เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.87 - พลังหาใดเปรียบ

DND.87 - พลังหาใดเปรียบ

DND.87 - พลังหาใดเปรียบ


เซี่ยจิงหยูรู้สึกคุ้นเคยกับอกที่แก้มนางสัมผัส...หูของนางได้ยินเสียงอันคุ้นเคย ร่างนางสั่นเล็กน้อยและลืมตา...พบใบหน้าที่มิเคยลืม

“ซือ...หยู...”

เซี่ยจิงหยูมิเชื่อสายตา...นางตกใจ นางคิดว่านางเห็นภาพหลอนเพราะเสียโลหิตไปมาก

ซือหยูยังไม่ตาย!

“จิงหยู ขออภัยที่ข้ามาช้า”

เสียงอันอ่อนโยนนั่นดึงเซี่ยจิงหยูกลับสู่ความเป็นจริง!

“ซือหยู!”

เสียงร้องไห้อันเศร้าโศกดังไปยังทั้งวิหาร

เซี่ยจิงหยูเช็ดน้ำตาแห่งความยินดีและยืดแขนซีดเซียวของนางไปกอดบุรุษชุดม่วงจนแน่น

นางกอดเขาแน่นมากจนปอดของนางแทบจะแหลกละเอียด แต่นางก็ไม่คิดจะผ่อนแรงลง...นางกลับกอดเขาแน่นขึ้นไปอีก...ด้วยความกลัวว่าเขาจะหายไป

ในตอนนั้น เซี่ยจิงหยูลืมทุกสิ่งในฟ้าดิน นางลืมเลือนกาลเวลา ลืมเรื่องลานประลอง แทบจะลืมตัวเอง

หัวใจของนางมีแต่ซือหยู...ที่นางเคยเสียไปหนึ่งครั้ง

เซี่ยจิงหยูเงยหน้ามองซือหยู นางเช็ดน้ำตาแห่งความสุขพร้อมตัวสั่นจากการร้องไห้ ความยินดีในใจนางมิอาจบรรยายเป็นคำพูด

มิต้องเอื้อนเอ่ยคำใดกับนางในตอนนี้

สุดท้าย...เหล่าผู้ชมก็รู้สึกตัว

บุรุษชุดสีม่วงผมสีเงินผู้นี้คือซือหยูตัวจริง นี่ควรจะอยู่ถูกฝังอยู่ใต้หุบเขา!

เขารอดมาจากตรงนั้นได้ยังไงกัน?

ไมผิดแปลกเลยที่จะบอกว่าเขาได้ฟื้นมาจากความตาย ซือหยูผู้นี้ดูต่างจากซือหยูที่พวกเขาเคยรู้จักอย่างยิ่ง

เซี่ยจิงหยูยิ้มน้ำตารินไหลอาบแก้ม ดวงตาไร้วิญญาณของนางกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

หลังจากที่นางใจเย็นลงแล้วก็ตรวจสอบร่างกายซือหยู

แก้มของเขาตอบลงอย่างมาก นางคิดถึงความเจ็บปวดที่ซือหยูต้องทรมาน...กับการถูกฝังอยู่ใต้ดินถึงครึ่งเดือน

ที่เปลี่ยนไปมากที่สุดคือผมที่ยาวของซือหยู

ผมที่เคยดำเงาของเขากลายเป็นสีเงินบริสุทธิ์

ชุดสีม่วงและผมสีเงินนั้นส่งผ่านรังสีอันสูงส่ง

“พี่หยู...ผมนั่น...ดวงตานั่น..”

เซี่ยจิงหยูพบว่าซือหยูยังมิได้ลืมตา!

ดวงตากว้างใหญ่และเปล่งประกายราวกับดวงดาราในตอนนี้ปิดสนิท!

หรือว่าดวงตาเขาจะถูกทำลายตอนที่ภูเขาทลายลงมา? แม้ซือหยูจะหลับตา เขาก็ยังคงตอบสนองต่อสิ่งรอบข้างได้ราวกับตาเห็น

ซือหยูยิ้ม

“มันยังลำบากที่ข้าจะลืมตา ดวงตาข้ามิได้มีปัญหาอะไร ส่วนผมข้า...”

ซือหยูอธิบายด้วยรอยยิ้มบางเบาและความโล่งใจ

“พิษนั่นยังคงเหลืออยู่ในกายข้า แม้ข้าจะขับมันออกมาได้ แต่ผลข้างเคียงนั้นมิอาจเลี่ยง ยากที่ผมของข้าจะกลับมาเป็นอย่างเดิม”

ในวันนั้น ราชันย์เพชรฆาตคว้าข้อเท้าของซือหยูเอาไว้ด้วยมือที่เคลือบพิษร้ายแรง พิษนั่นยังคงอยู่ในกายซือหยูและทำให้ผมของเขาเป็นสีเงินในครี่งเดือนที่ผ่านมา

เซี่ยจิงหยูขอโทษขอโพย

“ขอโทษนะพี่หยู...ที่ข้ามิอาจช่วยได้เร็วกว่านี้”

ซือหยูยิ้มอย่างยินดี

“ไม่หรอกจิงหยู...เจ้าช่วยชีวิตข้าเอาไว้”

วันนั้น ก้อนศิลายักษ์ได้ตกลงมา ภูเขาพังทลายและเกิดแผ่นดินสะเทือน มันคือภัยพิบัติครั้งใหญ่

ก่อนซือหยูจะถูกฝัง เขาพบหลุมกับดักที่เขาวางไว้ก่อนหน้า ซือหยูจึงใช้ไหมพันมังกรและหนีเข้าไปในหลุมนั้น ศิลายักษ์ได้ร่วงลงมาปิดที่หลุมและขังซือหยูเอาไว้ภายใน แต่ศิลายักษ์นั่นก็ป้องกันซือหยูด้วยในอีกทางหนึ่ง...มันทำให้ซือหยูไม่ถูกฝังทั้งเป็น

แต่ก็ยังมีเศษหินมากเกินไปที่ด้านบนทางหนี

หากซือหยูขยับศิลายักษ์ก็จะทำให้บรรดาซากข้างบนไหลลงมาฝังเขาทั้งเป็น

เป็นเซี่ยจิงหยูเองที่ได้ขยับเหล่าซากส่วนมากออกไปตลอดห้าวันห้าคืนโดยมิได้พักแม้แต่น้อย

ซือหยูจิงใช้โอกาสนั้นคลานออกมา...ทีละน้อย ทีละน้อย

หากมิใช่เพราะความเด็ดเดี่ยวของเซี่ยจิงหยู ซือหยูคงถูกฝังทั้งเป็นไปแล้ว

ตลอดครึ่งเดือนที่ผ่านมา ซือหยูอาศัยดื่มหิมะที่ละลายเพื่อดับกระหาย และกินมอสที่เติบโตบนศิลา

“พี่หยู!”

เซี่ยจิงหยูแนบใบหน้ากับอกของซือหยู นางเจ็บปวดที่ได้รู้ว่าซือหยูต้องทรมานแสนสาหัส ด้วยสภาพร่างกายย่ำแย่...ซือหยูรอดออกมาได้

ทุกคนที่นี่อ้าปากค้างด้วยความตกใจ ซือหยูนั้นโชคดีมากที่ความดื้อดึงของเซี่ยจิงหยูช่วยชีวิตเขาเอาไว้ได้

ฉิวชางเจี้ยนมีความสุขมากแต่ก็นึกถึงหน้าที่ของตนเอง เขามองหลิวชิงและประกาศ

“เซี่ยจิงหยูพ่ายแพ้การประลอง การประลองจบสิ้น...”

“จบงั้นรึ?”

ชุดสีม่วงของเขาเลือนลางและเขาก็หายตัวไป

ทุกคนตกใจเมื่อพบว่าบุรุษผมเงินได้ไปอยู่บนลานประลองแล้ว

ความเหนือมนุษย์ของเขาทำให้ทุกคนตกใจ

หลิวชิงที่กำลังจะลงจากลานประลองยักคิ้ว

“อะไรกัน? เจ้าอยากจะประลองกับข้ารึ?”

เหล่าผู้ชมตกใจ ซือหยูเพิ่งจะมาถึง และตอนนี้เขาอยากจะประลองกับศิษย์สวรรค์งั้นรึ?

ใบหน้าทุกคนคาดหวัง พวกเขาอยากจะเห็นว่าพลังของซือหยูเพิ่มขึ้นมาเท่าใด

ซือหยูส่ายหัวเบาๆ

“มิใช่”

คนดูตกตะลึง

“เช่นนั้นเจ้าจะทำสิ่งใด?”

หลิวชิงแอบโล่งใจ ซือหยูนั้นเป็นคนเหนือความคาดหมายและลึกลับจนเขามิอยากจะปล่อยหมัดออกไป และเขาเพิ่งจะรังแกและดูหมิ่นเซี่ยจิงหยู...ช่วยไม่ได้ที่เขาจะรู้สึกผิด

ดวงตาซือหยูยังคงปิดสนิท ชุดสีม่วงและผมสีเงินของเขาอยู่ท่ามกลางหิมะ...ขับกล่อมเขาให้เป็นเทพเจ้ารูปงาม

“ข้ามิได้อยู่บนลานประลองเพื่อประลองกับเจ้า...แต่ข้าจะสั่งสอนเจ้าถึงความเป็นมนุษย์”

ผู้ชมตัวแข็งทื่อ!

เมื่อจะชี้แนะระดับเก้าขั้นต้น ผู้มีระดับเก้าขั้นกลางยังมิกล้าทำเช่นนั้นเลย นี่ดูไม่เหมือนซือหยูเลย...นอกซะจากนิสัยเขาจะเปลี่ยนไปเพราะภัยพิบัตินั่น

ดวงตาเซี่ยจิงหยูเต็มไปด้วยความสับสน ซือหยูที่นางรู้จักมิใช่คนทะนงตน เหตุใดเขาจึงพูดจาเช่นนี้?

หลิวชิงหัวเราะเยาะ

“สั่งสอนข้าในความเป็นมนุษย์งั้นรึ? เจ้ามีคุณสมบัติแล้วงั้นหรือ?”

“ข้าเจ็บปวดมามากพอที่จะมีสิทธิ์สั่งสอนเจ้า เข้ามา เจ้ามีโอกาสหนึ่งกระบวนท่า”

ซือหยูพูดอย่างไม่ใส่ใจ มือของเขายังคงไพล่หลังอยู่เช่นเดิม

“ก็ได้! เจ้าหาเรื่องเองนะ!”

หลิวชิงกระโดดไปประลองกับซือหยูด้วยความโกรธ หากซือหยูลงจางลานประลองไป...เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?

“วารีบูรพากระหน่ำ!”

ราวกับว่าสายน้ำเชี่ยวกรากพุ่งเข้ามาทำลายทุกสิ่งที่ขวางทางเขา เสียงสายฟ้าย้ำเตือนว่าพลังโจมตีนี้นั้นหาสิ่งใดเทียบได้!

สายลมรุนแรงพัดเข้าหาซือหยู ผมสีเงินของเขาเต้นรำไปตามแรงลม

ซือหยูที่หลับตายังคงยืนนิ่งเอามือไพล่หลัง

แกร๊ก--

การโจมตีอันรุนแรงของหลิวชิงหยุดลงเมื่อห่างจากซือหยูเพียงคืบเดียว ร่างของซือหยูยังคงอยู่ที่เดิม!

กำแพงน้ำแข็งหนาปรากฏออกมาทันที...มันป้องกันหมัดของหลิวชิงอย่างหมดจด!

“เจ้า...เป็นไปไม่ได้!”

หลิวชิงตกใจจนหมดคำพูด

แต่เริ่มเดิมที ซือหยูยังมิได้ขยับแม้ดัชนี และเขาก็ยังป้องกันการโจมตีอันรุนแรงนี้ได้!

“ข้าไม่เชื่อหรอก!”

หลิวชิงโมโหและโจมตีต่อไปอย่างต่อเนื่อง

ทุกครั้งที่เขาปล่อยหมัดออกไป กำแพงน้ำแข็งเย็นยะเยือกก็จะปรากฏออกมาในพริบตาและขัดขวางหมัดของเขา

ซือหยูมิได้ขยับตัวเลยแม้แต่นิดเดียว!

เหล่าคนดูเงียบกริบ!

ในสายตาพวกเขา หลิวชิงได้ทำทุกสิ่งที่เขาจะทำได้ แต่เขาก็ทำอะไรซือหยูที่แค่ยืนอยู่เฉยๆไม่ได้! ซือหยูยังมิได้ขยับตัวเลย!

หลิวชิงโจมตีไปมากกว่าสิบครา และซือหยูยังคงไร้รอยขีดข่วน

ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความตกใจ หัวใจของเขาเต้นอย่างบ้าคลั่ง

“นี่เจ้า...เจ้าเป็นคนรึว่าผีกัน?”

“หากเจ้าโจมตีจบแล้ว...ก็เป็นทีข้า”

ซือหยูพูดเบาๆ

หลิวชิงเปลี่ยนสีหน้าทันที

ฟึ่บ--

หลิวชิงหันกลับไปและกำลังจะเดินออกจากลานประลอง...เขาไม่คิดจะสู้อีกแล้ว

“ข้าขอยอ…..”

เขาพยายามจะถอนตัว

เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!

แสงสีม่วงปรากฏที่ตรงหน้าเขาทันที หลิวชิงได้มองภาพผมสีเงินอย่างจางๆ ก่อนที่จะถูกตบสามครั้ง

เสียงตบชัดเจนสามครั้งติดต่อกันสะท้อนไปทั้งลานประลอง

“ตบสามครั้งนี้เพื่อชี้แนะเจ้า...เพื่อบอกว่าเจ้ามิควรประเมินตนสูงเกินไป...รู้ที่ต่ำที่สูงของตนซะบ้าง”

ซือหยูพูดอย่างไม่แยแส

แก้มหลิวชิงแดงและร้อนผ่าว เขาแทบจะไม่เชื่อว่าตัวเองโดนตบหน้า

“ซือหยู! เจ้า...เจ้าดูหมิ่นขะ….”

เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!

เขายังไม่ทันได้เห็นซือหยูอย่างชัดเจน...หลิวชิงก็ถูกตบแก้มอีกสามครั้ง

“ตบสามครั้งนี้เพื่อชี้แนะเจ้า...เพื่อจะบอกว่าอย่าถือตนและข่มเหงคนที่อ่อนแอกว่า หากเจ้าดูหม่นผู้คน ก็เตรียมตัวที่จะถูกผู้อื่นดูหมิ่นเอาไว้ด้วย”

หลิวชิงโกรธเมื่อได้ยินคำของซือหยู แต่...เขาก็รู้ว่าเขามิอาจต่อกรกับซือหยูได้

“ข้ายอมพะ...….”

หลิวชิงเริ่มพูดอีกครั้ง

เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!

ซือหยูไม่ปล่อยให้เขาพูดจบ เขาตบหลิวชิงอีกสามครั้ง

“ตบสามครั้งสุดท้ายนี้เพื่อสั่งสอนเจ้าให้เกิดแววตา เจ้าจะได้แยกแยะออก ว่าใครที่เจ้ารังแกได้...และใครที่ไม่ได้!”

“ข้าชี้แนะจบแล้ว เจ้าออกไปซะ”

ซือหยูดีดนิ้วและหลิวชิงก็กลิ้งตกจากลานประลอง

ทุกคนเงยหน้ามองซือหยูที่ยืนอยู่บนลานประลองอย่างตกตะลึง!

ศิษย์สวรรค์ลำดับสิบ...ระดับเก้าขั้นต้น ทำได้แค่ปล่อยหมัดใส่ซือหยูและทำอะไรไม่ได้ หลิวชิงมิได้มีโอกาสตอบโต้ด้วยซ้ำ

แก้มหลิวชิงบวมแดง แยกไม่ออกว่าตรงไหนคือเนื้อหนังหรือโลหิต ดวงตาเขาหยั่งรากลึกความเกลียดแค้นชิงชังต่อซือหยู

ความเจ็บปวดนั้นถือเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่การถูกตบสั่งสอนต่อหน้าทุกคนมัน….ความเสียหน้าของหลิวชิงคือเรื่องใหญ่เหนือทั้งมวล!

“ศิษย์พี่คุน!”

หลิวชิงปิดหน้าด้วยความอับอายและหนีไปขอร้องศิษย์สวรรค์อีกคน

“ศิษย์พี่ต้องล้างแค้นให้ข้านะ! ซือหยูทำเกินไปแล้ว!”

ศิษย์พี่คุนคือศิษย์สวรรค์ลำดับห้า หลิวคุน! เขาแผ่รังสีเย็นชาและความแข็งแกร่ง

ดวงตาของหลิวคุนหยามเหยียด

“ผู้ที่ดูหมิ่นคนอื่นสมควรแล้วที่จะถูกดูหมิ่น เจ้าคือคนที่ดูหมิ่นสตรีของเขาก่อน มิเพียงเท่านั้น เจ้ายังอ่อนแอกว่าเขา เจ้าจะมีสิทธิ์อะไรมาบ่นซือหยู? หากเจ้าอยากจะโทษใคร ก็จงโทษตัวเองที่ใช้ไม่ได้ซะ!”

แก้มแดงของหลิวชิงซีดเผือด เขากับหลิวคุนมาจากแคว้นเดียวกัน ความสัมพันธ์ของพวกเขาดีมาโดยตลอด เขาไม่คิดว่าหลิวคุนจะดูถูกเขาด้วย!

“แต่...สำหรับหน้าใหม่ที่พยายามจะสอนสั่งศิษย์สวรรค์เช่นเจ้า...ความหยาบคายนี้มิอาจอภัย!”

หลิวคุนกระโดดขึ้นลานประลอง

ฟึ่บ--

เขายืนอย่างมั่นคงบนลานประลอง หลิวคุณหรี่ตา

“ก่อนที่เจ้าจะชี้แนะผู้อื่น...เจ้าต้องเตรียมตัวจะถูกชี้แนะเสียก่อน! ผู้คนมีคววรประเมินพลังตนเองสูงเกินไป ครั้งนี้...เป็นทีของข้าที่จะชี้แนะเจ้า!”

แม้หลิวคุนจะมีพลังระดับเก้าขั้นกลาง ซือหยูก็พยักหน้าด้วยความสุขุม

“เจ้ามิใช่คู่แข่งข้า...ลงไปซะ”

เขาพูดอย่างไม่ใส่ใจ

“อวดดีนัก! ลืมตาแล้วให้ข้าดูว่าเจ้าจะหยาบคายไปได้สักกี่น้ำ!”

หลิวคุนตะโกนด้วยโทสะ

“คนเจ้ามีเพียงพอให้ข้าต้องลืมตา”

ซือหยูตอบอย่างเย็นชา

“ฮ่าๆๆ! ซือหยู! ข้าจะต้องสอนให้เจ้า...รู้จักความอ่อนน้อม!”

หลิวคุนโกรธจัดที่ถูกบอกว่าเขาไม่มีค่าพอจะให้ซือหยูลืมตา!

ซือหยูส่ายหัว เขามีเหตุผลส่วนตัวที่มิอาจลืมตาได้

หลังจากเอาชีวิตรอดมาจากหุบเขา ร่างกายของเขาเปลี่ยนแปลงไปมาก รวมถึงดวงตา เขามิอาจลืมตาได้หากยังไม่พร้อม

“คุกเข่ายอมรับการลงโทษซะ!”

หลิวคุนคำราม

ฟึ่บ--

หลิวคุนขยับเท้า ร่างของเขาเจ็บปานสายฟ้าเมื่อโจมตีใส่ซือหยู

ที่รอบนอกวิหาร มีคนบินมาอย่างรวดเร็ว เขาถือสร้อยหยกเพลิงไว้ในมือทำให้เกิดแสงสีแดงขณะที่เขาเคลื่อนไหว...ราวกับวิหคเพลิงบนฟากฟ้า

“คนส่งสารจากหุบเขาเฟิงหวงงั้นรึ?”

หลิวคุนประหลาดใจ เขาหยุดโจมตีกลางคัน

ในทวีปเฉินยี่แห่งนี้ หุบเขาเฟิงหวงแห่งแคว้นเฟิงหวงกับพันธมิตรเก้าแคว้นนั้นคืนดินแดนพิเศษ

ข่าวลือบอกว่าเซียนแห่งหุบเขาเฟิงหวงคือราชันย์ศักดิ์สิทธิ์

เช่นเดียวกับราชันย์ศักดิ์สิทธิ์แห่งวิหาร...นางคือราชันย์ศักดิ์สิทธิ์อีกคนจากทั้งสองคนที่มีในทั้งทวีปนี้

ดวงตาของราชันย์ลืมตากว้าง เขาค่อยๆเดินออกมา

เขามองวิหคเพลิงจากระยะไกล ราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ถอนหายใจเบาๆ

“วันนี้มาถึงเสียที! ข้ารอมานานเหลือเกิน...”

จบบทที่ DND.87 - พลังหาใดเปรียบ

คัดลอกลิงก์แล้ว