- หน้าแรก
- กลายเป็นว่าข้าคือเทพยุทธ์ไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 26 คนผู้นี้มีเล่ห์เหลี่ยม เกินกว่าที่ข้าคาดไว้เสียอีก
ตอนที่ 26 คนผู้นี้มีเล่ห์เหลี่ยม เกินกว่าที่ข้าคาดไว้เสียอีก
ตอนที่ 26 คนผู้นี้มีเล่ห์เหลี่ยม เกินกว่าที่ข้าคาดไว้เสียอีก
ตอนที่ 26 คนผู้นี้มีเล่ห์เหลี่ยม เกินกว่าที่ข้าคาดไว้เสียอีก
“ฟู่...”
แม้แต่ลุงหวู ยังอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเย็นวาบเข้าลึก ๆ
เขาเงยหน้าขึ้น มองอี้เฟิงตรงหน้าด้วยสายตาซับซ้อนเล็กน้อย สำหรับเขาแล้ว การที่อี้เฟิงหยิบลูกแก้วเพลิงออกมา มันเหมือนกับเป็นการตอบโต้ต่อความสงสัยในใจของเขา
เหมือนกำลังบอกว่า
"ข้าหยิบลูกแก้วเพลิงออกมาได้ง่าย ๆ แล้วเจ้าเล่า...ทำได้หรือเปล่า?"
ขณะนั้นเอง อี้เฟิงก็รับรู้ได้ถึงสายตานั้น จึงยิ้มให้เล็กน้อย พยักหน้าอย่างถ่อมตัว ก็แน่นอนเพราะเขาเพิ่งเอาชนะในกระดานหมากรุกไปได้อีกครั้ง โดยแทบไม่ต้องใช้แรงเลยสักนิด
และเป็นดังคาด...
เมื่อเห็นท่าทีนั้น ลุงหวูก็ยิ่งมั่นใจว่าอี้เฟิงจงใจทำเช่นนั้นจริง ๆ
เขามองกระดานหมากรุก
ใช่...เขาแพ้ แต่ตอนนี้ มันไม่ใช่แค่เรื่องกระดานหมากอีกต่อไป มันยกระดับกลายเป็นการแข่งขันในระดับลึกซึ้งกว่านั้นแล้ว
ต้องยอมรับว่า เขาไม่เคยคาดคิดว่าอี้เฟิงจะสามารถหยิบลูกแก้วเพลิงออกมาได้ง่ายดายแบบนี้
ลูกแก้วเพลิงนั้นมีมูลค่าสูงกว่าที่คนทั่วไปจินตนาการเสียอีก
เทียบกันแล้ว ยังมีอัญมณีห้าธาตุระดับสูงอื่น ๆ เช่น ลูกแก้วธารา ลูกแก้วพิภพ ลูกแก้วเพชรและลูกแก้วพฤกษา
หากรวบรวมครบห้าชิ้น จะสามารถหลอมรวมเป็นลูกแก้วมหาอนันต์ ซึ่งตามตำนานกล่าวว่า เพียงครอบครองมันก็สามารถทำให้คนธรรมดาที่ไม่เคยฝึกตนมาก่อน กลายเป็นนักบุญได้ในพริบตา
เล่ากันว่า ณ ทะเลเหนือ มีผู้ฝึกตนอันทรงพลังที่สามารถรวบรวมได้แล้วสี่ลูก เหลือเพียงแค่ลูกแก้วเพลิงลูกสุดท้าย
ใครจะไปคิดล่ะว่า ลูกสุดท้ายนั้น...กลับอยู่ที่นี่...
ถ้าเขานำมันไปแลกเปลี่ยนกับผู้ฝึกตนผู้นั้น เขาจะได้รับสมบัติที่มีมูลค่าสูงกว่าลูกแก้วเพลิงนี้นับไม่ถ้วนแน่นอน
แต่เขากลับไม่ทำ
ทำไมล่ะ?
ด้วยระดับพลังของอี้เฟิง ย่อมต้องรู้เรื่องนี้แน่นอน
นั่นก็หมายความว่า...เขารู้ดีว่าสามารถนำไปแลกสิ่งล้ำค่าได้ แต่กลับไม่แลก
แปลว่า...
เขาอาจไม่ต้องการสิ่งที่มีค่ากว่านั้น
หรือไม่ก็...
เขามองว่าของพวกนั้นยังด้อยกว่าลูกแก้วเพลิงเสียอีก...
คนผู้นี้...ไม่เพียงแต่พลังลึกล้ำจนข้ามองไม่ออก แม้แต่ในเชิงจิตวิทยา ยังเหนือกว่าที่ข้าคาดไว้มาก...
ลุงหวูมองอี้เฟิง แล้วให้คำตอบในใจตัวเอง
ดูเผิน ๆ เหมือนแค่เอาลูกแก้วเพลิงออกมา แต่มูลค่าที่สื่อถึง มันเกินกว่าที่คนทั่วไปเข้าใจ
นั่นแปลว่า หากเขาต้องการเอาชนะในการประลองเชิงจิตนี้ เขาจำเป็นต้องหยิบของที่มีมูลค่าสูงกว่าลูกแก้วเพลิงหลายเท่าออกมา
ไม่แปลกใจเลย...ที่อี้เฟิงจะมั่นใจขนาดนั้น
แต่...
ดูเหมือนว่า...เจ้าเองก็ประเมินข้าต่ำไปหน่อยแล้วล่ะ
แววตาของลุงหวูฉายประกายคมกริบดั่งเหยี่ยวเพราะเขาเองก็มีของที่เหนือกว่าเช่นกัน
“ท่านอี้ ลองช่วยข้าดูสิ” ว่าพลาง เขาสะบัดมือเบา ๆ คราดเจ็ดซี่ก็ปรากฏขึ้นในมือ
อี้เฟิงเห็นคราดโผล่มาแบบนั้นก็ไม่ได้สนใจนัก คงคิดว่าลุงหวูคงเพิ่งกลับจากไร่นา
อาจจะใช้แล้วพังหรือไม่ถนัด แล้วรู้ว่าเขาเคยตีเหล็กมาก่อนเลยเอามาให้ช่วยดูหน่อย
ดูหน่อยก็ได้ อี้เฟิงรับมาแบบไม่คิดอะไรมาก แล้วเริ่มพิจารณาอย่างละเอียด
เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของอี้เฟิง ลุงหวูก็เผยรอยยิ้มอย่างผู้ชนะ
คราดเจ็ดซี่เล่มนี้แม้ภายนอกจะดูเก่า ไม่มีอะไรโดดเด่น...แต่แท้จริงแล้ว มันคือสมบัติล้ำค่าที่ตกทอดจากยุคโบราณ เป็นของระดับศักดิ์สิทธิ์ แม้จะมีรอยบุบสลายอยู่บ้าง แต่หากกระตุ้นด้วยพลังลมปราณ ก็สามารถปลดปล่อยพลังออกมาได้ถึงหนึ่งในสิบของระดับศักดิ์สิทธิ์
ระดับศักดิ์สิทธิ์...
คือของในตำนาน
ต่อให้มีตำหนิ แต่มูลค่าของมันก็ยังสูงกว่าลูกแก้วเพลิงมากมาย
และอี้เฟิง...ด้วยพลังของเขา ต้องดูออกแน่นอน
เพราะแบบนั้น...ลุงหวูจึงจินตนาการไปล่วงหน้าแล้วว่าอีกฝ่ายจะต้องตกใจจนคางแทบร่วงแน่ ๆ
พูดกันตามตรง...เพื่อให้ได้คราดเล่มนี้มา ลุงหวูต้องทุ่มทรัพย์สมบัติทั้งชีวิต
ถึงขั้นแลกด้วยครึ่งหนึ่งของชีวิตเลยก็ว่าได้
เพราะงั้นต่อให้อี้เฟิงตกตะลึงจนหน้าชา...
ก็ไม่ใช่เรื่องเกินคาดอะไรเลยแม้แต่น้อย