- หน้าแรก
- ชีวิตอมตะเริ่มจากสุรากู่ที่ข้าสร้างเอง
- ชีวิตอมตะเริ่มจากสุรากู่ที่ข้าสร้างเอง บทที่ 7 หินพิษกู่
ชีวิตอมตะเริ่มจากสุรากู่ที่ข้าสร้างเอง บทที่ 7 หินพิษกู่
ชีวิตอมตะเริ่มจากสุรากู่ที่ข้าสร้างเอง บทที่ 7 หินพิษกู่
“ท่านไม่เชื่อข้าหรือ?” หลงเสวียนเหลือบมองเขาอย่างยียวน พลางหัวเราะเบาๆ “หากอยากรู้ว่าข้าโม้หรือไม่ ลองเองก็รู้”
“เสี่ยวเฉียงกู่ของข้ามีความสามารถฟื้นฟูอวัยวะได้ ลองตัดมือของท่านดูสิ แล้วดูว่าข้าจะต่อกลับคืนได้หรือไม่”
แน่นอนว่า นักพรตหลี่ไม่คิดจะตัดมือตัวเองจริงๆ ถ้าเสี่ยวเฉียงกู่ไม่มีความสามารถฟื้นฟูจริง แล้วเขาจะไปหามือใหม่ที่ไหนกันเล่า?
“จะทดสอบความสามารถของมัน ไม่จำเป็นต้องตัดมือหรอก ข้าแค่ตรวจสอบดูก็รู้”
นักพรตหลี่โดนท้าทายเข้าก็ของขึ้น แต่ยังรักษาหน้าไว้ได้ เขาตัดสินใจว่าจะจริงหรือเท็จก็ต้องลองพิสูจน์กันตรงนี้ แล้วค่อยว่ากันอีกที หากเป็นคำโป้ปด ก็อย่าคิดว่าจะหนีจากสายตาเขาไปได้!
นักพรตหลี่เดินไปที่แผงลอยของหลงเสวียน หยิบโหลกู่ขึ้นมาหนึ่งโหลโดยไม่แม้แต่จะมอง จากนั้นจึงเปิดฝาทำพันธสัญญาเลือดกับเสี่ยวเฉียงกู่ทันที
เมื่อทำพันธสัญญาเลือดเรียบร้อย เจ้าของจะสามารถรับรู้ถึงคุณสมบัติของกู่ได้อย่างชัดเจน
ไม่กี่อึดใจหลังพลังวิญญาณไหลเข้าสู่จิตใจ สีหน้าของนักพรตหลี่ก็แข็งค้างไปชั่วขณะ สีหน้าเขาเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ก่อนจะเผยแววตกตะลึงออกมาชัดเจน
“เป็นไปได้อย่างไร… กู่ที่ดูอ่อนแอขนาดนี้ จะมีความสามารถน่ากลัวเช่นนี้ได้อย่างไรกัน” เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ
“พอเถิด ไหนๆ ท่านก็ทำพันธสัญญาแล้ว จ่ายมาเลยละกัน เห็นว่าเป็นเพื่อนบ้าน ข้าลดให้เหลือแค่สองร้อยเก้าสิบเก้าหินวิญญาณพอ” หลงเสวียนหาวหนึ่งที พลางเร่งเร้าให้จ่ายเงิน
ตอนนี้นักพรตหลี่มองหลงเสวียนเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ผู้ที่สามารถคิดค้นตำราหลอมกู่เช่นนี้ได้ หาใช่คนธรรมดาไม่ เขาเริ่มมีใจอยากจะคบหาสร้างมิตรภาพกับหลงเสวียน
“หึๆ ตาเฒ่าอย่างข้าตาถั่วเอง ไม่คิดว่าแมลงสาบจะสามารถนำมาหลอมเป็นกู่ได้ เจ้านี่เปิดหูเปิดตาข้าจริงๆ ดูท่าทางจะประมาทแมลงบนโลกนี้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย”
“ดีจริงๆ ที่ข้าไม่หลงเชื่อเจ้าจนถึงขั้นตัดมือทิ้ง แม้เสี่ยวเฉียงกู่จะมีพลังฟื้นฟูอวัยวะจริง แต่ก็ไม่ได้รวดเร็ว มันจะค่อยๆ ฟื้นฟูอย่างเนิบช้าจนอาจกินเวลานานหลายปี ถ้าข้าฟังเจ้าจริงๆ ป่านนี้อาจได้เป็นหนึ่งในรายชื่อผู้ที่ถูกฝ่ายศัตรูกำจัดไปเรียบร้อยแล้ว”
นักพรตหลี่หยิบหินวิญญาณชั้นกลางสามก้อนวางลงบนแผงลอยด้วยรอยยิ้ม
หลงเสวียนเห็นเงินเข้าก็ยิ้มกว้างทันที
เห็นอีกฝ่ายเงียบไป นักพรตหลี่ผู้ต้องการตีสนิทก็เอ่ยต่อว่า “ข้าอุดหนุนของเจ้าแล้ว เจ้าไม่คิดจะตอบแทนข้าหน่อยหรือ? มาดูของข้าบ้างก็ได้ ของข้าอาจไม่ใช่กู่เฉพาะตัว แต่ข้ารับประกันว่าร้ายกาจที่สุดในตลาดนี้แน่นอน”
หลงเสวียนเริ่มสนใจ จึงหันไปดูแผงของนักพรตหลี่
เมื่อเปรียบเทียบกับแผงเขาที่มีของขายอยู่ไม่กี่อย่าง แผงของนักพรตหลี่นั้นดูแน่นขนัด เต็มไปด้วยขวดโหลบรรจุกู่สารพัดชนิด
สิ่งที่สะดุดตาคือ กู่ทั้งหมดที่เขาขายเป็น ‘กู่ใน’ ที่ใช้ฝังเข้าไปในร่างศัตรู เพื่อทำอันตราย
และเนื่องจากมันไม่ใช่กู่ที่ใช้กับตัวเอง จึงสามารถเลี้ยงไว้ได้มากเท่าที่ต้องการ ถือว่าเป็นของใช้แบบ ‘สิ้นเปลือง’
ปกติแล้ว จำนวนกู่ที่กู่ซิ่วสามารถทำพันธสัญญาได้มีจำกัด ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ทางจิตวิญญาณ ส่วนใหญ่ผู้ที่อยู่ใน ‘ขั้นรวมพลัง’ จะสามารถครอบครองกู่ได้ประมาณ 4 ตัว
แต่สำหรับหลงเสวียนซึ่งมีสองชีวิต ย่อมสามารถทำพันธสัญญาได้มากกว่าคนทั่วไป อาจมากถึงสองเท่าด้วยซ้ำ
ถึงกระนั้น กู่ซิ่วโดยทั่วไปก็ต้องเลือกใช้กู่อย่างประหยัดและรอบคอบ ส่วน ‘กู่ใน’ นั้นสามารถครอบครองได้ไม่จำกัดจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องมีไว้บ้าง
หลงเสวียนเริ่มรู้สึกไม่ไว้วางใจชายชราผู้นี้ ถึงขั้นชอบเลี้ยงกู่ไว้เล่นงานผู้อื่น คนประเภทนี้ไม่ธรรมดาแน่ เขาแอบยกความระแวดระวังขึ้นในใจ
เมื่อเขาอ่านคุณสมบัติของกู่ในแต่ละโหลก็ยิ่งรู้สึกขนลุกจนหนังศรีษะชา
หินพิษกู่ – รูปร่างเหมือนก้อนหินเล็กๆ มักวางไว้ตามทางเดินที่เต็มไปด้วยหิน เมื่อผู้คนเดินผ่าน มันจะกระโดดเข้าสู่ร่างกาย หากติดพิษท้องจะแข็งเหมือนหิน ถ่ายลำบาก น้ำหนักลดลงเรื่อยๆ ไม่เกินครึ่งปีต้องตายแน่นอน
เมล็ดข้าวกู่ – รูปร่างเหมือนข้าวสาร มักแอบใส่ในอาหารศัตรู ผู้ที่ติดพิษจะหิวโหยตลอดเวลา กินเท่าไรก็ไม่อิ่ม สติเริ่มเลอะเลือน หากไม่ถอนพิษภายในหนึ่งเดือนต้องตาย
หูดพิษกู่ – ซ่อนอยู่ตามซอกเล็บมือ เมื่อสัมผัสเป้าหมายในระยะใกล้ เช่น ตบไหล่ จับมือ จะเข้าสู่ร่างกายโดยไม่รู้ตัว จากนั้นจะกัดกินอวัยวะภายในจนหมด ผู้ที่ติดพิษกู่มักตายภายในหนึ่งวัน
หลงเสวียนรู้สึกหนาววูบขึ้นมาทันที
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้สัมผัสถึงความโหดเหี้ยมของโลกแห่งกู่ เขานึกถึงหินพิษกู่ที่ดูเหมือนก้อนหินทั่วไป ทางกลับหมู่บ้านของเขามีก้อนหินแบบนั้นเต็มไปหมด
หากมีใครแอบวางหินพิษกู่ไว้ตามทาง เขาคงตายแบบไม่รู้ตัว
แค่จินตนาการก็ทำให้หลงเสวียนขนลุก
เขาไม่มีทางแยกออกเลยว่าก้อนไหนคือหินธรรมดา ก้อนไหนคือหินพิษ ต่อให้ระวังแค่ไหนก็ไร้ผล
นี่แค่หินพิษกู่ ยังมีกู่อีกเพียบที่ซ่อนตัวได้แนบเนียนกว่า เทคนิคการวางกู่ก็หลากหลายจนยากจะป้องกัน
ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ ‘นิ้วทองคำ’ ของเขา ‘พลังพิเศษที่สามารถบ่งบอกค่าความก้าวหน้าของสิ่งต่างๆ ได้’ มีข้อจำกัดว่า ‘สิ่งที่มีขนาดเล็กเกินไป’ จะตรวจจับไม่ได้
กู่บางตัวมีขนาดเพียงไม่กี่มิลลิเมตร มองไม่เห็นถ้าอยู่ไกล ต้องเข้าใกล้มากๆ ถึงจะตรวจจับได้
ในสถานการณ์เช่นนี้ แม้แต่นิ้วทองคำก็ช่วยเขาไม่ได้
ความกลัวเริ่มไหลเข้าสู่หัวใจของหลงเสวียน สิ่งนี้สามารถเอาชีวิตเขาได้ในพริบตา และตอนนี้เขายังไม่มีวิธีตอบโต้ใดๆ เลย
หากมีใครแอบวางกู่พิษใส่เขา… เขาไม่แน่ใจเลยว่าจะเอาตัวรอดได้หรือไม่
หลงเสวียนตัดสินใจในทันที เขาต้องเร่งพัฒนา ‘กู่กล้องจุลทรรศน์’ ให้เร็วที่สุด!
ไม่สิ! กู่ตัวที่สองของเขาต้องเป็น ‘กู่กล้องจุลทรรศน์’!
หากยังไม่มีมัน กู่จิ๋วพวกนี้ก็ไม่มีทางรับมือได้เลย แต่ถ้าทำสำเร็จ เขาจะสามารถตรวจจับกู่พวกนี้ได้หมด จะไม่มีใครสามารถวางพิษใส่เขาได้
เมื่อคิดถึงจุดนี้ หลงเสวียนก็ตัดสินใจเด็ดขาด การวิจัยกู่กล้องจุลทรรศน์จะเป็นหัวข้อถัดไปที่เขาต้องทุ่มสุดตัว
ในเมื่อได้เกิดใหม่ เขาก็ไม่คิดจะตายง่ายๆ ทุกปัจจัยที่อาจคุกคามชีวิตของเขา จะต้องจัดการให้หมด!
หลังจากหันไปมองกู่พิษพวกนั้นด้วยแววตาระแวดระวัง เขาก็หันกลับไปเอ่ยกับนักพรตหลี่
“ไม่ล่ะ ข้าไม่สนใจกู่ประเภทนี้”
เขายังมีแผนใช้เงินกับเรื่องที่สำคัญกว่านี้ และหากอยากได้กู่ประเภทนี้ เขาก็จะสร้างมันด้วยมือตัวเอง
ตราบใดที่สร้างกู่กล้องจุลทรรศน์สำเร็จ เขาก็สามารถวิจัย ‘กู่สายจุลชีพ’ ได้ กู่จิ๋วที่เล็กจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า สามารถบินเข้าปากศัตรูได้โดยไม่มีใครรู้ตัว
เมื่อถึงวันนั้น อยากจะจัดการใครก็ทำได้ตามใจ ไม่มีใครสามารถหยุดเขาได้
ในเรื่องของการแอบแฝง จะมีกู่ตัวใดเทียบกับกู่สายจุลชีพได้อีก?
หินพิษกู่ก็ยังต้องหลบให้!