เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.88 - ปราบทวิกระบวนท่า

DND.88 - ปราบทวิกระบวนท่า

DND.88 - ปราบทวิกระบวนท่า


ฟึ่บ--

ร่างนั้นเข้ามาใกล้ขึ้นอย่างรวดเร็ว

เขามีอายุประมาณยี่สิบปี ใบหน้าหล่อเหลามาพร้อมกับร่างกายอันสง่างาม เขามีพลังระดับเก้าขั้นกลางเช่นกัน...นั่นทำให้ทุกคนเป็นกังวล

เขาบินมายังลานประลองอย่างสง่างามและมองไปยังราชันย์ศักดิ์สิทธิ์จากระยะไกล เขาประสานมือด้วยความนับถือ

“ชางเฟยหยุนจากหุบเขาเฟิงหวง ข้ามาเพื่อพบราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ ใต้บัญชาแห่งเซียนหุบเขา”

ราชันย์ยังคงสงบนิ่ง

“มีสิ่งใด...จงพูดออกมา”

มิได้อ่อนน้อมหรือหยาบคาย ชางเฟยหยุนตอบอย่างใจเย็น

“ในนามแห่งเซียนหุบเขา นางชี้แนะให้ท่านเคลื่อนไหวเร็วขึ้น นางจะไม่รอหากท่านชักช้า”

ข้อความอะไรกัน!

มันหยาบคายกับราชันย์ศักดิ์สิทธิ์นัก! เซียนหุบเขาเฟิงหวงหยาบเกินไปแล้ว!

ราชันย์ศักดิ์สิทธิ์มองชางเฟยหยุน

“กลับไปบอกนางว่าข้าจะไม่พลาดการต่อสู้แห่งศตวรรษ!”

“เช่นนั้น! ข้าจะบอกนาง”

ชางเฟยหยุนพูดอย่างนับถือและค่อยหันหลังเตรียมตัวจะจากไป

“หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ!”

หลิวคุนมองอย่างเย็นชา

ชางเฟยหยุนหันฝีเท้ากลับมา

“เจ้ามีเรื่องอะไรกับข้างั้นรึ?”

เขาวางท่าถาม

ใบหน้าหลิวคุนเย็นชา

“เจ้าคิดว่าจะเข้าๆออกๆวิหารได้ตามใจงั้นรึ? เจ้าคิดว่าที่นี่เป็นหุบเขาของเจ้ารึไง?”

“แล้วเจ้าจะทำอะไรล่ะ?”

ชางเฟยหยุนถาม เขาดูเบื่อหน่ายและเอามือไพล่หลัง

หลิวคุนระเบิดโทสะ

“ข้าอยากจะรู้นักว่าวิชาของคนในเฟิงหวงมันเหมาะสมกับความหยาบคายนั้นหรือไม่!”

ศิษย์สวรรค์ทั้งสิบสังเกตอย่างเงียบเชียบ

หุบเขาเฟิงหวงทำเกินไป!

พวกเขาเดินทางมาไกลเพียงเพื่อบอกราชันย์ศักดิ์สิทธิ์พวกเขาจะไม่รีรอหากเขาช้า นั่นนับว่าเป็นการลบหลู่ต่อราชันย์ศักดิ์สิทธิ์!

ชางเฟยหยุนและความหยาบคายของเขาจะต้องถูกขัดเกลา!

“ด้วยพลังของเจ้าน่ะรึ? เจ้ามิใช่คู่แข่งของข้าหรอก”

ชางเฟยหยุนส่ายหัวเบาๆและตอบอย่างดูถูก

“ข้าจะสู้กับเจ้าได้หรือไม่ มันตัดสินกันหลังจากที่สู้กันแล้วต่างหาก!”

หลิวคุนตะโกน

“ฟ้าดินวินาศ!”

หลิวคุนตะโกนและตัวของเขาก็ถูกปกคลุมด้วยฎีกาสวรรค์

ทุกคนได้ยินเสียงคลื่นสมุทรพิโรธ มันแรงพอที่จะพัดพาภูเขา พลังโจมตีนั้นกว้างใหญ่และดูดทุกคนไปยังใจกลาง

พลั่ก--

ว่าที่ศิษย์สวรรค์ที่อยู่ใกล้ลานประลองต่างปลิวไปข้างหลังและกระอักเลือด

หลิวชิงหวาดกลัว เขาหน้าซีด

ฎีกาสวรรค์ของหลิวคุนแกร่งมาก เขาเป็นศิษย์สวรรค์ที่ไร้เทียมทาน

มีเพียงสามลำดับแรกของศิษย์สวรรค์เท่านั้นที่ต้านพลังฎีกาสวรรค์ของหลิวคุนได้

ตู้ม--

พลังที่เพียงพอจะทลายฟ้าดินพุ่งตรงไปยังชางเฟยหยุน

แต่แม้จะต้องเจอกับพลังอันน่ากลัว...ชางเฟยหยุนก็ยังคงใจเย็นเช่นทุกที

“ได้แค่นี้เองรึ”

เขายั่วยุ

“หลิวผกากระจ่าง!”

ฟึ่บ--

ร่างชางเฟยหยุนหายไปกับเงา...รวดเร็วยากจะมองตามทัน

พลังอันเข้มข้นกดดันพื้นที่รอบๆ แต่มิได้ถึงตัวชางเฟยหยุนแม้แต่น้อย!

ผู้คนตกตะลึง

“นั่นมัน...ฎีกาสวรรค์ระดับสวรรค์งั้นรึ?”

“ไม่ใช่แล้ว นั่นมันแกร่งกว่าระดับสวรรค์!”

“มีแค่ฎีกาสวรรค์ระดับนั้นแล้วยังกล้าสามหาวเช่นนั้นอีกรึ? เจ้ามันก็แค่พวกโง่เขลา!”

ชางเฟยหยุนตะโกนอย่างมืดทน

หลิวคุนตกใจ ฎีกาสวรรค์ของศัตรูนั้นมันคือประเภทใดกัน? ราวกับว่าเขากระหน่ำโจมตีเงา!

ชางเฟยหยุนมิรีรอ เขาพุ่งออกไปตามปกติราวกับว่าเดินเล่นอยู่ในสวน แต่ความเร็วของเขานั้นเร็วมาก! ในพริบตาก็เข้าถึงตัวหลิวคุน

“หมัดฝังเขาวารี!”

ชางเฟยหยุนปล่อยหมัดออกไป

หมัดของเขาแข็งแกร่งและราวกับว่ามันจะพลิกคลื่นวารีพิโรธ ราวกับว่าทั้งสิงขรและวารียาวนับพันลี้จะหลอมรวมกันเพราะหมัดเดียวนี้

“ฝ่ามือขจัดธรณี!”

หลิวคุนกัดฟันและโจมตีอย่างบ้าคลั่ง

เขายื่นฝ่ามือออกไปและทำให้พื้นสั่น ราวกับว่ามันจะลบล้างสวรรค์และผืนแผ่นดิน มันทำให้พื้นดินแตกไปทุกทิศทาง

หมัดและฝ่ามือปะทะกัน!

ตู้ม--

พุ่บ--

พลั่วะ! พลั่วะ!

หลิวคุนถอยหลังไปหลายก้าวและกระอักเลือดออกมา เขาตกตะลึง! เขาพ่ายแพ้ในสองกระบวนท่า!

ทั้งสองคนมีพลังระดับเก้าขั้นกลาง แต่ความต่างของพลังนั้นช่างน่าตื่นตะลึง!

เหล่าคนที่พบเห็นอ้าปากค้างด้วยความทึ่ง!

แววตาราชันย์ศักดิ์สิทธิ์จริงจัง

ชางเฟยหยุนที่ชนะในสองกระบวนท่าหัวเราะเยาะ

“บอบบางนัก”

หลิวคุนหน้าแดงด้วยความโกรธ เขาตะโกนแม้จะมีโลหิตในปาก

“เจ้ากบในกะลา หยาบช้านัก! วิหารข้าก็มีระดับเก้าขั้นกลางที่ชนะข้าด้วยสองกระบวนท่ามิต่างกัน นางคือลำดับสาม ศิษย์พี่หวางจิง พวกหุบเขาเฟิงหวงเช่นเจ้ามิกลัวจะเป็นเรื่องขบขันของพวกเรางั้นรึ?”

ดูเหมือนพลังของชางเฟยหยุนจะอยู่ในระดับสูงของหุบเขาเฟิงหวง ความหยาบคายของเขานั้นทำให้ยากที่ใครจะบอกได้ว่าเขาเป็นคนดี

แต่คาดไม่ถึงที่ชางเฟยหยุนหัวเราะเยาะออกมา

“เอ๋? กบในกะลางั้นรึ? เจ้ารู้ลำดับของข้าในหุบเขาเฟิงหวงหรือไม่?”

หลิวคุนตัวแข็งทื่อ เขามองหน้าชางเฟยหยุนที่ยิ้มเยาะ หลิวคุนเริ่มจริงจัง บางทีอำนาจของหุบเขาเฟิงหวงอาจจะไม่ได้มากไปกว่าวิหาร อย่างไรทั้งสองฝั่งก็มีราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ ความต่างอาจจะมีบ้าง แต่มิน่าจะมากเกินไป

“หึหึ...หากเจ้าไม่คิดจะบอกข้าก็เดาว่าเจ้าอยู่ในลำดับห้านั่นแหละ!”

หลิวคุนหัวเราะอย่างเยือกเย็น

ชางเฟยหยุนนั้นแข็งแกร่ง ดูเหมือนเขาจะอยู่ในลำดับสี่หรือห้า หากเขาอยู่ในวิหารนี้ก็อาจจะอยู่ในลำดับสาม!

ชางเฟยหยุนขำ

“ลำดับห้างั้นรึ? ศิษย์วิหารนี่ช่างเป็นกบในกะลาเสียจริง! ข้าเป็นได้แค่ลำดับสิบในเฟิงหวงเท่านั้น!”

อะไรกัน? ลำดับสิบงั้นรึ?์

ทุกคนตกตะลึง

พลังเทียบเท่าลำดับสามในวิหารคือลำดับสิบในเฟิงหวงงั้นรึ? หากชางเฟยหยุนมิได้โกหก...พลังของเฟิงหวงจะน่ากลัวเท่าใดกัน?

เหล่าศิษย์วิหารตัวสั่น หากแข็งแกร่งขนาดนั้นแล้วอยู่ในลำดับสิบ...ผู้มีพรสวรรค์เช่นใดกันถึงจะได้เป็นลำดับหนึ่ง?

แววตาราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ยังคงเยือกเย็น

นิ่งเงียบอยู่ไม่นาน ราชันย์ก็ประกาศอย่างแผ่วเบา

“ข้าจะพาศิษย์สวรรค์ไปกับข้าที่หุบเขาเฟิงหวงแค่ห้าคนเท่านั้น ทุกคนไม่มีเหตุผลจะต้องไป”

สิบศิษย์สวรรค์ตกใจ!

ตัวตนของชางเฟยหยุนได้ทำให้ราชันย์ศักดิ์สิทธิ์เปลี่่ยนใจ!

เหล่าศิษย์สวรรค์สั่นคลอนอย่างมาก โดยเฉพาะตั้งแต่ลำดับที่หกถึงสิบ สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไปทันที หากพวกเขามิได้ติดตามราชันย์ไป...พวกเขาจะต้องถูกทิ้งเช่นเดียวกับเหล่าว่าที่ศิษย์สวรรค์!

ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ--

ในเสี้ยววินาที ศิษย์สวรรค์ทั้งห้าก็มองไปทางหลิวคุนที่อยู่ลำดับห้า!

ตามกฎการประลองของศิษย์สวรรค์แล้ว ศิษย์สวรรค์จะเลื่อนระดับได้ถ้าหากประลองชนะคนลำดับที่สูงกว่า พวกเขาเห็นโอกาสเดียวในการติดตามราชันย์ศักดิ์สิทธิ์และไม่เกรงกลัวที่จะท้าประลองกับลำดับห้า

“ศิษย์พี่หลิว ข้าขอท้าประลอง!”

เหล่าศิษย์สวรรค์ที่มิกล้าประลองกับหลิวคุนในอดีตต่างอยากจะประลองกับเขา

ราชันย์แอบยอมรับการประลองของพวกเขา

แต่...เสียงอันเย็นชาก็ดังมาจากลานประลอง

“ศิษย์พี่...เจ้าลืมไปแล้วรึว่าข้ายังอยู่บนลานประลอง?”

ศิษย์สวรรค์ทั้งห้าคนจึงได้รู้ว่าการประลองของหลิวคุนและซือหยูยังมิได้เริ่มขึ้น

หลังจากที่ถูกชางเฟยหยุนแทรกกลางคัน ตามธรรมเนียมแล้ว...เป็นสิทธิ์ของซือหยูที่จะได้ประลองก่อน

หลิวคุนเช็ดคราบเลือดที่ริมฝีปากและกลับขึ้นลานประลองอีกครั้ง

“ซือหยู! เห็นการต่อสู้ของข้าแล้ว เจ้าก็ยังกล้าจะประลองกับข้า ช่างน่าประทับใจ”

แม้เขาจะแท้ แต่ก็ไม่มีใครตั้งคำถามต่อพลังของหลิวคุน

ซือหยูหลับตาพริ่ม

“ศิษย์พี่หลิว เจ้าเข้าใจผิดแล้ว คนที่ข้าจะประลองมิใช่เจ้า...แต่เป็นบุรุษผู้นั้น”

ซือหยูยืนมือไพล่หลังและมองไปทาง...ชางเฟยหยุน!

อะไรกัน? เป้าหมายของซือหยูคือชางเฟยหยุน!

เขาแกร่งพอที่จะอยู่ในลำดับสองหรือสามในวิหาร

ชางเฟยหยุนมองซือหยูด้วยแววตาเย็นชาและฝืนยิ้ม

“หืม? เจ้าคือคู่หมั้นของเซี่ยนเอ๋อ..ซือหยูงั้นรึ?”

ตลอดทาง เขาได้รวบรวมข้อมูลและรับรู้อย่างง่ายดายว่าซือหยูที่มีชื่อเสียงนั้นเข้าสู่วิหาร ชางเฟยหยุนมิกล้าจะสังหารซือหยูอย่างเปิดเผยเพราะเขาเป็นศิษย์วิหาร เรื่องนี้จะต้องให้เซียนหุบเขาจัดการ

เมื่อได้ยินชื่อเซี่ยนเอ๋อ ซือหยูก็ตัวสั่น

อย่างที่คิด...เซี่ยนเอ๋ออยู่ในหุบเขาเฟิงหวงจริงๆ นางจะเป็นยังไงบ้างนะ? พวกเขาดูแลนางได้ดีไหม...หรือนางจะถูกรังแก?

ในใจซือหยูเต็มไปด้วยร่างกายเล็กน่ารักของเซี่ยนเอ๋อ

เขาปรารถนาจะไปหุบเขาเฟิงหวงทันทีเพื่อพบเซี่ยนเอ๋อ

“เจ้าอยากจะรู้กับข้ารึ?”

ซือหยูรู้สึกถึงความเป็นปรปักษ์จากชางเฟยหยุน

ชางเฟยหยุนยิ้มเยาะ

“คนตาบอดเช่นเจ้าไม่มีสิทธิ์จะเป็นคู่ของเซี่ยนเอ๋อ!”

ฟึ่บ--

ชางเฟยหยุนก้าวไปข้างหน้า

“เพื่อแสดงความนับถือต่อเซี่ยนเอ๋อ ข้าจะต่อให้เจ้าสามกระบวนท่าดีไหม? เห็นรึยังว่าข้ากับเซี่ยนเอ๋อใกล้ชิดกันไม่เหมือนผู้ใด”

ถ้อยคำของเขาแฝงความดูถูก เป็นการบ่งบอกว่าซือหยูต้องการเซี่ยนเอ๋อให้ปกป้องเขา

“หาจำเป็นไม่ เจ้าใช้พลังเต็มที่ซะ ขณะที่เจ้ายังมีโอกาส”

ซือหยูพูดอย่างสุขุม เงียบสงบราวสายธารเหมันต์

ประโยคนั้นของซือหยูทำให้ทุกคนนิ่งด้วยความตะลึง!

ซือหยูบอกว่าชางเฟยหยุนไม่มีโอกาสจะได้ขยับตัวด้วยซ้ำ! แม้ดวงตาของราชันย์ก็สั่นคลอน

หลงเสี่่ยวยี่เดาว่าซือหยูคิดจะใช้กับดักและชิงไหวชิงพริบกับศัตรู นางเห็นวิธีสังหารราชันย์เพชรฆาตของซือหยู หลงเสี่่ยวยี่มิได้ดูถูกในพลังและความคิดของซือหยูเลย

ชางเฟยหยุนตกใจ เขาไม่คิดว่าซือหยูจะกล้าพูดเช่นนี้

ชางเฟยหยุนรู้สึกตัวอีกครั้งและส่ายหัว

“ทีแรกข้าคิดว่าคู่หมั้นของเซี่ยนเอ๋อ แม้จะเป็นคนธรรมดา แต่ก็มีความสามารถ”

“แต่ไม่คิดเลยว่านอกสายตาเจ้าจะมืดบอดแล้ว จิตใจของเจ้าก็มืดบอดเช่นกัน น่าเวทนานักที่กล้าพูดถ้อยคำโง่เขลานั่นออกมา!”

ชางเฟยหยุนส่ายหัวอย่างเย็นชา

“ข้ารู้สึกว่าเจ้ามิคู่ควรแทนเซี่ยนเอ๋อเสียจริง...ที่ต้องมาหมั้นกับคนโง่เขลาเช่นเจ้า! หากนางติดตามเจ้าต่อไป...นางจะต้องทุกข์ทรมานเป็นแน่!”

ซือหยูยังคงใจเย็นมิได้โศกเศร้าหรือโกรธแค้น เขาส่ายหัวเบาๆ

“ข้าให้โอกาสเจ้าโจมตีแล้ว...เจ้ายังเสียเวลามาพล่ามไร้สาระอีก คนในหุบเขาเฟิงหวงมันน่าขยะแขยงเช่นนี้ทุกคนรึไงกกัน?”

คำพูดของชางเฟยหยุนถูกทำให้เป็นอากาศธาตุ...และไม่สนใจโดยซือหยู

ชางเฟยหยุนบัลดาลโทสะ

“ฮื่ม! เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน! ในนามแห่งหุบเขาเฟิงหวง ข้าจะสั่งสอนคนโง่เขลาเช่นเจ้าซะ!”

ฟึ่บ--

ชางเฟยหยุนจู่โจมซือหยูทันที

ซือหยูมิได้ขยับตัวแม้แต่น้อย

“เจ้าใช้โอกาสที่ข้าให้หมดเสียแล้ว ต่อหน้าข้า...เจ้าไม่มีสิทธิ์ได้ขยับตัวด้วยซ้ำ”

เขาพูดอย่างบางเบา...ไม่ใส่ใจ

ซือหยูเริ่มขยับตัวเป็นครั้งแรกตั้งแต่เข้าสู่ลานประลอง!

เขาเพียงแค่ยกนิ้ว...ชี้ไปยังชางเฟยหยุน

จบบทที่ DND.88 - ปราบทวิกระบวนท่า

คัดลอกลิงก์แล้ว