เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.85 - มังกรเผยเกล็ด

DND.85 - มังกรเผยเกล็ด

DND.85 - มังกรเผยเกล็ด


ฉิวชางเจี้ยนรู้สึกถูกข่มขู่จากแววตาของเซี่ยจิงหยู เขาตระหนกเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า

“ใช่แล้ว มีเพียงสิบศิษย์สวรรค์เท่านั้นที่จะถูกพาไปด้วย”

มีแค่สิบศิษย์สวรรค์ที่จะถูกพาไปด้วยงั้นรึ? เซี่ยจิงหยูเต็มไปด้วยความหวัง

“ข้าจะร่วมการประลองวายุ”

แววตาสดใสของนางเต็มไปด้วยความมั่นใจ

ฉิวชางเจี้ยนตัวสั่นเล็กน้อย เขารู้สึกได้ถึงพลังอันซ่อนเร้นที่เซี่ยจิงหยูเติมเต็มให้กับห้องนี้

หลงเสี่ยวยี่มิอาจทนดูได้

“จิงหยู เจ้าเพิ่งจะฟื้นตัวจากการบาดเจ็บรุนแรง ข้าแนะนำว่าเจ้ามิควรเข้าร่วมประลองนะ”

นางกระซิบ

เซี่ยจิงหยูเดินออกไปจากห้อง นางเงยหน้ามองท้องนภาที่เต็มไปด้วยหิมะ

ภายใต้หิมะโหมกระหน่ำ ดวงตาของนางเริ่มมีน้ำเอ่อล้น

“ข้าต้องไป...นั่นเป็นความปรารถนาสุดท้ายของซือหยู ข้าจะต้องไปยังหุบเขาเฟิงหวงแทนส่วนของเขาและบอกเซี่ยนเอ๋อว่าเขาต่อสู้เพื่อนางจนวาระสุดท้ายของชีวิต”

ร่างอันเดียวดายของนางปกคลุมไปด้วยหิมะ หลงเสี่ยวยี่รู้สึกว่างเปล่า

เซี่ยจิงหยูมิหลงเหลือจิตใจอีกแล้ว….

การประลองวายุจะแบ่งเป็นสองส่วน

นั่นคือการประลองระหว่างว่าที่ศิษย์สวรรค์และการจัดอันดับของสิบศิษย์สวรรค์

การประลองจะจัดที่หน้าโถงใหญ่ของราชันย์ศักดิ์สิทธิ์

เซี่ยจิงหยูฝ่าหิมะมายังที่ประลอง ดวงตานางสะท้อนเกล็ดหิมะที่เติมเต็มท้องนภา

นางงดงามราวกับเจ้าหญิงหิมะ แต่นางก็ดูเอื้อมไม่ถึง ราวกับรูปปั้นน้ำแข็งที่เยือกแข็งทั้งกายใจ

เรื่องของซือหยูกระจายไปทั่วในบรรดาว่าที่ศิษย์สวรรค์

เขาฝังตัวเองกับราชันย์เพชรฆาต มันทั้งน่ายกย่องและน่าเสียดาย

เซี่ยจิงหยูเข้าต่อสู้กับราชันย์เพชรฆาตกับซือหยู...แต่ในตอนนี้เหลือนางเพียงผู้เดียว...ที่อยู่รอด

นางจะต้องอยู่คนเดียวนับแต่นี้เป็นต้นไป

แกร่ง--

เสียงระฆังสวรรค์ดังอีกครั้ง การประลองของเหล่าว่าที่ศิษย์สวรรค์กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

ประตูโถงราชันย์ศัดิ์สิทธิ์ยังไม่เปิด...แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าราชันย์ศักดิ์สิทธิ์กำลังมองทุกสิ่งที่เกิดขึ้น

การประลองของเหล่าว่าที่ศิษย์สวรรค์จะเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ใครที่ชนะทุกคนจะได้เป็นราชาแห่งว่าที่ศิษย์สวรรค์

ฉิวชางเจี้ยนคือผู้ดูแลการประลองนี้

เขาคว้าชื่อในกล่องด้วยท่าทางงุนงง

“เซี่ยจิงหยู ขึ้นมาที่ลานประลอง!”

ฟึ่บ--

นางบินขึ้นมายังลานประลองอย่างรวดเร็ว

ตัวตนอันงดงามเช่นนางช่างขัดกับหิมะที่ปกคลุมกาย ความเยือกเย็นของนางนั้นไร้เมตตาต่อผู้ใด

“ผู้ประลองจะเลือกตามลำดับท้ายสุดสู่สูงสุด หลังจากชนะแล้วพวกเจ้าจะพักได้ครึ่งชั่วยาม”

ฉิวชางเจี้ยนประกาศกฎ

“การประลองแรก!”

ผู้ท้าชิงคนแรกคือลำดับที่หนึ่งร้อยเอ็ด เขามีพลังระดับห้าขั้นกลาง

“ข้ายอมแพ้”

“การประลองต่อไป!”

“ข้าขอยอมแพ้”

เซี่ยจิงหยูมีพลังระดับเจ็ดขั้นกลาง นางเป็นผู้นำอย่างไม่ต้องสงสัย นั่นทำให้พวกที่เป็นระดับต่ำยอมแพ้ทั้งหมด

มีเพียงว่าที่ศิษย์สวรรค์สิบลำดับแรกเท่านั้นที่จะประลองกับเซี่ยจิงหยู

“ศิษย์น้องจิงหยู...ข้ามิใช่คู่แข่งของเจ้า ข้าขอยอมแพ้”

ศิษย์พี่หลิวที่เป็นลำดับสิบประสานมือและถอยกลับ

ชางหมิงยี่ลำดับเก้าตายในป่าอสูร

ฟึ่บ---

ลิ่วตง ลำดับแปด...ระดับเจ็ดขั้นต้น

“ข้าจะสู้กับเจ้า!”

ลิ่วตงเลียริมฝีปากและมองความงามที่ไม่มีสิ่งใดเทียบได้ของเซี่ยจิงหยู ดวงตาเขาแสดงความหลงใหล

แม้เขาจะสู้นางไม่ได้ เขาก็ยินดีที่จะประลองกับสาวงาม

เซี่ยจิงหยูยืนนิ่งบนลานประลอง นางไม่ขยับแม้แต่น้อย

ไหล่นางปกคลุมด้วยหิมะที่ทำให้ผมนางเป็นสีขาว

และนางก็เริ่มเคลื่อนไหว!

นางยังคงยืนอยู่ที่เดิม แต่ดัชนีของนางสะบัดเพียงเล็กน้อย...คลื่นพลังปราณถูกยิงออกไป

อ๊าก---

ลิ่วตงร้องด้วยความเจ็บปวดก่อนจะลอยออกจากลานประลอง

นางยังคงสุขุมเยือกเย็นราวกับขุนพลมากประสบการณ์ นางค่อยๆลดดัชนีลง

ฟึ่บ---

“ลำดับเจ็ด ชางเสี่ยวหัว...ขึ้นลานประลอง!”

เซี่ยจิงหยูยกดัชนี

อ๊ากกกก----

“ลำดับหก ยางหลิง...ขึ้นลานประลอง!”

เซี่ยจิงหยูยกดัชนี

อ๊าาา---

ตู้หลิน ลำดับห้า ตายในป่าอสูร

“ลำดับสี่ จางเตี๋ยน!”

จางเตี๋ยนมีพลังระดับเจ็ดขั้นสูง อีกก้าวเดียวก่อนที่เขาจะได้เป็นระดับแปด!

นางบินขึ้นลานประลอง จางเตี๋ยนยืนมือไพล่หลัง นางมิอาจทนต่อความริษยาในความงามของเซี่ยจิงหยูได้

“ศิษย์น้องเซี่ยนับว่าแข็งแกร่งนัก ศิษย์พี่จะต่อให้เจ้าสามกระบวนท่า”

จางเตี๋ยนหัวเราะ นางมีพลังระดับเจ็ดขั้นสูงซึ่งมากกว่าเซี่ยจิงหยูที่มีพลังระดับเจ็ดขั้นกลาง

เซี่ยจิงหยูส่ายหัวอย่างไม่ใยดี

“ไม่จำเป็น กระบวนท่าเดียวก็เอาชนะเจ้าได้แล้ว”

นางมิได้เหยียดหยามเซี่ยจิงหยูล้มเหลวเท่านั้น แต่เซี่ยจิงหยูกลับเหยียดหยามนางกลับ จางเตี๋ยนเกรี้ยวกราด

“พลังเจ้ามิได้เหมาะสมเลย...เจ้าก็แค่ใช้รูปลักษณ์เจ้ายั่วยวนผู้คนเก่งเท่านั้น ว่ากันว่าศิษย์น้องซือหยูโดนเจ้าล่อลวงและยอมตายเพราะเจ้า”

นางพูดอย่างโกรธเกรี้ยว

เซี่ยจิงหยูสั่นเล็กน้อย แววตาอันสง่างามของนางลุกเป็นไฟ

นางมิได้โต้แย้งหรือแก้ตัว นางมิได้มีสิ่งใดจะกล่าว

ซือหยู...เขา...ตายเพื่อนาง

ความจริงนี้จะหลอกหลอนนางไปตลอดกาล

จางเตี๋ยนย่ามใจ

“ศิษย์น้องซือหยู...ถูกสตรียั่วยวนจนตัวตาย พูดให้ดี เขาคือผู้ที่ให้ความสำคัญกับสัมพันธ์อย่างยิ่งยวด แต่จะให้พูดตรงๆ เขามันก็แค่คนโง่”

นางหัวเราะ

ฉิวชางเจี้ยนขมวดคิ้วและข่มความไม่พอใจเอาไว้ ความตายของผู้คนนั้นมิอาจถูกล่วงเกินได้ จางเตี๋ยนพูดจาล้ำเส้นกับซือหยูเกินไป

แต่การประลองนี้ก็มิอาจถูกล่วงเกินได้เช่นกัน...เขาไม่มีสิทธิ์แทรกแทรง

แม้เขาจะเป็นฝ่ายถูก ก็ไม่เหมาะที่เขาจะทำเช่นนั้น

จางเตี๋ยนนั้นเป็นคนรักของศิษย์สวรรค์ลำดับแปด หลิวชิง

แต่ก่อน จางเตี๋ยนนั้นมีพลังอยู่ในระดับธรรมดา แต่นางก็น่ารัก...และเมื่อนางได้พบกับหลิวชิง นางก็เป็นคู่ครองของหลิวชิงเพื่อเพิ่มฐานะทางสังคม

ด้วยแรงสนับสนุนจากหลิวชิง ไม่มีใครกล้าทำให้นางไม่พอใจ แม้แต่หลงเสี่ยวยี่ก็เลี่ยงนาง

ในลานประลองนี้ แสงอันเย็นชาสะท้อนผ่านดวงตาเซี่ยจิงหยู

ความโกรธและจิตสังหารถูกเปล่งออกมาอย่างช้าๆ

“ใครที่กล้าดูหมิ่นพี่หยู...ต้องตาย!”

นี่เป็นครั้งแรกที่นางพูดตั้งแต่อยู่บนลานประลอง

หากเป็นนางเองที่โดนดูหมิ่น เซี่ยจิงหยูจะไม่สนใจเลย แต่การดูหมื่นซือหยูคือจุดอ่อนของนาง เป็นเรื่องเปราะบางในภายนอกที่เยือกเย็น

มังกรที่เกล็ดร่วงหล่นจนเผยจุดอ่อนจะสังหารทุกคนที่กล้าสัมผัสจุดนั้น

ความป่าเถื่อนเหล่านี้ได้ออกมาจากตัวตนอันงดงามที่เงียบสงบมาโดยตลอด...เซี่ยจิงหยู!

ฉิวชางเจี้ยนกับหลงเสี่ยวยี่ตกตะลึง...เซี่ยจิงหยู...นางเปลี่ยนไปแล้ว

รังสีอำมหิตล้อมรอบกายนาง

“ข้าดูหมิ่นเขาแล้วมันจะทำไม ฆ่าข้าสิถ้าเจ้าทำได้..นังจิ้งจอก!”

จางเตี๋ยนหัวเราะอย่างเย็นชา

ฟึ่บ--

“ให้ศิษย์พี่ดูหน่อย นอกจากรูปลักษณ์เจ้า...จะมีอะไรให้เจ้าภูมิในนักหนา! ผนึกยอดสิงขร!”

ฝ่ามือของจางเตี๋ยนราวกับผีเสื้อ ขณะที่ลอย ภาพลวงตาของยอดเขาก็ปรากฏไปทั่ว ทุกคนรู้สึกได้ถึงแรงกดดันจากเทือกเขาเหล่านั้น

“วิชาระดับสวรรค์ขั้นสาม!”

เซี่ยจิงหยูยังคงนิ่งราวกับน้ำแข็ง ดวงตาของนางมิได้หวาดกลัวกระบวนท่าอันน่ากลัวนี้เลย แต่กลับเป็นจิตสังหารที่บดบัดสายตานาง

“ใครที่กล้าดูหมิ่นพี่หยู...ต้องตาย!”

เสียงอันเยือกเย็นแหบพร่าของนางดังสะท้อนไปทั่ว

ฟึ่บ--

เซี่ยจิงหยูใช้เปลี่ยนแปลงร่างกายและปกคลุมโดยรอบด้วยขอบเขตธรรมชาติ

“ฎีกาสวรรค์ระดับเทพ!”

ฉิวชางเจี้ยนตกตะลึง เซี่ยจิงหยูสำเร็จฎีกาสวรรค์จนถึงระดับของศิษย์สวรรค์แล้วงั้นเช่นนั้นหรือ?

“ดัชนีบุพผา!”

เซี่ยจิงหยูยกดัชนีชี้ไปข้างหน้าด้วยสายตาเย็นชา

พุฟ--

อ๊าก---

จางเตี๋ยนที่เคยหัวเราะอย่างเย็นชารู้สึกถึงอกที่แตกร้าว คลื่นโลหิตไหลออกมาจากร่างของนาง

“ข้ายอมแพ้!”

จางเตี๋ยนหนาวเย็นไปถึงกระดูก หากพลังดัชนีลึกกว่านี้อีกไม่กี่หุน หัวใจของนางจะแตกเป็นเสี่ยงๆ!

ฟึ่บ--

จางเตี๋ยนถอยกลับและกำลังจะกระโดดออกจากลานประลอง

...แต่นางมิอาจลงไปได้

แม้จางเตี๋ยนจะยอมแพ้ไปแล้ว เซี่ยจิงหยูก็ยังไล่ตามนางอย่าไม่หยุดหย่อน...แม้นางจะอยู่ในเขตประลอง...ที่ห้ามมีการบาดเจ็บร้ายแรงและสังหารผู้ใด

“ตาย! ตาย! ตาย!”

ใบหน้าโอบอ้อมอารีของนางได้จากไปแล้ว นางเป็นเทพีอันเยือกเย็นที่เต็มไปด้วยจิตแค้นสังหาร

พุฟ พุฟ พุฟ--

ดัชนีทั้งห้าชี้ออกไปพร้อมกัน ร่างของจางเตี๋ยนเกิดแผลมากกว่าสิบรูในทันที! โลหิตของนางมากกว่าเจ็ดในสิบส่วนกระจายไปทั่วพื้นลานประลอง

แม้นางจะไม่ตาย...นางก็จะเสียพลังของนางไปอยู่ดี!

แต่เซี่ยจิงหยูก็มิได้แสดงท่าทีจะหยุด นางกลับโจมตีต่อด้วยความตั้งใจที่จะฆ่า!

แม้นางจะไม่บรรลุเป้าหมาย...นางก็จะไม่หยุด

“ฮื่ม!”

เสียงอันเย็นชาดังก้องไปทั่วโถงราชันย์!

เซี่ยจิงหยูคำรามและพ่นเลือดออกมาจากปาก

พลังฎีกาสวรรค์ที่ล้อมรอบนางสลายไป

เอี๊ยด--

ประตูศิลาค่อยๆเปิดออก

ชายแก่ที่นั่งไขว้ขาจ้องเซี่ยจิงหยูถมึงทึง

ราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ปรากฏตัว!

เซี่ยจิงหยูจ้องกลับไปอย่างเยือกเย็น

เซี่ยจิงหยูมิได้เกรงกลัวสายตาของราชันย์...ที่แม้แต่ศิษย์สวรรค์ก็มิกล้ามอง

“เจ้าชิงชังข้างั้นรึ?”

ดวงตาของราชันย์ศักดิ์สิทธิ์นั้นมองทะลุทุกสิ่งและเห็นแววตาเกลียดชังของเซียจิงหยู

“ใช่!”

เซี่ยจิงหยูมิได้ซ่อนเร้นความชิงชังในหัวใจ

“ที่ข้าหยุดเจ้าน่ะรึ?”

เซี่ยจิงหยูส่ายหัวอย่างโกรธแค้น

“มิใช่! แต่เพราะเจ้าทำให้ซือหยูต้องตาย!”

หากไม่ใช่เพราะการกดดันของราชันย์ ซือหยูจะไม่มีทางเอาตัวไปเสี่ยงขนาดนั้นในป่าอสูร...เขาอาจจะยังมีชีวิตรอด!

“เจ้าอยากฆ่าข้างั้นรึ?”

ดวงตาของราชันย์ยังคงสุขุมเยือกเย็นเช่นทุกครั้ง

“หากข้ายังไม่ตาย วันนึง ข้าจะมาเอาชีวิตเจ้า! ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใด!”

ดวงตาของเซี่ยจิงหยูคมกริบ แม้นางจะร่างเล็กและไม่น่ากลัว แต่น้ำเสียงของนางนั้นประกาศความตั้งใจอย่างชัดเจน นักรบหลายพันคนยังต้องกลัวนาง

ทั้งโถงประลองตกอยู่ในความวุ่นวายก่อนจะกลับมาเงียบกริบ

ตั้งแต่ครั้งโบราณ...มีเพียงผู้เดียวที่เคยข่มขู่ราชันย์ศักดิ์สิทธิ์...และนางมีนามว่าเซี่ยจิงหยู

“ข้ามีส่วนทำให้เขาตาย”

ราชันย์มิได้โกรธอย่างที่ทุกคนคิด แต่เขากลับมองจำนวนว่าที่ศิษย์สวรรค์ที่ลดลง ลึกในดวงตาเขาเสียใจอย่างแท้จริง

“เจ้าจะชิงชังข้า สังหารข้า ทำอะไรก็ได้ที่เจ้าอยาก...หากจะมีวันที่เจ้าทำเช่นนั้นได้”

เขาค่อยๆหลับตาและประกาศอย่างไม่คิดอะไร

“ประลองต่อไป!”

ทุกคนพูดไม่ออก!

เซี่ยจิงหยูได้ละเว้นกฎลานประลองและตั้งใจสังหารอย่างเห็นได้ชัด

ราชันย์สวรรค์...คาดไม่ถึง...เขาไม่คิดอะไรกับเรื่องนี้!

บางทีราชันย์ศักดิ์สิทธิ์อาจจะขอโทษเซี่ยจิงหยู บางทีเขาอาจจะรู้สึกถึงความรับผิดชอบต่อการตายของซือหยู

เซี่ยจิงหยูมองไปทางอื่นและจ้องมองท้องนภา

“คนต่อไป!”

ฟึ่บ--

หลงเสี่ยวยี่บินขึ้นมายังลานประลอง

พลังระดับแปดขั้นสูงมิใช่อะไรที่เซี่ยจิงหยูจะมีหวังชนะได้

“จิงหยู อย่าเป็นเช่นนี้เลย คนตายมิอาจฟื้นคืน...เจ้าต้องดูแลตัวเอง”

หลงเสี่ยวยี่ทนเห็นเซี่ยจิงหยูเป็นแบบนี้ไม่ได้

เซี่ยจิงหยูมองนางด้วยความอ่อนโยนเล็กน้อย แต่เสียงของนางก็ยังคงเยือกเย็นและแหบพร่า

“เจ้าไม่เข้าใจ”

นางต้องเติมเต็มความปรารถนาของซือหยู นางต้องไปพบเซี่ยนเอ๋อ และใช้หัวใจในการส่งคำสั่งเสียของเขา…

เซี่ยจิงหยูยินดีที่จะแลกชีวิตนางในการเติมเต็มความปรารถนาของซือหยู!

“งั้นก็เริ่มกันเถอะ!”

หลงเสี่ยวยี่เห็นใจนาง...แต่มิอาจยอมเสียสิทธิ์ในการเป็นศิษย์สวรรค์

มีเพียงราชาว่าที่ศิษย์สวรรค์เท่านั้นที่จะมีสิทธิ์เป็นศิษย์สวรรค์

ปีที่แล้ว...นางล้มเหลว ปีนี้คือความหวังสุดท้ายของนาง

เซี่ยจิงหยูหยิบโอสถวิญญาณออกมาห้าขวดในพริบตา มันเป็นโอสถวิญญาณที่ซือหยูให้นางก่อนตาย

นางดื่มมันรวดเดียว พลังบ่มเพาะของนางค่อยๆเพิ่มขึ้น นางเตรียมจะบรรลุพลังบนลานประลอง

หลงเสี่ยวยี่ตกตะลึง แต่ก็พยักหน้า

“ข้าจะรอจนเจ้าบรรลุพลัง”

“ไม่จำเป็น”

เซี่ยจิงหยูส่ายหัว

หลงเสี่ยวยี่ทำอะไรไม่ได้ แม้เซี่ยจิงหยูจะบรรลุพลังเป็นระดับเจ็ดขั้นสูงก็ยังสู้นางไม่ได้อยู่ดี

“เช่นนั้น...ศิษย์น้องเซี่ย...ระวังตัวด้วย”

หลงเสี่ยวยี่ถอนหายใจ

“ข้าต้องการเช่นนั้น”

ฟึ่บ--

รอบกายหลงเสี่่ยวยี่หยั่งลึกไปกับธรรมชาติ มองจากไกลๆจะพบว่านางมิต่างกับฟ้าดินเลย

“ฎีกาสวรรค์ระดับสวรรค์! หลงเสี่ยวยี่สำเร็จฎีกาสวรรค์ขั้นนี้แล้วรึ!”

เหล่าผู้ชมตกตะลึงกับวิชาลับที่หลงเสี่ยวยี่ซ่อนเร้นเอาไว้

“หลงเสี่ยวยี่เก่งกว่าปีที่แล้วยิ่งนัก หากนางบรรลุพลังไปอีกขั้นนางอาจจะได้เป็นศิษย์สวรรค์ก็ได้”

ฉิวชางเจี้ยนแอบอุทาน

จบบทที่ DND.85 - มังกรเผยเกล็ด

คัดลอกลิงก์แล้ว