เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.68 - ปรปักษ์ที่แกร่งที่สุด(ตอนต้น)

DND.68 - ปรปักษ์ที่แกร่งที่สุด(ตอนต้น)

DND.68 - ปรปักษ์ที่แกร่งที่สุด(ตอนต้น)


“ศิษย์น้องหลิว ดูเหมือนจะมีหน้าใหม่เลือดร้อนที่นี่นะ ให้ข้าจัดการแทนดีหรือไม่?”

ข้างนางคือชายหนุ่มระดับหกขั้นสูง

เขาคือศิษย์สวรรค์ลำดับเก้า ชางหมิงยี่ รูปลักษณ์ของเขาปกติแต่มองศิษย์น้องหลิวอย่างหลงใหล

“หาจำเป็นไม่”

ศิษย์น้องหลิวส่ายหัวปฏิเสธและถอนหายใจ

“บางทีข้าอาจจะไม่เหมาะกับการแข่งขันอย่างหนักหน่วงในวิหาร ข้าอาจจะถูกกำจัดในการประลองวายุในอีกเดือนก็ได้”

ประลองวายุ? ชางหมิงยี่กังวลอย่างเห็นได้ชัด

ศิษย์น้องหลิวที่เต็มไปด้วยความกังวลประลองกับเฟิงห่าว

วิชาเคลื่อนไหวเฉพาะของเฟิงห่าวและวิชาหมัดทั้งแข็งแกร่งและลื่นไหล

“หมัดละลายภูผา!”

เฟิงห่าวคำรามเสียงต่ำ ร่างของเขาลอยขึ้น

วิชาเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วและทรงพลัง เขาราวกับเป็นพยัคฆ์พิโรธที่เต็มไปด้วยพลังและความเร็ว

หมัดของเขาร่ายรำในอากาศ เกิดรังสีสีแดงอ่อนๆทรงกลม

ดาวกับว่ามีดาวตกที่ลุกไหม้รุนแรงพร้อมจะทำลายทุกสิ่งตกลงมา

ครืน--

อากาศรอบๆสั่นไหว!

ซือหยูและเซี่ยจิงหยูลืมตากว้าง!

วิชาระดับสวรรค์ขั้นต้น!

ที่เฟิงหลิน ตู้หยุนเทียนนับว่าเป็นอัจฉริยะไร้เทียมทานเพียงผู้เดียวที่บรรลุวิชาระดับสวรรค์ขั้นสูง เฟิงห่าวจากแคว้นหลูหลี่ก็มีวิชาระดับสวรรค์เช่นกัน! พวกเขาทั้งคู่ต่างเป็นศิษย์อสูรอันดับแรกๆของแคว้น แต่เฟิงห่าวที่เห็นอยู่ในตอนนี้แข็งแกร่งกว่าตู้หยุนเทียน!

เฟิงห่าวอาจจะนิสัยเลวร้าย...แต่พลังของเขาเป็นของจริง!

ศิษย์น้องหลิวใจเย็นและยื่นนิ้วอันงดงามราวหยกออกมา

นิ้วของนางแข็งและใส ความเยือกเย็นปกคลุมนิ้วของนาง

ฉัวะ--

อากาศรอบนิ้วนางเยือกแข็งทันทีราวกับถูกมนต์สะกด

อากาศในระยะร้อยศอกเริ่มเย็นลง

แม้ซือหยูและเซี่ยจิงหยูที่มิได้ต่อสู้ด้วยก็รู้สึกหนาวสั่น

วิชาระดับสวรรค์ระดับสองขั้นกลาง!

ชางหมิงยี่ชื่นชม

“พลังศิษย์น้องหลิวช่างดีเยี่ยม แขนงวิชาระดับเทพแก่นดวงใจน้ำแข็ง วิชาระดับสวรรค์เก้ารูปแบบอาชาเขาหยก นางบ่มเพาะจนถึงระดับสองขั้นกลาง”

ซือหยู เซี่ยจิงหยูและศิษย์สวรรค์คนอื่นๆ ต่างประหลาดใจ!

วิชาระดับสวรรค์มันยากแค่ไหนกัน? การบรรลุระดับหนึ่งขั้นต้นนั้นก็เพิ่มพลังมหาศาลแล้ว แต่ในวิหารสวรรค์ ผู้มีวิชาระดับสวรรค์ระดับสองนั้นเป็นได้แค่เพียงอันดับสิบ!

มาตรฐานช่างแตกต่างกันยิ่งนัก แม้จะเป็นผู้ที่อันดับต่ำสุดก็แข็งแกร่งเกินคาดเดา แล้วศิษย์สวรรค์ระดับสูงคนอื่นจะน่ากลัวแค่ไหนกัน?

พลังเต็มที่ของศิษย์สวรรค์พวกนี้จะมากเท่าไหร่กันนะ?

และยังมีวิชาที่แข็งแกร่งกว่าวิชาระดับสวรรค์...วิชาระดับเทพ?

ความมั่นใจของเฟิงห่าวถูกแทนที่ด้วยความกลัว เขาเป็นหมาป่าที่ไล่ตามกระต่ายน้อย โดยที่มิรู้ตัวเลยว่ากระต่ายน้อยนั้นคือพยัคฆ์ร้าย

ครืน---

อ๊าก---

เฟิงห่าวปลิวลอยไปไกลและได้กลิ่นโลหิตในลำคอ

ศิษย์น้องหลิวยังคงยืนอยู่ที่เดิม นางเพียงดึงนิ้วกลับโดยมิได้ใส่ใจกับชัยชยะแม้แต่น้อย

ในสายตาของนางเฟิงห่าวมิควรค่าแค่การพูดถึง ชัยชนะของนางมิจำเป็นต้องได้รับคำสรรเสริญ และความกังวลที่อยู่ภายในก็แสดงออกมาอย่างชัดเจนผ่านแววตาของนาง

“ระดับพลังของข้าต้องถูกกำจัดในการประลองวายุแน่นอน”

นางกระซิบอย่างน่าสงสาร

การประลองวายุ...เป็นครั้งที่สองที่ซือหยูได้ยินนางพูด

ประลองวายุคืออะไรกัน? แม้ศิษย์น้องหลิวจะแกร่งถึงเพียงนั้น...แต่ก็ถูกกำจัดอย่างแน่นอนงั้นหรือ?

ชางหมิงยี่มองเฟิงห่าวที่พ่ายแพ้อย่างดูแคลน

“เจ้าหน้าใหม่...ก่อนจะได้กินของดีๆ พวกเจ้าหัดกินอาหารสุนัขไปก่อนเถอะ!”

พูดจบเขาก็มองผ่านซือหยูและคนอื่นๆ และหยุดลงตรงเซี่ยจิงหยู ชางหมิงยี่ตกตะลึงกับความงามราวเทพธิดาของนางอย่างออกหน้าออกตา

เซี่ยจิงหยูรู้สึกรังเกียจเล็กน้อย นางไม่ชอบนิสัยและสายตาของชางหมิงยี่เลย

“ฮ่า...แน่นอน...ถ้าหากสาวสวยคนนี้อยากได้ ศิษย์พี่ของเจ้าจะแบ่งให้”

ชางหมิงยี่มองรูปลักษณ์ของเซี่ยจิงหยู เขาไม่ปิดบังตัณหาในแววตาด้วยซ้ำ

เขานับถือศิษย์น้องหลิวอยู่บ้าง ระยะห่างของพลังพวกเขาไม่ต่างกันมาก

แต่เซี่ยจิงหยูอ่อนแอกว่ามาก...เขาจิงมิได้ระวังคำพูดและแววตาแม้แต่น้อย

ฟึ่บ--

ร่างสีม่วงขวางร่างอันอ่อนช้อยจากสายตาของชางหมิงยี่

“จิงหยู ข้าจะเอาจานนั้นให้เจ้า”

ซือหยูหันไปมอง เซี่ยจิงหยูโกรธซางหมิงยี่อย่างไม่ต้องสงสัย

พลังหมายถึงทุกสิ่งในวิหารสวรรค์แห่งนี้ การข่มเหงหน้าใหม่นั้นยอมรับไม่ได้!

เมื่อนางได้ยินที่ซือหยูพูดก็รู้สึกดีใจ แต่กลับยิ้มและส่ายหัว

“ไม่จำเป็น ข้ามิใช่เด็กนิสัยเสีย ข้ากินขนมปังนี่ได้ และถ้าหากข้าอยากจะกิน ข้าจะเอามาด้วยพลังของตัวเอง”

เมื่อเห็นหน้ากังวลของนางซือหยูก็หัวเราะ

“จากความสัมพันธ์ของพวกเรา การแบ่งอาหารกับข้าถือเป็นเรื่องน่าละอายงั้นรึ?”

“ก็ได้! ไว้ข้าจะตอบแทนเจ้าทีหลัง”

เซี่ยจิงหยูถูกโน้มนาว นางกระพริบตาและหน้าแดงเมื่อคิดถึงคำเมื่อครู่...แล้วความสัมพันธ์ของพวกเรามันเป็นยังไงกัน?

ครั้งก่อนพวกเขาร่วมเตียงกัน ซือหยูบอกว่าเขาจะให้คำอธิบายหลังจากจัดการเรื่องดยุคเซี่ยนหยูกับการหมั้นเซี่ยนเอ๋อ

ในวันนี้มีเพียงเรื่องการหมั้นเซี่ยนเอ๋อเท่านั้นที่ยังมิคลี่คลาย

หัวใจเซี่ยจิงหยูเต้นแรง นางรู้ว่าวันหนึ่งจะต้องพบกับการหมั้นหมายของพวกเขา แต่นางยังคงกลัว

เฟิงห่าวอัปยศเป็นอย่างมาก

เมื่อเห็นซือหยูที่ประเมินตัวเองสูงเกินไปเขาก็เยาะเย้ย

“ข้าแนะนำว่าเจ้าอย่าประมาทพวกเขาจะดีกว่า แม้จะเป็นข้าก็พ่ายแพ้...เจ้าไม่มีหวัง”

“เจ้ามันไร้ความสามารถ”

ซือหยูตอบตรงๆและเย็นชา

เฟิงห่าวโกรธและทนการทับถมของซือหยูไม่ได้

“เจ้าคนตระกูลซือ...การเข้าวิหารสวรรค์ทำให้เจ้าหยาบคายเช่นนี้เชียวรึ เจ้าคิดว่าเจ้าไร้เทียมทานรึไง? เจ้าไม่มีสิทธิ์จะท้าศิษย์พี่หลิวด้วยซ้ำ”

แม้เฟิงห่าวจะแพ้ อย่างเขาก็มีพลังพอที่จะได้รับโอกาสประลอง...แต่ซือหยูนั้นเทียบกับเขาไม่ได้แม้แต่น้อย

ซือหยูก้าวไปข้างหน้าโดยไม่เหลียวหลัง

“ข้าต้องแก้คำของเจ้าสักสองที่ อย่างแรก เจ้านั่นแหละที่หยาบคาย คนที่แพ้ศิษย์พี่หลิวคือเจ้า มิใช่ข้า! อย่างที่สอง...ใครกันบอกว่าข้าจะประลองกับศิษย์พี่หลิว?”

เขาถามอย่างเย็นชา

ฟึ่บ--

ซือหยูหันไปหาชางหมิงหยี่!

“อาหารเจ้า ข้าอยากได้ แล้วเจ้าไปกินอาหารสุนัขซะ”

ซือหยูก้าวไปหาชางหมิงยี่

พวกหน้าใหม่และสาวกศิษย์พี่คนอื่นตัวแข็งทื่อ เฟิงห่างที่มีพลังระดับหกขั้นกลางยังแพ้ศิษย์พี่หลิวที่อยู่อันดับสิบ ซือหยูที่มีพลังแค่ระดับห้าขั้นสูงกลับอยากจะประลองกับชางหมิงยี่...ที่อันดับสูงกว่าศิษย์พี่หลิวเนี่ยนะ?!

ซือหยูปล่อยตัวไปตามอารมณ์ เขาอยากจะสู้แทนส่วนของเซี่ยจิงหยู

“ก็แค่พวกเสียสติที่มิรู้จักความกลัว!”

เฟิงห่าวเหยียดหยาม

ชางหมิงยี่ประหลาดใจ เขาไม่คิดว่าพวกหน้าใหม่จะกล้าท้าเขา

“หืม..ศิษย์น้อง...เจ้ามั่นใจเหลือเกินนะ ให้ข้า...ศิษย์พี่ของเจ้าชี้แนะหน่อยแล้วกัน!”

ชางหมิงยี่ผ่อนคลายแต่แอบดูถูกอยู่ในใจ ซือหยูทำให้เขาหัวเสียที่มาขวางเซี่ยจิงหยู

ซือหยูส่ายหัวและก้าวไปข้างหน้า

“ข้าต่างหากที่จะชี้แนะเจ้า...อย่าประมาทแล้วกัน”

Banshee

ติชมให้กำลังใจ กดไลค์แฟนเพจมาคุยกันได้เลยจ้าาา

จบบทที่ DND.68 - ปรปักษ์ที่แกร่งที่สุด(ตอนต้น)

คัดลอกลิงก์แล้ว