เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.100 - โอสถชำระกาย

DND.100 - โอสถชำระกาย

DND.100 - โอสถชำระกาย


ผู้อาวุโสยืนอยู่นอกสวน ดวงตาเขามองร่างไร้วิญญาณของลี่กวงอย่างเย็นชาก่อนจะเดินออกไปด้วยความเงียบเชียบ

ซือหยูเดินตามผู้อาวุโส

“ท่านคือผู้นำตระกูลลี่ใช่หรือไม่?”

ซือหยูถามขณะที่เดินตาม

ฟึ่บ--

ซือหยูมอบจดหมายที่ลี่กวงส่งให้เขาก่อนตาย มันปกคลุมด้วยหิมะขาวกระจ่าง พร้อมกับรอยนิ้วมือชุ่มโลหิต

ผู้อาวุโสคลายผนึกจดหมายและพยักหน้าเบาๆ

“เอาล่ะ...ข้าเข้าใจแล้ว”

หลังพูด...เขาเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ

เป็นเวลานานก่อนจะถึงยามวิกาล ซือหยูนั่งอยู่ในห้องที่ตระกูลลี่เตรียมไว้ให้ คนรับใช้ตระกูลลี่มาหาเขาเพื่อส่งข้อความ

“ท่านซือ...ผู้นำตระกูลอยากพบท่าน โปรดตามข้ามา”

ซือหยูถูกพามายังโถงประชุมตระกูลลี่ที่มีเหล่าวัยรุ่นของตระกูลรวมตัวกัน ผู้ที่อายุน้อยที่สุดนั้นอายุสิบห้าปี ที่แก่ที่สุดนั้นไม่ถึงยี่สิบปี แต่ระดับการบ่มเพาะของพวกเขานั้นน่าตกตะลึง

คนอายุสิบห้าที่อ่อนแอที่สุดนั้นมีพลังอยู่ที่ระดับเก้าขั้นกลาง!

ที่แกร่งที่สุดคือชายหนุ่มอายุยี่สิบ พลังวิญญาณล้อมกายเขา ระดับการบ่มเพาะของเขาเกือบจะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตราชันย์!

เด็กในตระกูลนี้สิบคนสามารถสังหารอัจฉริยะทุกคนจากเกาะเฉินยี่ในตลอดร้อยปีที่ผ่านมานี้ได้อย่างง่ายดาย!

“ห้าวันจากนี้สำนักหลิวเซี่ยนระดับศิษย์ในรอบห้าปี พวกเจ้าทุกคนจะต้องนำพาเกียรติมาสู่ตระกูล! พวกเจ้าจะต้องต่อสู้เพื่อเพิ่มลำดับของตระกูลในสำนักหลิวเซี่ยน!”

ผู้อาวุโสสั่งอย่างมั่นคง

“ขอรับ! ท่านผู้นำ!”

เหล่าเด็กอายุน้อยต่างตื่นเต้น!

สำนักหลิวเซี่ยนนั้นมีสมาชิกร้อยตระกูล ตระกูลลี่อยู่ในลำดับที่สามสิบ

แต่แม้จะอยู่ลำดับที่สามสิบ...พวกเขาก็แข็งแกร่งมาก

จะมีอัจฉริยะจำนวนเท่าใดกันในร้อยตระกูล? สำนักหลิวเซี่ยนมีอำนาจเพียงใดกัน? แล้วการรับศิษย์เข้าสำนักจะยากแค่ไหน?

“หากพวกเจ้าได้เป็นศิษย์ย่อยสำหนักหลิวเซี่ยน พวกเจ้าจะได้รางวัลเป็นโอสถชำระกายระดับต่ำสามขวด”

“หากเจ้าได้เป็นศิษย์หลักสำนักหลิวเซี่ยน พวกเจ้าจะได้รางวัลเป็นโอสถชำระกายระดับกลางหนึ่งขวด และจะถือว่าได้อยู่ในตำแหน่งผู้ชิงตำแหน่งผู้นำตระกูล”

ดวงตาของเหล่าเด็กในตระกูลเป็นประกาย รางวัลนั้นยิ่งใหญ่นักหากพวกเขาได้เป็นศิษย์สำนักหลิวเซี่ยน หากได้เป็นศิษย์หลักนั้นก็นับว่ามีสิทธิ์จะได้เป็นผู้นำตระกูลคนต่อไป!

“พวกเราจะออกเดินทางไปสำนักหลิวเซี่ยนพรุ่งนี้...เตรียมตัวซะ! เอาโอสถออกมา!”

ผู้อาวุโสสั่งการ

เขาสะบัดชุดและขวดหยกก็ลอยไปยังเหล่าผู้เยาว์ในตระกูล หนึ่งในนั้นลอยมายังซือหยูและเขารับมันไว้ เขาไม่เข้าใจ...แม้แต่เขาก็ได้หนึ่งขวดงั้นรึ?

ด้านในขวดหยกมีโอสถสีฟ้าอ่อน กลิ่นประหลาดโชยออกมาจากขวด

เขาดมมันเล็กน้อยและร่างกายก็รู้สึกราวกับถูกชำระล้าง ซือหยูตกใจ

“โอสถชำระกายระดับต่ำ! พวกเราได้คนละขวดทุกคนเลย การเข้าสำนักนั้นเป็นเรื่องใหญ่นัก! ช่างน่าตกใจ!”

“หึหึ...ผู้ฝึกตนที่ดื่มโอสถนี่จะได้รับการชำระกาย เข้าถึงขอบเขตราชันย์ได้ง่ายดายขึ้น หากราชันย์ดื่มโอสถนี้จะเพิ่มพลังกายและเพิ่มขีดจำกัดทางกายไปอีก มันล้ำค่าและมิอาจซื้อได้ด้วยเงิน”

ซือหยูตกใจมาก...โอสถชำระกายมันล้ำค่าขนาดนี้เชียวรึ?

ผู้นำตระกูลจากไป ทิ้งคนที่เหลือไว้ด้วยความตื่นเต้น

ในตอนนั้นสายตาบางคู่มองมายังซือหยู หรือจะบอกให้ชัดก็คือมองโอสถในมือซือหยู

“ประหลาดนัก แม้คนที่มิใช่ตระกูลลี่ก็ยังได้หนึ่งขวด เขาจะเข้าทดสอบด้วยงั้นรึ?”

สาวน้อยมองเขาอย่างหยาบคาย เห็นได้ชัดว่าคนตระกูลลี่รู้สึกรังเกียจที่คนนอกตระกูลได้รับสมบัติในตระกูลไป

ซือหยูมิสนใจคำของนางและหันหลังกลับไป

“หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ! เจ้าจะไปก็ได้...แต่ทิ้งโอสถไว้ซะ”

ชายหนุ่มระดับเก้าขั้นสูงก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและขวางซือหยู...เขากำลังเพรียกหาการต่อสู้

ซือหยูส่ายหัวอย่างเงียบเชียบ

“เจ้ามิใช่ศัตรูข้า หลีกไป”

“คนนอกเช่นเจ้ากล้าหยาบคายงั้นรึ!”

เขาหัวเราะและปล่อยหมัดใส่อกซือหยู

ซือหยูที่เร่งรีบยกดัชนีขึ้นแตะหมัดของบุรุษผู้นั้น

ซ่า--

ราวกับเขาถูกสายฟ้าฟาด เขาชักหมัดกลับอย่างรวดเร็วและสะบัดด้วยความเจ็บปวดจากความเยือกเย็น

“เจ้าใช้อาวุธลับอะไรกัน? น่ารังเกียจนัก!”

“อีกที!”

ในตอนนี้มีหลายต่อหลายคนชมการต่อสู้ เขาไม่อยากจะเสียหน้า...เขาเค้นหมัดอย่างโกรธเกรี้ยวโจมตีอีกครั้ง

“เจ้าควรจะหยุดได้แล้ว เจ้าไม่ทัดเทียมกับเขาเลย”

เสียงอันเยือกเย็นดังขึ้น มันสั้นกระชับแต่มีพลัง

เขาทั้งกลัวและเคารพ เขาดึงหมัดกลับทันทีและรู้สึกถึงความไม่ยุติธรรมเล็กน้อย

“พี่คงหุย พี่ประเมินข้าต่ำเกินไปแล้ว ข้าเพียงแค่ประมาทจนถูกอาวุธลับ ข้าได้เปรียบมันด้วยพลังบ่มเพาะ...ข้าจะแพ้ได้ยังไง?”

ไปบ่นพึมพำ

“เจ้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าศัตรูเจ้าใช้วิชาระดับเทพขั้นสูง คงน่าขันนักหากเจ้าชนะเขาได้”

ลี่คงหุยด่าทอและเดินไปข้างหน้าอย่างเร่งรีบ

เขาตัวผอมบาง สายตาคมกริบ เขามีผมสั้นและแววตาราวกับพยัคฆ์ทมิฬ

เขาได้ก้าวข้ามระดับเก้าขั้นสูงและเข้าสู่ขอบเขตราชันย์ เขาเป็นอัจฉริยะ!

“วิชาระดับเทพขั้นสูง? เขาน่ะเรอะ?”

บางคนเริ่มประหลาดใจและคลายสีหน้าหยามเหยียด

การบ่มเพาะวิชาระดับเทพจนถึงขั้นสูงนั้นมิใช่เรื่องแปลก แต่เรื่องแปลกนั้นคือความอ่อนวัยของซือหยู พวกเขาเล็งเห็นถึงระดับสติปัญญาที่ซือหยูมี

พวกเขามองหน้ากันและไม่มีกล้าก้าวไปประมือกับซือหยู

ในบรรดาพวกเขา ในบางคนที่ชนะซือหยูได้แน่นอน

แต่พลังระดับเก้าขั้นกลางพร้อมวิชาระดับเทพขั้นสูงนั้นทำให้ซือหยูมิใช่ศัตรูธรรมดาๆ

แม้จะเป็นระดับเก้าขั้นสูงที่มีวิชาระดับเทพขั้นสูงเช่นลี่คงหุยที่เกือบจะถึงระดับราชันย์ก็ชนะซือหยูอย่างง่ายดาย แต่คนอื่นนั้นจะต้องเปลืองพลังมากหากจะทำเช่นนั้น

“ข้าไปได้รึยัง?”

ซือหยูถาม หัวใจเขายังไม่ฟื้นคืนจากความตายของลี่กวง เขาไม่อยากจะใช้พลังในการต่อสู้กับใครในตอนนี้

ลี่คงหุยลูบคางช้าๆ

“การให้โอสถของตระกูลลี่กับคนนอกนั้นมิใช่เรื่องปกติ แต่ในนามแห่งลี่กวง เจ้าจะเอาโอสถไปได้ในครั้งนี้ แต่มันจะไม่เกิดขึ้นอีก พวกเราตระกูลลี่มิใช่สมาคมการกุศล เราจะให้โอสถเจ้าต่อไปเพราะความสงสารไม่ได้ ถ้าเข้าใจแล้วเจ้าก็ไปซะ”

นั่นคือโอสถจากความเอื้อเฟื้องั้นรึ?์ ซือหยูหยิบโอสถออกมายัดใส่มือของลี่คงหุยก่อนจะจากไป

ลี่กวงคุกเข่าอ้อนวอนคนตตระกูลลี่ให้ยอมรัยซือหยู ในสายตาซือหยูนั้นมิได้มองว่าตระกูลลี่ตั้งใจทำด้วยความเอื้อเฟื้อเลย

การรับความเอื้อเฟื้อเพียงครั้งเดียวก็เพียงพอแล้ว หากเขารับมันอีกครั้งก็ยากจะฟื้นคืนจิตใจ

ผู้คนต่างงุนงง

“เขามันคนที่รังแกคนอ่อนแอกว่าและกลัวผู้แข็งแกร่ง! ตอนพี่ลี่หนิวอยากได้เขาสู้กลับ แตต่ตอนพี่คงหุยอยากได้เขากลับมอบให้ทันที!”

“มิใช่เลย ดูเหมือนเขาจะหยิ่งยโส เขารู้สึกอัปยศและพยายามจะกู้หน้าด้วยการคืนโอสถ! ตอนนี้เขาจะต้องรู้สึกเจ็บลึกในใจ...ทรมานกับการที่เอาเกียรติของตนคืนมาแต่มิได้โอสถ”

ซือหยูปฏิเสธโอสถที่ทำให้คนตระกูลลี่รำคาญและขยะแขยงเขา

ลี่คงหุยเลิกคิ้ว เขาส่ายหัวเบาๆ

“เจ้าจะมิได้ไปไหนไกลด้วยความยโสเช่นนี้”

ซือหยูเข้าห้องพักด้วยความประหลาดใจที่ได้เห็นขวดหยกพร้อมกับกล่องหยกบนโต๊ะ

ด้านในขวดเป็นโอสถสีฟ้าอ่อน...โอสถชำระกายระดับต่ำ! ในกล่องนั้นนั้นมีม่านใสบางสองชิ้น ขนาดเท่าเล็บมือ

ด้านข้างมีบันทึกเขียนไว้

“ประการแรก โอสถนั้นมิใช่เพราะความเอื้อเฟื้อ ลี่กวงยอมเอาชื่อออกจากตระกูลลี่เพื่อแลกกับสามสิ่ง สิ่งแรกคือโอสถชำระกาย อย่างที่สองคือสิทธิ์เข้าทดสอบกับสำนักหลิวเซี่ยน อย่างที่สามคือคำขอม่านเพื่อปกปิดดวงตาของเจ้า ทุกอย่างนี้ถูกเตรียมไว้ให้เจ้า ขึ้นอยู่กับเจ้าว่าจะยอมรับหรือไม่”

ซือหยูเปล่งเสียงอ่านออกมา

“ประการที่สอง ลี่กวง...มิใช่คนผิด เขาคือบุรุษที่เที่ยงธรรม ย่อมมิใช่คนที่จะขืนใจสตรี! แต่ข้าต้องดูแลทั้งตระกูลลี่ และแม้ข้าจะรู้ว่าเขาบริสุทธิ์...ข้าก็มิอาจจะต่อกรกับทั้งสำนักหลิวเซี่ยน หากเจ้าเข้าสู่สำนักและมีโอกาส...โปรดชำระนามของเขา”

“ประการที่สาม ลี่กวงในอดีตควรจะถูกประหาร...แต่สองผู้อาวุโสในสำนักหลิวเซี่ยนปกป้องเขาเอาไว้และเนรเทศเขาไปยังเกาะเฉินยี่แทน หากเจ้ามีโอกาส...จงเข้าสู่ใต้ความคุ้มครองของเขา”

ซือหยูอ่านจบ

แม้ว่าจะไม่มีการลงนาม แต่ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือบันทึกจากผู้นำตระกูลลี่

เขารู้ว่าลี่กวงบริสุทธิ์ แต่อำนาจของหานฉี่นั้นแข็งแกร่ง ในฐานะผู้นำตระกูลลี่แล้วเขามิอาจยืนกรานในความคิดของตนได้

พวกเขาไม่กล้าเข้าใกล้ลี่กวงจนเกินไปด้วยซ้ำหลังจากที่เขากลับมาจากการถูกเนรเทศร้อยปี พวกเขาทำได้แ่มองลี่กวงอย่างเย็นชา

สมาชิกตระกูลที่ทุ่มเทอย่างหนักเพื่อตระกูลทรมานอยู่ตรงหน้า...แต่พวกเขาทำได้เพียงมองลี่กวงดั่งคนแปลกหน้า ทิ้งให้ตายอย่างโดดเดี่ยว มันช่างเจ็บปวดยิ่งนัก

ซือหยูถือโอสถชำระกายด้วยความเศร้า

ลี่กวงได้วางแผนอนาคตของซือหยูก่อนที่จะได้พบกับฉีลั่วหลาน

สิ่งที่เขาแลก….คือการลบชื่อออกจากตระกูล!

ตัวตนของเขาคือมลทินแห่งตระกูลลี่ การลบชื่อของเขาออกจากตระกูลนั้นทำให้หลายคนในตระกูลพอใจ

แต่สำหรับคนแก่เฒ่าที่ระเหเรร่อนมาร้อยปี...สุสานบรรพบุรุษจะมิใช่ที่พักผ่อนสุดท้ายของเขาได้ยังไงกัน?

สำหรับซือหยู...เขาจะต้องมอบที่พักผ่อนสุดท้ายให้กับอาจารย์ เขาถูกลบนามจากตระกูลไปแล้ว ซือหยูต้องล้มเลิกที่จะฝังอาจารย์ไว้กับสุสานตระกูลลี่

ซือหยูนั้นคือบุรุษที่รู้คุณคน เขาสวมม่านแก้วกับดวงตา

ดวงตาสีม่วงอันผิดปกติของเขาถูกบดบังเอาไว้ และผนึกเวลาที่ควบคุมอย่างยากลำบากก็ถูกผนึกไว้ชั่วคราวโดยมิต้องหลับตา

ลี่กวงคิดทุกอย่างไว้แล้ว!

ซือหยูดื่มโอสถชำระกายระดับต่ำ โอสถเข้าสู่ร่าง คุณสมบัติอันน่าอัศจรรย์ของโอสถแผ่ไปยังรยางค์กาย

ร่างกายของเขารู้สึกถึงการชำระล้างความเป็นมนุษย์ออกไป เวลาผ่านไป กลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ออกมาจากร่างกาย

โอสถนั้นชำระสิ่งไม่บริสุทธิ์ภายในกระดูกและเนื้อหลังออกมา มันคือผลจากการกินและหายใจเอาสิ่งไม่บริสุทธิ์เข้าไปเป็นเวลาหลายปี พวกมันสะสมอยู่ในร่างกาย แบ่งแยกพลังจากบุคคลมิให้เป็นหนึ่งกับธรรมชาติ

หลังจากขับมลทินออกแล้วซือหยูก็รู้สึกว่าร่างกายถูกชำระล้าง ราวกับกลับมาเป็นตัวตนในอดีตที่ไร้มลทิน ร่างกายของเขารู้สึกถึงธรรมชาติ ใบหน้าดูมีพลัง...ราวกับได้เกิดใหม่

ด้วยระดับปัญญาของเขา ขีดจำกัดทางกายของเขาควรจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย ทำให้เขาเข้าใกล้ขอบเขตของราชันย์มากขึ้น

โอสถนั้นเก็บพลังไว้มากมาย ทำให้ซือหยูเพิ่มพลังขึ้นเป็นระดับเก้าขั้นสูง

“โอสถชำระกายได้สมชื่อจริงๆ แม้มันจะเป็นระดับต่ำ ผลของมันก็น่าตะลึงนัก!”

ซือหยูประหลาดใจ

เขารู้สึกได้ถึงพลังจำนวนมากในอากาศ มันคือพลังวิญญาณ

การรับรู้พลังวิญญาณขั้นเป็นก้าวแรก...ก้าวถัดไปคือเขาต้องดูดซับมัน

หากเขาดูดซับพลังวิญญาณได้ เขาจะเข้าใจขอบเขตของราชันย์มากขึ้น คล้ายกับระดับของลี่คงหุย

ซือหยูยังอยู่แค่ก้าวแรก ยังคงห่างไกลจากขอบเขตราชันย์

“ถ้าข้าได้โอสถชำระกายอีกซักสิบขวดน่าจะเข้าสู่ขอบเขตราชันย์ได้ล่ะนะ”

ซือหยูบ่นพึมพำ

แต่ต่อมาเขาก็ส่ายหัวเย้ยตนเอง เขาโชคดีแล้วที่ได้มาหนึ่งขวด...คนตระกูลลี่ที่รู้มากกว่านี้คงจะช่วยเขา...แต่พวกเขาคงไม่ใส่ใจอยู่ดี

วันต่อมา...กลุ่มออกเดินทาง

แต่ก่อนที่พวกเขาจะเดินทาง...ซือหยูได้ขอร่างของลี่กวง

ลี่กวงมิอาจถูกฝังในสุสานตระกูลลี่ แต่ร่างกายของเขาก็มิอาจถูกทิ้งไว้ได้ ซือหยูฝังเขาไว้ที่เนินเขารกร้างหลังตำหนัก

ซือหยูคุกเข่า

“ท่านอาจารย์ ศิษย์ท่านจะออกเดินทางแล้ว ข้าจะไม่กลับมาก่อนจะได้หัวของหานฉี่กับฉีลั่วหลาน!”

ในใจ...ซือหยูมีอีกหนึ่งปรารถนา เขาอยากจะฝังร่างลี่กวงในสุสานตระกูลลี่...นำพาเขากลับมายังรากเหง้า ลี่กวงโดดเดี่ยวมาทั้งชีวิต เขามิควรจะเดียวดายในความตาย

กลุ่มสิบเอ็ดคนมุ่งหน้าไปยังสำนักหลิวเซี่ยนโดยมีผู้นำตระกูลนำทาง

ตลอดทางเหล่าตระกูลลี่นั้นพูดคุยชี้แนะเรื่องการบ่มเพาะแก่กัน

แต่ซือหยูนั้นโดดเดี่ยวจากคนตระกูลลี่

เดินทางหลายวันก่อนที่พวกเขาจะถึงสำนักหลิวเซี่ยน พวกเขาพบกับมุมมองอันน่าอัศจรรย์ใจ

มีวังอันมั่งคั่งอยู่ท่ามกลางพื้นที่กว้างใหญ่ มันกว้างเกินกว่าจินตนาการ กระโจมและบ้านลอยอยู่บนอากาศ ราวกับที่วิ่งเล่นของพระเจ้า

หมอกอันทรงพลังล้อมรอบวังและมีสัตว์วิญญาณอยู่โดยรอบ

ในตอนนั้น ประตูสวรรค์ก็เปิดอ้าต้อนรับคนนับพัน

อัจฉริยะสิบลำดับจากร้อยตระกูลเดินทางมาถึงแล้ว

“หืม...ซือหยู!”

เสียงใกล้ๆสั่นอย่างตกใจ

มีคนที่รู้จักซือหยูที่นี่...และเสียงของเขานั้นดูคุ้นเคยเล็กน้อย

จบบทที่ DND.100 - โอสถชำระกาย

คัดลอกลิงก์แล้ว