- หน้าแรก
- ชีวิตอมตะเริ่มจากสุรากู่ที่ข้าสร้างเอง
- ชีวิตอมตะเริ่มจากสุรากู่ที่ข้าสร้างเอง บทที่ 20 การหลอมโอสถครั้งแรก
ชีวิตอมตะเริ่มจากสุรากู่ที่ข้าสร้างเอง บทที่ 20 การหลอมโอสถครั้งแรก
ชีวิตอมตะเริ่มจากสุรากู่ที่ข้าสร้างเอง บทที่ 20 การหลอมโอสถครั้งแรก
ตอนนี้หลงเสวียนยังไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองเพิ่งถูกเย้ยหยันไปหมาด ๆ ที่แย่ไปกว่านั้น ยังเป็นการเย้ยหยันในสิ่งที่เขาภาคภูมิใจที่สุด สิ่งที่เรียกว่า ‘จินตนาการอันบรรเจิด’
เมื่อเห็นว่านักหลอมโอสถฝึกหัดคนนี้ดื้อด้านนัก เขาก็ไม่เซ้าซี้อีกต่อไป
“จะเอาเสี่ยวเฉียงกู่ของข้าไปก็ได้ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ของราคาหนึ่งหมื่นหินวิญญาณแล้ว”
“อย่างนี้แล้วกัน เจ้าเอาโอสถเสียแต่ละชนิดให้ข้าสิบเม็ด ถือว่าเป็นการชดเชยส่วนต่าง”
เด็กหนุ่มพยักหน้าอย่างรวดเร็ว อย่าว่าแต่โอสถเสียเล็กน้อยเลย ต่อให้ต้องควักหินวิญญาณเพิ่มอีกแสนนึง เขาก็ยังยินดีจะแลก
“ดูเหมือนเจ้าจะไม่มีความสามารถในการเปลี่ยนของไร้ค่าให้กลายเป็นของล้ำค่าสินะ ไม่งั้นเจ้าคงกวาดโอสถเสียของข้าทุกเม็ดไปแล้ว ไม่ใช่เอาชนิดละแค่สิบเม็ด”
เด็กหนุ่มหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเก็บโอสถเสียจำนวนหนึ่งขึ้นมา แล้วหยิบเตาหลอมสามขาสีเขียวจากถุงเก็บของออกมา จากนั้นจึงโยนโอสถเสียทั้งหมดลงไปในเตาหลอมแล้วยื่นให้หลงเสวียน
หลงเสวียนปรายตามองเขาเล็กน้อย ก่อนจะหยิบขวดขนาดเล็กที่ใส่เสี่ยวเฉียงกู่ออกมาจากถุงเพาะแมลงแล้วส่งให้นักหลอมโอสถฝึกหัด
เด็กหนุ่มรับขวดนั้นด้วยความยินดี หลังจากทำพันธะสัญญาเลือดเพื่อตรวจสอบว่าเป็นของจริงก็รีบเก็บร้านทันที
ตอนนี้โอสถเสียพวกนี้กลายเป็นของล้ำค่าสำหรับเขา มีแต่คนโง่เท่านั้นที่จะเอาออกมาขายอีก
ชายร่างใหญ่หน้ามีแผลเป็นซึ่งก่อนหน้านี้เพิ่งทะเลาะกับเด็กหนุ่มถึงกับตาค้าง ไม่คิดว่าโอสถเสียจะมีคนยอมซื้อจริง ๆ โลกช่างกว้างใหญ่และเต็มไปด้วยสิ่งประหลาดจนเขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง!
ขณะที่หลงเสวียนกำลังจะจากไป ชายผู้นั้นก็รีบวิ่งมาขวางไว้แล้วพูดอย่างลนลานว่า
“สหายโปรดรอก่อน ข้าเองก็อยากแลกเสี่ยวเฉียงกู่เช่นกัน ข้ายินดีแลกด้วยสมุนไพรวิญญาณ!”
“ทั้งหมดนี้ข้าเป็นคนขึ้นเขาไปเก็บเอง เจ้าสามารถเลือกได้ตามใจ”
เขาพูดพลางโยนถุงเก็บของให้หลงเสวียนด้วยสีหน้าอ้อนวอนเกรงว่าจะถูกปฏิเสธ
หลงเสวียนมองสีหน้าของชายผู้นั้นก็เข้าใจได้ทันทีว่าอีกฝ่ายหลงใหลในเสี่ยวเฉียงกู่มากแค่ไหน
ชายคนนี้เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ มีแผลเป็นทั่วหน้า ดูก็รู้ว่าเป็นพวกใช้ร่างกายฝ่าดงศัตรูบุกทะลวงแนวหน้า เป็นธรรมดาที่จะเจ็บตัวบ่อย เรียกได้ว่าอยู่ใกล้ความตายตลอดเวลา เสี่ยวเฉียงกู่เหมาะกับคนประเภทนี้ที่สุด
ต้นทุนของเสี่ยวเฉียงกู่นั้นต่ำมาก แถมในถุงเพาะแมลงของเขาก็ยังมีอีกเยอะ
หลงเสวียนจึงหยิบถุงเก็บของของชายร่างใหญ่ขึ้นมาตรวจดู พบว่าเต็มไปด้วยสมุนไพรวิญญาณหลากหลายชนิด
และที่บังเอิญสุด ๆ ก็คือ สมุนไพรสามชนิดที่เขากำลังตามหาอยู่ตอนนี้ ทั้งหมดล้วนอยู่ในถุงนั้นแถมยังมีจำนวนไม่น้อย นี่เรียกได้ว่า ‘เสาะหาจนเหนื่อย แต่กลับได้มาอย่างง่ายดาย’
หลงเสวียนยิ้มอย่างพอใจ เขาเทสมุนไพรทั้งหมดลงในถุงเก็บของของตน ไม่เว้นแม้แต่ต้นเดียว จากนั้นก็โยนถุงเปล่าคืนให้ชายผู้นั้น พร้อมขวดขนาดเล็กอีกหนึ่งขวดที่บรรจุเสี่ยวเฉียงกู่อยู่ภายใน
...
เมื่อหลงเสวียนกลับมาจากตลาดเวลาก็ล่วงเข้ายามดึกแล้ว มีคนมากมายต้องการซื้อเสี่ยวเฉียงกู่จากเขา พวกจอมยุทธ์สายยาจกก็มักจะชอบต่อราคากันไม่เลิก ทำให้เขาเสียเวลาไม่น้อย
แต่ผลลัพธ์กลับน่าชื่นใจ ก่อนหน้านี้ที่หลอม ‘นัยน์ตาฟ้าลิขิต’ เขาใช้ทรัพย์สินจนแทบเกลี้ยง แต่การขายเสี่ยวเฉียงกู่ครั้งนี้ก็ช่วยให้เงินทองกลับมาพอสมควร
เขารู้แน่ชัดแล้วว่าเคล็ดวิชาใหม่ ‘เปลวเพลิงเทพน้ำแข็ง’ นี้ จะต้องเป็นเครื่องดูดทรัพยากรชั้นยอด ถ้าคิดจะหลอมมันจริง ๆ วัตถุดิบที่ต้องใช้คงมหาศาลมาก เขาจึงต้องรีบเก็บสะสมหินวิญญาณไว้ให้พร้อมตั้งแต่เนิ่น ๆ
แม้จะดึกดื่น แต่ตอนนี้เขาก็ได้วัตถุดิบของโอสถร้อยบุปผามาครบถ้วนแล้ว ทุกอย่างพร้อม เหลือแค่เริ่มต้นเท่านั้น เขารู้สึกคันไม้คันมือมาก ยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นเต้น ไม่หลอมโอสถก่อน คืนนี้คงนอนไม่หลับแน่!
หลงเสวียนจึงรีบนำเตาหลอมออกมาวางบนพื้น เตรียมตัวหลอมโอสถครั้งแรกในชีวิต
เขาเคยแอบดูผู้เฒ่าหลงหลอมโอสถอยู่หลายครั้ง แม้จะหลอมโอสถชนิดอื่นไม่ได้ แต่เขาจำขั้นตอนของโอสถร้อยบุปผาได้ขึ้นใจ
โอสถร้อยบุปผาต้องใช้ดอกไม้วิญญาณถึงร้อยชนิด ซึ่งเป็นปริมาณมหาศาล ส่งผลให้โอสถที่ได้ทรงพลังอย่างยิ่ง แม้ไม่ต้องพูดก็รู้ว่าโอสถนี้ต้องอยู่ในระดับสูงแน่นอน
หลงเสวียนทำตามวิธีที่ลอบเรียนมาจากผู้เฒ่าหลง ใช้พลังธาตุไม้และไฟ — ไม้อยู่ล่าง ไฟอยู่บน — สร้างเปลวเพลิงขึ้นกลางฝ่ามือ
การจะเป็นนักหลอมโอสถต้องมีคุณสมบัติสามข้อ
หนึ่ง คือต้องมีธาตุไม้และไฟ
สอง คือต้องมีจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งโดยกำเนิด
สาม คือต้องควบคุมเปลวเพลิงได้อย่างละเอียดแม่นยำ
สามข้อกำหนดนี้สามารถกันคนส่วนใหญ่ในโลกใบนี้ไม่ให้เข้าถึงประตูของการหลอมโอสถได้ กล่าวได้ว่าในหมื่นคนมีไม่ถึงหนึ่งที่เหมาะสม
ด้วยเหตุนี้ นักหลอมโอสถจึงน้อยยิ่งนัก ยิ่งหายากก็ยิ่งล้ำค่า
หลงเสวียนนั้นแน่นอนว่าผ่านทุกข้อกำหนด แถมยังเหนือชั้นกว่าคนทั่วไปอีกด้วย
แม้พรสวรรค์ด้านการฝึกตนของเขาจะต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แต่หากเป็นพรสวรรค์ในการหลอมโอสถแล้วล่ะก็ เรียกได้ว่า ‘อัจฉริยะ’
เมื่อสวรรค์ปิดประตูบานหนึ่ง มักจะเปิดหน้าต่างอีกบานให้เสมอ
พลังวิญญาณของหลงเสวียนยังไม่แข็งแกร่งพอจะยกเตาหลอมลอยขึ้นได้ จึงต้องวางมันไว้บนพื้น
เขาควบคุมเปลวเพลิงในมือให้ลอยขึ้นไปยังด้านล่างของเตาหลอม เพื่อเริ่มให้ความร้อนอุ่นเตา
ขั้นตอนแรกของการหลอมโอสถคือการใช้ความร้อนสูงขจัดสิ่งเจือปนของสมุนไพร คงไว้เพียงสารสำคัญ
ภายในสมุนไพรส่วนมากมีแต่ของไร้ค่า ต้องอาศัยทักษะการควบคุมไฟระดับสูงของนักหลอมโอสถ เพื่อเผาผลาญสิ่งเจือปนออก โดยไม่เผาสารสำคัญไปด้วย
ขั้นตอนนี้ยากยิ่งนัก ถ้าอุณหภูมิต่ำเกินไป สิ่งเจือปนจะหลอมรวมกับสารสำคัญ ถ้าสูงเกินไปก็จะเผาทั้งหมดจนหมดสิ้น การควบคุมที่พอดีจึงสำคัญอย่างยิ่ง
ยิ่งกว่านั้น สมุนไพรแต่ละชนิดก็ใช้ความร้อนต่างกัน แม้แต่สมุนไพรชนิดเดียวกันในช่วงเวลาต่างกันก็ยังต้องการอุณหภูมิไม่เท่ากัน เล่นเอาคนแทบขาดใจ
เพียงแค่ขั้นตอนแรกนี้ก็ทำให้ผู้ฝึกฝนส่วนมากพ่ายแพ้ แม้แต่ผู้เฒ่าหลงที่มีประสบการณ์มาก ยังเคยเผาสมุนไพรล้ำค่าทิ้งหลายครั้ง
หลงเสวียนจึงตระหนักดีถึงความยากของขั้นตอนนี้ และตั้งใจจะทำอย่างรอบคอบที่สุด
เขาตั้งสมาธิอย่างแน่วแน่ เห็นว่าเตาเริ่มอุ่นได้ที่ ก็หยิบสมุนไพรขึ้นมาหนึ่งต้นแล้วโยนเข้าไปในเตาหลอม
แต่ในตอนที่เขากำลังจะเพิ่มอุณหภูมิ สิ่งที่ทำให้เขาตกตะลึงก็เกิดขึ้น
บนเตาหลอมกลับมี ‘แถบความคืบหน้าในการสกัดสาร’ ปรากฏขึ้น—ตอนนี้แสดงว่าอยู่ที่ 0%
หลงเสวียนสูดลมหายใจลึกอย่างไม่อยากเชื่อ
เขาพึ่งนึกได้ว่า ตอนเขาหลอมกู่ครั้งแรกก็เคยเกิดอะไรคล้าย ๆ แบบนี้ขึ้น
แถบสถานะของ ‘นิ้วทองคำ’ ของเขานั้นไม่ได้จำกัดแค่สิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตเท่านั้น มันยังสามารถแสดงความคืบหน้าของกิจกรรมที่เขาทำอยู่ได้ด้วย
หากเขากำลังหลอมกู่ ก็จะมีแถบหลอมกู่ หากเขากำลังสกัดสมุนไพร ก็จะมีแถบการสกัด และแม้แต่ตอนหลอมโอสถขั้นสุดท้าย ก็อาจจะแสดงแถบหลอมโอสถขึ้นมาเช่นกัน
เมื่อเป็นเช่นนี้ ความสามารถของนิ้วทองคำก็ต้องเรียกได้ว่า ‘ไร้ขีดจำกัด’ แล้ว หลงเสวียนรู้สึกตื่นเต้นจนถึงขีดสุด
สำหรับขั้นตอนที่คนอื่นมองว่ายากแสนยาก ตอนนี้กลับกลายเป็นเรื่องง่ายในสายตาของหลงเสวียน
เขามองเห็นแถบความคืบหน้าอย่างชัดเจน ถ้ามันเพิ่มขึ้นอย่างมั่นคง นั่นแปลว่าทำถูกทาง ก็แค่รักษาสถานะไว้
แต่ถ้าค่าความคืบหน้าลดลงหรือหายไป แสดงว่าทำผิด ต้องรีบปรับไฟให้เหมาะสม
มีระบบช่วยแบบนี้ การสกัดสมุนไพรจะยากตรงไหนกัน?
เหตุการณ์หลังจากนั้นจึงไม่มีเรื่องไม่คาดฝันใด ๆ
สิ่งที่คนอื่นเห็นว่ายากเกินบรรยาย สำหรับเขากลับกลายเป็นเรื่องง่ายดาย
นี่คือการสกัดสมุนไพรครั้งแรกของเขา และเขาทำสำเร็จอย่างราบรื่นโดยไม่มีความผิดพลาดแม้แต่นิด
หากศิษย์หลอมโอสถคนอื่นได้รู้ คงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
หลงเสวียนมองดูสารสกัดที่บรรจุอยู่ในขวด แล้วก็ถึงกับเหม่อลอยราวกับฝันไป
“แค่นี้เองหรือ?”