เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.84 - ประลองวายุ

DND.84 - ประลองวายุ

DND.84 - ประลองวายุ


“เอ๋”

ฉินเซี่ยนเอ๋อรีบปาดน้ำตาขณะก้มหัว นางไม่ปริปากแม้แต่น้อย นางตามสาวงามไปยังพลับพลาเฟิงหวง มันเป็นหอประชุมอันทรงเกียรติที่สุด เหล่าผู้ติดตามที่ทรงพลังและผู้อาวุโสมากอำนาจมากมายต่างยืนอยู่ในโถงประชุม

พวกเขาทั้งหมดมีพลังระดับแปดและระดับเก้า ทั้งหมดเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ขลุกตัวอยู่กับการบ่มเพาะพลัง

นอกจากพวกเขาก็มีสตรีสูงวัยที่นั่งลงอย่างเยือกเย็นตรงที่นั่งหลักของโถงประชุมนี้

หากมองครั้งแรก...นางก็ดูเหมือนหญิงแก่ธรรมดา

แต่ตัวตนของนางทำให้เหล่าระดับแปดและเก้าเงียบกริบด้วยความกลัว

นางคือเซียนแห่งหุบเขาเฟิงหวง...ยายของฉินเซี่ยนเอ๋อ!

ในตอนที่ฉินเซี่ยนเอ๋อมาถึง เหล่าผู้ติดตามและผู้อาวุโสต่างจับตามองนาง

พวกเขาแสร้งเคารพในเบื้องหน้าแต่ภายในนั้นอิจฉาและชิงชัง

เซียนแห่งหุบเขาเฟิงหวงลืมตาขึ้นและจ้องมองฉินเซี่ยนเอ๋อ หลังจากประเมินแล้วก็พบว่าพลังบ่มเพาะของนางยังคงอยู่ที่ระดับสามขั้นกลาง แววตาที่มีความรักของนางเริ่มแทรกด้วยความเย็นชา

“เซี่ยนเอ๋อ...เจ้ายังจำสัญญากับยายได้หรือไม่?”

เซียนแห่งหุบเขาเฟิงหวงถามอย่างเย็นชา เสียงของนางลอยไปไกล แม้นางจะนั่งอยู่ด้านหน้าตรงกลาง แต่ก็ยากที่จะบอกว่าเสียงดังมาจากทิศทางไหน

เซี่ยนเอ๋อใจเต้นแรงและขบกัดริมฝีปากเบาๆ ในดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตา นางสะอื้นไห้ภายใต้สายตาผู้คนมากมาย

“ข้าจะได้ ถ้าข้าไม่สำเร็จระดับห้า...จากนั้น...ข้าจะถูกเนรเทศออกจากหุบเขาเฟิงหวง”

ยายของเซี่ยนเอ๋อนิ่งอยู่นาน ก่อนที่แววตาจะเต็มไปด้วยความรักและความไม่เต็มใจ

“หากเจ้ารู้อยู่แล้ว...เช่นนั้น...ก็จงออกไปจากที่นี่”

น้ำตาไหลรินออกมาอย่างคุมไม่อยู่ นางหันกลับไปท่ามกลางเสียงหัวเราะอันเงียบเชียบในใจของคนรอบข้าง...นางเดินไปเพียงผู้เดียว

“เดี๋ยวก่อน...ถอดชุดของหุบเขาเฟิงหวงออกไปด้วย”

ยายของนางสั่งอย่างไม่แยแส

“นี่เป็นกฎ ใครก็ตามที่ออกจากที่นี่นับว่ามิใช่คนของที่นี่ และจะเอาของจากที่นี่ออกไปมิได้เช่นกัน”

เซี่ยนเอ๋อมองกลับไปหายายของนาง นางไม่รู้สึกอบอุ่นเลยแม่แต่น้อย

ในสายตาของยาย นางเป็นเพียงตัวแทนของแม่ ในตอนนี้เซี่ยนเอ๋อก็ไม่ได้มีค่าใด ยายของนางได้ตัดขาดนางออกจากตระกูล

ความโดดเดี่ยวกัดกินนาง เมื่อคิดว่าสายสัมพันธ์ครอบครัวถูกตัดขาดก็ทำให้นางอ่อนแอลงอย่างมาก

เมื่อใดก็ตามที่นางนึกถึงบุรุษในชุดม่วง...ความเหงาในใจของนางก็เอ่อล้นออกมา

นางใช้มือเล็กๆของนางถอดชุดออก ชุดที่เป็นของหุบเขาเฟิงหวง

...ชุดที่นางมิได้ใส่ใจ

แต่เมื่อเสื้อของนางถูกถอดออก นางก็เผลอทำของหลายชิ้นที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าหล่นลง

แกร๊ง แกร๊ง แกร๊ง--

วัตถุทรงกลมสีเพลิงหล่นสู่พื้น กลิ้งไปทั่ว

ทุกคนตัวแข็งทื่อ

เมื่อพวกเขามองก็ท่าทางเปลี่ยนไปทันทีและอุทานอย่างพร้อมเพรียง

“โอสถวิญญาณระดับสวรรค์!”

นั่นมันสิบสามอัน! เทียบได้กับเป็นโอสถวิญญาณที่หุบเขาเฟิงหวงจะได้ในสองเดือน! และยังมีโอสถวิญญาณทองคำอยู่ด้วย!

“โอสถวิญญาณระดับเทพ!”

ผู้อาวุโสข่มความหวาดกลัวเอาไว้ได้...แต่พวกอายุน้อยมิอาจควบคุมตัว

ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ--

กลุ่มคนอายุน้อยลืมตัวตนของเซียนและรีบพุ่งไปแย่งโอสถวิญญาณบนพื้น!

เซี่ยนเอ๋อตกตะลึง นางรีบวิ่งไปปิดกั้นโอสถวิญญาณทองคำด้วยร่างกายของนาง มือเล็กๆของนางคว้าโอสถวิญญาณรอบๆเอาไว้

แต่นางจะไปแย่งกับคนมากกว่าสิบคนได้อย่างไร?

“อย่านะ! หยุดเดี๋ยวนี้!”

ท่ามกลางความวุ่นวาย นางคว้าโอสถวิญญาณได้สองชิ้นรวมถึงโอสถวิญญาณทองคำ!

ที่เหลือนั้นถูกฝูงชนแย่งไป

มือของนางปูดโปนเพราะโดนเหยียบ นางในตอนนี้ราวกับโลหิตจากแผลที่ไหลออกจากผิวหนัง

เมื่อเห็นโอสถวิญญาณถูกศิษย์คนอื่นขโมยไป...นางก็เศร้าใจเป็นอันมาก นางโอบกอดโอสถวิญญาณสองชิ้นและนั่งร่ำไห้บนพื้นอย่างสิ้นหวัง

“ไม่นะ...เอาคืนมา คืนโอสถวิญญาณของข้ามา...นั่นมันของพี่ซือหยู...อย่าแย่งไปนะ...”

เสียงร้องไห้อันน่าสงสารของนางทำให้ทุกคนกังวล

ในโถงประชุมอันเงียบเชียบ...มีเพียงเซี่ยนเอ๋อที่ร้องไห้

เมื่อมองร่างอันสั่นสะท้านของนาง หลายคนก็มิอาจทนไหวและคืนโอสถวิญญาณให้นางอย่างช้าๆ

พวกเขาละอายใจมากเมื่อคืนโอสถวิญญาณกับเซี่ยนเอ๋อ

เซี่ยนเอ๋อซ่อนโอสถวิญญาณใส่กระเป๋าตามเดิมทีละชิ้น

โอสถวิญญาณระดับสวรรค์สิบสามชิ้น นั่นคือทั้งหมดที่เซี่ยนเอ๋อได้มาตลอดสองเดือนนี้งั้นรึ? แล้ว...เซี่ยนเอ๋อมิได้กินเลยสักชิ้น!

“เซี่ยนเอ๋อ!”

ยายของเซี่ยนเอ๋อมองนางด้วยสายตาเฉียบคม

“นี่มันอะไรกัน? ทำไมเจ้าไม่กินโอสถทีข้าให้เลย?!”

ในที่สุดเหล่าผู้คนก็เข้าใจเซี่ยนเอ๋อ...ที่เป็นสายเลือดในตำนาน...ว่าเหตุใดจึงมีพลังน้อยนิดเช่นนี้!

ฉินเซี่ยนเอ๋อมิได้ใช้โอสถวิญญาณที่ถูกมอบให้เลย นางใช้การฝึกธรรมดาเพียงอย่างเดียวในการเพิ่มพลังบ่มเพาะ...นั่นจึงเป็นเหตุที่นางพัฒนาได้อย่างเชื่องช้า

ฉินเซี่ยนเอ๋อมิกล้ามองตายาย นางก้มหน้าและกระซิบอย่างแผ่วเบา

“ท่านยาย ข้าขอโทษ ข้าอยากจะเก็บโอสถวิญญาณให้พี่ซือหยู เขาอยู่ในโลกมนุษย์และต้องไม่มีโอสถวิญญาณใช้แน่นอน ข้าอยากจะให้เขาทั้งหมดเลย”

ทุกคนต่างมองหน้ากันอย่างตกตะลึง

โอสถวิญญาณระดับสวรรค์มีแค่ในหุบเขาเฟิงหวงและในวิหารเท่านั้น...คุณค่าของมันมากเกินจะตีค่า

แต่ฉินเซี่ยนเอ๋ออยากจะเก็บมันไว้ให้พี่ซือหยูงั้นรึ?

“ซือหยูคือผู้ใด?”

ยายของเซี่ยนเอ๋อมองเซี่ยนเอ๋อด้วยแววตาคมกริบ

ฉินเซี่ยนเอ๋อมิกล้าปกปิดความจริง

“พี่ซือหยูคือพี่ซือหยู...เอ๋อ...คือ...เขาคือคู่หมั้นของข้า ครอบครัวคนเดียวที่ข้ามี...แต่ท่านยายก็เป็นครอบครัวของข้าเช่นกัน”

นางสารภาพ

คู่หมั้นงั้นเรอะ? ฉินเซี่ยนเอ๋อมีคู่หมั้นในโลกมนุษย์รึ?

นางอดทนต่อถ้อยคำหยาบคายรุนแรงและตั้งใจจะถูกเนรเทศจากหุบเขาเฟิงหวง...เพื่อมอบโอสถวิญญาณให้กับซือหยูงั้นเรอะ?

ทุกคนพูดไม่ออก...พวกเขารู้สึกเหมือนมีอะไรติดอยู่ในลำคอ

คนเหล่านี้...ครั้งหนึ่งเคยอิจฉาเซี่ยนเอ๋อ...กลับหวั่นไหวเพราะนางอย่างคาดไม่ถึง

แววตาของเซียนหุบเขาเฟิงหวงเปลี่ยนไป นางต่อต้านความต้องการแห่งหุบเขาเฟิงหวงและมอบโอสถทรงคุณค่าให้กับหลานสาว และเมื่อได้เห็นนางไม่มีพัฒนาการ...เซียนยังแอบให้โอสถวิญญาณระดับเทพที่หายากยิ่งกับนางอีกด้วย

แต่...เซี่ยนเอ๋อกลับเก็บพวกมันเพื่อบุรุษหน้าไหนก็ไม่รู้?

ยายเซี่ยนเอ๋อแอบโทษตัวเองกับความเจ็บปวดของเซี่ยนเอ๋อ...แต่นางเกลียดซือหยูในทันที

แต่นางก็มิอาจเปิดเผยความโกรธนี้ ท่าทางของนางเริ่มอ่อนลง นางหยิบโอสถวิญญาณระดับสวรรค์ออกมาและยิ้มอย่างจริงจัง

“นี่เป็นของเจ้า สำหรับซือหยู ยายจะเตรียมไว้ให้อีกชุดหนึ่ง”

เซี่ยนเอ๋อลังเลก่อนจะกลืนโอสถวิญญาณลงไป

----

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนี้ทำให้ทุกคนตกตะลึง

ด้วยพลังอันแข็งแกร่งของโอสถวิญญาณ หมอกเพลิงอ่อนๆล้อมรอบกายเซี่ยนเอ๋อ เซี่ยนเอ๋อในตอนนี้รางกับวิหคเพลิง

พลังบ่มเพาะของนางเพิ่มขึ้นรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ!

นางเพิ่มพลังขึ้นจากระดับสามขั้นกลางไปสู่ระดับห้าขั้นกลางทันที!

“อย่างที่คิดไว้เลย สายเลือดวิหคเพลิงเก้าหางนั่น หากกินโอสถวิญญาณระดับสวรรค์ไป คนธรรมดาอย่างมากก็จะเลื่อนระดับจากระดับสามขั้นกลางสู่ระดับสี่ขั้นกลาง แต่เซี่ยนเอ๋อ….นั่น...”

ทั้งโถงประชุมต่างตกตะลึงกับสิ่งที่ได้เห็น สายตานับไม่ถ้วนทั้งอิจฉาและตกใจ

นี่คือพลังที่แท้จริงแห่งสายเลือดวิหลเพลิงเก้าหาง!

เซียนหุบเขาเฟิงหวงเต็มไปด้วยความยินดี นี่เป็นไปตามที่นางคาดไว้!

แค่เหตุการณ์นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้หุบเขาเฟิงหวงทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดที่มีให้กับเซี่ยนเอ๋อ! ไม่มีใครกล้าตั้งคำถามกับสายเลือดนางอีกแล้ว...ไม่มีใครคิดจะดูแคลนนางอีกต่อไป!

เมื่อการประชุมสิ้นสุด เหล่าผู้คนก็จากไปด้วยความตื่นตัว

“เฟยหยุน เดินทางไปเฟิงหลินและหาตัวซือหยูซะ”

เซียนหุบเขาเฟิงหวงสั่ง

ฟึ่บ--

ชายหนุ่มอายุยี่สิบปีที่มีออร่าพลังอันน่ากลัวบินมาคุกเข่ากับพื้น

“ขอรับ ท่านราชันย์ศักดิ์สิทธิ์!”

เฟยหยุนลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะถาม

“หากข้าเจอเขาแล้ว ข้าต้องส่งโอสถวิญญาณที่ศิษย์น้องเซี่ยนเอ๋อเก็บไว้ให้เขาหรือไม่?”

เพราะยังไงนางก็สัญญากับเซี่ยนเอ๋อไว้แล้วว่าจะเตรียมโอสถอีกชุดให้กับซือหยู

“ไม่ต้อง! ฆ่ามันซะ!”

จิตสังหารแผ่ออกมาจากเซียนหุบเขาเฟิงหวงที่เยือกเย็น

เฟยหยุนตกใจเล็กน้อยก่อนที่แววตาจะเย็นชา

เขาไม่ได้โกรธ เจ้าคนไม่รู้หัวนอนปลายเท้าซือหยูนั่นชิงหัวใจของฉินเซี่ยนเอ๋อและบังคับให้นางฝึกฝนช้าลง...บังคับนางให้เก็บเร้นโอสถวิญญาณให้!

และเขายังเรียกตัวเองว่าเป็นคู่หมั้นของฉินเซี่ยนเอ๋อ!

ด้วยเรื่องนี้...แม้ความสามารถของฉินเซี่ยนเอ๋อจะถูกเข้าใจผิด ร่างเล็กๆอันงดงามของนางก็ราวกับนางไม้ในพงไพร นางชนะจิตใจบุรุษหลายต่อหลายคน...เฟยหยุนก็เช่นกัน!

เมื่อได้ยินว่าฉินเซี่ยนเอ๋อมีคู่หมั้นเขาก็มิอาจรับได้ เขาทั้งอิจฉาและชิงชัง

“และจงไปยังวิหารพันธมิตรเก้าแคว้นด้วย บอกลี่กวงว่าข้าจะไม่รอหากเขาช้า!”

“เข้าใจแล้วขอรับ!”

ฟึ่บ--

เฟยหยุนปลีกกายไปกับเงาราวกับภูติผี

กลับมาที่วิหาร ส่วนลึกในป่าอสูร...หุบเขาที่กลายเป็นซากนั้นถูกทำลายเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา

บุรุษชุดม่วงถูกฝังอยู่กับความเสียหายตรงนั้น ท้องนภามืดครึ้มราวกับร่ำไห้กับการจากไปของซือหยู เหล่าเมฆาเริ่มร่วงหล่นเป็นหิมะ...ทั้งๆที่ไม่เคยมีมาก่อนในวิหาร

มันผ่านมาแล้วสิบวัน

แม้จะเป็นหิมะขาวที่บริสุทธิ์ที่สุดก็มิอาจปิดบังฉากอันน่าเศร้าของหุบเขานี้ไปได้

ใต้ชั้นหิมะหนา ศิลาเริ่มเคลื่อนไหว

มือหนึ่งข้างเล็ดรอดออกมาจากซากปรักหักพัง!

“เซี่ยนเอ๋อ...”

เสียงอันแผ่วเบาเจาะทะลวงผ่านก้อนศิลายักษ์ไปแตะขอบนภา

ไกลไปยังวิหาร...เซี่ยจิงหยูตื่นหลังจากหลับใหลมาตลอดสิบวัน

นางเหนื่อยอ่อนจนเกือบตาย นางหมดสติไม่รู้ตัวไปหลายวัน

นางลืมตาทันทีและร้องด้วยเสียงแหบแห้ง

“พี่หยู!”

หลงเสี่ยวยี่ที่ดูแลนางมาโดยตลอดถอนหายใจ

“จิงหยู...อย่าเป็นเช่นนี้เลย มันผ่านมาสิบห้าวันแล้ว ตั้งแต่เขา...”

นางพูดอย่างปวดร้าว

สิบห้าวัน...เซี่ยจิงหยูถอนหายใจอย่างโศกเศร้า นางจ้องมองเพดานอย่างว่างเปล่า

สิบห้าวัน แม้เขาจะไม่ได้ถูกกระแทกจนตาย เขาก็ต้องตายจากความหิวกระหายไปนานแล้ว

จิตใจเด็ดเดี่ยวของนางสั่นคลอน

“พี่หยู...”

ดวงตาของนางที่มิเคยร่ำไห้แม้สักครั้งในตอนนี้ถูกกลืนกินด้วยน้ำตา เสียงอันเศร้าโศกของนางดังสะท้อนไปไกล...นำพาไปด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส

แกร๊ง---

เสียงระฆังจากระยะไกลดังมาจากโถงราชันย์ศักดิ์สิทธิ์

ฟึ่บ--

มีคนเข้ามายังห้องพัก

เขาสวมชุดขาวและมีแววตาเฉียบคม ดวงตาของเขารู้สึกสูญเสียบางสิ่งบางอย่าง

“ข้ามิควรพาซือหยูมาที่วิหารเลย หากข้าไม่ทำเช่นนั้นซือหยูคงยังไม่ตาย”

เขาพูดอย่างละอายใจ

สำหรับคนเช่นซือหยูที่ให้ค่ากับมิตรสหายอย่าสูงส่ง...การตายโดยไม่มีใครเคียงข้างนั้น...ฉิวชางเจี้ยนรู้สึกสูญเสียบางสิ่ง

คิดย้อนกลับไปที่งานประชุมศักดิ์สิทธิ์ ซือหยูได้เดินทางไกลอย่างยากลำบากเพื่อช่วยชีวิตดยุคเซี่ยนหยู...แม้ว่าจะไม่แน่ใจว่าเขาจะเอาตัวรอดได้หรือไม่

คนที่ภักดีเช่นนี้...มิอาจหาผู้ใดเทียบได้เลย...ได้ตายลงที่ป่าอสูร

ฉิวชางเจี้ยนมองหลงเสี่ยวยี่และมองเซี่ยจิงหยูอีกครั้ง

“ระฆังศักดิ์สิทธิ์ดังแล้ว การประลองวายุกำลังจะเริ่มขึ้น ข้ารับข่าวจากศิษย์พี่มาว่า...หลังจากการประลองนี้จบลง...วิหารจะไม่มีอีกแล้ว”

“และราชันย์จะพาพวกเราสิบศิษย์สวรรค์ออกไปยังหุบเขาเฟิงหวง”

ฉิวชางเจี้ยนพูดอย่างเคร่งเครียด การล่มสลายของวิหารสำหรับเขานั้นยากที่จะคาดคิด

ฟึ่บ-

ฉิวชางเจี้ยนกับหลงเสี่ยวยี่ชักสีหน้าทันที

เซี่ยจิงหยูที่อาลัยโศกเศร้าลุกนั่งทันทีที่ได้ยินคำว่า ‘หุบเขาเฟิงหวง’ ดวงตาของนางเป็นประกายเมื่อมองฉิวชางเจี้ยน นางพูดด้วยเสียงแหบพร่า

“หุบเขาเฟิงหวงงั้นรึ? สิบศิษย์สวรรค์จะได้ไปยังหุบเขาเฟิงหวงใช่หรือไม่?”

จบบทที่ DND.84 - ประลองวายุ

คัดลอกลิงก์แล้ว