- หน้าแรก
- ชีวิตอมตะเริ่มจากสุรากู่ที่ข้าสร้างเอง
- ชีวิตอมตะเริ่มจากสุรากู่ที่ข้าสร้างเอง บทที่ 5 เริ่มต้นหลอมกู่
ชีวิตอมตะเริ่มจากสุรากู่ที่ข้าสร้างเอง บทที่ 5 เริ่มต้นหลอมกู่
ชีวิตอมตะเริ่มจากสุรากู่ที่ข้าสร้างเอง บทที่ 5 เริ่มต้นหลอมกู่
การหลอมกู่ในโลกนี้ไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอะไรนัก เพียงแค่รวบรวมแมลงวิญญาณทั้งหมดตามตำราหลอมกู่มาให้ครบ จากนั้นใส่ลงไปในถ้วยหลอม ปล่อยให้มันอดอยากเป็นระยะเวลาหนึ่ง เพื่อให้แมลงวิญญาณเหล่านี้กัดกินกันเอง เมื่อเวลาผ่านไปจนเหมาะสม ก็จะหลอมออกมาเป็นกู่ตัวหนึ่งได้ในที่สุด
แต่หากเป็นแมลงบางชนิดที่ไม่ชอบต่อสู้ ก็อาจต้องใช้เทคนิคพิเศษบางอย่างเพื่อกระตุ้นความดุร้ายภายในของพวกมัน ซึ่งตอนนี้หลงเสวียนยังไม่เข้าใจหรือมีความสามารถพอจะใช้วิธีเหล่านั้นได้
แมลงแต่ละสายพันธุ์ก็ใช้เวลาหลอมไม่เท่ากัน บางตำราใช้เวลาสี่สิบเก้าวัน บางตำราต้องรอนานถึงแปดสิบเอ็ดวัน หรือแม้แต่สามปี! ไม่มีเวลาตายตัว และที่สำคัญ... ยังมีโอกาสล้มเหลวสูง
ตำราหลอมกู่บางตำรามีโอกาสสำเร็จแค่หนึ่งในสิบ บางตำราต่ำจนถึงหนึ่งในพัน หรือถ้าโชคร้ายจริงๆ อาจหลอมกู่หมื่นครั้งยังไม่สำเร็จสักครั้ง และถ้าหลอมล้มเหลว วัตถุดิบทั้งหมดที่ใช้ก็สูญเปล่าในพริบตา
หลงเสวียนไม่รู้เลยว่าตำราหลอมกู่ที่เขาคิดขึ้นมานี้มีโอกาสสำเร็จแค่ไหน เขาเตรียมวัตถุดิบไว้สิบชุด พร้อมซื้อถ้วยหลอมกู่มาสิบใบ ตั้งใจจะหลอมพร้อมกันทั้งหมด
นี่เป็นเทคนิคที่พวกกู่ซิ่วใช้กันทั่วไป ‘หว่านแหกว้าง หวังจับปลาตัวใหญ่’ ประหยัดทั้งเวลาและเพิ่มโอกาสสำเร็จ แถมถ้าบังเอิญหลอมซ้ำยังนำกู่ตัวที่เกินไปขายเอากำไรเพิ่มได้อีก
เพราะกู่สายพันธุ์เดียวกันไม่สามารถเลี้ยงไว้ด้วยกันได้ พวกมันจะกัดกินกันเอง ดังนั้นต่อให้หลอมได้สิบตัว ก็ต้องรีบแยกเก็บไว้ต่างหาก
แต่ไม่นาน หลงเสวียนก็พบสิ่งที่ทำให้เขาต้องอึ้ง เขาค้นพบความลับใหม่จาก ‘นิ้วทองคำ’ ของตนเอง
ตอนหลอมกู่ เขามองเห็นแถบความคืบหน้าปรากฏขึ้นบนถ้วยหลอมแต่ละใบ ถ้าถ้วยใดไม่มีแถบแสดงผล นั่นหมายความว่าล้มเหลวแน่ ๆ
เขาคิดในใจอย่างตื่นเต้น นั่นแปลว่า ถ้ารอให้แต่ละถ้วยแสดงแถบความคืบหน้าก่อน แล้วค่อยนำมาหลอมต่อ เขาก็มีโอกาสหลอมกู่สำเร็จ 100% ได้!
ไม่ต้องพึ่งดวง ไม่ต้องเสี่ยงว่าวัตถุดิบจะเสียเปล่าอีกต่อไป!
หลงเสวียนตาเบิกกว้าง หัวใจเต้นแรง ‘นิ้วทองคำ’ ของเขานี่มันโกงเกินไปแล้ว!
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนครบสี่สิบเก้าวัน...
ถ้วยหลอมทั้งสิบใบเริ่มสั่นไหวพร้อมกัน แถบความคืบหน้าแต่ละถ้วยยังทะยานขึ้นสู่ 100% ในเวลาใกล้เคียงกัน
ปัง!
แมลงสีแดงสิบตัวพุ่งทะลุฝาออกมา ราวกับพลังชีวิตอันดุดันได้ถูกปลดปล่อย
กู่ทั้งสิบตัว... สำเร็จครบทุกถ้วย ไม่มีตัวใดล้มเหลวเลย!
นี่คือเรื่องมหัศจรรย์ที่ไม่มีกู่ซิ่วคนใดกล้านึกฝัน!
หลงเสวียนรีบคว้าโหลใส่กู่มาแยกเก็บพวกมันไว้ทีละตัว ป้องกันไม่ให้พวกมันกัดกินกันเองตามสัญชาตญาณ
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย เขาก็หยิบกู่ตัวหนึ่งขึ้นมาพิจารณาอย่างใกล้ชิด นี่แหละ ผลงานชิ้นแรกของเขาในโลกนี้
เขาตั้งชื่อมันว่า ‘เสี่ยวเฉียงกู่’ ตามความอึดถึกทนของต้นแบบอย่างแมลงสาบ! (เสี่ยวเฉียงแปลว่าแมลงสาบ)
หลงเสวียนใช้เข็มเจาะนิ้ว แล้วจึงหยดเลือดลงบนหัวของเสี่ยวเฉียงกู่ เพื่อสร้างพันธะสัญญาเลือด เชื่อมโยงจิตวิญญาณกับมัน
ในพริบตานั้นเอง เขาก็สัมผัสได้ถึงความสามารถของมันผ่านจิตวิญญาณ
‘ทนทานตายยาก’ คือพลังของกู่ตัวนี้
แม้จะไม่ใช่ ‘อมตะ’ แต่ความถึกของมันสามารถทนการโจมตีธรรมดาจากผู้มีพลังในระดับเดียวกันได้ทั้งหมด
หากอยากสร้างกู่อมตะอย่างแท้จริง คงต้องใช้แมลงสาบระดับเทพมาเป็นวัตถุดิบหลัก แต่นี่เขาใช้แมลงสาบระดับต่ำ ได้ผลขนาดนี้ก็เกินคาดแล้ว
เสี่ยวเฉียงกู่ที่เขาหลอมขึ้นมานั้นแม้จะถูกจัดเป็น ‘กู่ระดับต่ำ’ ตามมาตรฐานโลกนี้ แต่ความสามารถจริงกลับน่าสนใจยิ่ง
ระดับคุณภาพของกู่ในโลกนี้แบ่งเป็นสี่ระดับได้แก่ ระดับต่ำ กลาง สูง และเทพ
กู่ระดับเทพนั้นเป็นดั่งพระราชาในหมู่กู่ เป็นสิ่งที่กู่ซิ่วใฝ่ฝันอยากได้มาครอบครอง
หลงเสวียนเองก็มีความฝันนี้เช่นกัน เขาจะต้องสร้างตำราหลอมกู่ระดับเทพด้วยตนเองให้ได้!
ทว่า คุณภาพของกู่ขึ้นอยู่กับ ‘วัตถุดิบหลัก’ ในตำรา วัตถุดิบที่เหลืออาจตายหมด แต่ก็ยังมีหนึ่งตัวที่รอดชีวิต ตัวที่เหลือรอดเพียงตัวเดียวนั่นแหละคือวัตถุดิบหลัก และมันจะกำหนดคุณภาพของกู่ที่หลอมออกมา
วัตถุดิบหลักของเสี่ยวเฉียงกู่เป็นแมลงสาบระดับต่ำ ดังนั้นต่อให้มันมีความสามารถน่าสนใจแค่ไหน ก็ต้องจัดอยู่ในระดับต่ำอยู่ดี
แต่หลงเสวียนก็พอใจแล้ว กู่ประเภทนี้สำหรับโลกของกู่ซิ่วพเนจรนั้น ถือว่าคุ้มค่าและน่าใช้มาก
ปัญหาคือ เขาหลอมได้ตั้งสิบตัว! กู่ชนิดเดียวกันเลี้ยงได้แค่ตัวเดียวเท่านั้น แล้วอีกเก้าตัวล่ะ?
จะเอาไปให้พี่ไก่กินก็เสียดายเกินไป...
หลังคิดอยู่นาน หลงเสวียนก็ตัดสินใจที่จะนำไปขาย!
ในตลาดแลกเปลี่ยน มีกู่ซิ่วจำนวนมากขายกู่ที่ตนเองหลอมขึ้น ตำราหลอมกู่ที่สร้างเองก็ไม่ใช่ของหายากในโลกนี้ เพราะแม้แต่พวกพเนจรก็สามารถลองผิดลองถูกจนหลอมได้ตำราของตนเอง
จึงไม่มีใครสนใจนักว่าใครเป็นเจ้าของตำราหลอมกู่ชนิดใด ตราบใดที่มันยังเป็นกู่ระดับต่ำ
ทว่า ห้ามเปิดเผยว่าตนเองสร้างตำราหลอมกู่ระดับเทพได้เด็ดขาด!
หลงเสวียนรู้ดี กู่ระดับต่ำสามารถขายได้โดยที่ไม่โดนใครจับตามอง แต่ถ้าเขาหลอมกู่ระดับเทพได้เมื่อไหร่ เขาอาจกลายเป็นเป้าของคนทั้งโลก
หลงเสวียนจึงมั่นใจว่าการนำเสี่ยวเฉียงกู่ไปขายตอนนี้ค่อนข้างปลอดภัยและไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อตนเอง เขากำลังจน หากทำการค้ายังเอาเงินที่ได้ไปซื้อแร่เหล็กดำและหินวิญญาณชั้นสูงที่ตนเองหมายตาไว้ก่อนหน้านี้ได้
แถมการหลอมเสี่ยวเฉียงกู่ขึ้นมานั้น ต้นทุนต่ำมาก ขายได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ ที่สำคัญ ไม่มีโอกาสล้มเหลวเลยแม้แต่น้อย! เรียกว่าเป็นธุรกิจสุดโกงเลยก็ว่าได้
เขาไม่ห่วงเลยด้วยซ้ำว่าจะมีคนซื้อกู่ตัวนี้ไปใช้สู้กับตนเองหรือไม่ เพราะสำหรับเขาแล้ว เสี่ยวเฉียงกู่เป็นแค่กู่ชั่วคราว ไม่นานก็จะเปลี่ยนไปใช้กู่ตัวใหม่ที่ดีกว่า
และกู่ตัวใหม่ที่เขาหมายตาไว้ก็คือ ‘กู่หมีน้ำ”
หมีน้ำคือสุดยอดแห่งสิ่งมีชีวิตถึกทน มันสามารถทนร้อนได้ถึง 151°C ทนเย็นได้ถึง -272°C อยู่รอดในทะเลลึก มหันตภัยนิวเคลียร์ และแม้แต่ในอวกาศ!
นอกจากนี้มันยังสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องกินน้ำนานถึง 30 ปี แถมฟื้นตัวจาก DNA ที่ถูกทำลายได้อีก
นี่แหละ... ตัวอย่างของ ‘ชีวิตอมตะ’ อย่างแท้จริง
แต่ปัญหาคือ หมีน้ำมีขนาดเล็กเกินไป มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ดังนั้นก่อนจะหลอมกู่หมีน้ำ เขาจำเป็นต้องสร้าง ‘กู่กล้องจุลทรรศน์’ ให้ได้เสียก่อน
นี่เป็นก้าวแรกสู่ยุคใหม่ของเขา
โลกนี้ยังไม่มีผู้ฝึกตนคนใดรู้จักสิ่งมีชีวิตระดับจุลชีพ นั่นหมายความว่าขุมสมบัติอย่างแมลงจิ๋วยังไม่เคยถูกใครแตะต้อง และ...ทั้งหมดนั้นจะกลายเป็นสมบัติของเขาเพียงผู้เดียว
ในโลกนี้ กู่ถูกแบ่งออกเป็นสองประเภทหลักๆ ได้แก่ ‘กู่ใน’ และ ‘กู่นอก’ จากนั้นจึงแยกย่อยออกเป็นหลายแขนง ได้แก่ สายธรรมชาติ สายเสริมพลัง สายอสูร สายพฤกษา สายเนตร สายเงามืด สายเวทมนตร์ สายพิเศษ และสายสร้างสรรค์...
แต่เขาจะเป็นผู้สร้างแขนงใหม่ที่ไม่มีใครเคยสร้าง... ‘สายจุลชีพ’
หลงเสวียนมองอนาคตด้วยประกายตาแห่งความฝัน