เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.83 - สายเลือดแห่งวิหคเพลิงเก้าหาง

DND.83 - สายเลือดแห่งวิหคเพลิงเก้าหาง

DND.83 - สายเลือดแห่งวิหคเพลิงเก้าหาง


“หนีเร็ว!”

ซือหยูตะโกนใส่หลงเสี่ยวยี่และวิ่งอย่าเอาเป็นเอาตายไปยังตีนเขา มีเชือกสองเส้นที่ทำจากเถาวัลย์เตรียมเอาไว้แล้ว

หากปีนเชือกนั้นจะขึ่นจากหุบเขาและหนีออกไปได้ เชือกอีกเส้นแต่เดิมถูกเตรียมไว้ให้เซี่ยจิงหยู แต่ตอนนี้มันต้องใช้เพื่อรักษาชีวิตของหลงเสี่ยวยี่

หลงเสี่่ยวยี่รู้สึกยินดีและคว้าเชือกเอาไว้ นางใช้วิชาตัวเบาของนางปืนขึ้นกำแพงหินอย่างรวดเร็ว

ความตกใจในใจของนางมิอาจบ่งบอกเป็นคำพูด

ไม่เพียงแต่ซือหยูจะวางกับดักไว้สามชั้น...เขายังเตรียมทางหนีไว้อีกด้วย!

ความคิดอ่านล้ำลึกของซือหยูและความที่ยังใจเย็นอยู่ได้นั้นยอดเยี่่ยมมาก!

ซือหยูปีนกำลังเถาวัลย์อย่างรวดเร็ว...และเขาไม่ได้เยือกเย็นเลย

พิรุณพิษเข้มข้นนั้นคือโลหิตของอสูรเก้าพิษ

ซือหยูฝังร่างอสูรเก้าพิษไว้ใต้พื้นดินและพันไว้อย่างแน่นหนาด้วยไหมพันมังกร หากกลไกทำงาน ไหมพันมังกรจะแน่นขึ้นและซากศพมิอาจทนได้แน่นอน...นั่นจะทำให้เกิดระเบิดพิรุณโลหิตพิษ!

และมันยังเป็นกับดักใต้ดิน ซือหยูมิต้องกังวลว่ามันจะเสื่อมผลเลย

แต่ซือหยูก็ไม่มั่นใจว่าโลหิตนั้นจะสังหารราชันย์เพชรฆาตได้

เพราะยังไงสามกับดักนั้นก็ถูกออกแบบมาเพื่อสังหารระดับแปดขั้นกลางหรือสูงเท่านั้น ซือหยูมิได้เตรียมพร้อมกับศัตรูระดับเก้าเลย!

“ซือหยู ข้าจะฆ่าเจ้า!”

เสียงอันโกรธเกรี้ยวของราชันย์เพชรฆาตดังก้องไปทั้งหุบเขา!

ตามคาด...เขายังไม่ตาย!

ฟึ่บ--

ร่างกายอันน่าขยะแขยงปีนผาอยู่ด้านหลังซือหยูพร้อมกลิ่นอายของความตายและความเน่าเฟะ

มือทั้งสองของเขาถูกกร่อนไปจนหมด เหลือไว้เพียงกระดูกนิ้วเคลือบโลหิตสีแดงฉาน

กระดูกนิ้วของเขาราวกับเหล็กกล้า มันตัดผ่านหินราวกับเฉือนเนื้อ เขาจิกแทงหน้าผาและปืนขึ้นอย่างรวดเร็ว

ดวงตาทั้งสองที่ถูกกัดกร่อนมองซือหยูอย่างอาฆาตแค้น!

ซือหยูรู้สึกตัวเบาขึ้นเมื่อใช้วิชาเงาลอยล่องอย่างเต็มที่!

แม้ราชันย์เพชรฆาตจะตายในอีกไม่นานด้วยพิษร้าย พลังของเขาก็ยังคงเหลือล้น!

ซือหยูในตอนนี้เทียบความเร็วของราชันย์เพชรฆาตไม่ได้เลย!

ฉึก--

ตู้ม--

ราชันย์เพชรฆาตไล่ตามทันและคว้าข้อเท้าของซือหยูด้วยกรงเล็บกระดูกที่เต็มไปด้วยพิษร้ายไว้ได้

“ถึงข้าจะตาย...เจ้าก็ต้องตายไปข้าด้วย! ด้วยสตรีของเจ้า...ข้าจะหานางได้เจอ...แล้วสังหารทิ้งเสีย!”

ราชันย์เพชรฆาตตะโกนและพ่นโลหิตออกจากปาก

ซือหยูจะไปหลบมือของระดับเก้าขั้นกลางได้อย่างไร?

อ๊าก----

โลหิตพิษของอสูรเก้าพิษสัมผัสเข้ากับข้อเท้าของซือหยูและกัดกร่อนผิวหนังทันที...ควันขาวกลิ่นฉุนโชยออกมา!

กรงเล็บกระดูกนั้นแข็งแกร่ง มันกำแน่นจนกระชากเถาวัลย์ในมือซือหยูขาด

ซือหยูร่วงหล่นสู่พื้นจากความสูงสามร้อยศอก

ขามองผืนนภากว้างใหญ่ที่ห่างไกลตัวเขาเรื่อยๆ เหล่าเมฆาบนผืนนภาดูสุขสงบ เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า

ซือหยูรู้สึกขมขื่น ความตายไล่ตามเขาทันแล้วสินะ…

คิดย้อนกลับไป เขาเริ่มจากศิษย์ระดับเงินอันต่ำต้อย และจบชีวิตลงในฐานะของศิษย์วิหารสวรรค์ ทั้งหมดเกิดขึ้นในไม่กี่เดือน

...แต่มันก็เพียงพอแล้ว

เขามีพ่อตาเป็นดยุคเซี่ยนหยูที่เขาติดหนี้ชีวิตด้วย...และยังมีสหายที่ยอดเยี่ยมอย่างองค์ชายสาม เขายังมีสตรีอีกสองคนที่ไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิต คือฉินเซี่ยนเอ๋อที่เป็นคู่หมั้น และเซี่ยจิงหยู...คู่แท้

ชีวิตนี่ยิ่งกว่าถูกเติมเต็ม...แต่ซือหยูยังเสียใจมากนัก

เขาจะไม่ได้เห็นเซี่ยนเอ๋อด้วยตาของเขาอีก...เขาทำได้แค่ให้จิงหยูพบนางแทนเขา

ซือหยูร่วงหล่นจากผา หลงเสี่ยวยี่มองอย่างตกใจ ราชันย์เพชรฆาตหัวเราะ

“ฮ่าๆๆ ข้าจะหาผู้หญิงของเจ้าให้พบและสังหารนางซะ ให้นางตายไปพร้อมเจ้า!”

จิงหยู!

หากเซี่ยจิงหยูตามรอยเท้าของซือหยูไป การได้พบจิงหยูที่หมดสตินั้นเป็นเรื่องง่ายดายนัก!

“ข้าไม่ปล่อยให้เจ้าทำเช่นนั้นแน่!”

ซือหยูปะทุความโกรธออกมา

ครีน--

ความบ้าคลั่งปกคลุมจิตใจ หากเขาจะต้องตาย...เขาจะต้องเอาราชันย์เพชรฆาตกับเขาด้วย!

เขารวมพลังปราณไว้ในมือและยิงไปยังด้านบนหุบเขา

ศิลาใหญ่สิบก้อนแตกออกจากด้านบน

จุดที่พวกเขายืนอยู่นั้นเสี่ยงมาก ก้อนศิลาเหล่านั้นหล่นลงมาได้ทุกเมื่อ แต่พวกมันถูกหยุดไว้โดยไหมพันมังกร

หากไหมพันมังกรขาด...ทั้งหุบเขาจะถูกทำลายทันที

ศิลาแต่ละก้อนมีรัศมีสามสิบศอก หากตกลงมาจะเกิดแรงปะทะอย่างรุนแรง!

นี่คือสิ่งที่ซือหยูใช้เวลาตลอดสองวันสองคืนเตรียมการเอาไว้ ศิลาเหล่านั้นยากจะตระเตรียม นั่นถือแผนสำรอง...ซือหยูจำต้องทำลายหุบเขา

เพราะนี่คือโอกาสเดียวในการสังหารราชันย์เพชรฆาต!

เขายิงคลื่นพลังตรงไปยังไหมพันมังกร

คริน---

ไหมพันมังกรขาด ศิลายักษ์ทั้งสิบตกลงมา

หลงเสี่ยวยี่อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง โชคดีที่นางถึงยอดผาแล้ว

เพราะอีกทางหนึ่งราชันย์เพชรฆาตก็ง่วนกับการไลล่ตามซือหยู เขามิได้หนีรอดทันเวลา เอากรีดร้องออกมาเมื่อเห็นศิลาที่ร่วงหล่น

อ๊าก----

“ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปไหน...แม้ข้าจะเป็นผี..อ๊าากกก….”

แม้ว่าเขาจะเป็นราชันย์เพชรฆาต เขาก็มิอาจทนกับแรงกระแทกอันรุนแรงนี้ ราชันย์เพชรฆาตถูกศิลายักษ์กระแทกอย่างแรงทันที ร่างของเขาหล่นมาจากผา

ตู้ม--

ศืลาทั้งสิบตกกระแทกลงมาเสียงดังราวกับฟ้าผ่า!

หุบเขาเล็กๆนี้สั่นอย่างน่ากลัวราวกับเขาสูงจะแตกสลายด้วยแรงระเบิด!

ในพริบตา ยอดเขารอบๆแตกหักลงเช่นกัน...ทั้งเทือกเขาเต็มไปด้วยฝุ่นควัน!

ฝุ่นที่เต็มไปหมดทุกพื้นที่ทำให้หลงเสี่ยวยี่ลืมตาไม่ได้อยู่นาน นางตกตะลึงเมื่อได้เห็นผลจากสิ่งที่เกิดขึ้น

หุบเขาถูกกลบมิด โอกาสที่จะรอดเป็นศูนย์! นางเข่าอ่อน หลงเสี่ยวยี่คุกเข่าลงกับพื้นและครวญคราง

“ซือหยู...”

นางโค้งคำนับด้วยความนับถือ อกของหลงเสี่ยวยี่เต็มไปด้วยหลากอารมณ์ นางทั้งรู้สึกเคารพ รู้สึกผิด รู้สึกติดหนี้บุญคุณ

ทันใดนั้นนางก็เห็นคนจากระยะไกลวิ่งมาที่ทางเข้าหุบเขา

นางพบสตรีที่กำลังมองหาบางอย่างด้วยความกังวลใจ

ฟึ่บ--

หลงเสี่ยวยี่ที่รู้สึกผิดบินไปหานางคนนั้นทันทีและหยุดนาง

“เขาตายไปแล้ว เพื่อหยุดราชันย์เพชรฆาตไม่ให้ไล่ตามเจ้า ซือหยูคิดสละชีวิตและให้ราชันย์เพชรฆาตตายไปพร้อมกับเขา เพวกเขาถูกฝังอยู่ในข้างล่างนั่น”

หลงเสี่ยวยี่พูดเบาๆ ความหดหู่สิ้นหวังของนางกลบความยินดีที่เอาชีวิตรอดมาได้จนหมดสิ้น

ความจายของซือหยูทำให้นางรู้สึกผิด ยางจะลบเลือน

ตุบ--

ดวงตาของนางผู้นั้นมืดบอด นางรู้สึกหมดแรง นางคุกเข่าลงกับพื้นด้วยแววตาที่ไร้ชีวิตชีวา

นางผู้นี้คือเซี่ยจิงหยูที่เพิ่งได้สติ นางรู้ทันทีว่าซือหยูทำอะไรไป...นางพุ่งไปยังหุบเขาหลังจากฟื้นสติได้

นางได้พบกับเศษก้อนศิลายักษ์ที่แตกเป็นเสี่ยงๆทับถมกัน ที่แย่ที่สุดคือนางถูกบอกว่าซือหยูตายแล้ว และถูกฝังอยู่ใต้หุบเขานี้!

เซี่ยจิงหยูจดจ้องด้วยจิตใจอันว่างเปล่า

ความทรงจำมากมายถ่าโถมเข้ามา…

พวกเขาพบกันครั้งแรกที่สำนักเซี่ยนหยู...เมื่อซือหยูเป็นเพียงชายหนุ่มที่เชี่ยวชาญวิชาธนู

อีกคราเมื่อนางสำรวจเทือกเขารัตติกาล และได้พบกับเงาลึกลับในชั้นใต้ดินของซากโบราณ

เวลาของพวกเขาในตำหนักดยุค...อ้อมกอดอันอบอุ่นใต้แสงจันทรา

เมื่อครั้งที่อยู่ชานเมืองหลวง...ความอายและประสบการณ์อันไม่มีวันลืมเลือน...เมื่อพวกเขาอิงกายเปลือยเปล่าแนบชิด

และเมื่อพวกเขาเข้ามายังวิหารด้วยกัน พวกเขาร่วมชะตากันฝ่าพันอุปสรรคมากมาย

ภาพต่อภาพ ความทรงจำล้นเอ่อในจิตใจ...กระชากดวงวิญญาณนางจนฉีกออก

ความเจ็บระทมทุกข์จู่โจมหัวใจนาง

นางได้เสียสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของนางไป นางเสียแสงกระจ่างในชีวิต...ที่มิอาจลืมเลือน หรือหวังใจ

“ไม่จริง!”

เมื่อได้สติ ดวงตาของนางเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา

“พี่หยูยังไม่ตาย! เขายังไม่ตาย!”

เซี่ยจิงหยูลุกขึ้นยืนและวิ่งไปยังใจกลางหุบเขา นางใช้มืองดงามราวหยกขยับศิลาทีละก้อน

ศิลาที่หยาบและคมเฉือนมือและชุดที่นางสวม

แต่นางต้องการเพียงซือหยูเท่านั้น

นางขุดเส้นทางผ่านศิลาทีละก้อน

ราวกับว่านางเป็นหุ่นเชิดไร้วิญญาณที่สูญเสียพลังชีวิต นางหาร่องรอยของชีวิตซือหยูอย่างบ้าคลั่ง

หลงเสี่ยวยี่ทนดูไม่ไหวอีกต่อไป

“ศิษย์น้องเซี่ย...ได้โปรด..ใจเย็นลงก่อน!”

นางพูดอย่างขมขื่น

“พี่หยูต้องไม่ตาย!”

เซี่ยจิงหยูเป็นที่รู้จักกันดีว่าเยือกเย็นได้ทุกสถานการณ์ แต่ในตอนนี้นางราวกับเป็นคนละคน ดวงตาอันเยือกเย็นและคมกริบของนางเจาะทะลุหลงเสี่ยวยี่

หลงเสี่ยวยี่มองเซี่ยจิงหยูที่ขยับศิลาตัวเป็นเกลียว

หนึ่งวันผ่านพ้นเป็นวันที่สอง...และกลายเป็นวันที่สาม…

ห้าวันผ่านไปและเซี่ยจิงหยูก็ยังเปราะบางเกินจะเข้าใจ

รูปลักษณ์ของนางที่เคยเทียบได้กับตัวตนอันงดงามในตอนนี้เป็นดั่งขอทานที่อ่อนแอ ดวงตาของนางแห้งเหือดเป็นสีแดงคล้ำ มือคู่นั้นของนางที่งดงามราวหยกมิได้เปล่งปลั่งเช่นแต่ก่อน

และเป็นหัวใจของนาง...ที่มิอาจหยุดโศกเศร้า

ตลอดห้าวัน เซี่ยจิงหยูมิได้พักผ่อนเลย นางมิได้ดื่มน้ำสักหยดหรือกินข้าวสักเม็ด

บางที...เซี่ยจิงหยูอาจจะแตกสลายไปก่อนที่จะได้พบโอกาสเจอร่างซือหยู

ท้ายสุด...พลังกายของนางก็หมดสิ้น นางหมดสติไปกับพื้น

แม้นางจะไร้สติ มือคู่นั้นของนางก็ยังคงจับก้อนศิลาไม่ปล่อย...แม้จะหลับใหล

หลงเสี่ยวยี่ถอนหายใจด้วยความเห็นใจ นางคำนับให้ซือหยูที่ถูกฝังลึกลงไปก่อนที่จะแบกเซี่ยจิงหยูออกจากป่าอสูร

ถูกล้อมด้วยเมฆาและหมอกอันงดงาม มองเห็นแคว้นเฟิงหวงได้เพียงลางๆ ราวกับเป็นสรวงสวรรค์แห่งโลกมนุษย์

ที่นี่คือดินแดนต้องห้ามแห่งแคว้นเฟิงหวง หุบเขาเฟิงหวง!

ลำดับชั้นของมันราวกับวิหารของพันธมิตรเก้าแคว้น ข้างในหุบเขาเฟิงหวงนั้น...เซี่ยนเอ๋อนั่งอยู่ที่ลานฝึก

นางเหงื่อโทรมกาย เซี่ยนเอ๋อจดจ่ออยู่กับการบ่มเพาะพลัง

เซี่ยนเอ๋อในอดีตนั้นซุกซนขี้เล่นและไม่ค่อยเชื่อฟังใคร

เซี่ยนเอ๋อในตอนนี้มั่นคงอยู่กับการฝึกฝน ใบหน้าของนางยังละเอียดอ่อนเช่นเดิม

สตรีอายุสิบแปดสองคนมาที่ลานฝีกอย่างเงียบเชียบ ดวงตาพวกนางชิงชังและขยะแขยง

“สายเลือดวิหคเพลิงเก้าหางทำได้แค่นี้งั้นรึ! ตามตำนานแล้วสายเลือดวิหคเพลิงต้องฝึกฝนอย่างรวดเร็ว แต่หุบเขาเฟิงหวงของเราให้โอสถวิญญาณระดับสวรรค์ที่เราสะสมไว้ทั้งหมดกับเจ้า และเจ้าก็ได้แค่สำเร็จระดับสามขั้นกลางเท่านั้น แย่เหลือเกิน...ไม่น่าเชื่อจริงๆ!”

นางคือหลานของเซียนแห่งหุบเขาเฟิงหวง สายเลือดพิเศษของนางทำให้นางได้รับสิทธิพิเศษเช่นนี้

โอสถวิญญาณระดับสวรรค์นั้นควรจะได้ให้กับเหล่าผู้ติดตามที่โดดเด่น แต่ทั้งหมดกลับถูกให้เซี่ยนเอ๋อเพียงคนเดียว...เพื่อให้นางได้ดื่ม

แต่...แม้จะได้รับโอสถวิญญาณระดับสวรรค์ทั้งหมดนั้นไป นางก็ทำได้แค่สำเร็จระดับสามขั้นกลางเท่านั้น

หุบเขาเฟิงหวงที่เต็มไปด้วยเหล่าผู้ติดตามอันเก่งกล้าและผู้อาวุโสต่างครหา

“เจ้าขยะนี่! ถ้าดื่มโอสถวิญญาณระดับสวรรค์ไปขนาดนั้น...ข้าก็บรรลุระดับแปดไปนานแล้ว!”

“ข้าไม่เข้าใจเลยจริงๆ...นางหันหลังให้แคว้นเฟิงหวงมาตลอด และนางก็มาที่หุบเขาเฟิงหวงเพื่อใช้โอสถวิญญาณล้ำค่าของเราไปอย่างไร้ค่า...คนเช่นนี้สมควรตาย!”

เสี่ยงของคนสองคน...แม้จะห่างออกไป...เซี่ยนเอ๋อก็ได้ยิน

เซี่ยนเอ๋อหยุดฝึกและก้มหน้าลง นางขบริมฝีปากอย่างแผ่วเบาและห่อไหล่

ดวงตากลมโตของนางเต็มไปด้วยน้ำตา...ร่างกายและจิตใจอันบอบบางของนางถูกจู่โจมด้วยความเหงาและความลังเลใจ

“ฉินเซี่ยนเอ๋อ ตามข้ามา ตระกูลกำลังรวมตัวกัน และเจ้าจะต้องไปด้วย”

เสียงอันไม่ยี่หระกล่าว

นางงดงาม...แต่ก็มองฉินเซี่ยนเอ๋อด้วยความรังเกียจ

เซี่ยนเอ๋อรู้ว่าการรวมตัวครั้งนี้คือการตัดสินโชคชะตาของนาง

จบบทที่ DND.83 - สายเลือดแห่งวิหคเพลิงเก้าหาง

คัดลอกลิงก์แล้ว