- หน้าแรก
- กลายเป็นว่าข้าคือเทพยุทธ์ไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 20 น้ำใจจากอี้เฟิงยามหนาวเหน็บ
ตอนที่ 20 น้ำใจจากอี้เฟิงยามหนาวเหน็บ
ตอนที่ 20 น้ำใจจากอี้เฟิงยามหนาวเหน็บ
ตอนที่ 20 น้ำใจจากอี้เฟิงยามหนาวเหน็บ
“หึ ๆ”
อี้เฟิงยิ้มบาง ๆ แล้วยื่นมีดทำครัวในมือออกไป “ให้ท่าน”
ทันทีที่คำพูดของอี้เฟิงสิ้นสุดลง บรรพชนฉิงซานถึงกับโลหิตสูบฉีดแรงจนหายใจแทบไม่ทัน
จริงด้วย!
ท่านอาวุโสมองทะลุจุดประสงค์ที่เขามาได้ตั้งแต่ต้น ก่อนเขาจะทันได้เอ่ยปากเสียอีก ท่านก็หยิบมีดออกมาให้แล้ว
บุญคุณเช่นนี้...
ถึงกับทำให้เขาน้ำตาคลอ
“ท่านอาจารย์อี้ ขอบพระคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ข้าฉิงซานจะจดจำไว้ชั่วชีวิต” เขารับมีดจากมืออี้เฟิงด้วยความเคารพ สองมือสั่นเทา น้ำตาแทบไหลและคุกเข่าลงต่อหน้าเขาทันที
ข้าง ๆ กัน จูหยุนก็เพิ่งเข้าใจได้
มีดที่บรรพชนฉิงซานพูดถึงก็คือมีดทำครัวเล่มนี้เอง
ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมตอนที่ทุกคนในสำนักเคร่งเครียดกับเรื่องการประลองกับบรรพชนเสวียนอู่ บรรพชนฉิงซานกลับยังสงบนิ่ง บอกว่าจะออกไปยืมมีด
ตอนแรกเขายังคิดว่าไม่มีมีดไหนจะทดแทนช่องว่างพลังสิบปีได้ แต่ตอนนี้ทุกความกังวลได้มลายสิ้น
เขาจึงคุกเข่าลงต่อหน้าอี้เฟิงด้วยเช่นกัน
“ทำอะไรกันเนี่ย ลุกขึ้นเถอะ” อี้เฟิงรีบพยายามดึงทั้งสองขึ้นมาเมื่อเห็นพวกเขาคุกเข่าลง
แต่ทั้งสองกลับดื้อรั้น ก้มกราบแน่น ๆ อีกหลายครั้ง ก่อนจะยอมลุกขึ้นยืน
“เฮ้อ พวกเจ้าทำเกินไปแล้ว แค่มีดทำครัวเล่มเดียวเอง...” อี้เฟิงพึมพำด้วยความรู้สึกซับซ้อน
เหตุผลที่เขาให้มีดแก่บรรพชนฉิงซานก็เพราะเมื่อครั้งก่อนทำอาหารร่วมกัน เขาเคยได้ยินบรรพชนบ่นว่าถ้ามีมีดแบบนี้ก็คงดี
เขาก็เลยรู้ทันทีว่าบรรพชนฉิงซานนั้นปรารถนามีดเล่มนี้อย่างยิ่ง
พอดีว่าเขาเพิ่งตีมีดใหม่ขึ้นมา มีดเก่าก็ไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว จึงยกให้ไปโดยไม่คิดมาก
โลกนี้น่ะคนรวยก็รวยจนล้นฟ้า ส่วนคนจนก็จนแบบไม่เหลืออะไร
โดยเฉพาะอย่างบรรพชนฉิงซานแบบนี้ ดูท่าจะไม่มีแม้แต่มีดทำครัวดี ๆ สักเล่ม เขายังนึกไม่ออกเลยว่าเขาหั่นผักกันยังไง อาจจะใช้มือฉีกก็เป็นได้
เฮ้อ
คิดมาถึงตรงนี้ อี้เฟิงก็ยิ่งเข้าใจว่าทำไมทั้งสองถึงได้ตื่นเต้นขนาดนี้ บางทีมีดเล่มนี้สำหรับพวกเขาก็คือของขวัญจากสวรรค์ในยามหนาวเหน็บ
“สำหรับท่านอาจารย์อี้อาจจะเป็นแค่มีดธรรมดา แต่สำหรับข้า...นี่มันน้ำใจยามหนาวแท้ ๆ!” บรรพชนฉิงซานพูดอย่างตื้นตัน
อี้เฟิงได้แต่นิ่งอึ้ง ถอนหายใจเงียบ ๆ รู้สึกเห็นใจบรรพชนขึ้นมาไม่น้อย
บรรพชนฉิงซานเก็บมีดด้วยความระมัดระวัง ประหนึ่งสมบัติล้ำค่า ความซาบซึ้งในใจพุ่งทะลุสวรรค์
ตอนแรก เขานึกว่าการมายืมมีดครั้งนี้ต้องลำบากมากแน่ ๆ ไหนเลยจะกล้าแน่ใจว่าท่านอาวุโสจะยอมให้ยืม ทั้งที่พวกเขาแทบไม่รู้จักกัน
แต่ใครจะคิดท่านอาวุโสราวกับรู้ใจเขาตั้งแต่ต้น แล้วยังหยิบให้ก่อนที่จะพูดออกมาด้วยซ้ำ
การได้มีดเล่มนี้ เขามั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่าจะสามารถสู้กับบรรพชนเสวียนอู่ได้
นี่ไม่เพียงแค่ช่วยชีวิตเขา แต่ยังช่วยชีวิตทั้งสำนักฉิงซาน
ดังนั้น การคุกเขาขอบคุณนั้นถือว่าสมควรแล้วทุกประการ
ผ่านไปนาน ทั้งสองจึงค่อยสงบลงจากความตื่นเต้นถึงกับไม่หลุดมาดอีกเหมือนก่อนหน้า
“ท่านอาจารย์อี้ พระคุณของท่าน ข้าและสำนักฉิงซานยากจะตอบแทนได้ แม้สิ่งที่ข้ามอบให้อาจไม่มีค่าในสายตาท่าน แต่ขอท่านโปรดรับไว้เถิด” บรรพชนฉิงซานกล่าว พลางหยิบลูกแก้วสีแดงเพลิงออกมาจากถุงเก็บของ
ทันทีที่ลูกแก้วนั้นปรากฏ อุณหภูมิรอบข้างก็พุ่งสูงขึ้น
“ทะ...ท่านลุง นั่นมัน...ลูกแก้วเปลวเพลิง!” จูหยุนร้องเสียงหลง ไม่อยากจะเชื่อว่าบรรพชนฉิงซานจะยอมมอบสมบัติคู่สำนักฉิงซานออกมาได้
แต่นึกไปก็คงไม่แปลกอะไร ในเมื่อสามารถยืมมีดวิเศษจากท่านอาวุโสได้ การมอบลูกแก้วเปลวเพลิงก็ถือว่าคุ้มเกินคุ้ม
“ท่านอาจารย์อี้ ขอท่านโปรดรับไว้นะขอรับ”
บรรพชนฉิงซานก้มตัวลง ใช้สองมือยื่นลูกแก้วเปลวเพลิงขึ้นมาให้
“ของนี่…”
อี้เฟิงรับมาพิจารณา พบว่ามันเป็นลูกแก้วสีแดงเพลิงที่ปล่อยความร้อนสูงออกมาจากภายใน ดูแล้วคงถูกขุดออกมาจากปล่องภูเขาไฟที่ไหนสักแห่งแน่ ๆ
แน่นอน ในโลกนี้มีของแปลกประหลาดมากมาย อี้เฟิงไม่ได้ตกใจอะไร คิดว่าเอามาวางโชว์ก็สวยดี
“วางไว้ดูเล่นก็ดูดีนะ ข้าชอบ ข้ารับไว้ล่ะกัน”
อี้เฟิงไม่ได้ปฏิเสธ เขารู้ดีว่าบรรพชนฉิงซานเป็นคนมีมารยาท มีศักดิ์ศรี
คนแบบนี้ ถ้าปฏิเสธจะกลายเป็นดูแคลนของที่เขามอบให้
เมื่อเห็นว่าอี้เฟิงรับไว้ บรรพชนฉิงซานก็โล่งอกอย่างแรง แต่ในใจก็ยังรู้สึกแปลบ ๆ อยู่บ้าง
ก่อนจะมอบของ เขาคิดไม่ตกอยู่พักใหญ่ ตัดสินใจอยู่นานกว่าจะกล้าหยิบสมบัติคู่สำนักอย่างลูกแก้วเปลวเพลิงออกมา
เขาคิดว่า แม้ในสายตาท่านอาวุโสอาจไม่ใช่ของล้ำค่าที่สุด แต่ก็น่าจะทำให้รู้สึกประทับใจได้บ้าง
แต่ผลลัพธ์ที่ได้รับกลับคือของตั้งโชว์ที่ดูดี
ทำเอาบรรพชนฉิงซานรู้สึกเสียใจไม่น้อย
จริงอย่างที่เขาว่า ระดับไม่เท่ากัน สายตาก็ต่างกันลิบลับ...
หลังจากขอบคุณซ้ำอีกหลายครั้ง บรรพชนฉิงซานก็นึกอะไรขึ้นได้ จึงถามขึ้นอย่างมีนัยว่า “ท่านอาจารย์อี้ ข้าอยากทราบว่าในอนาคต ท่านมีแผนการใดบ้างหรือไม่ ขอให้พวกข้าสองลุงหลานได้รู้แนวทางเล็กน้อยได้หรือไม่?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จูหยุนที่ยืนข้าง ๆ ก็รีบเงี่ยหูฟังทันที...