- หน้าแรก
- กลายเป็นว่าข้าคือเทพยุทธ์ไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 122 คำขอของอี้เฟิง
ตอนที่ 122 คำขอของอี้เฟิง
ตอนที่ 122 คำขอของอี้เฟิง
ตอนที่ 122 คำขอของอี้เฟิง
เสียงกีตาร์ค่อย ๆ บรรเลงขึ้นอย่างไพเราะ
เมื่อท่วงทำนองลอยเข้าสู่โสตประสาท สองผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิยุทธที่นั่งสงบอยู่บนแผ่นหินเขียวก็สะท้านไปทั้งร่างในทันที
บทเพลงนี้ ให้ความรู้สึกต่างจากเพลงก่อนหน้าโดยสิ้นเชิง
บทเพลงก่อนหน้า พาพวกเขาหวนกลับสู่อดีต แต่บทเพลงนี้ กลับเหมือนพาข้ามขอบเขตของกาลเวลา พุ่งตรงสู่อนาคต
เหนือยอดเขาสูง
หลี่เจียซินดีดพิณด้วยมือเรียวยาว เหนือสายตาของปวงชน นางใช้เสียงพิณบรรเลงครองใต้หล้า
เหนือกลางนภา
สวี่โม่จู๋สะบัดกระบี่ฟาดกลางอากาศ ทำลายหมู่ดาว ฟาดฟันจักรวาล
นางประพันธ์บทเพลงที่งดงามที่สุดในโลก
เขาหล่อหลอมกระบี่อันดับหนึ่งใต้หล้า
เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ทั้งสองก็ราวกับได้สัมผัสจุดสูงสุดของชีวิต ดื่มด่ำไปกับมันอย่างเต็มที่
เวลาไหลผ่านไป...
ไม่รู้เมื่อใดที่มือของอี้เฟิงหยุดดีดกีตาร์
ผ่านไปอีกครู่ใหญ่ ทั้งสองจึงค่อย ๆ ถอนตัวออกจากห้วงอารมณ์แห่งบทเพลง สีหน้าทั้งคู่ยังคงเต็มไปด้วยความประทับใจไม่รู้จบ ดวงตาฉายแววตื่นตะลึงอย่างไม่อาจปิดบังได้
เห็นได้ชัด ว่าทั้งสองได้รับประโยชน์มหาศาลจากบทเพลงนี้
“ขอบคุณคุณชายมาก!”
“บุญคุณจากบทเพลงนี้ ข้าทั้งสองจะไม่มีวันลืม!”
แม้ยังอยากดื่มด่ำกับบทเพลงอยู่ แต่ทั้งสองก็รีบลุกขึ้นแสดงความเคารพ
“แค่บทเพลงง่าย ๆ เท่านั้นเอง พวกเจ้ากล่าวเกินไปแล้ว” อี้เฟิงยิ้มบาง ๆ นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่า ภารกิจทางศิลปะอย่างพิณ หมากรุก วรรณกรรม จิตรกรรม ก็ไม่ได้ไร้ประโยชน์เสียทีเดียว
ดูสิ เขาเพิ่งจะได้แฟนคลับเพิ่มอีกสองคนแล้วไม่ใช่หรือ?
“สำหรับคุณชายอาจเป็นแค่บทเพลงง่าย ๆ แต่สำหรับพวกเรา กลับเป็นของขวัญจากฟ้าสวรรค์!” หลี่เจียซินกล่าวด้วยความเคารพ ใบหน้าเปี่ยมด้วยความจริงใจเพราะเดิมทีนางซึ่งติดอยู่ที่ขอบเขตปลายสุดของจักรพรรดิยุทธมาเนิ่นนาน ครานี้กลับสามารถทะลวงคอขวดได้อย่างสมบูรณ์
ขอบเขตจ้าวยุทธที่ใฝ่ฝันมานาน...
อยู่แค่เอื้อม
“คุณหนูหลี่พูดได้ไม่ผิด นี่คือของขวัญจากสวรรค์อย่างแท้จริง!”
ใบหน้าของสวี่โม่จู๋ก็เปี่ยมด้วยความยินดีที่ปิดไม่มิด เช่นเดียวกัน เขาเองก็ทะลวงจากจักรพรรดิยุทธขั้นห้าเป็นขั้นหกได้ทันที เดิมทีคิดว่าจะต้องใช้เวลาอีกนับร้อยปี กลับสามารถลดระยะเวลาลงอย่างมหาศาล โอกาสบรรลุจ้าวยุทธในชาตินี้ มีความหวังแล้ว
“ดังนั้น หากคุณชายมีสิ่งใดต้องการ ขอเพียงเอ่ย ข้าทั้งสองย่อมยินดีช่วยเหลือ แม้ต้องขึ้นเขาลงห้วย ผ่านดงไฟก็ไม่หวั่น!” ทั้งสองกล่าวพร้อมกันด้วยน้ำเสียงแน่วแน่
“พวกเจ้านี่ช่างเกรงใจกันเหลือเกิน”
คำพูดของทั้งสอง ทำเอาอี้เฟิงรู้สึกกระอักกระอ่วนไม่น้อย ก็แค่ฟังเขาเล่นกีตาร์ จะต้องขอบคุณกันขนาดนี้เลยหรือ?
อี้เฟิงพลันรู้สึกเปลี่ยนความคิดที่มีต่อผู้ฝึกตนในโลกนี้ไปโดยสิ้นเชิง
แท้จริงแล้ว โลกแห่งการฝึกยุทธ์ที่มักจะมีแต่การหลอกลวงหักหลัง เหยียบย่ำมนุษย์ธรรมดาอย่างในละครหรือในนิยายกลับไม่เป็นความจริงเลย ตรงกันข้าม ผู้ฝึกยุทธ์กลับน่ารักมาก โดยเฉพาะเรื่องรู้คุณนี่นะ บางทีมนุษย์ธรรมดาอาจยังสู้ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
เมื่อมองใบหน้าที่เปี่ยมด้วยความจริงใจของทั้งสอง อี้เฟิงจึงไม่กล้าปฏิเสธพวกเขาตรง ๆ แต่ก็เกรงใจเกินกว่าจะขอสิ่งของตอบแทนเพราะตอนนี้เขาก็ไม่ได้ขาดแคลนเงินทองอะไร
คิดไปคิดมา จึงกล่าวว่า “ถ้าพวกเจ้าต้องการตอบแทนจริง ๆ ล่ะก็ ข้ามีเรื่องอยากให้พวกเจ้าช่วยคิดหน่อย”
“คุณชายโปรดว่ามา!”
ทั้งสองกล่าวด้วยความเคารพอย่างยิ่ง
“เอ่อ เมื่อกี้ตอนข้าเผลอก็ทำให้สัตว์ป่าหลายตัวตายไปไม่น้อย แม้จะรู้สึกผิดอยู่บ้าง แต่ไหน ๆ มันก็ตายไปแล้ว จะปล่อยไว้ให้เน่าเฉย ๆ ก็ใช่ที่ ไม่สู้เอากลับไปย่างกินกับทำหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วจะดีกว่าไหม?” อี้เฟิงลูบจมูก พลางชี้ไปยังซากอสูรรอบ ๆ แล้วหัวเราะ
คำพูดของอี้เฟิง ทำเอาทั้งสองคนหน้าตาเปลี่ยนสีทันที
ช่างเป็นผู้ที่ลงมือได้เด็ดขาดโดยแท้
ตุ๋นจ้าวอสูรแค่ตัวเดียวยังไม่พอ ยังจะเอาราชาอสูรและอสูรอื่น ๆ มาย่างกับทำหมูสามชั้นอีกหรือ?
แม้ว่าด้วยพลังของพวกเขาจะไม่มีสิทธิ์ได้ชิมซุปเต่า แต่แค่เนื้อเสือดาวย่างจากราชาอสูรก็ยังพอจะฝันถึงได้ ทว่าก็ไม่มีความกล้าจะลอง เพราะการกระทำแบบนี้อาจเรียกความแค้นจากทั้งเผ่าอสูรเลยทีเดียว
แต่เมื่อลองคิดอีกที ผู้ที่มีฝีมือระดับนี้ ย่อมกล้าทำสิ่งที่ผู้อื่นไม่กล้าอยู่แล้ว
“เช่นนั้น...ท่านผู้อาวุโสหมายถึง?” หลี่เจียซินถามขึ้น
“ข้าหมายถึง ศพพวกนี้มันเยอะเกินไป ข้าแบกไม่หมดจริง ๆ พวกเจ้าพอจะมีวิธีบ้างไหม?” อี้เฟิงยิ้มพลางกล่าว เขาเองก็เสียดายของพวกนี้อยู่ไม่น้อย ไหน ๆ ก็เจอผู้ฝึกยุทธ์สองคน ดูท่าจะเหาะเหินเดินอากาศได้ เรื่องแค่นี้น่าจะช่วยเขาได้ไม่ยาก
เมื่อได้ยินเช่นนั้น
หลี่เจียซินรู้สึกเปลือกตากระตุกเล็กน้อย
คำพูดของคุณชายผู้นี้ ดูเหมือนจะมีนัยแฝงอยู่...
ด้วยพลังของเขา การขนซากอสูรเหล่านี้น่ะ แค่โบกมือลงก็เสร็จ แต่กลับพูดเช่นนี้ออกมา...
ชัดเจนว่า เขากำลังบอกเป็นนัยบางอย่างอยู่
หรือว่าจะหมายถึงของวิเศษที่ใช้เก็บสิ่งของ?
ถุงเก็บของ?
หลี่เจียซินส่ายหัวเล็กน้อย ถุงเก็บของเป็นของพื้นฐานที่ผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนต้องมี ด้วยพลังระดับนี้ย่อมต้องมีอยู่แล้วและก็คงไม่จำเป็นต้องใช้อีก
นั่นหมายความว่าเขากำลังต้องการของที่ระดับสูงกว่านั้น?
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เปลือกตาของหลี่เจียซินก็สะท้านขึ้นอีกครั้ง
หรือว่าเขาต้องการ...