เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 119 บทเพลงลมตะวันออกโบกพัด

ตอนที่ 119 บทเพลงลมตะวันออกโบกพัด

ตอนที่ 119 บทเพลงลมตะวันออกโบกพัด


ตอนที่ 119 บทเพลงลมตะวันออกโบกพัด

“ใครกัน...ที่ดีดพิณบรรเลงบทลมตะวันออกโบกพัดอยู่น่ะ...”

อี้เฟิงนั่งดีดกีตาร์ ร้องฮัมเพลงคลาสสิกจากโลกเก่าในอดีตไปด้วย ภายนอกเหมือนกำลังคลายอารมณ์หงุดหงิด แต่ความจริงแล้วเขากำลังจำใจทำตามคำสั่งของระบบต่างหากล่ะ

ณ อีกฟากหนึ่งของท้องฟ้าเหนือขุนเขา

รัศมีพลังพุ่งแหวกฟ้า สองร่างเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงตรงมายังภูเขาแห่งนี้

“ถ้าเกิดอะไรกับเจ้าหลี่เหรินห่าวขึ้นแม้แต่นิดเดียว ตระกูลหลี่ของข้าจะไม่ปล่อยพวกสำนักกระบี่ไว้แน่!”

หญิงสาวกล่าวเสียงเย็นปานน้ำแข็ง

ได้ยินเช่นนั้น สวี่โม่จู๋ ก็สีหน้าอึมครึม

เดิมทีเขาแค่นำศิษย์มาทำภารกิจเล็กๆ ในนี่ แต่ใครจะไปคิดว่า หลี่เหรินห่าวจะเจอเหตุประหลาดแบบนั้น

ยิ่งบังเอิญว่าช่วงนั้น หลี่เจียซินป้าของหลี่เหรินห่าวก็มาที่สำนักกระบี่พอดี เหตุการณ์จึงบานปลายขึ้นมา

แม้จะถูกต่อว่า สวี่โม่จู๋ก็ไม่กล้าตอบโต้เพราะตระกูลหลี่นั้นเป็นหนึ่งในสามตระกูลใหญ่แห่งหนานซา

“แปลกมาก”

หลี่เจียซินกวาดสายตามองรอบบริเวณ

“ข่าวจากหลานข้าว่าอสูรป่ากำลังอาละวาด แต่ที่เจอระหว่างทางมีแต่อสูรตัวเล็ก ตัวที่แข็งแกร่งสุดก็คือตะขาบนี่เอง แถมพอเห็นข้ากับเจ้า มันยังแกล้งตายอีก ฮึ เดี๋ยวข้าหอบมันกลับไปเป็นสมุนไพรชั้นเลิศก็แล้วกัน!”

“อย่างน้อยเรื่องนี้ก็ไม่กระทบหลี่เหรินห่าวมากนัก”

สวี่โม่จู๋ถอนใจหนัก แววตายังเต็มไปด้วยความกังวล

ถึงหลี่เหรินห่าวจะเป็นศิษย์ของเขา เป็นศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักกระบี่ก็จริงแต่ก็เป็นคนของตระกูลหลี่ด้วย ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา เขาคงไม่มีทางรับผิดชอบไหว

“ได้แต่หวังว่าทุกอย่างจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี”

ทั้งสองลอยตัวอยู่เหนือหุบเขา กวาดตามองความเคลื่อนไหวด้านล่าง

“หือ?”

“นั่นมัน...”

จู่ๆ หลี่เจียซินก็หยุดการเคลื่อนไหว ทำให้สวี่โม่จู๋ต้องชะงักตาม

เมื่อมองไปตามสายตานาง เขาก็ถึงกับตกใจจนพูดติดอ่าง

“นั่น...นั่นมัน...ซากศพของอสูรกว่าสิบราชากับอสูรอีกนับร้อย?”

“ใช่...”

หลี่เจียซินพยักหน้า สีหน้าเคร่งขรึม ดวงตาเต็มไปด้วยความสั่นสะท้าน

นี่มันฝีมือระดับไหนกันแน่?

แค่กลุ่มอสูรระดับนี้ หากรวมกำลังกัน ต่อให้นางในฐานะจักรพรรดิยุทธ์ก็อาจจะต้านไม่ไหวด้วยซ้ำ

ที่สำคัญ เหล่าอสูรนั้นขึ้นชื่อเรื่องความสามัคคี แล้วใครกันที่กล้าฆ่าพวกมันจนเรียบเช่นนี้?

คิดจะเปิดศึกกับทั้งเผ่าอสูรงั้นหรือ?

นางเชื่อว่าตัวเองมีพลังพอจะสังหารอสูรมากมายขนาดนี้ได้ก็จริง

แต่นางไม่มีใจที่จะกล้าทำเช่นนั้น

“มิน่าล่ะ ถึงไม่เห็นพวกอสูรเลยในภูเขานี้ ที่แท้...ตายหมดแล้วนี่เอง”

สวี่โม่จู๋พูดเสียงเบา สีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง

“แต่ว่า...ฝีมือเช่นนี้เป็นของใครกันแน่?”

“น่าจะเป็นเขา”

หลี่เจียซินจ้องมองไปยังชายคนหนึ่ง ที่นั่งท่ามกลางซากศพอสูรมากมาย

“เขา?”

สวี่โม่จู๋ขมวดคิ้ว

“แต่ข้าไม่รู้สึกถึงพลังอะไรเลยจากเขา...ดูเหมือนจะเป็นแค่มนุษย์ธรรมดานี่นา?”

“พูดเช่นนั้นไม่ได้”

หลี่เจียซินส่ายหน้า

“ถ้าเป็นคนธรรมดา เจอซากศพอสูรแบบนี้คงกลัวจนวิ่งหนีไปแล้ว แต่เขากลับนั่งเล่นดนตรีกลางวงศพ ดูไม่สะทกสะท้านอะไรเลย ข้าเดาว่าเขาต้องใช้เคล็ดวิชาเฉพาะทำให้เรามองไม่เห็นระดับพลังที่แท้จริงของเขา”

“ก็อาจจะจริง”

สวี่โม่จู๋พยักหน้าอย่างเห็นด้วย ถ้าเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาจริง ก็คงเป็นเรื่องเหนือสามัญสำนึกไปแล้ว

“น่าจะเป็นยอดฝีมือระดับจักรพรรดิยุทธ์คนหนึ่ง ไปทักทายเสียหน่อย แล้วค่อยสอบถามให้แน่ใจเถอะ”

พูดจบ ร่างหลี่เจียซินพุ่งไปทันที

สวี่โม่จู๋รีบตามไป

“ติง! ขอแสดงความยินดี ผู้ใช้ได้ฝึกฝนดนตรีถึงขั้นออกเทพ!”

เสียงระบบดังขึ้นในหัวอี้เฟิง

แต่เขาไม่ได้ตื่นเต้นนักเพราะเขารู้ดีว่าระบบยังมีอีกหลายขั้นกว่าจะถึงระดับทัดเทียมเทพเจ้าที่ระบบต้องการ

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เขารู้ว่าทักษะทั้งสี่ ดนตรี หมากรุก วรรณกรรม จิตรกรรม ต้องฝึกให้ถึงขั้น

เริ่มรู้ทาง → มีความสามารถ → เชี่ยวชาญ → ออกเทพ → ไร้ผู้เทียบ → กลับคืนสู่ธรรมชาติ → ทัดเทียมเทพเจ้า

กว่าจะฝึกถึงขั้นสุดท้าย คาดว่าใช้เวลาอย่างต่ำหลายเดือนแน่นอน

โชคดีที่เขามีพื้นฐานดีเพราะเคยเล่นกีตาร์บ่อยในโลกเก่า จึงสามารถฝึกดนตรีให้ถึงขั้นออกเทพได้ในเวลาไม่นาน นี่นับว่าช่วยย่นเวลาไปได้มาก

“ซ้อมต่ออีกหน่อยก็แล้วกัน…”

“ยังไงก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว”

อี้เฟิงพักหายใจแป๊บเดียว แล้วก็หยิบกีตาร์ขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อรีบปั่นภารกิจให้จบ ก่อนที่ระบบห่วยๆ จะยึดสำนักของเขาคืน

ที่สำคัญตอนนี้เขาก็เบื่อจะตายอยู่แล้ว

แต่เมื่อเสียงเพลงดังขึ้น...

หลี่เจียซินที่กำลังพุ่งเข้าใกล้กลับสั่นสะท้านทั้งตัว

นางหยุดชะงักกลางอากาศทันที

“เสียงนี่มัน...อะไรน่ะ?”

หลี่เจียซินพึมพำ

ด้านข้าง สวี่โม่จู๋เห็นเช่นนั้นก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย

“เสียงจากพิณหรือ?”

“เงียบ!”

หลี่เจียซินแว้ดกลับทันควันด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ

สวี่โม่จู๋ถึงกับหน้าเสีย

ถึงเขาจะเป็นจักรพรรดิยุทธ์เหมือนกัน แต่ถูกตวาดไม่ให้เกียรติเช่นนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะโกรธ พอจะโต้กลับ

ก็เห็นหลี่เจียซินกำลังหลับตาฟังเพลงอย่างเคร่งเครียด ดวงตาสั่นไหว มือแนบอก แววตาประหนึ่งถูกสะกดไว้ด้วยเสียงดนตรี

เขายิ่งรู้สึกประหลาดใจขึ้นอีก

ก่อนที่หลี่เจียซินจะกล่าวเสียงเบา

“ข้าไม่ได้ตั้งใจล่วงเกินเจ้า แต่เจ้าลองหลับตา ตั้งใจฟังเพลงนี้ แล้วเจ้าจะเข้าใจว่าทำไมข้าถึงเป็นเช่นนี้”

สวี่โม่จู๋ขมวดคิ้ว ไม่ค่อยเข้าใจนัก

แต่เขาก็ทำตาม

และทันทีที่เขาหลับตา ใจจดจ่อกับเสียงเพลง

สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและตกตะลึง

“นี่มัน…”

จบบทที่ ตอนที่ 119 บทเพลงลมตะวันออกโบกพัด

คัดลอกลิงก์แล้ว