เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.86 - การกลับมาของซือหยู

DND.86 - การกลับมาของซือหยู

DND.86 - การกลับมาของซือหยู


เซี่ยจิงหยูไม่สะทกสะท้านและใช้ฎีกาสวรรค์ระดับสวรรค์ออกไปเช่นกัน

“ดัชนีบุพผา!”

เมื่อนางชี้ดัชนี ของเหลวก็ทำตามบัญชาของนาง

โลหิตของหลงเสี่ยวยี่ปฏิเสธที่จะทำตามคำสั่งของเซี่ยจิงหยู

พวกนางต่างใช้ฎีกาสวรรค์ระดับเดียวกัน เซี่ยจิงหยูทำอะไรหลงเสี่ยวยี่ไม่ได้มากนัก

เมื่อหลงเสี่ยวยี่เข้ามาใกล้ด้วยความได้เปรียบ เซี่ยจิงหยูก็รู้สึกได้ถึงอันตรายรอบตัวนาง

ตู้ม--

ทั้งสองคนต่อสู้กันอย่างรวดเร็ว เห็นแต่ละคนได้อย่างไม่ชัดเจน

ผู้หนึ่งงดงาม ผู้หนึ่งสง่างาม ทุกคนต่างมองการประลองด้วยความนับถือ

เซี่ยจิงหยูเสียเปรียบกว่าเล็กน้อย แต่มันก็ยังเป็นการต่อสู้ระยะประชิด

“หากในลานประลองไม่มีผู้ชนะหลังจากร้อยกระบวนท่า ใครที่ได้เปรียบจะถือว่าเป็นผู้ชนะ”

ฉิวชางเจี้ยนประกาศ

หากไม่คิดถึงฐานะ ทุกคนต่างประทับใจกับเซี่ยจิงหยู นางเป็นเพียงหน้าใหม่แต่ก็รับมือกับราชาว่าที่ศิษย์สวรรค์ในอนาคตหลงเสี่ยวยี่ได้อย่างสูสี พัฒนาการในทักษะอย่างมหาศาลของนางทำให้เหล่าผู้คนตกตะลึง

เมื่อได้ยินประกาศของฉิวชางเจี้ยน หลงเสี่ยวยี่ก็เย็นชาลง

“ขอโทษนะจิงหยู...ข้าจะต้องเป็นศิษย์สวรรค์”

ในครั้งนี้นางออมมือเล็กน้อย...เพราะหวังว่าจะไม่ทำให้เซี่ยจิงหยูบาดเจ็บ แต่ในตอนนี้นางต้องเอาชนะให้จงได้...นางจะใช้พลังทั้งหมดที่มี

เซี่ยจิงหยูจ้องและถอยหลังสองก้าว

“ข้าก็มีเหตุผลที่ต้องชนะเช่นกัน ไม่ว่าจะต้องแลกกับอะไรก็ตาม! ขออภัย...ศิษย์พี่หลง”

ฟึ่บ--

ขณะนั้นเองด้วยพลังของโอสถวิญญาณ เซี่ยจิงหยูสำเร็จพลังระดับเจ็ดขั้นกลาง

หลงเสี่ยวยี่รู้สึกถึงแรงกดดันรุนแรง นางกัดฟันและปลดปล่อยพลังทั้ังหมด

“ย่างเจ็ดดารา!”

แกร๊ง--

หลงเสี่ยวยี่ยื่นเท้าเป็นจังหวะนุ่มนวล ทุกย่างก้าวของนางสร้างรูปแบบกลุ่มดาวไถ ทุกย่างก้าวของนางทำให้เกิดเสียงสดใส

มันคือการโจมตีด้วยเสียงที่หายากยิ่ง!

“วิราบ่มเพาะระดับสวรรค์...ขั้นสูง”

คนดูอ้าปากค้าง

ฉิวชางเจี้ยนประทับใจ ทั้งฎีกาสวรรค์และวิชาบ่มเพาะ หลงเสี่่ยวยี่นับว่ามีคุณสมบัติในการเป็นศิษย์สวรรค์ มีเพียงระดับพลังบ่มเพาะเท่านั้นที่ยังไม่ถึงขั้น

หลงเสี่่ยวยี่ที่ใช้พลังทั้งหมดเพิ่มพลังขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง!

เซี่ยจิงหยูยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม

“ภวังค์น้ำค้าง!”

เสียงกระซิบแหบพร่า..เซี่ยจิงหยูยกมืออันงดงามและตั้งท่าไปทางหลงเสี่ยวยี่

ตู้ม--

หลงเสี่ยวยี่สีหน้าเปลีย่นไปทันที...นางเจ็บปวดรุนแรง

คนที่ดูหันไปดูอย่างประหลาดใจ เกล็ดหิมะและอากาศรอบตัวหลงเสี่ยวยี่ล้อมรอบนางเป็นหมอกหนา

ชั้นน้ำปรากฏขึ้นรอบร่างหลงเสี่ยวยี่

ทันใดนั้นนางก็จมอยู่ในน้ำลึก...หลงเสี่ยวยี่มิอาจหายใจได้!

ไม่ว่าหลงเสี่ยวยี่จะพยายามใช้พลังปราณเช่นใด นางก็คลายน้ำรอบตัวนางออกไปไม่ได้

เวลาผ่านไป ยากกว่าเดิมที่จะทานทน นางค่อยๆหน้าแดงเพราะเสียพลังที่จะต่อต้านไปมหาศาล

เพียงขยับมือเล็กน้อย วารีที่ล้อมตัวหลงเสี่ยวยี่ก็กระเด็นออกไปจากลานประลอง!

ทุกคนต่างเงียบกริบ!

“วิชาบ่มเพาะระดับเทพ...ขั้นกลาง!”

เสี่ยงสั่นเครือดังมากจากเหล่าคนดู

ทุกคนมองมายังเซี่ยจิงหยู พวกเขารู้สึกเย็นที่ศีรษะ

ในวิชาระดับเทพสามวิชาที่วิหารมี เซี่ยจิงหยูได้สำเร็จภวังค์น้ำค้างถึงขอบเขตกลาง

ดวงตาไม่ใส่ใจของราชันย์ศักดิ์สิทธิ์เป็นประกาย ยากที่จะได้เห็น

ในวิหารมีเพียงคนเดียวที่บ่มเพาะวิชาระดับเทพได้ และนั่นก็คือคนที่อายุมากที่สุด...จ้าวกวง!

แต่เซี่ยจิงหยูก็บ่มเพาะมันได้เช่นกัน!

หลงเสี่ยวยี่ตกตะลึง ตลอดเวลาที่พวกนางอยู่ในป่าอสูร...นางไม่เคยเห็นเซี่ยจิงหยูทำอะไรเลยแม้สักครั้ง

นางคิดตลอดมาว่าเซี่ยจิงหยูเพียงแต่หวังพึ่งหุ่นเชิดของซือหยู แต่ในความจริงนั้น...พลังของเซี่ยจิงหยูนั้นเหนือกว่าพวกหุ่นเชิดระดับแปดนั่นซะอีก!

การต่อสู้อันยอดเยี่ยมทำให้ทุกคนตกตะลึง! เซี่ยจิงหยูคือราชาแห่งว่าที่ศิษย์สวรรค์อย่างมิต้องสงสัย!

นี่เป็นเวลาในการจัดลำดับศิษย์สวรรค์ และเป็นเวลาที่ราชันย์ศักดิ์สิทธิ์รอคอยมากที่สุด

การประลองจัดลำดับสิบศิษย์สวรรค์นั้นเปล่งประกายและน่าสนใจยิ่ง ศิษย์สวรรค์ทุกคนมีพลังขั้นต่ำอยู่ที่ระดับเก้า เหล่าสายตาจากว่าที่ศิษย์สวรรค์ต่างจับจ้องไปยังศิษย์พี่ด้วยความนับถือ

ท้ายที่สุด...การประลองจัดลำดับก็จบลง

จ้าวกวงเป็นผู้ชนะลำดับหนึ่งและได้เป็นราชาศิษย์สวรรค์!

ไม่มีใครทนจ้าวกวงได้ถึงสิบกระบวนท่า

จ้าวกวงที่ชนะทุกคนได้ในสิบกระบวนท่านั้นคืออัจฉริยะแห่งทั้งวิหาร!

หลายคนมองตัวตนที่อยู่คนละโลกเช่นเขา

ลำดับต่างๆเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย โดยเฉพาะลำดับท้าย ฉิวชางเจี้ยนนั้นแสดงพลังอันโดดเด่นจนขึ้นมาอยู่ลำดับเจ็ดจากลำดับสิบ หลิวชิงที่เคยอยู่ลำดับแปดตกมาที่ลำดับสิบ

การล่มสลายของวิหารกำลังใกล้เข้ามาทุกที นั่นทำให้เหล่าศิษย์ต่างเร่งผลักดันตัวเองอย่างเข้มข้นตลอดทั้งเดือน

ณ ตอนนี้ การประลองวายุจบไปอีกหนึ่งขั้น

ยังเหลือการประลองสุดท้าย...รอบท้าชิง!

ราชาว่าที่ศิษย์สวรรจะมีสิทธิ์ท้าประลองกับศิษย์สวรรค์

ตามกฎแล้ว หากใครก็ตามชนะศิษย์สวรรค์ระดับต่ำสุดได้ เขาก็จะได้มาแทนศิษย์สวรรค์คนนั้น

เซี่ยจิงหยูจะต้องเอาชนะหลิวชิงเพื่อขึ้นเป็นศิษย์สวรรค์และได้โอกาสในการติดตามราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ไปยังหุบเขาเฟิงหวง

ฉิวชางเจี้ยนแอบถอนหายใจ พลังบ่มเพาะของเซี่ยจิงหยูนั้นน้อยมาก...โอกาสที่นางจะชนะมีเพียงน้อยนิด

“รอบท้าชิง เริ่มได้!”

ฉิวชางเจี้ยนประกาศ

ฟึ่บ--

เซี่ยจิงหยูบินขึ้นลานประลองและยืนอย่างเงียบเชียบ

ข้างหลิวชิงคือจางเตี๋ยนที่หน้าซีดเผือด ดวงตานางจ้องเซี่ยจิงหยูอย่างโกรธแค้น

“พี่ชิง...สั่งสอนนังจิ้งจอกนั่นแทนข้าที!”

หลิวชิงเงยหน้าและพบตัวตนอันงดงาม นางยืนอยู่ท่ามกลางหิมะ เสน่ห์ของนางแพร่กระจายไปยังทุกคนที่เมียงมอง

เขารู้สึกอบอุ่นและพยักหน้าช้าๆ หลิวชิงกระโดดขึ้นลานประลอง

หลิวชิงยิ้มและปลอบใจเซี่ยจิงหยู

“ศิษย์น้องเซี่ย...คนตายมิอาจหวนคืน...คลายความเศร้าเสียเถอะ”

เซี่ยจิงหยูยังคงเยือกเย็น นางทำเป็นไม่ได้ยินหลิวชิง

“ศิษย์พี่รู้ว่าศิษย์น้องเซี่ยกับศิษย์น้องซือนั้นผูกพันแน่นแฟ้น แต่ข้าหวังว่าศิษย์น้องเซี่ยจะผ่านไปได้ หากเจ้ามีเรื่องอันใดก็มาหาข้าได้ อะไรที่ศิษย์น้องซือทำได้...ข้าก็ทำได้เช่นกัน”

เหล่าคนดูตกตะลึง เป็นที่รู้กันดีกว่าหลิวชิงคือเสือผู้หญิง แต่ไม่มีคิดว่าเขาจะเล็งเซี่ยจิงหยู...และยังใช้ความเสียใจของนางที่สูญเสียซือหยูมาเป็นข้ออ้าง ...แต่ความพยายามของเขาก็ยังคงไร้สาระ

ใบหน้าจางเตี๋ยนมืดมนด้วยความอิจฉา

เซี่ยจิงหยูเย็นชา แววตาของนางมีแต่ความขยะแขยง

“อย่ามาเทียบตัวเองกับพี่หยู...เจ้าเป็นได้แค่มลทินกับนามเขาเท่านั้น!”

“เจ้า!”

หลิวชิงมองรูปลักษณ์ตัวเองดีมาโดยตลอด เขาตัวสูงและมีพลังมหาศาล...เขามีวิธีเข้าหาสตรีเสมอ สาวน้อยอย่างเซี่ยจิงหยูชอบเขามากเป็นพิเศษ...โดยเฉพาะในตอนที่กำลังโศกเศร้า การล่อลวงเซี่ยจิงหยูนั้นง่ายมากสำหรับเขา

แต่เงามิคิดว่าเซี่ยจิงหยูจะดูหมิ่นเขาต่อหน้าทุกคน!

“หึหึ ข้าขอโทษหากล้ำเส้น งั้นมาประลองกันเถอะ”

หลิวชิงแสร้งทำท่าทีขอโทษ แต่ลึกในใจเต็มไปด้วยความชิงชัง

เขาเคยลังเลที่จะเริ่มประลองนี้...แต่ตอนนี้เขากำลังโกรธจัด!

แต่เดิมเขานั้นอ่อนโยนต่อเพศตรงข้ามและพยายามจะทำให้นางผ่อนคลาย เขาไม่คิดว่าเซี่ยจิงหยูจะปฏิเสธ!

“วารีบูรพากระหน่ำ!”

หลิวชิงจู่โจม!

นั่นเป็นวิชาระดับสวรรค์อันน่าประทับใจ...ขอบเขตระดับสูง!

พลังฝ่ามือของเขาเทียบเท่าสายธารคลั่ง!

ดวงตาบริสุทธิ์ของเซี่ยจิงหยูจริงจัง นางรู้ว่าการโจมตีครั้งนี้ยากจะเทียบได้ แต่ดวงตานางยังคงสง่าผ่าเผย

“ภวังค์น้ำค้าง!”

ฟองน้ำหนาล้อมรอบหลิวชิงมันทำให้เขาหายใจไม่ออก ใบหน้าหลิวชิงแดงและเจ็บปวด

แต่เขาก็จัดการได้!

ด้วยวิชาวารีบูรพากระหน่ำของเขา พลังอันไม่รู้สิ้นของวารีพุ่งตรงไปข้างหน้าและทำลายฟองน้ำทันที!

พลั่ก--

เซี่ยจิงหยูโดนผลักไปข้างหลัง โลหิตไหลออกมาที่มุมปากแต่นางก็มิได้ถอยหนี

“วารีบูรพากระหน่ำ!”

“ภวังค์น้ำค้าง!”

ด้วยความเสียเปรียบมหาศาลด้านพลังบ่มเพาะ ยากที่เซี่ยจิงหยูจะต้านพลังได้ หลังสิบกระบวนท่าอกนางก็เปื้อนโลหิตแดงฉาน

หิมะบนตัวนางละลายเปียกชุ่ม ตัดกับคราบโลหิตบนตัวของนาง

นางกำลังรับพลังโจมตีอันหนักหน่วง!

ฉิวชางเจี้ยนมิอาจทนดูต่อไปได้

“ศิษย์น้องเซี่ย...ยอมแพ้เถอะ….เจ้า...ชนะไม่ได้หรอก”

“จะข้าแพ้ไม่ได้...ข้าต้องไม่แพ้!”

ดวงตาอันงดงามของนางเต็มไปด้วยน้ำตา

นางจะต้องทำความปรารถนาก่อนตายของซือหยูให้จงได้...เขาเชื่อใจน่าแต่เพียงผู้เดียว

นางจะต้องทำมัน! แม้ว่านางจะต้องตายก็ตาม!

เหล่าผู้ชมต่างอ่อนไหวไปกับนาง

แม้จะรู้ว่าไม่มีโอกาสสำเร็จ...แต่นางก็ยังดื้อดึง!

หลิวชิงมิได้รู้สึกว่าถูกดูหมิ่นอีกแล้ว เขากลับกลัวเซี่ยจิงหยูที่ตั้งใจอย่างมิเกรงกลัว

เซี่ยจิงหยูโจมตีอย่างไม่กลัวตาย...หลิวชิงตอบสนองทันที!

“วารีบูรพากระหน่ำ!”

หลิวชิงใช้พลังทั้งหมดที่มีในการโจมตีนี้

ตู้ม--

พลั่ก--

เซี่ยจิงหยูลอยสู่กลางอากาศ นางกระอักเลือดออกมาและกระเด็นออกจากลานประลอง

เหล่าคนดูเงียบกริบ

แม้นางจะไม่มีโอกาส...พวกเขาก็ยังไม่เชื่อว่านางจะแพ้

นางนอนเจ็บอยู่กับพื้น...ใจนางสั่นอย่างบ้าคลั่ง

นางทำความปรารถนาของซือหยูล้มเหลว!

อย่างหัวเราะอย่างน่าสงสาร จิตวิญญาณในดวงตานางหายไป

ฉิวชางเจี้ยนรู้สึกเห็นใจนาง เขากำลังจะยื่นมือไปช่วยเซี่ยจิงหยูให้ลุกขึ้นยืน...แต่ฝูงชนกลับอ้าปากค้าง

“ดูนั่นเร็ว! บนท้องฟ้านั่นมันสิ่งใดกัน?”

มีคนตะโกนด้วยความตกตะลึง

ฝูงชนจับจ้องไปยังวัตถุประหลาดบนท้องฟ้า

เขาเพียงแค่เห็นบอลเพลิงสีม่วง

เพลิงสีม่วงนั่นเคลื่อนไหวด้วยความเร็วอย่างเหลือเชื่อ! มันเร็วจนถึงสามลี้ในนาทีเดียว...ราวกับว่ากำลังท่องกาลเวลา!

เพลิงนั้นเข้าสู่ระยะสายตา มันมิใช่เพลิงเลย...แต่กลับเป็นชุดสีม่วง

ร่างนั้นเอามือไพล่หลังอยู่ไกลๆโดยไม่ขยับเขยื้อน

แต่เพียงพริบตา เขาก็ใกล้เข้ามาอย่างลึกลับ เหลือไว้เพียงภาพลางๆของสีม่วง

“นั่นมัน...คน...หรือผี?”

ผู้คนตกตะลึงกับคนที่เคลื่อนไหวเร็วเช่นนี้...พวกเขามองตามไม่ทันด้วยซ้ำ

ราชันย์ศักดิ์สิทธิ์เงยหน้ามอง...เขาสับสนเล็กน้อย

“นั่นเขารึ?”

“ไม่ดีแล้ว! เขากำลังมาทางเรา!”

ผู้ชมตกตะลึงและเตรียมป้องกันอย่างรวดเร็ว

ฉิวชางเจี้ยนยืนคุ้มกันร่างสีม่วงที่กำลังพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วเหนือมนุษย์

“เตรียมพร้อม...”

ทันทีที่ฉิวชางเจี้ยนกำลังเตือนและทุกคนกำลังเตรียมต่อสู้...เสียงอันเยือกเย็นก็ดังมาจากข้างหลังพวกเขาแล้ว

“จิงหยู...”

ฉิวชางเจี้ยนสั่นไปทั้งร่าง...บุรุษที่เขาเห็นทำให้เขาหนาวเย็นไปจนถึงกระดูก เขาหันไปด้วยความตกตะลึง คนที่ปรากฏตัวด้านหลังพวกเขานั้นถึงตัวเซี่ยจิงหยูก่อนที่พวกเขาจะหันไปซะอีก

ร่างสีม่วงที่พวกเขาเห็นนั้นเป็นเพียงภาพติดตา! บุรุษชุดม่วงตัวจริงนั้นอยู่ที่ด้านหลังของพวกเขานานแล้ว!

ผู้ใดกันจะมีความเร็วเหนือมนุษย์เช่นนี้?

ทุกคนต่างมองชายหนุ่มในชุดม่วง

เขาร่างผอมบางและดูดี...แต่ดวงตาของเขาปิดสนิท

ใบหน้านั่นมัน...ซือหยู!

แต่ซือหยูตรงหน้าพวกเขามีผมสีเงินยาวจนถึงเอว ไม่เหมือนแต่ก่อนที่มีผมสีดำ

รังสีความอ่อนโยนและสง่างามถูกชุดสีม่วงขับกล่อมออกมาอย่างลึกลับ...และดูสูงส่ง

ราวกับซือหยูมาจากวังของเหล่าพระเจ้า

ความต่างในรูปลักษณ์นั้นราวกับคนละคน...โดยเฉพาะสีผมที่กลายเป็นสีเงิน

จบบทที่ DND.86 - การกลับมาของซือหยู

คัดลอกลิงก์แล้ว