- หน้าแรก
- ชีวิตอมตะเริ่มจากสุรากู่ที่ข้าสร้างเอง
- ชีวิตอมตะเริ่มจากสุรากู่ที่ข้าสร้างเอง บทที่ 22 ส่งมอบสมุนไพร
ชีวิตอมตะเริ่มจากสุรากู่ที่ข้าสร้างเอง บทที่ 22 ส่งมอบสมุนไพร
ชีวิตอมตะเริ่มจากสุรากู่ที่ข้าสร้างเอง บทที่ 22 ส่งมอบสมุนไพร
หลงเสวียนถอนหายใจอย่างจนปัญญา ท้ายที่สุดก็ได้แต่ตัดสินใจพักเรื่องนี้ไว้ก่อน เพราะการสะสมหินวิญญาณจำนวนมหาศาลขนาดนั้น ไม่ใช่สิ่งที่จะทำได้ในวันสองวัน เกรงว่าคงต้องหาทางอื่นแทนแล้ว
หลังจากเก็บเคล็ดวิชาเปลวเพลิงเทพน้ำแข็งไว้อย่างดี หลงเสวียนก็ผลักประตูเดินออกจากห้อง ทันทีที่ประตูเปิด กลิ่นหอมของดอกไม้นานาชนิดก็ลอยตลบอบอวล สวนทั้งสวนปลูกแต่ดอกไม้หลากชนิด หากเรียกว่า ‘สวนดอกไม้’ คงเหมาะกว่าสวนสมุนไพร
วันนี้เป็นวันที่สมุนไพรบางชนิดเติบโตเต็มที่พอดี หลงเสวียนจึงต้องเก็บเกี่ยวมันและนำไปส่งที่กระท่อมของผู้เฒ่าหลง
ตราบใดที่เขาส่งมอบสมุนไพรตามจำนวนที่กำหนด ผู้เฒ่าหลงก็แทบจะไม่มาที่นี่เลย
ภายในสวน ด้านหนึ่งมีไก่วิญญาณตัวอ้วนกำลังคุ้ยดินหาหนอนกิน พร้อมส่งเสียง ‘กุ๊กกุ๊ก’ อย่างเพลิดเพลิน
ท่ามกลางพุ่มไม้ ดอกไม้เบ่งบานตระการตา มีผึ้งวิญญาณหลายร้อยตัวบินว่อน พวกมันตอมดอกไม้ไปมา บางตัวก็มุดเข้าไปในกลีบดอกไม้จนเหลือแค่ก้นโผล่ออกมา
จากเดิมที่เขาซื้อผึ้งวิญญาณมาแค่สองตัว บัดนี้มันขยายพันธุ์กลายเป็นร้อยตัวโดยไม่รู้ตัว อย่าถามว่ามันแพร่พันธุ์ยังไง เพราะเขาเองก็ไม่ได้ใส่ใจเท่าไร
แรกเริ่มเขาตั้งใจจะเพาะราชินีผึ้งขึ้นมา เพราะในโลกนี้มีวิธีมากมายที่จะพัฒนา ‘ผึ้งวิญญาณ’ ให้กลายเป็น ‘ราชินีผึ้ง’
แต่ตอนนี้เขากลับพบว่าตนเองไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลย เพราะดูเหมือนว่าไม่ใช่ผึ้งทุกสายพันธุ์ในโลกนี้ที่จะต้องมีราชินีถึงจะขยายพันธุ์ได้
ตั้งแต่วันที่เขาซื้อผึ้งสองตัวนั้นมา พวกมันพบว่าสวนของเขามีแหล่งอาหารมากมาย จึงตั้งรกรากอยู่ที่นี่ สร้างรังใหม่และไม่ยอมจากไปอีกเลย เมื่อมีอาหารเพียงพอ พวกมันก็เริ่มขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว
ด้วยการตั้งรกรากของผึ้งกลุ่มนี้ ทำให้สวนสมุนไพรของเขาดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น เหนือศีรษะเต็มไปด้วยผึ้งบินว่อน ข้างล่างมีไก่วิญญาณวิ่งพล่าน เป็นภาพบรรยากาศอบอุ่น และทำให้ชีวิตของหลงเสวียนไม่เงียบเหงา
แม้เขาจะน้ำลายสออยากได้ น้ำผึ้ง จากรังของผึ้งวิญญาณมานาน แต่จนถึงวันนี้เขาก็ยังไม่กล้าเข้าใกล้รังผึ้งง่าย ๆ เพราะเกรงการโจมตีของมัน
โดนไก่จิกยังพอทน แต่ถ้าโดนผึ้งวิญญาณต่อยล่ะก็ รับรองว่าเจ็บหนักแน่นอน
นี่ไม่ใช่ผึ้งธรรมดาแบบในโลกเก่า แต่เป็น ‘ผึ้งวิญญาณ’ ที่ต่อยคนตายได้จริง ๆ! ปัจจุบันเขากับผึ้งยังอยู่ในสถานะ ‘น้ำไม่ล้นคู ไฟไม่ลามฟาง’ ต่างฝ่ายต่างอยู่แบบเพื่อนบ้านที่พอจะมองหน้ากันติด
หลงเสวียนมีหน้าที่ปลูกสมุนไพร ส่วนพวกผึ้งก็แวะมาดูดน้ำหวานและเกสรจากดอกไม้ ไม่มีใครรุกล้ำหรือล้ำเส้นใคร ต่างฝ่ายต่างรักษาสมดุลนี้ไว้
เขาเกรงว่า หากขโมยน้ำผึ้งไป ความสมดุลนี้จะถูกทำลาย และวันหน้าหากกลับมายังสวนสมุนไพรอีกครั้งอาจต้องเผชิญกับความวุ่นวายจากฝูงผึ้ง
คิดไปคิดมา เขาก็ยังเห็นว่า ทางออกที่ดีที่สุดคือการเพาะเลี้ยง ‘ราชินีผึ้ง’ ขึ้นมาหนึ่งตัว เพราะหากเขาสามารถทำพันธะสัญญาเลือดกับราชินีผึ้งได้ ผึ้งวิญญาณทั้งหมดก็จะอยู่ภายใต้การควบคุมของเขา ไม่จำเป็นต้องกลัวอีกต่อไป
ทว่า ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา เพราะจำนวนกู่ที่กู่ซิ่วสามารถควบคุมได้มีขีดจำกัด เขาจึงไม่อาจสร้างพันธะกับผึ้งทุกตัวได้
ขณะนั้นเอง สมุนไพรที่เขาตั้งใจจะเก็บก็เติบโตพร้อมกันทั้งหมด กลีบดอกไม้ผลิบาน ส่งกลิ่นหอมอันลึกล้ำออกมา
ผึ้งวิญญาณมีประสาทรับกลิ่นไวมาก เมื่อได้กลิ่นหอมเหล่านั้นก็บินตรงไปยังดอกไม้ทันที มุดตัวเข้าไปเก็บน้ำหวานและเกสรอย่างกระตือรือร้น
เมื่อเก็บเสร็จ พวกมันก็บินกลับรังพร้อมกับขาหลังที่เต็มไปด้วยเกสร
รอจนฝูงผึ้งเก็บของเสร็จเรียบร้อย หลงเสวียนจึงเริ่มเก็บสมุนไพร พร้อมทั้งปลูกต้นใหม่ทดแทน ก่อนจะนำสมุนไพรที่เก็บได้ทั้งหมดไปส่งที่กระท่อมของผู้เฒ่าหลง
ตอนนี้ผู้เฒ่าหลงกำลังต้องการสมุนไพรเหล่านี้เพื่อใช้หลอมโอสถร้อยบุปผา ใช่แล้ว...ผ่านไปหนึ่งปี เขาก็ยังวิจัยเม็ดยานี้ไม่สำเร็จ
หลงเสวียนถึงกับรู้สึกร้อนใจแทน ช่างเชื่องช้าอะไรอย่างนี้ เขาใช้เวลาเพียงสองวันก็ทำสำเร็จแล้ว
สมุนไพรระดับหนึ่งเติบโตได้เร็วมาก บวกกับมีน้ำยาเร่งการเจริญเติบโตช่วยเหลือ ทุกครึ่งปีจึงสามารถเก็บเกี่ยวได้หนึ่งรอบ และหลงเสวียนก็มักจะได้พบกับผู้เฒ่าหลงเสมอ
ครั้งนี้ก็เช่นกัน เพิ่งจะผ่านไปเพียงครึ่งปีเท่านั้น
เมื่อเขาเดินเข้าไปในกระท่อม เห็นผู้เฒ่าหลงยังไม่ได้หลอมโอสถ จึงเอ่ยขึ้นว่า “ท่านผู้เฒ่าหลง สมุนไพรชุดใหม่โตเต็มที่แล้ว ข้าจัดการเก็บเอาไว้ให้เรียบร้อยขอรับ”
หลงเสวียนคลายถุงเก็บของที่คาดอยู่ข้างเอวซึ่งบรรจุสมุนไพรไว้เต็มถุง แล้วหันไปมองชายชราร่างสูงใหญ่ที่กำลังนั่งบนเก้าอี้
ผู้เฒ่าหลงกำลังนั่งอ่านตำราหลอมโอสถ เมื่อได้ยินเสียงก็หันมามองพร้อมพูดว่า
“วางไว้บนโต๊ะนั่นแหละ”
พูดจบ เขาก็เพ่งพินิจหลงเสวียนอีกครั้ง สีหน้าเผยแววประหลาดใจ
“เจ้า...ทะลวงสู่ระดับกลางของขั้นรวมพลังแล้วหรือ?” ผู้เฒ่าหลงเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ
“สายตาท่านผู้เฒ่าหลงช่างเฉียบแหลมนัก ถึงกับมองออกว่าข้าทะลวงขั้นแล้ว ข้าฝึกตนมานานกว่าสิบปี เพิ่งจะมาถึงระดับกลางนี้ ทำให้ท่านขบขันเสียแล้ว”
หลงเสวียนไม่รู้สึกแปลกใจที่ผู้เฒ่าหลงมองออก
เพราะนักหลอมโอสถนั้นมีพลังจิตที่แข็งแกร่งโดยธรรมชาติ สามารถสัมผัสพลังของผู้อื่นได้ชัดเจน เขาเองก็ไม่เคยคิดจะปิดบังผู้เฒ่าหลงมาก่อน
“ไม่ ๆ ๆ” ผู้เฒ่าหลงส่ายหน้าแล้วกล่าวต่อ
“ข้าไม่ได้คิดว่ามันน่าขบขัน จริง ๆ แล้ว ข้าเคยคิดว่าเจ้าทั้งชีวิตอาจไม่มีทางถึงระดับกลางของขั้นรวมพลังได้ด้วยซ้ำ เจ้าบรรลุเร็วกว่าที่ข้าคาดไว้มากต่างหาก”
“เอ๋? หรือว่าพรสวรรค์ข้าจะแย่ถึงเพียงนั้น?” คำพูดของผู้เฒ่าหลงทำเอาหลงเสวียนรู้สึกแทงใจ
“ก็ไม่ถึงกับเลวร้ายขนาดนั้นหรอก” ผู้เฒ่าหลงถอนหายใจแล้วอธิบาย
“เจ้าเป็นผู้ครอบครอง ‘ร่างสิบหายนะ’ (ร่างพิเศษสุดหายาก ที่มีลักษณะโดดเด่นถึงสิบประการ ทำให้มีพรสวรรค์สูงส่ง แต่ก็มีข้อจำกัดมหาศาล) ซึ่งหาได้ยากในรอบหมื่นปี ร่างนี้ในอดีตกาลถือว่าเป็นร่างวิเศษอันดับหนึ่งของโลก มีทะเลวิญญาณกว้างใหญ่ พลังวิญญาณที่กักเก็บได้ก็เหนือกว่าคนทั่วไปหลายเท่า เชี่ยวชาญในการต่อสู้แบบยืดเยื้อ สามารถปล่อยกระบวนท่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้โดยไม่ต้องกังวล”
“เส้นลมปราณของร่างนี้ก็กว้างใหญ่เหนือคนทั่วไป พลังโจมตีแบบเดียวกัน เมื่อร่างสิบหายนะใช้จะรุนแรงกว่าผู้ใช้ในระดับเดียวกันหลายเท่า”
“ในอดีตกาล ผู้ที่มีร่างสิบหายนะจะมีพลังการต่อสู้ที่น่าหวาดหวั่น แทบไม่มีผู้ใดในระดับเดียวกันที่เอาชนะได้ เจ้าจึงถือเป็นอัจฉริยะในใต้หล้าอย่างไม่ต้องสงสัย”
“ทว่าในยุคนี้ เคล็ดวิชาเฉพาะสำหรับร่างสิบหายนะได้สูญหายไปหมดแล้ว อีกทั้งร่างนี้ไม่สามารถฝึกวิชาอื่นแทนได้”
“เนื่องจากทะเลวิญญาณของร่างนี้มั่นคงดั่งภูผา แม้จะเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งที่สุด แต่กลับทำให้การทะลวงขั้นยากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังต้องการพลังวิญญาณจำนวนมหาศาลมาหล่อเลี้ยง ทำให้ความเร็วในการฝึกฝนช้าลง”
“ดังนั้นจึงต้องใช้ ‘เคล็ดวิชาพิเศษ’ ที่เหมาะกับร่างนี้เท่านั้นถึงจะฝึกได้ หากใช้วิชาอื่นก็จะฝึกไม่ขึ้น แถมร่างนี้ยังปฏิเสธวิชาระดับต่ำโดยกำเนิดอีกต่างหาก”
“แล้วหากไม่มีวิชาให้ฝึก เจ้าคิดว่าจะฝึกไวได้อย่างไร?”
“ข้าเดาว่าเจ้าคงอาศัยการกินเสริมบำรุงจนมาถึงระดับนี้ โดยเฉพาะการกินไข่วิญญาณแบบไม่ยั้ง”
เมื่อได้ฟัง หลงเสวียนถึงกับเข้าใจทันที ไม่แปลกเลยที่ตนฝึกเคล็ดวิชาใดก็ไม่ขึ้น ยกเว้นเพียงวิชาบำรุงร่างกาย ที่แท้ต้นเหตุก็มาจากร่างนี้เอง
แต่เขาก็ยังสงสัย จึงถามอีกว่า
“แค่วิชาสูญหายเองไม่ใช่หรือ? งั้นข้าสร้างวิชาขึ้นมาใหม่ก็จบแล้วไม่ใช่หรือ?”
คำพูดของเขาทำเอาผู้เฒ่าหลงถลึงตาใส่ แล้วกล่าวอย่างหงุดหงิดว่า
“เจ้าพูดมันง่ายไป! เจ้านึกว่าเคล็ดวิชาระดับสูง สร้างกันได้ง่าย ๆ หรืออย่างไร? ต่อให้เป็นจอมยุทธ์อันดับหนึ่งในยุทธภพ ก็ยังไม่กล้าอวดว่าตัวเองสร้างได้!”
หลงเสวียนมีสีหน้าประหลาดใจ เขาอาจไม่รู้ว่าคนอื่นสร้างวิชายากแค่ไหน แต่เขาน่ะ ‘สร้างเองได้จริง’ จึงถามหยั่งเชิงว่า
“สมมุตินะ ข้าหมายถึงแค่สมมุติจริง ๆ ถ้าข้าบังเอิญสร้างวิชาที่ฝึกร่างสิบหายนะได้ขึ้นมาจริง ๆ แบบนี้ข้าก็เป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งในใต้หล้าเลยใช่หรือไม่?”
ผู้เฒ่าหลงมองเขาด้วยสายตาประหลาดใจ ทั้งขำทั้งโกรธแล้วจึงกล่าวว่า
“เด็กหนอเด็ก ช่างฝันได้จริง! ‘บังเอิญ’ เจ้าบังเอิญหัวข้าเถอะ!”
“ผู้ที่มีพรสวรรค์สร้างวิชาเองได้มีอยู่จริง แต่นั่นคืออัจฉริยะที่หาได้ในรอบร้อยปี ส่วนผู้ที่มีร่างสิบหายนะ หาได้แค่ในรอบหมื่นปี การที่คนสองแบบนี้มารวมกัน...เจ้าคิดดูสิ โอกาสมันจะน้อยเพียงใด?”
“ต่อให้มันเกิดขึ้นจริง แต่ผู้ที่มีร่างสิบหายนะก็มักจะไม่ทันได้เติบโต เพราะฝึกวิชาไม่ได้ แล้วจะไปมีโอกาสสร้างวิชาเองได้อย่างไร?”
“นี่มันวงจรอุบาทว์! เชื่อข้าเถอะ เจ้าไม่มีวันเป็นหนึ่งในนั้นหรอก เลิกฝันไปได้เลย!”