อร่อยจริง ๆ นะ”
“เขาต่อให้จะมา...ก็คงหาทางมาไม่ได้หรอก” ไป๋เพียวเพียวส่ายหน้าเบา ๆ
“จริงด้วยสิ คุณหนูไม่บอกข้าก็ลืมไปเลยว่า เราเปิดค่ายกลกันอยู่เพื่อกันอสูรไม่ให้ป่วนภูเขา” เม่าเม่าพูดด้วยน้ำเสียงกระอักกระอ่วน “ในสภาพแบบนี้ อย่าว่าแต่อี้เฟิงที่เป็นมนุษย์ธรรมดาเลย แม้แต่จักรพรรดิยุทธก็คงหาทางเข้ามาไม่ได้แน่ ๆ”
“ช่างเถอะ อย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้เลย”
ไป๋เพียวเพียววางหนังสือลง เอื้อมมือขาวเรียวไปแตะพิณเบื้องหน้า สีหน้าเจือความทุกข์ “เจ้าก็รู้ ข้าฝึกทางแห่งพิณอยู่ ตอนนี้ติดคอขวดต้องประพันธ์เพลงขึ้นมาสักหนึ่งบทถึงจะทะลวงผ่านได้”
“เดิมทีข้าจะใช้กลอนของอี้เฟิงมาเรียบเรียงเป็นบทเพลง ซึ่งเขาก็เคยให้แรงบันดาลใจข้ามาไม่น้อย...แต่ข้ายังรู้สึกว่ามันขาดอะไรไปสักอย่าง”
“ขอโทษเจ้าค่ะคุณหนู ข้าไม่เข้าใจอะไรเกี่ยวกับพิณเลย ช่วยท่านไม่ได้เลยจริง ๆ” เม่าเม่าพูดด้วยใบหน้าหงอย
“ช่างเถอะ เจ้าหนู อย่าเศร้าไปเลย” ไป๋เพียวเพียวลุกขึ้นลูบหัวเม่าเม่าเบา ๆ “ยังไงเจ้าก็ช่วยส่งข่าวออกไปต่อก็แล้วกัน สืบเรื่องผู้แต่งความฝันในหอแดงต่อไปให้ข้าด้วยนะ”
“รับทราบเจ้าค่ะคุณหนู งั้นข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ แต่คุณหนูอย่าหักโหมล่ะ!”
พูดจบ เม่าเม่าก็หมุนตัวจะเดินออกจากลาน
แต่ในขณะที่นางหมุนตัวนั้นเอง...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ จากหน้าประตูสวน
“ตึก ตึก”
เสียงนั้น ช่างไพเราะยิ่งนัก
จนทำให้สีหน้าของไป๋เพียวเพียวและเม่าเม่าผันแปรไปในทันที ประหนึ่งเผชิญหน้ากับศัตรูอันตราย
โดยไม่พูดสักคำ เม่าเม่าก็ชักกระบี่ออกมาทันที
ไป๋เพียวเพียวสะบัดชายกระโปรงยาว ลอยตัวกลับไปนั่งหน้าพิณ มือขาวเรียวแตะสายพิณไว้แน่น สายตาจับจ้องประตูด้วยความระแวดระวัง
ต้องรู้ไว้ว่าเพราะความปั่นป่วนของอสูรในภูเขา พวกนางจึงเปิดค่ายกลครอบคลุมทั้งพื้นที่ ในสภาพแบบนี้ต่อให้เป็นจักรพรรดิยุทธก็ไม่สามารถหาเจอสถานที่แห่งนี้ได้ง่าย ๆ
แต่กลับมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น...
หากคิดตามดี ๆ ช่างน่าขนลุกยิ่งนัก
แปลว่าคนที่มาไม่ใช่สุดยอดฝีมือก็ต้องเป็นศัตรูที่มาพร้อมเจตนาแน่ชัด
“ตึก ตึก...”
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง
สร้างความตึงเครียดในใจหญิงสาวทั้งสองถึงขีดสุด
“คุณหนู...เราจะทำยังไงดี?” เม่าเม่าหน้าขรึม ถามเสียงแผ่ว
ไป๋เพียวเพียวเหลือบตามองพลางครุ่นคิดชั่วครู่ ก่อนจะตอบเบา ๆ ว่า
“ในเมื่อเขาหาเจอที่นี่ได้ ไม่ว่าจะด้วยจุดประสงค์ใดก็ตาม...ประตูบานเดียวคงกันเขาไม่ได้ หากหลบไม่ได้ก็ไปเปิดเสียเถอะ”
แม้ปากจะพูดเช่นนั้น แต่มือที่แตะพิณอยู่ของไป๋เพียวเพียวกลับยิ่งบีบแน่นขึ้นกว่าเดิม
เม่าเม่าพยักหน้าหนักแน่น
นางกัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะเดินตรงไปที่ประตูอย่างระมัดระวัง มือวางบนกลอนประตู
แล้วผลักออกทันที