เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.101 - จองหองถึงที่สุด(ตอนต้น)

DND.101 - จองหองถึงที่สุด(ตอนต้น)

DND.101 - จองหองถึงที่สุด(ตอนต้น)


ซือหยูหันไปมอง ….มันคือหลิวกวง!

เขาเดินตามตามชายหนุ่มร่างอวบตัวเตี้ยที่ยิ้มอย่างลำพองใจ

เด็กหนุ่มผู้นั้นอายุประมาณซือหยู...แต่พลังบ่มเพาะของเขาได้ไปถึงระดับราชันย์ขั้นสองแล้ว!

อายุสิบสี่ปีและเป็นราชันย์ขั้นสอง! ซือหยูตกตะลึง!

ลี่กวงกับซือร่งฝึกฝนมาเป็นร้อยปี และทำได้เพียงเป็นราชันย์ระดับสิง! แม้อัจฉริยะเช่นลี่คงหุยก็เพิ่งเข้าสู่ระดับกึ่งราชันย์เมื่ออายุยี่สิบปี

ซือหยูฟื้นคืนสติและมองไปทางอื่น ผมสงสัยว่าเซี่ยนเอ๋อกับจิงหยูเป็นอย่างไรบ้าง ด้วยความสามารถของพวกนางคงทำให้ถูกผู้อาวุโสที่แข็งแกร่งบางคนรับไปเป็นศิษย์แล้ว

ชายหนุ่มร่างอวบจ้องมองซือหยู

“เจ้ารู้จักเขางั้นรึ?”

หลิวกวงย่อตัวลงให้เท่ากับชายหนุ่มราวกับเป็นคนรับใช้ เขามองซือหยูและตอบด้วยความเหยียดหยาม

“เขาคืออัจฉริยะจากเกาะเดียวกับข้า หลังจากทดสอบแล้วเขามีวิญญาณไร้ค่า และถูกทิ้งไว้บนเกาะ ข้าไม่รู้เหตุใดเขาจึงมายังทวีปเฉินหลงหรือมาในการทดสอบของสำนักหลิวเซี่ยนนี้ได้”

เมื่อได้ยินว่าซือหยูมีคุณสมบัติวิญญาณไร้ค่า ชายร่างอวบก็ไม่สนใจอีก

ในตอนนั้น แววตาหลิวกวงดึร้ายและกระซิบข้างหูเด็กหนุ่ม

“ศิษย์พี่หยวนหู่ เขาคือศิษย์ของลี่กวง!”

หืม?  แววตาชายร่างอวบเตี้ยเย็นชาลง และยิ้มด้วยใบหน้าอ้วนกลม เขามิได้ใสซื่อหรือเป็นปกติเลย เขากลับดูป่าเถื่อนโหดร้าย

“หึหึ! น่าสนใจ!”

ลี่คงหุยเดินผ่านหน้าเขา

“พวกเจ้ามีสัมพันธ์เช่นใดกับมัน?”

เหล่าคนตระกูลลี่นั้นเย็นชากับซือหยูมาก พวกเขาไม่ชอบซือหยูอยู่แล้วดังนั้นจึงไม่ลังเลที่จะเว้นระยะห่างกับซือหยู

“พวกเราเป็นเพียงคนแปลกหน้า”

ลี่คงหุยตอบอย่างระวัง

“ฮื่ม! ดีแล้วที่เป็นเช่นนั้น หากเจ้าอยู่กับมัน ข้าจะทำให้พวกเจ้าไม่รอดไปด้วยแน่!”

เขามองซือหยูอย่างเย็นชา

“เจ้าอย่าเข้าสำนักหลิวเซี่ยนจะดีกว่า หรือหากเข้ามา...ก็ควรระวังตัวไว้...”

หลังจากนั้นหลิวกวงก็เดินกรีดกรายมาด้านหน้า

“นี่คือศิษย์พี่หยวนหู่ ศิษย์คนใหม่ของหนึ่งในสิบผู้อาวุโสในสำนัก คำเดียวจากเขาจะอยู่บนฟ้าดินตลอดไป!”

“เกือบจะลืมไป ร่างวิญญาณไร้ค่าเช่นเจ้าไม่มีศิษย์จะเข้าสำนักด้วยซ้ำ หากนี่เป็นเกาะเฉินยี่เจ้าคงจะแสดงพลังได้ แต่ที่นี่เจ้าเป็นเพียงมดปลวก! ความต่างระหว่างเจ้ากับข้าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ!”

ฟึ่บ--

คลื่นพลังปราณหมุนรอบกายหลิวกวง!

หลังจากที่ไม่ได้เจอเขาหนึ่งเดือน เขาได้บรรลุขั้นราชันย์ระดับหนึ่งแล้ว เขากลายเป็นราชันย์ที่แท้จริง!

ซือหยูสีหน้ามิแปรเปลี่ยน

“ความต่างชั้นระหว่างข้ากับเจ้ายังเป็นเช่นเดิม”

“ขอบเขตราชันย์เป็นสิ่งที่วิญญาณไร้ค่าอย่างเช้าไม่มีวันเข้าใจได้หรอก รอคอยซะ เราอาจจะได้ประลองกันในภายหลัง ข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่าพลังของขอบเขตราชันย์เป็นยังไง!”

หลิวกวงเดินออกไป

ฟึ่บ--

ทันในนั้นก็มีสตรีปรากฏอยู่ที่เหนือศีรษะคนนับพัน นางโปรยกลีบบุพผาร้อยกลีบ

เสียงอันเบาบางเล็ดรอดมาจากปากนาง

“ในกลีบบุพผาเหล่านี้มีสิบกลีบที่เร้นโอสถชำระกายระดับต่ำเอาไว้ ใครที่แย่งมันมาได้ โอสถนั้นก็เป็นของเจ้า”

นางบินออกไป รูปลักษณ์ของนางทำให้คนที่มองนั้นตกใจ

เหล่าผู้คนเริ่มตื่นเต้น

นอกจากตระกูลในสามสิบลำดับแรก ไม่มีตระกูลมากนักที่จะมีโอสถชำระกายระดับต่ำ

และแม้จะเป็นอัจฉริยะจากสามสิบตระกูลแรกก็ยากที่จะได้โอสถชำระกายมาครอง

ท่ามกลางบุพผาร้อยกลีบนี้มีโอสถถึงสิบขวด! พวกเขาจะต้องพยายามแย่งมาให้ได้!

ซือหยูเริ่มเคลื่อนไหว!

ฟึ่บ--

ซือหยูใช้สายตาแหลมคมกว่ามนุษย์ปกติมองผ่านกลีบบุพผาทั้งหมด แม้มันจะดูเหมือนกระจายออกไป แต่มันก็อาจจะตกมายังเท้าของเขา!

ซือหยูพบโอสถชำระกายในทันทีสามขวด มันถูกมัดไว้อีกด้านของกลีบบุพผา!

แต่ก่อนที่กลีบบุพผาจะหล่นสู่พื้นก็มีเหล่ากึ่งราชันย์ทะยานขึ้นฟ้าแย่งชิงโอสถที่กลางอากาศ!

เหล่ากึ่งราชันย์พร้อมกับปีกพลังปราณนั้นเร็วมาก

ลี่คงหุยตาเป็นประกายและรีบพุ่งไปยังบนอากาศ เขาคว้ากลีบบุพผาได้หนึ่งกลีบ...แต่มันว่างเปล่า

เขาแอบถอนหายใจกับความอับโชค...แต่ก็มีกลีบที่มีโอสถอยู่ด้วยลอยผ่านหน้าเขา!

ลี่คงหุยดีใจมาก เขายื่นมือออกไปคว้า

พลั่ก---

แต่ในตอนนั้นก็มีสายลมรุนแรงโจมตีเขาจากด้านหลัง!

อ๊าก--

อวัยวะภายในลี่คงหุยสั่นสะเทือนอย่างแรง เขากระอักเลือดออกมาก่อนจะบินถอยหลังไปหลายสิบศอก!

“โอสถเป็นของข้า!”

เด็กหนุ่มอายุสิบห้ายิ้มกว้าง

ลี่คงหุยโกรธมาก แต่หลังจากได้เห็นพลังของศัตรูใบหน้านั้นก็ถูกแทนที่ด้วยความกลัว!

ราชันย์ระดับหนึ่ง! เด็กหนุ่มอายุสิบห้าคนนั้นเป็นราชันย์ระดับหนึ่ง!

และลี่คงหุยยังรู้ว่าเขาเป็นคนที่มาจากร้อยตระกูลแรก เขาคืออัจฉริยะจากตระกูลลำดับสาม อัจฉริยะจากตระกูลหวู...อู๋ผางหยุน!

แม้จะเป็นตัวแทนของตระกูลมิต่างกัน ลี่คงหุยก็ไม่กล้าพอเมื่ออยู่ต่อหน้าอู๋ผางหยุน ดังนั้นเขาจึงหันกลับไปหาโอสถที่ซ่อนอยู่ภายในกลีบบุพผาที่เหลือ

ฟึ่บ ฟึ่บ--

แสงสีม่วงแล่นผ่านข้างเขา

มันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและมิใส่ใจกลีบบุพผาข้างเขาเลยแต่ไปคว้าอีกสามกลีบอย่างแม่นยำ

ที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงก็คือทุกกลีบนั้นล้วนมีโอสถชำระกายระดับต่ำติดอยู่!

ซือหยูยังไม่หยุดและซ่อนโอสถไว้ในชุด เขามองรอบๆและพบโอสถอีกสองขวดที่ยังไม่มีใครพบทันที!

ฟึ่บ--

ซือหยูบินไปคว้าโอสถอีกสองขวดด้วยความดีใจ

ขณะที่ทุกคนยังมองหาอย่างยากลำบากว่ากลีบใดมีโอสถติดอยู่ ซือหยูก็คว้ามันออกมาแล้ว

เพียงครู่เดียวซือหยูก็ได้รับโอสถระดับต่ำมาห้าขวด!

การเคลื่อนไหวของซือหยูได้ทำให้คนจำนวนมากสนใจ!

“เขา...เขาแย่งไปห้าขวดแล้ว!”

บางคนร้องออกมาด้วยความทึ่ง

เพียงประโยคเดียวก็เรียกความริษยาจากฝูงชนได้!

ฟึ่บ ฟึ่บ--

หลายคนมิอาจทนต่อโอสถห้าขวดอันล่อตาล่อใจได้ จึงมีคนกลุ่มเล็กๆบินไปหาซือหยู

ซือหยูยิ้มอย่างเยือกเย็น

“พวกเจ้ามาถูกเวลาแล้ว!

ฟึ่บ--

แสงสีม่วงทิ้งภาพติดตาไว้เบื้องหลังและทะยานอย่างรวดเร็วราวกับเงา

ความเร็วของซือหยูนั้นตามกึ่งราชันย์ได้อย่างง่ายดาย!

“ไม่นะ! โอสถข้า! มันชิงไปแล้ว!”

กึ่งราชันย์ที่ร่วมล้อมซือหยูตกใจ!

เขาแอบได้โอสถมาหนึ่งขวด แอบซ่อนมันอย่างดีในเสื้อ ซือหยูรู้ได้ยังไง?

เขาไม่รู้ว่าซือหยูพบการเคลื่อนไหวของเขาอย่างชัดเจนเพียงปราดตามอง! เขาจะป้องกันตัวได้ยังไง?

โอสถทั้งสิบขวด...หกขวดตกเป็นของคนคนเดียว...ทำให้ทุกคนทั้งตกใจและประทับใจ

ทันใดนั้นก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดบนท้องฟ้า เหล่ากึ่งราชันย์หลายต่อหลายคนกำลังบินไล่ตามเด็กหนุ่มอายุสิบสี่กลางมวลเมฆา

ฟึ่บ--

ตอนนั้นเองก็มีแสงทมิฬปรากฏข้างซือหยู!

ดวงตาเยือกเย็นและซุกซนมองซือหยู

“เห็นแก่เจ้าที่ช่วยข้ารวมโอสถถึงหกขวด ข้าจะเบามือกับเจ้า”

ตู้ม--

ฝ่ามือยักษ์อันทรงพลังที่มีพลังของราชันย์ระดับหนึ่งปะทะกับอกซือหยู!

การโจมตีอันดุร้ายนั้นหมายมั่นว่าจะทำให้บาดเจ็บรุนแรง...ตรงข้ามกับคำว่า ‘เบามือ’ อย่างเห็นได้ชัด!

“การล่าจบลงแล้ว!”

เสียงอันเบาบางแผ่กระจายทั่วบริเวณ

เสียงระฆังทองแดงที่เต็มไปด้วยพลังวิญญาณดังสะท้อนไปทั่ว เหล่าผู้คนตัวสั่น

พลังปราณในร่างกายของพวกเขาสลายออก เหล่าคนที่บินอยู่เริ่มเสียการควบคุม เกือบจะตกสู่พื้น

เหล่ากึ่งราชันย์หน้าถอดสีและร่วงลงกับพื้น บางคนที่เป็นราชันย์ระดับหนึ่งร่อนลงมาอย่างปลอดภัย

อู๋ผางหยุนกัดฟันเมื่อพลังฝ่ามือของเขาถูกแทรกแทรงกลางครัน

“โชคดีนักนะ!”

เขาเดาะลิ้นและจ้องซือหยู

ซือหยูไม่ยี่หระ เหล่ากึ่งราชันย์ฉละราชันย์ร่อนลงพื้นอย่างกังวล

มเพียงซือหยูที่มิได้รับผลจากระฆังทองแดง เขากลับสู่พื้นอย่างง่ายดายจนทุกคนตกตะลึง

ราชันย์หลายคนมองซือหยูอย่างตกใจและสับสน

พวกเขาไม่รู้ตัวเลยว่าพลังที่ทำให้ซือหยูบินได้นั้นมิได้มาจากพลังปราณ แต่เป็นเพราะวิชาตัวเบาที่บ่มเพาะจนถึงระดับสูง

และแม้จะไม่มีพลังลึกลับนั่น เหล่าอัจฉริยะพันคนก็ตกใจกับจำนวนโอสถที่ซือหยูได้อยู่ดี...จากสิบขวด ซือหยูได้มาหกขวด!

มันยอดเยี่ยมมาก!

จบบทที่ DND.101 - จองหองถึงที่สุด(ตอนต้น)

คัดลอกลิงก์แล้ว