- หน้าแรก
- กลายเป็นว่าข้าคือเทพยุทธ์ไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 120 ข้าเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาจริง ๆ นะ
ตอนที่ 120 ข้าเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาจริง ๆ นะ
ตอนที่ 120 ข้าเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาจริง ๆ นะ
ตอนที่ 120 ข้าเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาจริง ๆ นะ
“เสียงพิณนี้...แฝงด้วยเจตจำนงแห่งพิณอย่างรุนแรงเชียวหรือ?”
สวี่โม่จู๋ถึงกับตกตะลึง เมื่อรับรู้ได้ถึงพลังในบทเพลงก็เข้าใจในทันทีว่าทำไมหลี่เจียซินถึงตื่นตัวขนาดนั้น
เมื่อรู้ว่าเพลงนั้นไม่ธรรมดา เขาก็ไม่พูดอะไรอีก ปิดปากเงียบ ตั้งใจฟังเพลงด้วยจิตแน่วแน่
เสียงพิณแผ่วเบา...
ไหลเข้าหูอย่างสงบนิ่ง...
แต่ทันทีที่เขาจดจ่อ ก็เหมือนจิตใจถูกดึงกลับไปยังอดีตที่แสนไกล
กาลครั้งหนึ่ง เขาสวี่โม่จู๋ที่ตอนนี้ได้ชื่อว่า “หนึ่งกระบี่สู่ฟากฟ้า” แห่งสำนักกระบี่ เคยเป็นแค่เด็กชายบ้านยากจนคนหนึ่งที่ใฝ่ฝันจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ให้ได้สักวัน
เขาเคยล้ม เคยเจ็บ ทุกครั้งที่หมดแรง จะกลับไปนั่งพิงกระท่อมเก่า ๆ ที่บ้าน มักจะมีข้าวร้อน น้ำซุปอุ่นและผู้เฒ่าที่ยิ้มอย่างอบอุ่น พร้อมเย็บเสื้อผ้าที่ขาดของเขาอย่างเงียบ ๆ
“โม่จู๋ เจ้าคือคนที่ยอดเยี่ยมที่สุดในสายตาแม่เสมอ...”
คำพูดนั้น ยังคงก้องอยู่ในหัวเขา...
แม้ภาพของแม่ที่หลังค่อมนั้นเลือนรางไปตามกาลเวลา...
แม้เสียงอบอุ่นนั้นจะจางหายไปร่วมพันปี...
แม้เด็กน้อยวันนั้นจะกลายเป็นจอมยุทธ์ยิ่งใหญ่...
แต่นาง...
ก็ไม่มีวันกลับมา...
“แม่...”
ไม่รู้ตัวเลยว่าเสียงพิณได้หยุดลงแล้ว แต่สวี่โม่จู๋ยังคงจมอยู่ในห้วงความทรงจำ ดวงตาแดงก่ำ น้ำตาคลอเบ้า ผู้เฒ่าแห่งสำนักกระบี่ ณ เวลานี้กลับเหมือนเด็กน้อยผู้โหยหาความอบอุ่นในอดีต...
“ดูท่าพวกเราจะ...ตาถั่วกันจริง ๆ”
หลี่เจียซินกล่าวเสียงอ่อน น้ำเสียงที่เคยเด็ดขาดกลับอ่อนโยนลง
“เสียงพิณแฝงเจตจำนงถึงขั้นนี้ อย่างน้อยก็ต้องเป็นปรมาจารย์พิณหรือพูดให้ชัด...ก็ต้องระดับจ้าวยุทธ์ขั้นสูงเท่านั้น!”
ขณะพูด นางก็ค่อย ๆ เช็ดมุมตาอย่างแผ่วเบา
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร ดวงตานางถึงได้แดงเรื่อ...
ไม่รู้เสียงพิณนั้นไปแตะโดนอดีตช่วงใดในหัวใจ...
“จ้าวยุทธ์อย่างนั้นรึ? มิน่าล่ะ...”
สวี่โม่จู๋เหลือบมองหลี่เจียซิน เขารู้ดีว่าหญิงตรงหน้าเป็นถึงกึ่งจ้าวยุทธ์ หากแม้แต่นางยังสะเทือนใจเช่นนี้...
เช่นนั้นบุรุษผู้เล่นพิณนี้ ก็คงเป็นจอมยุทธ์เหนือระดับแน่แท้
“ไปเถอะ ไปคารวะท่านเถอะ”
หลี่เจียซินสูดลมหายใจ สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม น้ำเสียงจากเดิมแค่จะทักทายกลายเป็นขอคารวะ
สวี่โม่จู๋พยักหน้ารับ
ร่างทั้งสองพุ่งวูบไปยังจุดที่อี้เฟิงอยู่
“เฮ้อ...ต้องฝึกอีกนานแหง…”
อี้เฟิงบ่นพึมพำพลางสะบัดแขนที่ล้าไปมา แต่ก็รู้สึกถึงความเคลื่อนไหว จึงเงยหน้าขึ้น
สองเงาร่างกำลังบินตรงมาทางเขา
“ผู้ฝึกยุทธ์อีกแล้ว?”
อี้เฟิงประหลาดใจเล็กน้อย มองการเคลื่อนไหวอันพริ้วไหวของทั้งสองด้วยแววตาเคลิ้มฝัน
ถ้าระบบของเขาพอจะเชื่อถือได้บ้างล่ะก็ ป่านนี้เขาคงโบยบินได้แบบนี้ไปแล้ว...
แต่พอเจอผู้ฝึกยุทธ์อีกครั้ง อี้เฟิงก็ไม่ได้ตื่นเต้นเกินเหตุเพราะเขาเองก็เคยเจอมาบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นลั่วหลานเสวี่ยหรือสาวถือดาบในป่าคนนั้น
แต่สิ่งที่เขาไม่เข้าใจก็คือ สองคนนี้มาหาเขาทำไม?
จนในที่สุด ทั้งสองก็มาถึงตรงหน้า
อี้เฟิงวางกีตาร์ลงแล้วลุกขึ้นยืน
แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็คือ
ทั้งคู่ก้มตัวคารวะอย่างนอบน้อมพร้อมกล่าวเสียงดัง
“ข้าน้อย หลี่เจียซิน...”
“ข้าน้อย สวี่โม่จู๋...”
“ขอคารวะท่านอาวุโส!”
ทั้งคู่พูดพร้อมกัน ดวงตาสอดส่องมองอี้เฟิงด้วยความเคารพ แต่สิ่งที่ยิ่งทำให้พวกเขาตกใจยิ่งกว่าเดิมก็คือ
แม้จะอยู่ใกล้ถึงเพียงนี้ แต่ก็ยังสัมผัสไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยวพลังในตัวชายตรงหน้า
นี่มัน...
จะเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาได้ยังไง?
เสียงพิณที่สามารถตรึงใจผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูงเช่นพวกเขาได้ขนาดนี้ คนธรรมดาทำไม่ได้แน่นอน
คนผู้นี้ต้องเป็นจ้าวยุทธ์ชัดเจน
แต่ในขณะที่พวกเขากำลังใจเต้น อี้เฟิงกลับงงเต็มที่
“เดี๋ยวก่อนนะ...สองคนนี่เรียกข้าว่าอาวุโส?”
อี้เฟิงรีบยกมือขึ้นปราม
“เอ่อ...ข้าว่าพวกท่านคงเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ใช่อาวุโสอะไรทั้งนั้น ข้าเป็นแค่มนุษย์ธรรมดา...แค่เข้าป่ามาเก็บสมุนไพรเท่านั้นเอง!”
“…มนุษย์ธรรมดา?”
คำตอบของอี้เฟิง ทำเอาทั้งหลี่เจียซินและสวี่โม่จู๋ถึงกับอึ้ง
หรือว่าพวกเขาจะคิดผิดจริง ๆ?
ชายคนนี้เป็นแค่นักดนตรีธรรมดาที่มีพรสวรรค์ด้านพิณ? ไม่ได้เป็นจอมยุทธ์อย่างที่พวกเขาคิด?
แต่ในขณะที่พวกเขากำลังลังเล...
สายตาของหลี่เจียซินก็สะดุดเข้ากับบางอย่าง พลันหดตัว สีหน้าตกใจถึงขีดสุด พร้อมรีบส่งสายตาเตือนสวี่โม่จู๋ทันที
เมื่อสวี่โม่จู๋มองตาม เขาก็ถึงกับสะดุ้งสุดตัว…